เสียงเพลงแจ๊สฟังสบายดังคลอไปกับเสียงหัวเราะและเสียงแก้วกระทบกัน
บรรยากาศในรูฟท็อป บาร์สุดหรู
ใจกลางเมืองคึกคักและเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา คืนนี้คือคืนพิเศษของบริษัทน้ำหอมดาวรุ่งพุ่งแรงอย่างอะโรมาทีค ดีไวน์ที่จัดงานเลี้ยงฉลองให้กับพนักงานทุกคน
หลังจากที่ยอดขายในไตรมาสล่าสุดทะลุเป้าไปอย่างถล่มทลาย
และศูนย์กลางของงานเลี้ยงในค่ำคืนนี้จะเป็ใครไปไม่ได้นอกจาก
วาฟเฟิล เ้าของบริษัทและซีอีโอสาวสวยวัยยี่สิบห้าปี ผู้หญิงที่เหมือนหลุดออกมาจากนิยามของคำว่าพลังบวก
วาฟเฟิลในชุดเดรสสั้นสีแชมเปญกำลังเดินทักทายพนักงานไปทั่วทุกโต๊ะด้วยรอยยิ้มที่สดใสและเป็กันเอง ร่างสูงโปร่ง
ผมสีน้ำตาลอ่อนที่ถูกดัดเป็ลอนสวยงามขยับไหวไปตามการเคลื่อนไหว
ทุกย่างก้าวของเธออบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำหอมซิกเนเจอร์ของแบรนด์
กลิ่นที่เธอเป็คนปรุงขึ้นมาเอง
มันเป็กลิ่นที่ซับซ้อนแต่ลงตัว หอมหวานแต่ก็แฝงไปด้วยความสดชื่นและขี้เล่น เหมือนกับนิสัยของเธอไม่มีผิด
"พี่ภา! ยอดขายทีมพี่สุดยอดมาก! เดือนหน้าขอโบนัสพิเศษจากวาฟเฟิลได้เลย!" เธอพูดพลางยกแก้วไวน์ขึ้นชนกับหัวหน้าฝ่ายขายอย่างร่าเริง
"เ้านายดีเด่นขนาดนี้ ไม่ทำให้เต็มที่ได้ไงคะคุณวาฟเฟิล!"
"เอ้า! โจ๊ก! อย่ามัวแต่กิน! ไปชวนน้องๆ ทีมกราฟิกเต้นรำสิ เดี๋ยวฉันไปบอกดีเจให้เปิดเพลงมันส์ๆ!" เธอหันไปแซวโปรแกรมเมอร์หนุ่มที่กำลังตักอาหารอย่างเมามัน
วาฟเฟิลคือเ้านายที่ทุกคนรัก เธอไม่มีมาดของความเป็เ้าของบริษัทเลยแม้แต่น้อย
เป็เหมือนพี่สาว เหมือนเพื่อน ที่พร้อมจะเฮฮาปาร์ตี้และรับฟังปัญหาของทุกคนเสมอ
แต่ในขณะที่สายตาของเธอกำลังกวาดมองภาพความสำเร็จและความสนุกสนานรอบตัว
ก็สังเกตเห็นจุดเล็กๆ ที่ดูไม่เข้ากับบรรยากาศของงานเลยแม้แต่น้อย
ตรงมุมหนึ่งของบาร์
เกือบจะหลบอยู่ในเงาของเสาต้นใหญ่
เบ็ตตี้ พนักงานฝึกหัดฝ่ายวิจัยและพัฒนานั่งอยู่อย่างเงียบเชียบ
เด็กสาววัยยี่สิบเอ็ดปีในชุดเดรสสีน้ำเงินเข้มเรียบๆ ที่ดูสุภาพและเป็ทางการเกินกว่าจะเป็ชุดสำหรับงานปาร์ตี้
นั่งหลังตรง
มือสองข้างวางอยู่บนตักอย่างเรียบร้อยราวกับกำลังรอสัมภาษณ์งาน แว่นตากรอบหนาสีดำบดบังดวงตาคู่สวยไปเกือบครึ่ง
เบ็ตตี้คือภาพจำของความเคร่งครัดและจริงจัง เธอเป็เด็กฝึกงานที่เก่งและหัวไวที่สุดคนหนึ่ง
ทำงานทุกอย่างเป๊ะตามตำราและไม่เคยปริปากบ่น แต่ในทางกลับกัน เธอก็ดูเหมือนจะมีกำแพงบางอย่างที่กั้นตัวเองออกจากคนอื่นเสมอ
วาฟเฟิลขมวดคิ้วเล็กน้อย
ในขณะที่คนอื่นๆ กำลังหัวเราะและสนุกสนาน เบ็ตตี้กลับนั่งนิ่งเหมือนรูปปั้น ในมือมีแก้วค็อกเทลสีสวยที่พร่องไปเพียงนิดเดียวเท่านั้น
ด้วยนิสัยที่ไม่อยากเห็นใครไม่มีความสุข วาฟเฟิลจึงตัดสินใจเดินตรงเข้าไปหาเด็กฝึกงานคนเก่งของเธอ
"อ้าว...เด็กฝึกงานคนโปรดของฉัน ทำไมมานั่งทำหน้าเครียดเหมือนกำลังคำนวณสูตรน้ำหอมที่ซับซ้อนที่สุดในโลกอยู่ตรงนี้ล่ะ" วาฟเฟิลเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงขี้เล่นตามสไตล์ พร้อมกับทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ข้างๆ
เบ็ตตี้สะดุ้งเล็กน้อยเหมือนเพิ่งรู้สึกตัว เธอรีบขยับแว่นแล้วหันมามองเ้านายของตัวเอง "บะ...บอส! ขอโทษค่ะ พอดีฉัน..."
