เช้าวันที่สามหลังจากที่เวินหนิงลี่และเวินหนิงเหมยนำของที่จะเอาไปขายออกมาจากมิติเรียบร้อยแล้วก็เรียกสองแม่ลูกแซ่เจียงมาทานอาหารเช้าด้วยกันเหมือนเมื่อวาน แต่สิ่งที่เจียงเฟินทำกลับทำเอาพวกนางสองพี่น้องถึงกับอึ้ง! อยู่ๆเจียงเฟินก็พาลูกสาวของนางมานั่งคุกเข่าตรงหน้าของเวินหนิงเหมยและเวินหนิงลี่ก่อนจะคำนับให้พวกนางทำเอาสองพี่น้องต้องรีบไปดึงพวกนางลุกขึ้นแทบไม่ทัน แต่เจียงเฟินกลับยังคงนั่งคุกเข่าอยู่ที่พื้นเหมือนเดิมไม่ยอมขยับ
"คุณหนู ข้ากับลูกสาวซาบซึ้งในน้ำใจของท่านทั้งสองคนมากจริงๆ ั้แ่พวกเราสองคนแม่ลูกถูกแม่สามีไล่ออกจากบ้านมาก็กลายเป็คนไร้บ้าน ไปหาสมัครทำงานที่ไหนก็ไม่มีใครรับจนต้องพาเหลานเออร์มานั่งขอทานเพื่อความอยู่รอด เมื่อคืนข้านอนคิดมาทั้งคืนแล้ว คุณหนู…ข้ายินดีขายตัวให้พวกท่าน ได้โปรดรับข้าไว้เถิดเ้าค่ะ ข้ายินดีทำทุกอย่างแน่นอนได้โปรด ข้า…ข้าขอร้องพวกท่าน ช่วยรับพวกเราสองคนแม่ลูกไว้ด้วยเถิดเ้าค่ะ" พูดจบนางก็ก้มคำนับอีกครั้งจนเวินหนิงลี่และเวินหนิงเหมยถึงกับตกตะลึงมากกว่าเดิม
"พี่สาวเจียงอย่าได้ทำแบบนี้เลยเ้าค่ะ ท่านรีบลุกขึ้นมาก่อนเร็วเข้า" เวินหนิงเหมยรีบมาพยุงเจียงเฟินและลูกสาวของนางขึ้นมานั่งบนเก้าอี้
"พี่สาวเจียง ข้าต้องบอกให้ท่านทราบก่อนว่าพวกเราสองพี่น้องเป็เด็กกำพร้าไม่มีครอบครัว พวกเราไม่มีที่อยู่เป็ที่ใดที่หนึ่งเหมือนผู้อื่นหรอกนะเ้าคะ พวกเราพี่น้องล้วนใช้ชีวิตเหมือนคนในยุทธภพเดินทางไปเรื่อยๆไม่มีจุดหมายที่แน่ชัด เป็แบบนี้แล้วท่านยังอยากจะติดตามพวกเราอยู่หรือไม่?" เวินหนิงลี่พูดขึ้นด้วยท่าทางจริงจัง
"คุณหนู ข้ายินดีติดตามพวกท่านทั้งสองคนเ้าค่ะ ท่านร่างหนังสือขายตัวให้ข้าประทับลายนิ้วมือตอนนี้ได้เลย ข้ากับลูกยินดีรับใช้คุณหนูทั้งสองคนเ้าค่ะ" เจียงเฟินยังคงยืนยันด้วยความหนักแน่น
เวินหนิงลี่และเวินหนิงเหมยหันหน้าไปสบตากันต่างก็เห็นความหนักใจของอีกฝ่ายได้อย่างชัดเจนก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้ เวินหนิงเหมยหันไปมองสองแม่ลูกเพื่อเป็การตัดสินใจอย่างจริงจัง
"พี่สาวเจียง ท่านคิดดีแล้วใช่หรือไม่?" เวินหนิงเหมยเอ่ยถามขึ้น
"คุณหนูข้าคิดดีแล้วเ้าค่ะ" เจียงเฟินยังตอบด้วยความแน่วแน่
เวินหนิงลี่หันไปพูดกับเจียงหลานเฟิงตัวน้อยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า "หลานหลานน้อยไปรอพวกเราที่ห้องก่อนดีหรือไม่? เดี๋ยวพี่สาวพาเ้าไปกินขนมรอที่ห้องก่อนก็แล้วกันนะ"
"เ้าค่ะ" เจียงหลานเฟินตัวน้อยตอบรับอย่างเชื่อฟังก่อนจะจับมือของเวินหนิงลี่ออกจากห้องไป
เมื่อเห็นน้องสาวเดินกลับเข้ามาในห้องเวินหนิงเหมยก็หันไปพูดกับน้องสาวน้ำเสียงเรียบ "หนิงลี่ กลับไปร่างหนังสือสัญญาขายตัวในเรือนเถอะ"
"เ้าค่ะ" เวินหนิงลี่ตอบรับด้วยรอยยิ้มอ่อนก่อนจะหายวับไปทันที สร้างความใให้เจียงเฟินจนแทบเป็ลมลงไปเดี๋ยวนั้น
เวินหนิงเหมยมองดูท่าทางใของเจียงเฟินและเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายหายใแล้วแต่ก็ยังไม่ได้ถามอะไรทำเพียงเงียบก็พูดขึ้นว่า "นี่คือความลับของพวกเราพี่น้อง เห็นแบบนี้แล้วเ้ากลัวหรือไม่? แล้วคิดว่าตนเองจะเก็บความลับนี้ไปตลอดชีวิตได้หรือไม่?"
