บทนำ
แสงไฟจากตะเกียงตกกระทบกับใบหน้าหมองคล้ำและหยาบกร้าน ดวงตาคู่คมจ้องมองกันใต้แสงไฟคล้ายกับว่าจะให้บรรยากาศที่อ่อนโยนและนุ่มนวล อย่างไรก็ตามมันกลับเกิดสถานการณ์ที่ตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงเสียนี่
ใบหน้าหล่อเหลาคมคายที่ส่องประกายใต้ความแข็งกระด้างจับจ้องมายังร่างเล็กๆของภรรยาตัวน้อยของตนเองราวกับ้ารับรู้ให้ถึงเบื้องลึกในใจของอีกฝ่ายให้ได้ กระนั้นร่างบางก็ยังไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาแม้เพียงคำเดียว
นางนั้นนับว่าเป็หญิงงามคนหนึ่ง อย่างไรก็ตามชีวิตของนางไม่ได้ดีเหมือนใบหน้าที่งดงามนี้เลย ฉายา “นางมารร้ายฉิน” ไม่ใช่ได้มาง่ายๆ ชื่อเสียงของนางเป็ที่เล่าลือกันอย่างมากในเมืองหลวง ใครๆต่างก็เกลียดชังผู้หญิงคนนี้ กระทั่งครอบครัวของนางเองก็ยังส่งนางมาเป็ภรรยาแก่ชาวนาผู้ยากไร้เป็การลงโทษที่ทำให้วงตระกูลเสียชื่อเสียง
เพื่อแลกกับเงิน 100 ตำลึงซึ่งถือว่ามากมายสำหรับคนจนอย่างเขา “มู่เหิง” ไม่มีทางเลือกนอกจากเสนอตัวเข้าไปรับนางมารร้ายผู้นี้มาเป็ภรรยา จำได้ว่าเมื่อตอนกลางวัน หญิงสาวนางนี้นั้นได้อาละวาดอย่างหนักจนทำให้ต้องพ่นยาสลบให้นางจึงจะพาขึ้นเกี้ยวเ้าสาวมาที่บ้านของเขาได้
ไม่คาดคิดว่าหลังจากที่นางตื่นขึ้นมาแล้ว นอกจากท่าทางสงบเงียบอย่างที่เป็อยู่นี้ ก็ไม่มีอะไรที่ทำให้เชื่อมโยงไปถึงนางมารน้อยฉินได้อีกเลย เพราะแบบนั้นทำให้ผู้ที่ได้ชื่อว่าสามีหมาดๆที่เตรียมใจจะรับศึกหนักกลับแปรเปลี่ยนเป็ทำตัวไม่ถูกแทน
“เ้า มีอะไรจะพูดหรือไม่” น้ำเสียงใสราวกับระฆังแก้วเป็ผู้เอ่ยขึ้นมาก่อน สายตาของนางมองเขาอย่างเรียบเฉยเหมือนกับว่าไม่ได้รู้สึกรำคาญหรือรังเกียจเหมือนกับที่เคยแสดงออกมาก่อนหน้านี้
มู่เหิงอึกอักเล็กน้อย แต่ในฐานะผู้นำของบ้าน เขาเองก็เป็คนเข้มแข็งคนหนึ่งเหมือนกัน แม้ว่าจะเจอสถานการณ์ไม่คาดคิด เขาก็ยังควบคุมอารมณ์ของตนให้เย็นลงได้
“เื่การแต่งเ้าเข้าเป็ภรรยา ข้าต้องขออภัยแก่เ้าที่ทำเช่นนี้ บิดาของเ้าเป็ผู้เสนอเงิน 100 ตำลึงซึ่งจะทำให้ครอบครัวของข้าอยู่ได้อย่างสุขสบายไป 10 ปี ตัวข้านั้นมีน้องสาวที่ร่างกายอ่อนแอและขาดอาหาร น้องชายที่กำลังโตและเขาควรจะได้เรียน
