เสียงไก่ขันในยามเช้าตรู่ที่มีเพียงแสงอาทิตย์เพียงรำไรช่วยปลุกร่างบอบบางตื่นขึ้นมาในอ้อมแขนแกร่งของสามีใบหน้าเล็กซุกซบหาความอบอุ่นจากอกกว้าง พลางกอดกระชับแขนเล็กกับเอวสอบไว้หลวม ๆ
อากาศเช้านี้ดีมากจริง ๆเธอเริ่มคุ้นชินกับการถูกโอบกอดเช่นนี้เสียแล้ว
ชายหนุ่มที่ถูกใบหน้าเล็กถูไปมาบริเวณอกกว้างพลันตื่นขึ้นมาในทันทีก่อนมือหนาจะกดศีรษะภรรยาเข้ากับอกเพื่อให้เธอหยุดถูไถเสียทีเพราะเกรงว่าบางสิ่งที่หลับอยู่ก็คงจะตื่นขึ้นมาในไม่ช้านี้
“นอนต่ออีกหน่อยเถอะภรรยา”เสียงทุ้มงัวเงียกล่าวขึ้นพลางลูบลงบนผมนิ่มของร่างในอ้อมแขนแ่เบา
“ฉันต้องไปขายของนะคะ”หญิงสาวตอบกลับอย่างเป็กังวลพลันเงยหน้าขึ้นมองปลายคางของสามีด้วยสายตาเว้าวอน เธออยากออกไปทำงานอยากได้เงินเยอะ ๆ แต่อากาศวันนี้มันดีเกินไปเสียจนทำให้คนขยันอย่างเธออยู่ ๆก็รู้สึกี้เีขึ้นมาเสียอย่างนั้น
ซึ่งหญิงสาวไม่ได้รู้เลยว่าแววตาเช่นนี้ของเธอและความนุ่มหยุ่นที่เบียดเสียดอยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนใหญ่นั้นราวกับกำลังทดสอบความอดทนของคนเป็สามีอย่างไรอย่างนั้นหยางซีห่าวข่มกลั้นความรู้สึกบางอย่าง ก่อนจะพยายามพูดคุยกับภรรยาด้วยน้ำเสียงปกติที่สุด
“คุณเหนื่อยมาหลายวันแล้ว หากไม่พักเลยจะป่วยเอานะครับ”น้ำเสียงทุ้มละมุนบอกกับภรรยาในอ้อมกอด ฝ่ามืออุ่นลบลงบนผมนิ่มแ่เบากลับกันส่วนกลางกายนั้นพองขยายอย่างรวดเร็วจนน่าโมโห
เพียงถูกกลิ่นหอมและความนุ่มหยุ่นบดเบียดเข้าหาเพียงเท่านี้ก็พร้อมใช้งานเสียแล้วแต่อุปสรรคสำคัญคือขาที่ยังคงมีแผลเหวอะหวะอยู่คิดมาถึงตรงนี้ก็นึกขัดใจกับร่างกายตัวเองนัก
“เอาอย่างนั้นก็ได้ค่ะ”น้ำเสียงเป็ห่วงเป็ใยที่ออกมาจากปากสามีเล่นเอาจิตใจคนฟังอ่อนยวบยาบและยอมหยุดทำงานในที่สุด
ใบหน้าเล็กซุกซบลงบนอกกว้างดังเดิมกอดรัดเอวสอบของสามีให้แน่นขึ้น โดยมีมือใหญ่คอยลูบหลังไปมาเพียงไม่นานเปลือกตาสีไข่ก็ปิดลงอีกครั้งด้วยความง่วงงุนและความเหนื่อยล้าที่สะสมมาตลอดหลายวัน
