ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 58 หลินเฉวียน

            แม่หลินหิ้วกระติกน้ำร้อนออกมาแล้วเห็นคนที่รุ่นราวคราวเดียวกันกับเธอหลายคนกำลังชะเง้อมองรอบบ้าน

            “ฉันว่านะพี่หลินครอบครัวพี่รวยแล้วจริงๆ มีของดีเต็มบ้านไปหมด คนเมืองหลายคนคงเทียบไม่ได้ด้วยซ้ำ”

            “ดูพูดเข้าคนเมืองที่ไหนจะสนใจของเก่าผุพังในบ้านฉันหลายอย่างเป็นสิ่งที่อาหนิงซื้อกลับมาจากร้านขายของเก่าทั้งนั้น”

            “อย่าปิดบังพวกเราเลยร้านขายของเก่ามีของดีๆ ที่ไหน”

            “ทำไมจะไม่มีวิทยุเครื่องนี้อาหนิงของฉันซื้อมาจากร้านขายของเก่าแต่ตอนซื้อกลับมามันใช้งานไม่ได้ คราวก่อนที่พี่รองเธอมาเยี่ยมบ้าน เขาช่วยซ่อมให้ตอนนี้จึงใช้ฟังข่าวได้แล้ว”

            พูดจบแม่หลินก็เปิดวิทยุเธอกดปุ่มลงไป “อาหนิงบอกว่า สถานีนี้จะเปิดเพลงเก่าๆ เพลงเพราะมาก พวกเธอลองฟังดูสิ”

            วิทยุเริ่มบรรเลงเพลงของยุคสมัยนี้คนในบ้านพากันร้องคลอตาม ซึ่งแน่นอนว่าเสียงร้องไม่ได้ไพเราะน่าฟัง

            “อย่าเอ็ดไปวิทยุเครื่องนี้ดีจริงๆ ไว้ลูกชายฉันกลับมาเมื่อไร ฉันจะให้เขาไปหาที่ร้านขายของเก่าดูว่าพอจะซื้อกลับมาได้สักเครื่องไหม”

            “อย่าเลยลูกชายเธอมีฝีมือเหมือนเจ้าหน้าที่ระดับสูงท่านนั้นหรือ ซ่อมวิทยุเป็นด้วยหรืออย่าคิดว่ามันคือเรื่องง่าย เดี๋ยวจะกลายเป็นเสียเงินเปล่า”

            “ที่เธอพูดมาก็จริง”

            สวีหว่านหนิงแอบอยู่ในห้องครัวเมื่อได้ยินพวกคุณป้าทั้งหลายเปลี่ยนไปคุยเรื่องวิทยุแทนเธอก็อดยกนิ้วให้แม่หลินในใจไม่ได้

            “เฮ้อดูฉันสิ!”แม่หลินเห็นบรรยากาศเริ่มได้ที่แล้วก็เคาะศีรษะตัวเองหนึ่งที “ฉันรับปากเฉวียนเฉวียนว่าจะทำเนื้อแช่แข็งให้เธอกินอีกสองวันเธอก็จะกลับมาที่บ้านแล้ว แต่ฉันยังไม่ได้เตรียมของเลย!”

            “ไม่เห็นเป็นอะไรพวกเราช่วยเป็นลูกมือให้ได้ ใช้เวลาทั้งช่วงบ่ายก็คงทำเสร็จแล้ว”

            “ไม่ได้ไม่ได้!” แม่หลินโบกมือ “เฉวียนเฉวียนบอกแล้วว่าจะต้องกินเนื้อแช่แข็งฝีมือฉันเท่านั้นถ้าให้พวกเธอช่วย เกิดรสชาติผิดเพี้ยนไปตรงไหน แล้วลูกโวยวายกับฉันจะทำยังไง”

            แม่หลินพูดถึงขนาดนี้แล้วต่อให้หน้าด้านแค่ไหน คนพวกนี้ก็คงไม่กล้าอยู่ต่อ

            แน่นอนว่าหลักๆเป็นเพราะตอนนี้ตระกูลหลินมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงคอยหนุนหลัง หลินอันเองก็มีหน้าที่การงานที่ดีพวกเขาไม่กล้ามีเรื่องขัดแย้งกับตระกูลหลิน