ดังนั้นแม้ว่าข้าจะรู้สึกผิดที่เป็อีกคนที่ร่วมทำร้ายเ้า แต่ข้าก็ตั้งใจทำเช่นนี้ ถึงอย่างนั้นข้าที่ได้ชื่อว่าสามีขอสัญญาว่าจะดูแลเ้าให้ดี ทำให้เ้ามีความสุขที่ได้อยู่กับข้า ขอเพียงเ้าไม่สร้างปัญหาให้พวกเราพี่น้องก็พอแล้ว” ชายหนุ่มวัย 20 ปีกว่าๆกล่าวออกมาอย่างจริงจัง
ท่าทางเช่นนั้นดูโตกว่าวัยอย่างมาก และมันก็ทำให้เขาดูหล่อเหลาขึ้นมาไม่น้อยเลยในสายตาของนางมารร้ายเช่นนาง
“อืม เ้าพูดจบแล้วหรือไม่” ฉินเย่ว์อินเอ่ยถามอีกคำ
บุรุษผู้เป็สามีในนามพยักหน้ารับ เขารู้ว่านางถามเช่นนี้เพราะหลังจากนี้นางจะเป็ฝ่ายพูดขึ้นบ้างแล้ว แน่นอนว่าเมื่อเห็นท่าทางสงบของนาง เขาเองก็อยากรู้ว่านางจะกล่าวอะไรกับตนเองเช่นกัน
“เช่นนั้น ข้าขอพูดบ้างได้หรือไม่” ไม่ต้องรอให้มู่เหิงอนุญาต ท่าทางของหญิงสาวก็เปลี่ยนเป็จริงจังขึ้นมา
“สำหรับเื่เงิน 100 ตำลึงนั้นข้าไม่ยุ่งเกี่ยว เ้าจะเอาไปทำอะไรก็เป็สิทธิของเ้าแล้ว แต่ตามกฎของบ้านเมืองเื่สินเดิมนั้นยังเป็ของข้าเพียงผู้เดียว แม้จะเป็สามีภรรยากันแล้ว ข้าก็ไม่ได้มีหน้าที่อันใดที่ต้องใช้ของของข้าเพื่อเ้า น้องๆของเ้า หรือญาติๆของเ้า”
“เื่นั้นข้าย่อมรู้ดี จะไม่กวนใจเ้าแน่” เขากล่าวออกมาอย่างจริงจัง
“ดี นี่ไม่ใช่เพราะข้าหวงข้าวของของข้าหรอกนะ แต่ข้าแค่้าระบุเสียั้แ่ตอนนี้ ภายหลังหากพวกเ้าลำบากแล้วจะมากดดันเอาจากข้าไม่ได้เด็ดขาด” ดวงตาเรียวเล็กของนางหรี่ลงอย่างจริงจัง
ไม่ใช่ว่าไม่เคยอ่านนิยายเกี่ยวกับยุคสมัยโบราณเสียเมื่อไร พอตนเองต้องมาอยู่ในยุคที่สามีเป็ใหญ่ ไหนจะยึดความกตัญญูจนเหมือนคนโง่นี่อีก นางไม่อาจจะทนได้ถ้าต้องละลายทรัพย์สินไปกับพวกญาติๆเห็นแก่ตัวทั้งหลาย
เอาเถอะ ถ้าคนไหนที่นางอยากจะช่วย นางก็พร้อมช่วย ตอนนี้ก็แค่ขู่ให้เขาหวาดกลัวเอาไว้ก่อน
“ต่อไปเป็คำขอของข้า ไม่ว่าเื่ในบ้านจะเป็อย่างไร ออกไปข้างนอกเ้ากับน้องๆจะต้องพูดว่าข้ามิเต็มใจจะอยู่ที่นี่ ต้องพูดว่าข้านั้นมีปัญหากับทุกคนและสร้างเื่ไม่เว้นแต่ละวัน ถ้าคนที่เ้ารู้จักไม่เชื่อเ้าแล้วอยากจะมาที่นี่ ข้าจะอาละวาดพวกเขาให้กระเจิงโดยไม่ไว้หน้าว่าพวกเขาเป็ใคร”
เมื่อฉินเยว่เฉียนพูดประโยคนี้ มู่เหิงก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างไม่เข้าใจ
“เ้าจะทำเช่นนั้นเพื่ออะไร?”