"คุณหนู ข้าจะเก็บเื่นี้ไว้เป็ความลับตลอดชีวิตเ้าค่ะ ข้าไม่กลัว…ข้ารู้ว่าพวกท่านเป็คนดีข้ายินดีรับใช้คุณหนูทั้งสองคนเ้าค่ะ" เจียงเฟินตอบกลับด้วยความมั่นใจและหนักแน่น
"ได้ เช่นนั้นข้าจะรับเ้าสองคนแม่ลูกไว้" เวินหนิงเหมยพูดขึ้นในขณะที่เวินหลิงลี่กลับออกมาจากมิติพร้อมสัญญาทาสที่นางเขียนขึ้นมา
หลังจากประทับลายนิ้วมือแล้วเจียงเฟินก็เดินไปรับลูกสาวมานั่งกินข้าวเช้าก่อนที่ทุกคนจะออกจากโรงเตี๊ยมไปตั้งร้านขายของอีกวัน วันนี้พวกนางมาสายกว่าเมื่อวานเล็กน้อย เมื่อมาถึงก็เห็นป้าจี้กับลูกสะใภ้ตั้งร้านกันเสร็จแล้วและวันนี้ลูกสะใภ้ของป้าจี้มาช่วยขายของด้วยถึงสองคน ยังมีหลานชายหลานสาวอีกสี่คนที่กำลังนั่งเล่นกันอยู่ด้านหลังของพวกนาง
หลังจากทักทายกันแล้วสองพี่น้องและสองแม่ลูกก็ช่วยกันตั้งร้านและเตรียมของขายกันอย่างคล่องแคล่ว เจียงเฟินยังคงทำหน้าที่ทอดถู่โต้วเหมือนเดิม เมื่อทอดถู่โต้วสองหม้อแรกสุกแล้วก็นำขึ้นมาให้คุณหนูของนางโรยเกลือก่อนจะเทลงถาด ส่วนเจียงหลานเฟิงตัวน้อยก็ปีนขึ้นไปยืนบนเก้าอี้พร้อมกับะโเรียกลูกค้าเสียงใส
"นี่! คุณหนูของข้า้าถู่โต้วทอดนี่สองตำลึงเงินพวกเ้ารีบเอาใส่กล่องนี่ให้ข้าเร็วเข้าสิ" หญิงสาวคนหนึ่งที่แต่งตัวเหมือนสาวใช้พูดเสียงดังฟังชัดพร้อมกับยื่นตระกร้าให้เวินหนิงลี่ไม่สนใจว่าตอนนี้ยังมีลูกค้ายืนต่อแถวซื้อของกันอยู่หลายคน
เวินหนิงลี่เหลือบตามองนางครั้งนึงก่อนจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "รบกวนลูกค้าไปต่อแถวด้วยเ้าค่ะ ข้าขายตามลำดับมาก่อนมาหลังไม่สามารถทำให้ท่านก่อนได้"
"แม่หนู ยายเอาสิบห่อ"
"ได้เ้าค่ะ ท่านยายรอสักครู่นะเ้าคะ" เวินหนิงลี่ตอบรับด้วยความสุภาพแล้วเริ่มตักถู่โต้วทอดใส่ถุงกระดาษอย่างคล่องแคล่วและรวดเร็ว
สาวใช้คนนั้นที่ถูกเมินก็รู้สึกเสียหน้าจึงไม่พอใจแล้วเริ่มพูดอย่างไม่ยินยอมว่า "นี่!! เ้ารีบขายให้ข้าก่อนเร็วเข้า เ้ารู้หรือไม่ว่าคุณหนูของข้าคือผู้ใด? หากทำให้คุณหนูของข้าไม่พอใจเ้าก็อย่าหวังว่าจะได้ขายของอย่างสงบสุขเลย"
"เสี่ยวจิน ซื้อของเสร็จหรือยัง? ข้าต้องรีบกลับจวนนะ" เผิงลู่ชิงเดินเข้ามาถามขึ้นด้วยท่าทางหงุดหงิด
"คุณหนูรอสักครู่นะเ้าคะ บ่าวกำลังจะให้แม่ค้าห่อของให้แล้วเ้าค่ะ" เสี่ยวจินหันมาตอบคุณหนูของตัวเองด้วยความนอบน้อมก่อนจะหันกลับมาพูดกับเวินหนิงลี่อีกครั้ง "เ้ารีบขายให้ข้าก่อนเร็วเข้า ไม่เห็นหรือว่าคุณหนูของข้ากำลังรออยู่!"
