บทที่ 2 อาวุธจักรพรรดิยอมรับนาย นิมิต์ปรากฏ
"ข้ายอมรับ"
"แม่นางลองพิจารณาดูอีกครั้งเถิด เหตุใดต้องทำให้ตนเองลำบากด้วยเล่า?" ประมุขบางยอดเขายังไม่ยอมแพ้ และอยากจะลองพยายามอีกครั้ง
"ข้าตัดสินใจแล้ว" หลังจากพูดจบ นางก็ทำความเคารพขอเป็ศิษย์ต่อฉินเทียนทันที
"ศิษย์อันเมี่ยวหลิง คารวะท่านอาจารย์"
เมื่อเื่มาถึงขั้นนี้ ฉินเทียนจึงพยักหน้าแล้วกล่าวว่า "ต่อจากนี้เ้าคือลูกศิษย์ของข้า"
ติ๊ง!
[ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ได้รับศิษย์ที่ดีเยี่ยม สตรีผู้นี้คือจักรพรรดินีกลับชาติมาเกิด โปรดฟูมฟักให้ดี]
[รางวัล ทักษะยุทธ์ทั้งหมดที่เรียนรู้เพิ่มขึ้นหนึ่งขั้น]
[รางวัล วิชากระบี่ระดับจื้อจุน เคล็ดวิชาจิตกระบี่]
[รางวัล อาวุธจักรพรรดิขั้นสูงสุด กระบี่ปิงหลี]
เมื่อได้ยินเสียงในหัว ดวงตาของฉินเทียนก็เป็ประกาย ทักษะยุทธ์ของเขาเพิ่มขึ้นหนึ่งขั้นจริง ๆ ทักษะยุทธ์ที่เขาเรียนรู้นั้นมีค่อนข้างมาก ทั้งท่าเท้า วิชาหมัด วิชากระบี่ และอื่น ๆ
การเพิ่มขึ้นครั้งนี้ถือว่าเขาได้กำไรมหาศาล ในใจจึงเริ่มวางแผนว่าจะหาเวลาไปประลองฝีมือกับจักรพรรดิอสูรวานร เขายังคงนึกถึงสุราวานรของจักรพรรดิอสูรวานรอยู่ตลอด
ส่วนวิชากระบี่ระดับจื้อจุนนั้นยิ่งร้ายกาจกว่า เพราะมันก้าวข้ามระดับจักรพรรดิไปแล้ว
ฉินเทียนซึ่งกำลังอารมณ์ดีกล่าวว่า "ไปกันเถอะศิษย์ข้า ตามข้าไปยังยอดเขาฉางเจี้ยน"
อันเมี่ยวหลิงพยักหน้าแล้วเดินตามหลังไป
ก่อนจากไป ม่อเวิ่นเทียนได้กำชับประโยคหนึ่งว่า "อย่าสอนลูกศิษย์จนเสียคนเล่า"
ที่ยอดเขาฉางเจี้ยนมีตำหนักมากมายที่ไม่มีคนอาศัยอยู่ จึงมีความทรุดโทรมอยู่บ้าง สถานที่เดียวที่มีคนอยู่คือหอเก็บกระบี่
หลังจากมาถึงหอเก็บกระบี่ ฉินเทียนก็กล่าวว่า "ห้องหับมีมากมาย เ้าเลือกจัดห้องพักให้ตัวเองสักห้องหนึ่ง เมื่อจัดเสร็จแล้วค่อยมาหาข้า"
อันเมี่ยวหลิงพยักหน้าแล้วเดินจากไป โดยเลือกห้องพักห้องหนึ่งตามใจชอบ
ภายในห้องสกปรกมาก มีฝุ่นเกาะอยู่ไม่น้อย
อันเมี่ยวหลิงขมวดคิ้วด้วยความรังเกียจ นึกไม่ถึงว่าอดีตจักรพรรดินีอย่างนางจะต้องมาทำความสะอาดห้องด้วยตนเอง
หลังจากทำความสะอาดห้องเสร็จ นางก็ไปหาฉินเทียน "ท่านอาจารย์ ขอถามว่าสมุนไพริญญาและโอสถสามารถไปรับได้ที่ใดเ้าคะ?"