“ข้อสาม อะไรที่ข้าทำนั้นไม่ต้องมีเหตุผลให้พวกเ้า ข้อสุดท้าย...ถ้าเป็ไปได้ พวกเราก็ต่างคนต่างอยู่ ข้าไม่ไว้ใจเ้า และเ้าก็ไม่ต้องมาไว้ใจข้า ตัวข้าและเ้าไม่ได้รักใคร่กันถึงขนาดจะมาเป็สามีภรรยาที่รักใคร่กลมเกลียว ขอแค่ต่างคนต่างอยู่อย่างสงบก็พอ ตกลงหรือไม่”
หญิงงามกล่าวออกมาอย่างเผด็จการ แม้ว่าบางอย่างจะไม่ถูกใจมู่เหิงอยู่บ้างเพราะว่าอย่างไรพวกเขาก็ถือเป็สามีภรรยากันแล้ว ตัวเขานั้นยึดถือธรรมเนียมเหมือนบิดามารดาที่รักใคร่กลมเกลียว มีอะไรก็ช่วยเหลือเกื้อกูลกันอยู่เสมอมา โชคร้ายที่โรคร้ายพรากพวกท่านไปพร้อมกันเลย ทิ้งให้เขาและน้องๆอีกสองต้องดูแลกันเองั้แ่ยังเล็ก ไม่อย่างนั้นจะลำบากขนาดนี้หรือ?
กระนั้นเขาก็รู้ว่านางหาได้เต็มใจไม่ หญิงงามตระกูลใหญ่จากเมืองหลวงต้องมาแต่งให้คนไร้ค่าที่ยากจนเช่นเขา หากนางมีความสุขดีนั่นสิถึงจะน่าประหลาดใจ ตัวเขาเองก็ยังสงสารนางอยู่ไม่น้อย แต่เพื่อเงินก้อนนั้นจำเป็ต้องทำร้ายนางทางอ้อมเช่นนี้
สตรีแต่งออกมาแล้วเหมือนน้ำโคลนที่ถูกสาดออก หลังจากนี้ต่อให้หย่าขาด นางก็ยังเป็ฝ่ายเสียหายอยู่ดี
มู่เหิงเป็สุภาพบุรุษคนหนึ่งไม่คิดจะไร้ความรับผิดชอบขนาดนั้น เขารู้ว่าหลังจากแต่งนางเข้าบ้านก็จะต้องดูแลนางให้ดีที่สุด ต่อให้นางจะร้ายกาจเหมือนข่าวลือหรือไม่ เขาก็สาบานต่อหน้าหลุมศพของบิดามารดาแล้วว่าจะไม่ทำร้ายนาง
เอาเถอะ ข้อเรียกร้องของนางก็ไม่ได้หนักหนาอะไร ตัวเขามู่เหิงนั้นไม่ได้สนใจสินเดิมของนางอยู่แล้ว
มีเงินก้อน 100 ตำลึงแล้วก็ไม่ต้องลำบากอีก ที่ผ่านมาหนึ่งปีพวกเขาทำเงินได้แค่ 2 ตำลึงเป็อย่างมาก ปีนี้มีเงินพอส่งให้น้องชายเรียน พอเป็ค่าสินสอดไปขอแต่งงานในอนาคต และยังมีเงินเหลือพอที่จะให้เป็สินเดิมกับน้องสาว ส่วนอาหารการกินเขาจะพยายามให้มาก ไม่ทำให้ 3 ชีวิตที่อยู่ใต้การดูแลของเขาต้องอดอยากโดยเด็ดขาด
“ข้าตกลง” หลังจากคำพูดของมู่เหิงดังขึ้น ฉินเยว่เฉียนก็ถอนหายใจออกมา
นางลุกขึ้นยืนในแสงไฟสลัวๆนี้ ยื่นมือบางๆมาตบบ่าของชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงหน้าด้วยท่าทางก๋ากั่นเกินหญิง ทว่ารอยยิ้มที่ปรากฏออกมานั้นกลับงดงามมากจนทำให้มู่เหิงหยุดหายใจไปชั่วขณะหนึ่งเลย
