หลังจากที่เจียงหยุนจากไป จางซินเย่ หลี่หยูตง กวนเิเหยา และกูชิงเสวี่ยต่างตกอยู่ในสภาพเหมือนหลุดลอยอยู่ในภวังค์ ความสับสนและเ็ปแทรกซึมเข้าไปในจิตใจของพวกเธอ ความเคว้งคว้างและสิ้นหวังเข้าครอบงำจนไม่อาจหาเหตุผลใดมาปลอบโยนตนเองได้ ทั้งอาจารย์ของพวกเธอที่ถูกพระเ้าผู้ศักดิ์สิทธิ์ส่งตัวไปที่ไหนก็ไม่ทราบได้ และศิษย์น้องที่พวกเธอทุ่มเททั้งกายและใจเพื่อสนับสนุน กลับกลายเป็คนทรยศที่หลอกลวงพวกเธอราวกับว่าพวกเธอเป็คนโง่ที่ไม่รู้อะไรเลย และเจียงหยุนที่คอยดูแลพวกนางมาโดยตลอดทั้งการสอนทักษะการปรุงยา การจัดรูปแบบ หรืออื่นๆ พวกนางเสียมันไปหมดแล้วจริงๆ
จางซินเย่กัดฟัน น้ำตาไหลลงมาอาบแก้ม ความโกรธแค้นปะทุขึ้นในใจจนแทบะเิ หลี่หยูตงกำหมัดแน่น ร่างกายสั่นเทาด้วยความโกรธ กวนเิเหยาส่ายหน้าช้าๆ พยายามหาคำตอบว่าทำไมถึงเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ กูชิงเสวี่ยยืนเงียบ ดวงตาเต็มไปด้วยความเศร้าเสียใจ แต่ท่ามกลางความสับสนและความโศกเศร้านั้น จู่ๆ ก็เกิดปรากฏการณ์บางอย่างขึ้น
ทันใดนั้น รอบกายของพวกเธอเริ่มเปล่งแสงออกมา ความอบอุ่นและแสงสว่างปะทุขึ้นจากภายในจิตใจของพวกเธออย่างฉับพลัน ออร่าที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนก็เริ่มแพร่กระจายออกมาอย่างรุนแรง พื้นที่โดยรอบเหมือนถูกครอบงำด้วยพลังงานที่บริสุทธิ์และเข้มข้น พลังที่ส่องประกายแสงสีทองปะทุขึ้นราวกับเปลวไฟที่แผดเผาทุกสิ่งให้หายวับไป
พระเ้าผู้ศักดิ์สิทธิ์และผู้าุโผู้พิทักษ์ต่างหันมองไปยังพวกเธอด้วยความสนใจ แววตาของผู้าุโผู้พิทักษ์เปลี่ยนไปเมื่อเห็นปรากฏการณ์นั้น "หรือว่านี่จะเป็…"
พระเ้าผู้ศักดิ์สิทธิ์ยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ รอยยิ้มนั้นเต็มไปด้วยความประหลาดใจและ เขาพูดออกมาเสียงต่ำแฝงด้วยความยินดี "สมแล้วที่เป็หลานสาวข้า… คนที่นางเลือกมานี้แต่ละคน ไม่มีใครธรรมดาเลยจริงๆ"
แสงสว่างที่แผ่กระจายออกมาจากร่างของจางซินเย่ หลี่หยูตง กวนเิเหยา และกูชิงเสวี่ยยังคงเติบโตขึ้นเรื่อยๆ พลังงานของพวกเธอดูเหมือนจะรวมตัวกันเป็หนึ่งเดียว ความโศกเศร้าและความสับสนถูกแทนที่ด้วยความตั้งใจใหม่ สายตาของพวกเธอเปลี่ยนไปเป็ประกายแข็งกร้าวและเข้มแข็ง พวกเธอรู้ดีว่าไม่ว่าการทรยศนั้นจะเกิดขึ้นเพราะอะไร พวกเธอจะต้องก้าวผ่านมันไปให้ได้
"ข้าไม่ยอมแพ้" จางซินเย่เอ่ยขึ้นด้วยเสียงหนักแน่น ดวงตาของเธอส่องประกายแรงกล้า "ข้าจะไม่ยอมถูกหลอกให้เป็ของเล่นอีกต่อไป ข้าจะหาคำตอบและเอาคืนทุกอย่างที่มันควรเป็ของพวกเรา!"
