ตอนที่ 3
ทั้งสองสะใภ้ที่ตอนแรก้าที่จะมาใช้พี่สะใภ้คนนี้ซักผ้าเหมือนทุกครั้ง แต่ที่ไม่เหมือนก็คือ ไม่คิดว่าพี่สะใภ้คนนี้จะกล้าว่าเธอทั้งสองคน ทั้งที่ยังไม่ได้ใช้เลยสักนิดเดียว ฝีปากที่ว่าพวกเธอนั้นเฉียบคมนัก จะเป็ไปได้อย่างไรกัน พี่สะใภ้หัวอ่อนคนเดิมไปไหน
"พี่สะใภ้ แต่ว่าซักผ้ามันหน้าที่ของพี่สะใภ้ไม่ใช่หรือคะ" หลิงลี่ฟาง ถามอย่างหน้าไม่อายเลยสักนิด
"แล้วถามหน่อย เสื้อผ้านั้นเป็ของส่วนตัวของพวกเธอไม่ใช่หรือ ทำไมถึงได้หน้าไม่อายเอามาให้คนอื่นซักให้อย่างนี้ ที่บ้านไม่สั่งสอนบ้างหรืออย่างไรกัน มีอย่างที่ไหน ที่จะเอาเสื้อผ้าของตัวเองมาให้คนอื่นซักให้อย่างนี้ ที่แล้วมาฉันไม่เคยพูด เพราะคิดว่าจะคิดได้กันสักที แต่ดูเหมือนว่าจะคิดไม่ได้ ทั้งยังหน้าไม่อายอีกด้วยว่าไหม" เฮอะ..คิดว่าจะยอมอย่างนั้นหรือ คิดน้อยไปแล้ว
"พี่สะใภ้มันจะมากไปแล้วนะ ถึงกับว่าถึงที่บ้านของฉันเลยอย่างนั้นหรือ"
ฮุยอ้ายเหริน พูดออกไปด้วยความไม่พอใจ ที่ถูกว่าอีกครั้ง ไม่คิดว่าคนที่เคยนิ่งเฉย พอเวลาจะว่าคนถึงได้ว่าได้เจ็บแสบอย่างนี้
"นั่นสิพี่สะใภ้ เื่แค่นี้ ถึงกับว่ากันเลยอย่างนั้นหรือ" หลิงลี่ฟางเองก็ไม่ยอมเหมือนกัน
"ใครบอกว่าฉันว่าพวกเธอกัน แค่อยากสอบถามแค่นั้นเอง แต่ถ้าไม่ได้เป็อย่างนั้นก็ไม่เห็นต้องร้อนตัวไป ถ้าอย่างนั้นก็กลับไปทำงานของตัวเองได้แล้ว อย่ามายืนเกะกะอยู่แถวนี้ ฉันมีงานอื่นที่ต้องทำอีก เอาเวลาที่มายุ่งกับฉัน ไปทำงานของตัวเองเสียเถอะ"
พูดออกไปด้วยความรำคาญ คิดจะมาหาเื่เอาเปรียบคนอย่างเธออย่างนั้นหรือ อย่าได้หวังเลย เธอจะทำเท่าที่จะสามารถทำได้เท่านั้น บางเื่อย่างเื่ ซักผ้าส่วนตัวนั้น ควรที่จะรับผิดชอบกันเองไม่ใช่หรือ
"แต่ว่าฉันจะให้พี่สะใภ้ซักให้" บอกอย่างเอาแต่ใจ ไม่สนในสิ่งที่พูดไปแล้วสักนิดเดียว
"ใช่แล้ว ทุกทีเคยทำให้ ครั้งนี้จะมาเื่มากทำไมกัน ถ้าเื่มากฉันจะไปบอกกับแม่สามี คอยดูก็แล้วกัน ว่าพี่จะโดนลงโทษอะไรจากแม่สามีบ้าง"
ในเมื่อจะไม่ซักให้อย่างนั้นหรือ ใครจะไปยอมกัน เธอจะไปฟ้องแม่สามีเสียเลย อยากรู้นักว่าจะทำอย่างไร คนที่ไม่ชอบมีเื่อย่างพี่สะใภ้ คงจะไม่อยากให้เื่พวกนี้ไปถึงแม่สามีของเธอหรอก เพราะกลัวจะเดือดร้อนมาถึงสามีพิการของเธอ