ฉินเทียนมองใบหน้าเล็ก ๆ ที่เปื้อนฝุ่นของอันเมี่ยวหลิง แล้วอดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปเช็ดให้
อันเมี่ยวหลิงชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็ถอยหลังรัว ๆ มองฉินเทียนด้วยใบหน้าที่เ็าดุจน้ำแข็ง ภายในใจของนางเกิดความปั่นป่วนอย่างรุนแรง
จักรพรรดินีผู้เด็ดขาดและไร้เทียมทานอย่างนาง กลับถูกคนลูบหน้าและฉวยโอกาสเช่นนี้หรือ? ในอดีตนั้น อย่าว่าแต่ลูบเลย แม้แต่ความกล้าที่จะมองก็ยังไม่มีชายคนใดกล้ามอง
เมื่อคิดถึงตรงนี้ นางก็เกิดโทสะลุกโชน และตัดสินใจว่าเมื่อระดับพลังฟื้นคืนมา นางจะตัดมือข้างที่ฉินเทียนใช้ลูบหน้านางทิ้งทันที
"หน้าเ้าสกปรก ข้าเลยช่วยเช็ดให้ จะตื่นเต้นอะไรขนาดนั้น?" ฉินเทียนรู้สึกไม่เข้าใจ
"หึ!" อันเมี่ยวหลิงแค่นเสียงเ็า ไม่มองเขาอีก เพราะนางกลัวว่าตนเองจะอดใจไม่ไหวจนลงมือตอนนี้
หลังจากคิดดู ฉินเทียนก็นำอาวุธจักรพรรดิขั้นสูงสุดอย่างกระบี่ปิงหลีออกมา "ในเมื่อเ้ากราบข้าเป็อาจารย์ กระบี่เล่มนี้ให้เป็ของขวัญรับศิษย์แล้วกัน"
"ไม่เอาเ้าค่ะ!" อันเมี่ยวหลิงกล่าวโดยที่ยังไม่ได้มองด้วยซ้ำ นางไม่คิดว่าคนระดับจิติญญาเคลื่อนไหว จะสามารถนำของดีอะไรออกมาได้
"จะเกรงใจทำไม! อาจารย์ให้อะไรก็รับไว้เถอะ" พูดจบฉินเทียนก็ยัดกระบี่ใส่อ้อมแขนของนางทันที
อันเมี่ยวหลิงหยิบกระบี่ขึ้นมาเตรียมจะโยนทิ้ง แต่กลับพบว่ามีบางอย่างผิดปกติ จากนั้นนางจึงใช้ััศักดิ์สิทธิ์ตรวจสอบ และเมื่อตรวจสอบเสร็จนางก็ตะลึงงัน ตามมาด้วยลมหายใจที่เริ่มถี่รัว ภายในใจตกตะลึงถึงขีดสุด
นี่คืออาวุธจักรพรรดิขั้นสูงสุดอย่างนั้นหรือ?
อาวุธ วิชา และโอสถ แบ่งออกเป็ระดับพสุธา ระดับเร้นลับ ระดับปฐี ระดับ์ ระดับจักรพรรดิ และระดับจื้อจุน
ในแต่ละระดับยังแบ่งเป็ ขั้นต่ำ ขั้นกลาง ขั้นสูง และขั้นสุดยอด
ชาติที่แล้วนางก็มีอาวุธจักรพรรดิเล่มหนึ่ง แต่เป็เพียงขั้นต่ำเท่านั้น ในตอนนั้นจุดประสงค์หลักของผู้ที่ร่วมมือกันสังหารนาง ก็เพื่อชิงอาวุธจักรพรรดิของนางไป
เมื่อเผชิญกับสมบัติล้ำค่าเช่นนี้ไม่มีใครไม่หวั่นไหว และตอนนี้สมบัติล้ำค่าเช่นนี้กลับอยู่ในมือของนาง "ท่าน... ท่านให้ข้าจริง ๆ หรือเ้าคะ?"