ณ ป่าลึกแห่งหนึ่ง เจียงหยุนกำลังนั่งดื่มชาอยู่บนผืนหญ้าอย่างสงบ ใบไม้แ่เบาโยกตามสายลมที่พัดผ่าน ขณะเดียวกันแสงแดดยามบ่ายสาดส่องลงมาผ่านช่องว่างของต้นไม้ใหญ่ สร้างบรรยากาศที่เงียบสงบและสวยงาม ท่ามกลางความเงียบสงบของป่าลึกนี้ เจียงหยุนคล้ายกับผู้ที่ไม่มีความกังวลใด ๆ อยู่ในใจ
แต่ทันใดนั้น รูปแบบเคลื่อนย้ายมากมายก็ปรากฏขึ้นรอบตัวเจียงหยุน ประกายแสงสว่างส่องออกมาในทุกทิศทาง เสียงดังของพลังงานที่รุนแรงกระแทกผ่านอากาศ ทันใดนั้นผู้คนจำนวนมากหลายหมื่นคนก็มารวมตัวกันอยู่ในที่นั้น สายตาทุกคู่จ้องมองไปที่เจียงหยุน ซึ่งยังคงนั่งอยู่บนผืนหญ้าโดยไม่สะทกสะท้าน
หนึ่งในนั้น ผู้ชายชุดสีดำสนิท นั่นคือ "โคลนสังสารวัฏ" และผู้ติดตามของเจียงหยุน เขาก้มศีรษะเล็กน้อยเพื่อแสดงความเคารพก่อนจะรายงานว่า "ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วครับ เราได้ขโมยทรัพยากรของกองกำลังระดับจักรพรรดิมากกว่า 30 แห่ง ทั้งทักษะวิชา ยา อาวุธ สมุนไพร แร่เหล็ก และทรัพยากรที่สำคัญอื่น ๆ มากมาย ระดับของทรัพยากรเ่าั้มีั้แ่ระดับจักรพรรดิลงไป ขอรับ"
เจียงหยุนฟังรายงานอย่างสงบนิ่งและลุกขึ้นจากพื้นหญ้า ขณะนั้นลมพัดผ่านมากระทบกับเสื้อผ้าของเขา ทำให้เกิดเสียงสะท้อนเบา ๆ ท่ามกลางความเงียบงันของป่า ทุกคนต่างเงียบกริบและเฝ้ารอฟังคำสั่งต่อไปของเขาและเจียงหยุนก้าวเดินไปข้างหน้า พร้อมกับส่งสัญญาณมือไปยังโคลนสังสารวัฏพร้อมเขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่มีความหมายที่ชัดเจน
" ไปกันเถอะ "
โคลนสังสารวัฏและผู้ติดตาม พยักหน้าตอบรับอย่างรวดเร็ว ก่อนจะใช้พลังสร้างรูปแบบเคลื่อนย้ายขึ้นมาใหม่ แสงสว่างของรูปแบบพุ่งขึ้นท้องฟ้า พริบตาเดียวร่างของเจียงหยุนและผู้ติดตามจำนวนมากก็หายวับไปในแสงนั้น
เมื่อแสงจางลง ความเงียบงันกลับมาครอบคลุมป่าอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันต่างออกไป เสียงก้องของพลังที่เคยถูกปลดปล่อยยังคงเหลือค้างอยู่ในอากาศ เตือนให้ทุกคนที่เหลือรู้ว่า มันเป็เพียงจุดเริ่มต้นของแผนการที่ยิ่งใหญ่ยิ่งขึ้นที่กำลังจะมาถึง
ที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไม้เขียว แสงสว่างเจิดจ้าเกิดขึ้นบนท้องฟ้า ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบของดินแดน จู่ๆ รูปแบบขนาดใหญ่ั์ก็ปรากฏขึ้น ทำให้ทุกคนในดินแดนต้องเงยหน้ามองขึ้นไปด้วยความตกตะลึง รูปแบบนั้นเปล่งแสงสีแดงราวกับเปลวเพลิงลุกไหม้ทั่วท้องฟ้า เสียงของพลังงานที่สั่นะเือากาศดังกึกก้อง