            “เอาละถ้ายังไงวันนี้ฉันคงไม่รบกวนเวลาพวกเธอแล้ว”

            แม่หลินรับซาลาเปาข้าวเหนียวของพวกเขาเอาไว้ก่อนจะหยิบซาลาเปาข้าวเหนียวของตัวเองใส่จานของพวกชาวบ้านคนละสี่ลูกแล้วเดินไปส่งที่หน้าบ้าน

            จนกระทั่งประตูบ้านปิดสนิทสวีหว่านหนิงถึงเดินออกมาจากห้องครัว

            เมื่อเห็นแม่หลินถอนหายใจเธอก็ยิ้มพลางกล่าว “ฉันเห็นแม่รับมือได้สบายๆ เลยนึกว่าแม่ไม่กลัวการเผชิญหน้ากับพวกป้าๆเสียอีก”

            “กลัว!ทำไมจะไม่กลัว!” แม่หลินทำสีหน้าตื่นตระหนก “ลูกก็รู้ว่ายายแก่พวกนี้ปากร้ายแค่ไหน พูดจาไม่มีเหตุผลรองรับแม่ไม่อยากสุงสิงกับพวกเขาเลย ไม่แน่อาจจะเผลอทำให้ใครไม่พอใจก็ได้”

            แต่เห็นได้ชัดว่าสวีหว่านหนิงพยายามไม่สุงสิงกับคนกลุ่มนี้มากกว่าเธอเสียอีก

            แล้วเธอจะทำอยางไรได้สวีหว่านหนิงคือสะใภ้ของเธอ คนเป็นแม่สามีอย่างเธอมีหน้าที่ตามใจ

            “จริงสิคะหลินเฉวียนจะกลับมาพรุ่งนี้จริงเหรอคะ”

            รอยยิ้มบนใบหน้าของแม่หลินหายวับไปทันทีก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความกังวล

            “ถ้าดูจากหลายปีที่ผ่านมาก็น่าจะกลับมาช่วงวันสองวันนี้แต่เฉวียนเฉวียนไม่ได้เขียนจดหมายมาให้แม่สองเดือนแล้วแม่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเธอเป็นอย่างไรบ้าง”

            ไม่เหมือนกับบ้านหลินครอบครัวสามีของหลินเฉวียนมีจำนวนสมาชิกเยอะมาก แค่พี่น้องก็มีกันถึงหกคน

            เธอแต่งงานกับลูกชายคนที่สามซึ่งมีทั้งพี่และน้อง อีกทั้งตัวเธอเองก็เป็นคนซื่อตรง ยืดหยุ่นไม่เป็น ดังนั้นคนในครอบครัวสามีจึงไม่ค่อยให้ความสำคัญกับเธอมากนัก

            เพราะตอนหลินเฉวียนแต่งงานไม่ได้เรียกร้องสินสอดให้ตายก็จะแต่งงานกับไต้เหว่ยให้ได้ คนตระกูลไต้จึงเห็นเธอเป็นลูกไก่ในกำมือชีวิตหลังแต่งงานจึงไม่มีความสุขมากนัก

            อยากกลับบ้านสักทียากยิ่งกว่าขึ้นสวรรค์

            สองปีแรกหลังแต่งงานคนตระกูลไต้เคยถึงขั้นบอกให้เธอตัดขาดกับตระกูลหลิน ห้ามไปมาหาสู่กับครอบครัวอีก

            ตอนหลังหลินอันสร้างผลงานในกองทัพและได้เลื่อนตำแหน่งคนตระกูลไต้เห็นแก่ผลประโยชน์จึงเริ่มทำดีกับหลินเฉวียนบ้างอย่างน้อยทุกปีก็จะอนุญาตให้เธอกลับมาอยู่ที่บ้านแม่ได้สักวันสองวัน

            แม้หมู่บ้านต้าเจียงกับหมู่บ้านหมิงกวงที่หลินเฉวียนอยู่จะใช้เวลาเดินทางเพียงสองชั่วโมงกว่าเท่านั้นแต่แม่หลินได้เจอหน้าลูกสาวแค่ปีละครั้ง แม้ปากจะไม่พูด แต่ในใจย่อมคิดถึงตลอดวลา

            ครั้งนี้แม่หลินไม่ได้รับจดหมายจากหลินเฉวียนมาสองเดือนแล้วหัวใจของเธอจึงรู้สึกกระวนกระวาย

            “พวกเรารอดูก่อนค่ะถ้าวันที่ 26 เดือน 12 หลินเฉวียนยังไม่กลับมาฉันจะไปหาเธอที่หมู่บ้านหมิงกวงพร้อมกับแม่”

            คำพูดของสวีหว่านหนิงสร้างความมั่นใจให้กับแม่หลิน

            “ได้ถ้าถึงตอนนั้นหลินเฉวียนยังไม่กลับบ้าน พวกเราจะไปหาเธอเอง!”