"ข้าก็บอกให้เ้าไปต่อแถวก่อน ข้าต้องขายให้คนที่มาก่อนส่วนเ้ามาทีหลังก็ควรจะไปต่อแถวอย่างมีมารยาทสิ พี่สาวคนนี้ คุณหนูผู้นี้…พวกเ้าไม่รู้จักลำดับก่อนหลังหรอกหรือ?" เวินหนิงลี่พูดจบก็หันมาสนใจลูกค้าคนต่อไปไม่สนใจท่าทางโกรธเกรี้ยวของนายบ่าวพวกนั้นอีก
"ท่านลุง วันนี้ก็มาอีกแล้วนะเ้าคะ" เวินหนิงเหมยยิ้มแย้มทักทายลูกค้าประจำ
"ฮ่าฮ่าฮ่า! ใครใช้ให้พวกเด็กๆที่บ้านชอบกินถู่โต้วทอดของร้านเ้าล่ะ แม่นางน้อย…วันนี้ข้าก็เอาสิบตำลึงเงินเหมือนเดิมนะ"
"ได้เลยเ้าค่ะ วันนี้ข้าจะแถมให้ท่านด้วยนะเ้าคะ" เวินหนิงเหมยพูดกับลูกค้าอย่างเป็กันเองพร้อมกับรับตระกล้าทั้งสองใบมาตักถู่โตว้ใส่จนเต็มทั้งสองตระกร้าก่อนจะตักใส่ถุงกระดาษอีกสามถุงแล้วยื่นให้ลูกค้าพร้อมกับขอบคุณด้วยความสุภาพ "ได้แล้วเ้าค่ะ ขอบคุณท่านลุงมากที่มาอุดหนุนเ้าค่ะ"
เผิงลู่ชิงจ้องมองเวินหนิงลี่ที่มีผ้าปิดหน้าด้วยความไม่พอใจก่อนจะส่งสายตาให้สาวใช้ทั้งสองคนของนาง เสี่ยวจิน เสี่ยวจิงสองสาวใช้คนสนิทของเผิงลู่ชิงหันไปเล่นงานเวินหนิงลี่ด้วยความไม่เกรงกลัวทันที "นังคนชั้นต่ำนี่กล้าดีอย่างไรถึงให้คุณหนูของพวกข้าไปต่อแถวซื้อของร้านเ้ากัน คุณหนูของพวกข้าเป็ถึงลูกสาวของท่านนายอำเภอ เ้าเป็แค่หญิงชั้นต่ำกล้าดีอย่างไรมาทำท่าทางเช่นนี้!"