ผู้าุโและศิษย์บางคนต่างมองขึ้นไปด้วยความหวาดกลัว แต่ก่อนที่พวกเขาจะทันตั้งตัว ผู้าุโหลักของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไม้เขียวก็สั่งการด้วยเสียงเข้มแข็ง "เปิดรูปแบบป้องกัน เร็วเข้าาาา"
แต่ทว่า คำสั่งนั้นไม่ทันขาดคำ ร่างของผู้าุโหลักก็กระตุกหยุดและจู่ ๆ ก็ถูกแยกออกเป็ 9 ส่วนด้วยความเร็วเกินตาที่มนุษย์จะมองเห็นได้ ศิษย์และผู้าุโทุกคนในบริเวณนั้นต่างช็อกและหยุดนิ่ง พวกเขาแทบไม่เชื่อสายตาตนเอง
จากกลางรูปแบบเคลื่อนย้ายที่ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า กลุ่มคนกลุ่มหนึ่งเดินออกมา นำโดยชายหนุ่มในชุดคลุมดำที่มีออร่าน่ากลัว ศิษย์และผู้าุโบางคน
" คนคนนั้นมัน…เหมือนข้าเคยเห็นที่ไหนกัน "
" เ้านั้นมันคือคนที่ฆ่านักบุญมากกว่า 300 คนด้วยการโบกมือแค่ 2 ครั้ง…."
" คนนั้นคือพระบุตรศักดิ์สิทธิ์ของดินแดนศักดิ์สิทธิ์สายหมอกไม่ใช่เหรอ "
" เขามาทำอะไรที่นี่กัน….และทำไมถึงได้ฆ่าคนของพวกเราละ "
กัวฮั่น ซึ่งยืนอยู่ใกล้เคียงเมื่อเห็นเช่นนั้นถึงกับหน้าซีด รีบพูดขึ้นด้วยเสียงแหบแห้ง “เป็ไปได้ยังไงกัน? เ้าได้รับาเ็สาหัสจากอาณาจักรลับแท้ ๆ เพียงแค่ไม่กี่เดือน ทำไมเ้าถึงมีออร่าที่น่ากลัวขนาดนี้ เจียงหยุน...”
เจียงหยุนยืนสงบ ยิ้มมุมปากเล็กน้อยโดยไม่ตอบคำถาม สายตาของเขาฉายแววเยือกเย็นและแน่วแน่ ราวกับเตรียมพร้อมสำหรับบางสิ่งที่น่าหวาดหวั่น
ทันใดนั้นเอง กลุ่มคนที่เหลือก็เดินออกมาจากรูปแบบเคลื่อนย้าย กัวฮั่นมองเห็นและจำหน้าบางคนได้ชัดเจน เขารีบพูดขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธและสงสัย “เฉินเวย! ข้าปล่อยให้เ้ามีชีวิตรอดในตอนนั้น เ้า้าจะล้างแค้นหรือยังไง? โดยการพึ่งพาเจียงหยุนงั้นเหรอ”
เฉินเวย ผู้หญิงคนหนึ่งในชุดสีขาวบริสุทธิ์ ยิ้มเบา ๆ “ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ...พี่ชายกัวฮั่น” นางกล่าวด้วยเสียงนุ่มนวล แต่เื้ัของนางกลับมีพระจันทร์สีเืปรากฏขึ้น กลุ่มศิษย์และผู้าุโบางคนรอบตัวเริ่มกลายเป็หินในทันทีที่เห็นพระจันทร์นั้น ปรากฏการณ์นั้นทำให้คนอื่นๆ รู้สึกถึงออร่าที่น่ากลัวมากขึ้นไปอีก
ทันใดนั้น ออร่าของจักรพรรดิ 56 คนพุ่งออกมาในทิศทางของเจียงหยุนและเฉินเวย และคนอื่นๆ
หนึ่งในจักรพรรดิะโด้วยความโกรธ
“พวกเ้าเป็ใครกันแล้วมาทำอะไรที่นี่รีบตอบมาซะพร้อมกับจงทิ้งหัวของพวกเ้าไว้ที่นี่เสีย!”