"ไม่ต้องขอโทษน่า" วาฟเฟิลโบกมือ "ฉันเข้าใจ ไม่ถนัดงานแบบนี้ล่ะสิ"
"ค่ะ" เบ็ตตี้พยักหน้ายอมรับ ก้มหน้างุด "ฉันไม่ค่อยเก่งเื่การเข้าสังคมเท่าไหร่"
"ไม่เป็ไรน่า ไม่มีใครเก่งทุกเื่หรอก" วาฟเฟิลยิ้มให้กำลังใจ "แต่เธอก็เป็ส่วนหนึ่งของความสำเร็จนี้นะเบ็ตตี้ ไอเดียเื่การใช้แซนดัลวูดมาผสมกับซี ซอลต์ในคอลเลคชั่นล่าสุดน่ะ ก็มาจากรายงานของเธอไม่ใช่เหรอ มันสุดยอดมากเลยนะ"
คำชมนั้นทำให้แก้มของเบ็ตตี้ขึ้นสีระเรื่อ "ขอบคุณค่ะบอส ฉันก็แค่ทำตามหน้าที่"
"นี่ เลิกเรียกฉันว่าบอสสักคืนได้ไหม" วาฟเฟิลทำหน้าอ้อน "คืนนี้เรียกพี่วาฟเฟิลเฉยๆ ก็ได้นะ"
เบ็ตตี้มองหน้าเ้านายสาวที่กำลังทำตาปริบๆ แล้วก็อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ "ก็ได้ค่ะพี่วาฟเฟิล"
"ดีมาก!" วาฟเฟิลยิ้มกว้าง "งั้นในฐานะที่เธอเรียกฉันว่าพี่แล้ว ฉันว่าที่นี่มันหนวกหูไปหน่อยสำหรับเด็กเนิร์ดอย่างเราสองคน ไปหาที่คุยกันเงียบๆ ดีกว่าไหม"
วาฟเฟิลจงใจใช้คำว่าเด็กเนิร์ดเพื่อทำให้เบ็ตตี้รู้สึกเป็กันเองมากขึ้น ก่อนที่เธอจะลุกขึ้นยืนแล้วยื่นมือไปตรงหน้าเด็กฝึกงานของเธอ "ไปดาดฟ้ากัน วิวสวยกว่าตรงนี้เยอะเลย"
เบ็ตตี้ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง
แต่เมื่อเห็นรอยยิ้มที่จริงใจและดวงตาที่เป็ประกายของเ้านาย เธอก็ตัดสินใจวางมือของตัวเองลงบนมือนุ่มนั้นอย่างกล้าๆ กลัวๆ
"ไปค่ะ"
ดาดฟ้าของโรงแรมเงียบสงบและเป็ส่วนตัวกว่าด้านล่างมาก มีเพียงเสียงลมที่พัดเอื่อยๆ กับแสงไฟระยิบระยับของกรุงเทพยามค่ำคืนเป็เพื่อน
วาฟเฟิลพาเบ็ตตี้ไปยืนพิงราวกันตก มองดูวิวเมืองที่ทอดยาวไปสุดลูกหูลูกตา
"เป็ไง ดีกว่าข้างล่างเยอะเลยใช่ไหม" วาฟเฟิลถามขึ้น
"ค่ะ สงบดี" เบ็ตตี้ตอบพลางจิบเครื่องดื่มในมือ ครั้งนี้เธอดื่มมันเข้าไปอึกใหญ่
"แล้วการฝึกงานที่นี่เป็ไงบ้าง ชอบไหม มีอะไรอยากให้พี่ช่วยหรือเปล่า" วาฟเฟิลเริ่มบทสนทนาที่ตั้งใจไว้
"ทุกอย่างดีมากค่ะ พี่ๆ ทุกคนใจดี แล้วก็ได้เรียนรู้อะไรเยอะมาก โดยเฉพาะจากพี่วาฟเฟิล" เบ็ตตี้พูดพลางเหลือบมองเ้านายสาว
"จากฉันเหรอ? ฉันนี่นะ สอนอะไรเป็กับเขาด้วย" วาฟเฟิลหัวเราะ
"สอนสิคะ" เบ็ตตี้พูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้น "สอนให้รู้ว่าการเป็ผู้นำไม่จำเป็ต้องน่ากลัวเสมอไป การใช้ความสุขและความเข้าใจในการทำงาน มันสร้างผลลัพธ์ที่ดีกว่าการใช้แต่กฎระเบียบ"