เวินหลิงลี่เมินคำพูดของสาวใช้คนนั้นอย่างสิ้นเชิง ไม่ตอบโต้ ไม่สนใจและไม่คิดจะให้ค่าคนแบบนี้จึงสนใจแต่ลูกค้าที่ยืนต่อแถวอยู่เท่านั้น "นี่ของท่านป้าเ้าค่ะ ทั้งหมดสามถุงสามสิบหกอีแปะเ้าค่ะ"
"แม่ค้า ข้าเอาทั้งหมดสิบถุง"
"ได้เ้าค่ะ รบกวนพี่ชายรอสักครู่นะเ้าคะ" เวินหนิงลี่พูดกับลูกค้าอย่างสุภาพ
เผิงลู่ชิงหรือจะทนรับความอับอายเช่นนี้ไหว นางไม่เคยถูกผู้ใดขัดใจมาก่อนย่อมโมโหเป็ธรรมดาอยู่แล้ว เมื่อเห็นว่าสาวใช้ของนางทั้งด่าทั้งข่มขู่ไปกว่าหนึ่งเค่อแล้วก็ยังไม่เห็นผู้ใดหันมาสนใจฟังเลยสักนิด อีกทั้งรอบข้างก็เริ่มมีผู้คนมามุงดูมากขึ้นเรื่อยๆแล้วจึงเรียกสาวใใช้ของตัวเองกลับมาแล้วสะบัดหน้าเดินจากไปด้วยความเกลียดชัง
"แม่หนู คุณหนูผู้นั้นเป็บุตรสาวคนรองของท่านนายอำเภอ เ้าทำให้นางไม่พอใจก็ระวังตัวไว้หน่อยนะ คุณหนูรองเผิงนั้นขึ้นชื่อเื่เอาแต่ใจและชอบใช้อำนาจของบิดามารังแกผู้อื่นอยู่เสมอ" สตรีวัยกลางคนผู้หนึ่งเอ่ยเตือนด้วยความหวังดี
"ขอบคุณท่านป้าที่เตือนข้าเ้าค่ะ ข้าจะระวังตัวให้ดี" เวินหนิงลี่ตอบกลับด้วยความสุภาพและขอบคุณ
เข้ายามอู่ถู่โต้วที่เตรียมมาห้าตระกร้าก็ถูกขายจนหมดแล้ว ดังนั้นเวินหนิงเหมยและทุกคนจึงช่วยกันเก็บของบอกลาท่านป้าจี้และลูกหลานของนางก่อนจะเข็นรถเข็นกลับโรงเตี๊ยมอย่างสบายใจ แต่ก่อนที่พวกนางจะถึงโรงเตี๊ยมก็ถูกกลุ่มอันธพาลห้าคนมายืนขวางทางเอาไว้
"จะไปไหนกันหรือน้องสาว ให้พวกพี่ไปส่งดีหรือไม่?" บุรุษตัวใหญ่ที่สุดที่ดูเหมือนจะเป็หัวหน้าพูดขึ้นพร้อมกับสายตาที่มองมายังสองพี่น้องเวินอย่างน่ารังเกียจ
"พวกเรานัดกับคนของทางการเอาไว้ตรงสี่แยกนี้เอง คงไม่ลำบากพี่ชายทุกท่านไปส่งหรอกเ้าค่ะ" เวินหนิงลี่พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบมองดูกลุ่มพวกอันธพาลอย่างรังเกียจ
"นัดกับคนของทางการหรือ?" ชายคนเดิมถามด้วยความระแวงขึ้นมา
"ใช่แล้วล่ะ นัดกับคนสนิทของท่านเ้าเมืองน่ะ อันธพาลที่ได้รับว่าจ้างจากคุณหนูของจวนนายอำเภอเผิงตัวเล็กๆอย่างพวกเ้าคงต้องคิดให้ดีอีกครั้งแล้วล่ะว่าจะมีเื่กับพวกข้าจริงๆน่ะหรือ?" เวินหนิงเหมยพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นไม่มีท่าทีหวาดกลัวพวกอันธพาลเลยสักนิด
"จ่ะ เ้า…เ้ารู้ได้อย่างไรว่าคุณหนูรองเผิงเป็คนจ้างพวกข้ามา?" พวกอันธพาลเริ่มหวาดกลัวขึ้นมาแล้วจริงๆ พวกมันต่างก็คิดว่าสตรีและเด็กตรงหน้านี้เป็คนของท่านเ้าเมืองจริงๆ หากมีเื่กับท่านเ้าเมืองไม่เท่ากับว่าพวกมันเอาชีวิตไปทิ้งจริงๆหรอกหรือ?
"วันนี้ข้ามีปัญหากับคุณหนูรองเผิงคนเดียว หากไม่ใช่นางว่าจ้างจะให้ข้าคิดว่าพวกเ้าวิ่งแจ้นมาสร้างเื่ด้วยตนเองหรือ? ไสหัวไปซะก่อนที่ข้าจะให้คนมาลากคอพวกเ้าทุกคนไปกินข้าวในคุก อ้อ!! ฝากไปบอกผู้ว่าจ้างพวกเ้ามาด้วยว่า…หากไม่อยากเดือดร้อนก็อย่ามายุ่งกับพวกข้า!" เวินหนิงลี่จ้องมองพวกมันด้วยท่าทีเ็า
"ข่ะ ข้า พวกข้าไปแล้วๆ"