แต่เพียงแค่พวกเขามองขึ้นไปบนท้องฟ้า สิ่งที่เห็นทำให้พวกเขาตกตะลึง เหมือนมีดวงดาวมากมายที่กำลังร่วงหล่นลงมาอย่างรวดเร็ว “รีบป้องกันเร็วเข้า!” หนึ่งในจักรพรรดิะโสั่งการ
ทว่า เมื่อพวกเขาจะยกแขนขึ้นเพื่อป้องกัน แขนของพวกเขาก็ถูกตัดออกมาจากกันในทันที ความเ็ปท่วมท้นไปทั่วร่างกาย แต่พวกเขาไม่สามารถร้องออกมาได้ เสียงกรีดร้องขาดหายไปในอากาศอย่างรวดเร็วเมื่อพลังที่เหลือเข้ามากดทับราวกับูเาทลายลง
ดวงตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและสิ้นหวัง ขณะพลังมหาศาลที่มองไม่เห็นบดขยี้ทุกสิ่งทุกอย่าง เจียงหยุนมองไปยังภาพที่เกิดขึ้นด้วยแววตาเยือกเย็น ก่อนจะหันไปหาผู้ติดตามของเขา เขากล่าวเสียงเรียบ
" เหลือเฉพาะพวกที่มีความสามารถไว้ข้า้าทดลองอะไรบางอย่าง "
ในขณะที่เสียงกรีดร้องและความหวาดกลัวยังคงก้องอยู่ในอากาศ ผู้ที่เหลือเพียงแต่ได้แต่เฝ้าดูความพินาศที่เกิดขึ้นรอบตัว โดยไม่รู้ว่าเหตุการณ์ร้ายแรงที่แท้จริงนั้น เพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น...
เงาทรงพลังที่คลุมด้วยผ้าสีดำหนาพูดขึ้นด้วยเสียงเ็า
"พวกเ้าจงออกไปซะ แล้วข้าจะไม่สนใจเื่ที่เกิดขึ้นในวันนี้อีกต่อไป"
เจียงหยุนมองไปที่แผงระบบที่ลอยอยู่ข้างหน้า แต่เขาไม่ใส่ใจมันแม้แต่น้อย ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเ็าและความมุ่งมั่น ก่อนที่เงาดำนั้นจะได้พูดอะไรต่อ เจียงหยุนพุ่งเข้าโจมตีด้วยความเร็วราวกับสายฟ้า เสียงของพลังที่ปะทะกันดังสนั่นลั่นฟ้า เงาดำนั้นโกรธจัด ใช้ดาบอันคมกริบออกมาต่อสู้กับเจียงหยุนอย่างดุเดือด
การต่อสู้ของทั้งสองฝ่ายนั้นเป็ไปอย่างรวดเร็วและรุนแรง พลังของพวกเขาปะทะกันจนดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไม้เขียวสะท้านสั่นะเื ทว่าไม่นานนัก เงานั้นก็พูดขึ้นด้วยเสียงแ่เบา แต่หนักแน่น "เ้ารู้ไหมว่า...ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไม้เขียวไม่ได้มาจาก..."
ทันใดนั้น คอของเขาก็ขาดออกจากร่างโดยไม่มีคำพูดใดๆ อีก เสียงหัวขาดหลุดลงมากระทบพื้นดินดังพลั่ก ทุกคนที่อยู่ในบริเวณนั้นรู้สึกหวาดกลัวอย่างมาก พวกเขาอยู่ในสถานการณ์ที่สิ้นหวัง มองเห็นแต่ความตายรอบตัว
เสียงร้องขอความช่วยเหลือดังขึ้นอย่างโหดร้ายและสิ้นหวัง
“ทำไม...ทำไมถึงต้องสังหารพวกเราด้วย?”
“พวกเราไม่ได้มีความแค้นอะไรกับเ้าเลย...”
"ได้โปรดปล่อยข้าไป! ไม่...ข้าไม่อยากตาย!"