"ใช่แล้ว ถ้าเ้าไม่ชอบก็ช่างเถอะ" พูดจบเขาก็ยื่นมือจะเอาคืน
อันเมี่ยวหลิงรีบกอดกระบี่ไว้แน่น "ข้าชอบเ้าค่ะ!"
"ชอบก็พอแล้ว" ฉินเทียนยิ้มอย่างอ่อนโยน
อันเมี่ยวหลิงขมวดคิ้ว ถามด้วยความไม่เข้าใจว่า "เหตุใดจึงดีกับข้าเช่นนี้เ้าคะ?"
"เหตุใดอะไรกัน? ข้าเพิ่งบอกไปไม่ใช่หรือว่านี่คือของขวัญรับศิษย์! อาจารย์ให้ของขวัญลูกศิษย์เป็เื่ปกติไม่ใช่หรือ?" ฉินเทียนตอบ
"อ้อ!" อันเมี่ยวหลิงขานรับด้วยสีหน้าที่ซับซ้อน
การกระทำของฉินเทียนทำให้นางรู้สึกตื้นตันใจจริง ๆ แม้แต่วิถีที่ไร้ใจของนางก็ยังสั่นคลอน ชาติก่อนนางมีเพียงตัวคนเดียวกับกระบี่หนึ่งเล่ม ท่องเที่ยวไปทั่วหล้า ตัดขาดทุกสิ่ง
ชาตินี้จะยังทำได้เช่นเดิมหรือไม่? เมื่อถูกสมบัติล้ำค่ากระแทกใจ นางก็เริ่มไม่มั่นใจเสียแล้ว!
แล้วนางก็นึกอะไรขึ้นมาได้ "ท่านมีอาวุธจักรพรรดิได้อย่างไรเ้าคะ?"
"เก็บได้" ฉินเทียนตอบอย่างไม่ใส่ใจ
"เก็บได้? ท่านหลอกเด็กหรือ?!" อันเมี่ยวหลิงมีสีหน้าไม่เชื่ออย่างยิ่ง
"แล้วจะเป็อะไรไปได้เล่า?" ฉินเทียนถามกลับ
อันเมี่ยวหลิงลังเลที่จะพูด แต่ทันใดนั้นนางก็รู้สึกว่ามีความเป็ไปได้ มิเช่นนั้น คนระดับจิติญญาเคลื่อนไหว จะสามารถได้รับอาวุธจักรพรรดิขั้นสูงสุดด้วยความสามารถของตนเองได้อย่างไร
เมื่อคิดได้ดังนี้ ใจของนางก็ค่อย ๆ สงบลง
เขาคงจะไม่รู้ว่ากระบี่เล่มนี้ล้ำค่าเพียงใด ถึงได้มอบให้นาง เห็นแก่กระบี่เล่มนี้ นางจึงตัดสินใจยกโทษเื่ที่ฉินเทียนลูบหน้านางก่อนหน้านี้
หลังจากเข้าใจเหตุผล นางก็เริ่มหยดเืเพื่อผูกพันธะกับกระบี่ทันที
เมื่อเืซึมเข้าสู่ตัวกระบี่ ตัวกระบี่ก็เปล่งแสงเจ็ดสี ก่อนที่แสงนั้นจะพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ก่อให้เกิดนิมิต์
สีหน้าของฉินเทียนเปลี่ยนไป เขารีบโบกมือครั้งหนึ่ง นิมิตนั้นจึงหายไปอย่างรวดเร็ว
แต่มันสายเกินไปเสียแล้ว ที่ยอดเขาเวิ่นเทียน ม่อเวิ่นเทียนที่กำลังบำเพ็ญเพียรอยู่หายตัวจากห้องของตนทันที
ลึกเข้าไปในเทือกเขาหมันฮวง จักรพรรดิอสูรวานรหลายตนและตัวตนลึกลับที่หลับใหลอยู่ต่างลืมตาขึ้นพร้อมกัน
ประมุขนิกายมารแห่งดินแดนตะวันตกของตงโจวมองมาทางสำนักคุนหลุนแล้วพึมพำว่า "น่าสนใจดี ไว้ข้าออกจากด่านจะไปเยี่ยมเยียนสำนักคุนหลุนเสียหน่อย"
อันเมี่ยวหลิงเองก็ใ รีบเก็บกระบี่ปิงหลีที่ยอมรับนายเสร็จแล้วกลับเข้าสู่ร่างกาย
ทันทีที่เก็บเข้าไป ม่อเวิ่นเทียนก็มาถึง "พวกเ้าเห็นอะไรกันหรือไม่?"