“ดี หลังจากนี้มาอยู่ด้วยกันอย่างสงบสุขเถอะ เฮ้อ....ว่าแต่พวกเ้าพี่น้องกินอะไรหรือยัง ขนมมงคลที่ปกติจะมีในวันแต่งข้าก็ทำลายเกลี้ยงแล้ว เดี๋ยวจะหาอะไรร้อนๆมาให้นะ พวกเ้าสองคนก็ออกมาด้วยสิ” เยว่เฉียนกวักมือไปทางประตู
มู่เหิงขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเขาเพิ่งสังเกตเห็นเงาทั้งสองที่ซ้อนทับกัน
“พวกเ้ามาแอบฟังข้าคุยกันงั้นหรือ” น้ำเสียงเข้มงวดตามฉบับของพี่ชายคนโตดังขึ้น
เด็กน้อยทั้งสองอยากจะซ่อนตัวตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว ทั้งสองจึงค่อยๆเดินออกมาด้วยท่าทางหวาดกลัว
“ไม่มีมารยาทเช่นนี้รู้หรือไม่ว่าต้องทำเช่นไร”
“หวนเอ๋อร์จะไปเอาไม้เรียวมาเดี๋ยวนี้เ้าค่ะพี่ใหญ่” เสียงสั่นเครือที่เต็มไปด้วยความกลัว และน้ำตาที่ไหลรินออกมา
นี่เป็เสียงของเด็กสาวตัวน้อยที่ผูกผมด้วยผ้าสีแดงอันเป็สีมงคลเนื่องจากวันนี้เป็วันแต่งงานของพี่ใหญ่ที่นางรักมากที่สุด ร่างเล็กๆที่แม้จะกลัวแค่ไหนแต่ก็ไปหยิบไม้เรียวยาวเท่าแขนออกมา
สมัยนี้การสั่งสอนก็คือการตีให้หลาบจำ แม้ว่าเยว่เฉียนจะไม่ชอบใจ ทว่านางกล่าวออกมาแล้วว่านางจะไม่ยุ่งเื่ของพวกเขา ดังนั้นนอกจากขมวดคิ้วไม่พอใจแล้ว ก็ไม่ได้เอ่ยปากห้ามปรามแต่อย่างใด
“พี่ใหญ่ขอรับ เป็ข้าที่บอกให้น้องมาด้วยกันทั้งๆที่น้องกำลังจะเข้านอนแล้ว หากพี่จะสั่งสอนก็ใช้ไม้เรียวของท่านกับเสี่ยวหานเถอะขอรับ”
หนุ่มน้อยอายุไม่ต่างกับน้องสาวกล่าวออกมาอย่างกล้าหาญ ตัวเขายังมองไม้เรียวด้วยท่าทางสั่นเทาอยู่เลย ทว่ากลับออกมาปกป้องน้องสาวเสียแล้ว ช่างกล้าหาญจริงๆ
“ไม่ต้องออกรับแทนกัน ทำผิดก็ต้องรับผิดทั้งคู่ มาทั้งสองคน” มู่เหิงลุกขึ้น รับไม้จากหวนเอ๋อร์ผู้เป็น้องสาวคนเล็ก
เสี่ยวหานเข้ามาก่อน เขากัดฟันแน่นแล้วกอดอกเพื่อรับการสั่งสอนจากพี่ชายครั้งนี้ ส่วนหวนเอ๋อร์ร้องไห้สะอึกสะอื้นด้วยความกลัวทั้งยังสงสารพี่ชายที่จะโดนตีเป็คนแรกอีกด้วย
…………………………………………….
เปิดตอนเเรกมา หวังว่าทุกคนจะชอบนะคะ
>///<