หยางซีห่าวเหลือบมองภรรยาที่นอนหลับตาพริ้มในอ้อมแขนอย่างนึกเอ็นดูเห็นทีหากเขาไม่บอกให้เธอพักบ้างไม่แน่ว่ามือเล็ก ๆ คู่นี้ก็หยิบจับหาอะไรทำไปเรื่อยไม่หยุดหย่อนเขาไม่ได้ชักจูงให้เธอเหลวไหล เพียงแต่เงินที่มีนั้นมากพอแล้ว หากเธอจะทำตัวี้เีสักวันก็ไม่เห็นจะเป็อะไร
หลังจากที่ภรรยาหลับไปเรียบร้อยแล้วชายหนุ่มที่ยังไม่สามารถข่มตาหลับลงได้ก็พยายามปรับลมหายใจให้นิ่งที่สุดและข่มกลั้นความรู้สึกบางอย่างอยู่นานกว่าจะสงบลงได้ก็ใช้เวลานานทีเดียวก่อนจะหลับตามคนในอ้อมแขนไป
สองสามีภรรยาตื่นขึ้นมาอีกครั้งใน่สายของวันจางซิ่วอิงทำอาหารง่าย ๆ สองอย่างพร้อมข้าวขาวและไข่ไก่ต้มสามฟองเช่นเดิมเพียงไม่นานอาหารเช้าก็ถูกทั้งคู่ทานจนเกลี้ยง
จางซิ่วอิงจึงพาสามีออกมานั่งรับลมข้างบ้านไหน ๆ วันนี้เธอก็ว่างทั้งวันแล้ว ถือโอกาสใช้่เวลาดี ๆ กับสามีสักหน่อยหวังว่าคงจะไม่มีมารมาขัดขวางอย่างที่ผ่านมาหรอกนะ
“คุณอยากทำอะไรต่อหลังจากนี้เหรอคะ?”เสียงใสถามขึ้นขณะที่ดวงตาคู่เรียวทอดมองไปยังพื้นที่ด้านหลังบ้านที่ติดกับเขาหลายลูกทอดยาวสุดลูกหูลูกตา
พลันเมื่อชายหนุ่มได้ยินคำถามจากภรรยาใบหน้าหล่อเหลาเกิดเคร่งเครียดขึ้นมาในฉับพลัน คิ้วหนาขมวดเข้าหากันก่อนจะตอบออกไปอย่างไม่มั่นใจ“ผมยังไม่แน่ใจ แต่ถ้าผมไม่ได้เป็ทหารแล้วล่ะครับ”
จางซิ่วอิงสบตาที่เต็มไปด้วยความกังวลของสามีพลางส่งยิ้มบาง
“ก็ไม่เห็นเป็อะไรนี่คะ เพราะอนาคตฉันตั้งใจจะเปิดร้านค้าเล็กๆ สักร้านอยู่แล้ว เรามาช่วยกันดูแลร้านนั้นกันนะคะ”ชาตินี้เธอเลือกเขาแล้วนี่นะต่อให้อนาคตเขาจะเป็หรือทำอะไรเธอล้วนสนับสนุนเขาอยู่แล้วและอีกอย่างบอกตามตรงว่าเธอค่อนข้างเชื่อมั่นในตัวสามีมากทีเดียวว่าเขาจะไม่ทำให้เธอผิดหวังอย่างแน่นอน หยางซีห่าวย่อมมีแผนอยู่ในใจเพียงแต่เขายังไม่มั่นใจเธอเชื่อแบบนั้น
“ครับ”เสียงทุ้มตอบรับเพียงสั้น ๆทว่าความกังวลบนใบหน้าก็ยังไม่เบาบางลงแต่อย่างใดจนตอนนี้เกิดความกลัวขึ้นมาในหัวใจแกร่งบ้างแล้ว ทั้งที่ตั้งใจไว้แต่แรกทว่าตอนนี้เขากลับลังเลขึ้นมาว่าจะบอกความลับนี้ให้กับภรรยาฟังดีหรือไม่