            “แต่ตอนนี้คงต้องทำเนื้อแช่แข็งให้เสร็จก่อนเกิดเธอกลับมาแล้วไม่ได้กิน คงโกรธแม่แน่ๆ”

            สวีหว่านหนิงอยากช่วยแต่ถูกแม่หลินปฏิเสธ

            “แม่ทำเองได้ลูกไปพักเถิด”

            สวีหว่านหนิงเห็นว่ายังเช้าอยู่จึงเข้าไปในตัวเมือง

            ชุ่ยเฟินออกจากโรงพยาบาลแล้วทารกน้อยอยู่ในตู้อบหลายวันจนกระทั่งตัวเลขต่างๆ ปกติดีแต่น้ำนมของชุ่ยเฟินมีไม่มาก ทารกน้อยกินไม่อิ่ม ร่างกายจึงผ่ายผอมลงจากตอนแรกเกิดหนูน้อยนอนขดตัวอยู่ในผ้าห่ม ดูแล้วช่างน่าสงสาร

            “พี่สะใภ้มาแล้วเหรอคะ”

            ชุ่ยเฟินนั่งพิงหัวเตียงพลางยิ้มอย่างอ่อนแรง

            “ช่วงนี้เป็นอย่างไรบ้าง”

            “ฉันสบายดีค่ะแผลก็ไม่ค่อยเจ็บแล้ว ลุกเดินเหินได้บ้างแต่ลูกชายที่น่าสงสารของฉันไม่ได้กินอิ่มเลยสักวันแม้แต่เสียงร้องไห้ก็เบาหวิวราวกับเสียงหนูร้อง”

            พูดไปพูดมาชุ่ยเฟินก็ร้องไห้โฮ

            เธอรู้สึกผิดที่ตัวเองไม่เอาไหนและสงสารลูกน้อย

            สำหรับเรื่องนี้สวีหว่านหนิงเองก็จนใจ

            ช่องมิติของเธอไม่มีนมผงสำหรับเด็กมีแต่นมแพะกับนมวัว อีกทั้งยังมีแบบไม่จำกัด ไม่มีวันหมด

            แต่ปัญหาคือยุคนี้ยังไม่อนุญาตให้ประชาชนเลี้ยงวัวกับแพะเธอคงอธิบายไม่ได้ว่าไปเอานมวัวกับนมแพะมาจากไหน

            อีกอย่างชุ่ยเฟินกับตงจื่อใช้ชีวิตอยู่ในตัวเมือง เธออยู่ที่หมู่บ้านต้าเจียงซึ่งต้องใช้เวลาขี่จักรยานเกือบสองชั่วโมงกว่าจะมาถึงเธอคงเอานมมาส่งให้พวกเขาทุกวันไม่ได้

            “ฉันได้ยินพวกคนเฒ่าคนแก่ในหมู่บ้านบอกว่าให้ต้มโจ๊กข้าวฟ่างดู ต้มนานสักหน่อยแล้วตักน้ำมันที่อยู่ด้านบนสุดมาป้อนให้เด็กกินได้”

            ชุ่ยเฟินขมวดคิ้วทำสีหน้าลำบากใจ“ฉันก็รู้จักวิธีนี้ค่ะ แต่ข้าวฟ่างเป็นธัญพืชนอกจากจะต้องใช้ตั๋วธัญพืชแล้ว ที่สถานีธัญพืชเองก็มีสินค้าอยู่ไม่มาก”

            “เรื่องนี้เธอไม่ต้องห่วงเรื่องข้าวฟ่างฉันจะหาวิธีให้ เธอแค่ดูแลตัวเองกับลูกให้ดีก็พอ”

             

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】 ที่คุณอ่าน

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668