"คิดว่าฉันจะกลัวอย่างนั้นแหละ เธอลืมไปหรือเปล่า ว่านั่นเป็แม่สามีของพวกเธอสองคน ไม่ใช่แม่สามีของฉันเสียหน่อย ขอถามหน่อย ว่าฉันจำเป็ต้องกลัวอย่างนั้นหรือ แล้วขอถามอีกอย่างหนึ่งนะ จะฟ้องฉันด้วยเื่อะไรกัน ฉันยังไม่ได้ทำผิดอะไรด้วยซ้ำ แต่ถ้าอยากจะฟ้องก็เชิญเลยนะ ฉันไม่กลัว"
ใครจะไปกลัวกัน ร่างเก่าก็กลัวไม่เข้าเื่ แม่เลี้ยงของสามี ไม่ใช่แม่ของสามีสักหน่อย ไม่มีสิทธิ์อะไรที่จะมาว่ากล่าว ในเื่ที่เธอไม่ได้ทำผิดสักหน่อย ตลกสิ้นดี น้องสะใภ้พวกนี้ ช่างไม่มีหัวคิดเอาเสียเลย
"พี่สะใภ้ มันจะมากไปแล้วนะ ฉันจะให้แม่สามีไล่พี่ออกไปจากบ้าน" ยังไม่คิดที่จะยอมแพ้
"อย่างนั้นหรือ ไล่พวกเราออกจากบ้านด้วยเื่อะไรล่ะ เื่ที่ไม่ซักผ้าให้น้องสะใภ้อย่างนั้นหรือ อืม..ดีเหมือนกัน จะได้แจ้งผู้ใหญ่บ้านให้ทราบเื่นี้ แต่ฉันไม่รู้หรอกนะ ว่าใครจะอายมากกว่ากัน ถ้าคิดดีแล้วก็ตามสบายเลย ออกไปจากหน้าห้องฉันไปแล้ว รีบๆ ไปบอกแม่สามีของเธอด้วยล่ะ ฉันจะรออยู่"
ครั้งนี้ไม่พูดเปล่าแล้ว แต่ปิดประตูใส่หน้าอย่างไม่สนใจเลยสักนิด ในเมื่อพูดดีๆ กันไม่รู้เื่อย่างนั้นก็ไม่ต้องพูดก็แล้วกัน น่าเบื่อที่สุด ปกติเธอก็ไม่ชอบเื่ยุ่งยากอยู่แล้ว พอมาเจออยากนี้จึงทำให้รู้สึกหงุดหงิดไม่น้อยเลย
หลังจากที่ปิดประตูห้องแล้ว พอหันกลับมาเท่านั้น เห็นว่าสามีนั่งมองอยู่ ด้วยสายตาที่แสดงออกถึงความไม่อยากจะเชื่อ เื่ที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่นี้ เธอคนเก่า คงเป็คนที่ไม่มีปากมีเสียงสินะ ถึงทำให้เขาทำหน้าใได้อย่างนั้น
"เอ่อ...ขอโทษค่ะ แต่ฉันทนไม่ไหวจริงๆ กับน้องสะใภ้ของพี่ พวกเขาไม่เคยคิดได้เลยว่าอะไรควรทำอะไรและไม่ควรทำ แม้แต่ทำร้ายฉันจนได้รับาเ็พวกเขาก็ยังไม่สำนึกเสียด้วยซ้ำเลยค่ะ พี่ไม่ว่าอะไรฉันใช่ไหม เื่อาจจะไปถึง แม่เลี้ยงของพี่"
เธอเองก็ลืมคิดถึงสามีที่อยู่ในห้องไปเสียสนิท ใครใช้ให้พวกไร้สมองพวกนั้น มายั่วโมโหเธอกัน
"พี่ไม่ว่าอะไรหรอก ความจริง น้องต้องไม่ทำให้พวกเขานานแล้ว เพราะเป็สิ่งที่พวกเขาสมควรทำกันเอง แต่พี่เห็นว่าน้องไม่อยากมีเื่จึงไม่ได้คิดห้าม ส่วนเื่แม่เลี้ยง พี่เองก็ไม่ได้สนใจเลยสักนิด เขาไม่มีสิทธิ์อะไรมาว่าพี่หรือน้องหรอกนะ สิ่งที่เขาต้องทำคือกลับไปว่าลูกสะใภ้จอมี้เีของพวกเขาเสียมากกว่า ไม่ใช่หรือ อย่ากลัวไปเลย"