“พร้อมเมื่อไหร่เราค่อยคุยเื่นี้กันอีกครั้งก็ได้ค่ะ”จางซิ่วอิงพูดกับสามีด้วยน้ำเสียงเบาสบายสีหน้าเป็กังวลของเขามีหรือที่เธอจะไม่เห็น แต่เมื่อเขายังไม่พร้อมจะพูดในตอนนี้เธอเองก็ไม่อยากคาดคั้นให้สามีอึดอัด
“คุณเชื่อใจผมได้เลยครับ มันไม่ใช่เื่ไม่ดีแต่ผมแค่ยังบอกคุณตอนนี้ไม่ได้จริง ๆ”เพราะเขาต้องรักษาความลับนี้จนกว่าทุกอย่างจะสำเร็จลุล่วงคนที่ไม่เคยเชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิ์อย่างเขาในตอนนี้กลับภาวนาในใจเพื่อให้ภรรยาเข้าใจในสิ่งที่เขาบอกเธอในตอนนี้ไม่ได้
“ไม่เป็ไรค่ะ ฉันเข้าใจคุณ”จางซิ่วอิงยิ้มบางมองสบกับั์ตาคมของสามีอย่างเชื่อมั่น
ไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่นับั้แ่ได้พูดคุยกันกว่าจะรู้ตัวก็รู้สึกได้ถึงพระอาทิตย์ที่เคลื่อนตัวมาเกือบตรงกับศีรษะอีกครั้งจางซิ่วอิงจึงพาสามีเข้าไปในบ้านส่วนตนเองก็เข้าไปทำอาหารมื้อกลางวันเช่นเคย
หลังจบมื้ออาหารเธอพาสามีเข้าไปพักผ่อนในห้องนอนร่างกายของเขาต้องได้รับอาหารและการพักผ่อนที่เพียงพอ เพื่อฟื้นฟูส่วนต่าง ๆของร่างกาย
ส่วนตนเองออกจากบ้านมาเพื่อติดต่อเหมาเกวียนสำหรับเช้าวันพรุ่งนี้เพื่อความสะดวกสบายของสามีจางซิ่วอิงควักเงินจ่ายไปถึงสามหยวนเพื่อให้เกวียนนั้นพาเธอและสามีไปดูบ้านสองหลังที่ประกาศขายด้วยซึ่งอาจจะใช้เวลาทั้งวัน
เช้าวันต่อมาหญิงสาวตื่นก่อนสามีเธอเข้าครัวทำอาหารง่าย ๆ อย่างเช่นข้าวต้มหมูสับใส่เห็ดหอมจากนั้นจึงเข้าไปอาบน้ำในมิติ ก่อนจะกลับออกมาพาสามีเข้าไปอาบบ้างแล้วมานั่งทานมื้อเช้าด้วยกันเช่นเคย
จางซิ่วอิงเลือกนัดเกวียนให้มารับถึงหน้าบ้านเพื่อไม่ให้สามีต้องเจอกับสายตาพิจารณาของชาวบ้านแถบนี้โดยใช้เวลาราวครึ่งชั่วโมงกว่า ๆ เกวียนก็พาเธอมาส่งถึงหน้าโรงพยาบาลในอำเภอหญิงสาวให้เงินคุณลุงคนขับเกวียนไปอีกหนึ่งหยวนเพื่อให้เขาไปหาอาหารทานระหว่างรอซึ่งแม้คุณลุงจะปฎิเสธในครั้งแรกแต่เมื่อถูกหญิงสาวรุ่นลูกคะยั้นคะยอมากเข้าหน่อยก็ยอมรับไป
“คุณหยางซีห่าวเชิญพบคุณหมอค่ะ”เสียงพยาบาลประกาศเรียกชื่อของชายหนุ่มบนรถเข็นหลังจากนั่งรออยู่ราวสิบห้านาที
ต้องขอบคุณภรรยาที่พาเขามารอคิวั้แ่เช้าจึงได้คิวตรวจเป็คิวแรกของวันเลยก็ว่าได้