“นั้นมันอดีตนักบุญหญิง…ได้โปรดช่วยไว้ชีวิตข้าด้วยยย”
หญิงสาวคนหนึ่งะโออกมาด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและน้ำตา “พี่สาว! ท่านยังจำข้าได้หรือเปล่า? ข้าเองไง...เฉินลี่ น้องสาวของท่านเอง!” น้ำตาไหลรินจากดวงตาของนางอย่างสิ้นหวัง ร่างกายของเธอเริ่มเปลี่ยนเป็หิน
เฉินลี่คร่ำครวญด้วยเสียงสะอื้น
"พี่สาว ได้โปรด...ข้าขอโทษ! ที่ข้าทำไปตอนนั้นเพราะข้าชอบพี่ชายกัวฮั่นจริงๆ! ข้าขอร้อง ข้าไม่้าที่จะตาย! อีนังหมูตัวเมียเอ้ย….ทำเ้าถึงไม่ตายๆ ไปซะ..ทั้งที่ทุกอย่างของเ้ามันกำลังจะกลายเป็ของข้าแล้วแท้ๆ ….."
แต่เฉินเวย กลับไม่สนใจเสียงร้องขอของน้องสาว นางแสยะยิ้มเยือกเย็น และใช้ดาบจันทราในมือฟันเฉินลี่จนร่างกายของเธอแตกเป็เสี่ยงๆ โดยไม่แสดงความปรานีใดๆ แม้แต่น้อย
นางพุ่งเข้าไปหา กัวฮั่น ต่อ ผู้ที่เฝ้าดูการกระทำของเฉินเวยอย่างตระหนกเฉินเวยใช้ดาบจันทราฟันแขนทั้งสองของกัวฮั่นจนแขนของเขาขาดกระเด็นไป กัวฮั่นร้องออกมาด้วยความเ็ป แต่ยังไม่ทันที่เขาจะะโขอชีวิต เฉินเวยจับเขาไว้และรอให้เจียงหยุนเข้ามาจัดการขั้นสุดท้าย
เจียงหยุนเดินเข้ามาในพื้นที่ลับของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไม้เขียวอย่างไม่เร่งรีบ เมื่อขามาถึงในที่แห่งหนึ่งที่มีรูปแบบปกปิดอย่างรัดกลุ้มและเขาได้ทำลายรูปแบบพร้อมเห็นภาพที่น่าสลดใจอย่างยิ่งที่มี เด็กและคนธรรมดาหลายคนถูกกักขังอยู่ในกรงเหล็ก ร่างกายเต็มไปด้วยาแมากมายและเขาเห็นหม้อต้มยาที่พวกเขาถูกนำมาใช้เป็วัตถุดิบในการทำยาอายุวัฒนะอย่างโหดร้าย เสียงร้องคร่ำครวญและการสั่นะเืจากแรงผลักดันทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความสลดหดหู่
เจียงหยุนไม่เปลี่ยนสีหน้าใดๆ แล้วหันไปถาม ปาจื้อ ผู้ที่ติดตามเขามาด้วยกัน "เส้นเืิญญาะอยู่ที่ไหน?"
ปาจื้อ มองไปรอบๆ ก่อนจะตอบ "อยู่ทางซ้ายด้านในอีกประมาณ 300 เมตร ขอรับ"
เจียงหยุนพยักหน้า และพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "ช่วยพวกเขาซะ แล้วพาไปไว้กับคนที่ข้างนอกนั้น ถ้าคนไหนที่ไม่สามารถช่วยได้ก็จงฆ่าพวกเขาซะปล่อยให้พวกเขาจากโลกที่โหดร้ายนี้ไป "
ปาจื้อ พยักหน้าและตอบ "ขอรับ" แล้วรีบวิ่งไปยังกรงเหล็กเพื่อปลดปล่อยคนที่ถูกจับไว้ ขณะที่เจียงหยุนเดินลึกเข้าไปในสถานที่ที่เต็มไปด้วยความลับและความมืดมิด เพื่อหาเส้นเืิญญาะที่ซ่อนอยู่ภายใน
การต่อสู้และการสังหารยังคงดำเนินต่อไปในดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไม้เขียวแห่งนี้ โดยไม่มีความเห็นแม้แต่น้อย