เขาสงสารเธอั้แ่แต่งเข้ามาแล้ว ไหนจะต้องมาดูแลเขาก็ว่าหนักแล้ว ยังต้องมาทำสิ่งที่ไม่สมควรจะทำอีก เห็นเธอกล้าเถียง และกล้าที่จะสู้เพื่อตัวเอง เขาออกจะรู้สึกดีเสียมากกว่า เขาไม่โทษเธอเลยสักนิดเดียว
"ดีค่ะ เพราะต่อไป ฉันจะไม่ยอมให้ใครมาเอาเปรียบฉันอีกแล้ว" จะให้เขาเอาเปรียบได้อย่างไรกัน เธอไม่ได้หัวอ่อนยอมคนอย่างเคยเสียหน่อย
"ดีแล้ว พี่เห็นด้วยนะ" เมื่อเห็นเธอเข้มแข็งอย่างนี้ เขาเองก็จะได้ห่วงเธอน้อยลง เพราะเขาเองรู้สึกเสียใจ เพราะไม่สามารถปกป้องเธอได้ ถ้าเขาไม่ได้รับาเ็อย่างนี้ เขาคงจะปกป้องเธอได้ พอทำไม่ได้อย่างใจคิดจึงรู้สึกเสียใจจริงๆ
"อย่างนั้น วันนี้ฉันจะเก็บผ้าในห้องนี้ทั้งหมดไปซัก และเก็บกวาดห้องด้วย พี่อาจจะลำบากสักหน่อยนะคะ แต่ฉันทำงานของคนอื่น ของตัวเองดูไม่ได้เลยค่ะ" เธออดที่จะบ่นไม่ได้ ใจจริงก็บ่นให้เ้าของร่างตัวจริงนั่นล่ะ ไม่ฉลาดเอาเสียเลย
"อย่างนั้นหรือ เอาสิ เดี๋ยวพี่ช่วยแล้วกัน"
"ทำเท่าที่พี่จะทำได้แล้วกันนะคะ" บอกอย่างเห็นใจเขา
เธอต้องยอมรับชะตากรรมของตัวเองแล้วสินะ ว่าตอนนี้เธอย้อนเวลามาอยู่ในร่างของหนิงเหมยเซียงแล้วจริงๆ และเธอจะต้องเป็คนที่สู้ชีวิตคนหนึ่ง แต่ตอนนี้สิ่งที่เธอต้องทำเป็อันดับแรกคือ ห้องที่อยู่อาศัยนี้เธอรับไม่ได้ ที่จะอยู่ในห้องที่ไม่สะอาด เพราะเธอเป็คนที่รักสะอาดคนหนึ่งเลยทีเดียว ส่วนเื่อื่น คงต้องค่อยๆ คิดต่อไป ว่าจะทำอะไรต่อจากนี้
หลังจากที่เก็บผ้าออกมากอง เพื่อที่จะรอเอาไปซักนั้น เธอจึงได้นำผ้าชุบน้ำ มาเช็ดฝุ่น และห้องที่เปื้อน ทุกซอกทุกมุม จนตอนนี้ห้องที่มีแต่ฝุ่น และห้องที่เคยอับชื้นนั้น สะอาดเอี่ยมถูกใจเธอแล้ว โดยมีสามีมองตามอย่างไม่ละสายตา พร้อมทั้งมองเมียที่ถูกแต่งเข้ามาด้วยความสงสัย เพราะเขาคิดว่าเธอดูแปลกไปจากเดิมมาก ไม่เหมือนคนเดิมเลยสักนิดเดียว ั้แ่ที่ได้รับาเ็ครั้งนี้
แต่ในความแปลกนี้ เขากลับเห็นความเข้มแข็ง และไม่ยอมคนเหมือนเคยของเธอ เขาชอบเธอที่เป็อย่างนี้มากกว่า มันดูมีชีวิตชีวา ไม่เหมือนคนที่อมทุกข์อยู่ตลอดเวลาเหมือนเคย
"พี่คะ พี่จะเอาอะไรหรือเปล่าคะ ฉันกำลังจะเอาผ้าพวกนี้ไปซัก คงไม่อยู่กับพี่สักพักหนึ่ง"
ส่วนสามีของเธอนั้นยังไม่ได้ตอบอะไรกลับมา แต่กลับมีเสียงเคาะประตูเสียงดังขึ้นมาเสียก่อน
"สะใภ้ใหญ่ สะใภ้ใหญ่ เปิดประตูให้ฉันเดี๋ยวนี้"
( ฝากติดตามด้วยนะคะ )