“เป็อย่างไรบ้างคะคุณหมอ? ขาของสามีฉันจะหายใช่ไหมคะ?”หญิงสาวถามออกไปด้วยสีหน้าเป็กังวล แม้จะมั่นใจว่าตลอดเวลาเธอดูแลสามีอย่างดีแต่ก็อยากได้ฟังคำยืนยันจากผู้เชี่ยวชาญอยู่ดี
“ดูจากาแแล้วนั้นมีเพียงาแแค่ภายนอกนะครับกระดูกไม่หัก เส้นเอ็นหรือแม้แต่กล้ามเนื้อไม่ได้ฉีกขาดเสียหาย แผลได้รับการทำความสะอาดอย่างดีจนเกือบจะแห้งสนิทแล้วอย่างไรทานยาให้ตรงเวลาแล้วหมั่นดูแลาแหมอว่าไม่เกินสองเดือนสามีคุณก็น่าจะกลับมาเดินได้ปกติอีกครั้ง”คุณหมอหนุ่มตอบกลับภรรยาของคนไข้ด้วยน้ำเสียงเป็มิตร
“ดีจริง ขอบคุณค่ะคุณหมอ”
“ขอบคุณครับ”
สองสามีภรรยากล่าวขอบคุณคุณหมอก่อนจะออกมาด้านนอกห้องตรวจ จางซิ่วอิงให้สามีนั่งรออยู่ที่มุมหนึ่งของห้องโถงส่วนตนเองเดินไปติดต่อห้องการเงินและรอรับยาผ่านไปราวสามสิบนาทีทุกอย่างจึงเรียบร้อย
ทว่าระหว่างที่กำลังจะเดินออกจากตัวอาคารสองสามีภรรยาเดินผ่านแผนกสูตินรีเวชพอดี จางซิ่วอิงพลันนึกบางสิ่งขึ้นมาได้จึงอยากจะเข้าไปตรวจดูสักหน่อย แต่วันนี้เธอพาสามีมาด้วยคงไม่เหมาะเธอไม่อยากให้เขาต้องรอนาน
“ลองไปตรวจดูสักหน่อยเถอะครับ จะได้สบายใจ”หยางซีห่าวพูดขึ้นเมื่อรู้สึกได้ถึงรถเข็นที่หยุดชะงักเมื่อมองไปที่ใบหน้าของภรรยาก็เห็นเธอมองเข้าไปยังป้ายแผนกพร้อมกับคิ้วคู่เรียวที่ขมวดเข้าหากันสีหน้าแววตาที่เป็กังวล เขาแต่งงานกับเธอมาร่วมปีก็คิดว่าคงเดาออกอยู่บ้าง
“แต่ถ้ารอนานคุณจะ…”
“ผมรอได้ครับ ไม่ต้องห่วงผม คุณไปหาหมอเถอะ”ชายหนุ่มยิ้มบางเพื่อให้คนเป็ภรรยาสบายใจ
“อย่างนั้นเดี๋ยวฉันรีบมานะคะ”
“ครับ”เสียงทุ้มตอบรับเพียงสั้น ๆหลังจากร่างบางเดินออกไปเขาก็มองตามแผ่นหลังเล็กนั่นจนลับสายตาเขารู้ดีว่าเธอกังวลอะไรอยู่ แต่ชีวิตเขาเมื่อมาอยู่จุดนี้ต่อให้ต้องอยู่กันสองสามีภรรยาจนแก่เฒ่าเขาก็ไม่ได้คิดว่าจะเป็ปัญหาอะไรและไม่เคยคิดโทษจางซิ่วอิงสักครั้ง แต่คงไม่ใช่สำหรับเธอเพราะด้วยสีหน้าของเธอก่อนเข้าไปในแผนกสูตินั้นได้บ่งบอกความคิดของเธอออกมาจนหมดแล้ว แต่ไม่ว่าผลตรวจจะเป็อย่างไร จางซิ่วอิงจะเป็ภรรยาเพียงคนเดียวของเขา…ตลอดไป