ฉินเทียนตอบอย่างเกียจคร้านว่า "เห็นนิมิตปรากฏบนท้องฟ้า นอกนั้นก็ไม่มีอะไรแล้วขอรับ"
ม่อเวิ่นเทียนไม่ค่อยเชื่อ จึงหันไปมองอันเมี่ยวหลิง อันเมี่ยวหลิงพยักหน้าถี่ ๆ ยืนยันคำพูดของฉินเทียน ทว่า ม่อเวิ่นเทียนต้องตรวจสอบด้วยตนเองอีกครั้งถึงจะวางใจ
"นิมิตนี้ปรากฏขึ้นในคุนหลุนของข้า เกรงว่าคุนหลุนจะมีปัญหาเสียแล้ว พวกเ้าจงระวังตัวไว้” พูดจบ ม่อเวิ่นเทียนก็จากไปด้วยสีหน้าหดหู่
อันเมี่ยวหลิงรู้ทันทีว่าตนเองก่อเื่แล้ว จึงมองฉินเทียนด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วน เมื่อชาติที่แล้วนางก็เคยทำพันธสัญญาเป็นายของอาวุธระดับจักรพรรดิขั้นต่ำมาแล้ว แต่ก็ไม่เห็นจะมีปรากฏการณ์อัศจรรย์พุ่งทะลวงฟ้าแบบนี้เลย
ในขณะเดียวกัน นางรู้สึกประหลาดใจที่ฉินเทียนสามารถทำให้นิมิตหายไปได้มากกว่า นางรู้สึกว่าอาจารย์ผู้นี้ช่างลึกลับขึ้นเรื่อย ๆ
ฉินเทียนยิ้มแล้วกล่าวว่า "ข้าจะไปทำอาหารกินแล้ว"
เพราะเขาเกิดในโลกสามัญ จึงมีนิสัยชอบรับประทานอาหาร
เก้ายอดเขาแห่งคุนหลุน แต่ละยอดเขามีหอจองจำปีศาจ ภายในหอจองจำปีศาจไว้เพื่อให้ลูกศิษย์ใช้ฝึกฝนวิชาต่อสู้กับศัตรู
มีเพียงหอจองจำปีศาจของยอดเขาฉางเจี้ยนที่แตกต่างออกไป เขาใช้มันสำหรับขังสัตว์อสูรที่กินได้
หลังจากฉินเทียนเดินเข้าไปในหอจองจำปีศาจและกวาดสายตามอง ก็พบาาอสูรสุกรสองตัว และาาอสูรไก่ดำสามขาหนึ่งตัว
สุดท้ายเขาก็จับาาอสูรไก่ดำสามขาออกมา พร้อมพึมพำว่า "ต้องหาเวลาออกไปสะสมเสบียงเพิ่มเสียแล้ว"
เมื่อได้เนื้อแล้ว เขาก็ไปเก็บใบไม้จิติญญาและวัตถุดิบอื่น ๆ จากสวนสมุนไพร
พอวัตถุดิบครบ เขาก็เข้าครัวเริ่มเคี่ยวน้ำแกงและผัดอาหาร หลังจากวุ่นอยู่พักใหญ่ ในที่สุดน้ำแกงหนึ่งอย่างและอาหารสองอย่างก็เสร็จสมบูรณ์