คำพูดที่ลึกซึ้งเกินคาดนั้นทำให้วาฟเฟิลรู้สึกประทับใจ เธอมองเด็กฝึกงานคนนี้ในมุมมองใหม่
ภายใต้ท่าทีที่เงียบขรึมและจริงจัง กลับมีความคิดที่หลักแหลมและช่างสังเกตซ่อนอยู่
"ขอบใจนะที่มองเห็นมัน" วาฟเฟิลยิ้มบางๆ "แล้วเธอ? ดื่มเก่งเหมือนกันนะเรา" เธอแซวเมื่อเห็นว่าแก้วค็อกเทลของเบ็ตตี้พร่องไปกว่าครึ่งแล้ว
เบ็ตตี้หัวเราะออกมาเบาๆ ซึ่งเป็สิ่งที่วาฟเฟิลไม่เคยเห็นมาก่อน "นิดหน่อยค่ะ แอลกอฮอล์ บางทีมันก็ช่วยให้เรากล้าพูดในสิ่งที่ไม่กล้าพูดตอนปกติ"
ขณะที่พูดเบ็ตตี้ก็ยกแก้วขึ้นดื่มจนหมดในรวดเดียว
และวินาทีนั้นเอง
บางอย่างในตัวเธอก็เปลี่ยนไป
เบ็ตตี้วางแก้วเปล่าลงบนโต๊ะใกล้ๆ เธอหันกลับมาเผชิญหน้ากับวาฟเฟิลเต็มตัว
สายตาที่มองมานั้นแตกต่างไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง มันไม่มีความประหม่าหรือเขินอายหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย
เธอยกมือขึ้น ถอดแว่นตากรอบหนาของตัวเองออกช้าๆ วางมันไว้ข้างแก้วเปล่า
เมื่อไม่มีแว่นตามาบดบัง วาฟเฟิลก็ได้เห็นดวงตาของเบ็ตตี้อย่างชัดเจนเป็ครั้งแรก
มันเป็ดวงตาเรียวสวยคมกริบ ที่กำลังจ้องมองเธอด้วยแววตาที่ทั้งท้าทายและร้อนแรง
"พี่วาฟเฟิลคะ" เบ็ตตี้เรียกด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป มันทุ้มต่ำและแหบพร่านิดๆ อย่างน่าฟัง "...น้ำหอมของพี่...กลิ่นนี้ชื่ออะไรเหรอคะ"
วาฟเฟิลชะงักไปเล็กน้อยกับท่าทีที่เปลี่ยนไปกะทันหัน "วาฟเฟิลส์ ชาร์มมน่ะ เป็ซิกเนเจอร์ของฉันเอง"
"วาฟเฟิลส์ ชาร์ม" เบ็ตตี้ทวนคำช้าๆ พลางก้าวเข้ามาใกล้อีกหนึ่งก้าว "มีเสน่ห์สมชื่อจริงๆ ค่ะ มัน...ดึงดูดมาก"
เธอโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้...
ใกล้จนวาฟเฟิลได้กลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ จากลมหายใจของเธอ "กลิ่นมันทำให้ฉัน อยากจะลองชิม ว่าเ้าของกลิ่น จะมีเสน่ห์เหมือนชื่อไหม"
วาฟเฟิลรู้สึกเหมือนตัวเองถูกไฟฟ้าช็อต!
นี่มันอะไรกัน!
เด็กฝึกงานผู้เงียบขรึมคนนั้นหายไปไหน!
ผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าเธอตอนนี้คือใคร?
"เบ็ตตี้ เธอเมาแล้วนะ" วาฟเฟิลพยายามจะดึงสติ
"เมาเหรอคะ อาจจะใช่" เบ็ตตี้ยิ้มมุมปาก เป็รอยยิ้มที่ทั้งสวยและอันตราย "แต่คนเมา มักจะพูดความจริงไม่ใช่เหรอคะ"
ยังไม่ทันที่วาฟเฟิลจะได้พูดอะไรต่อ ริมฝีปากนุ่มของเบ็ตตี้ก็ประทับลงมาบนริมฝีปากของเธอ!
มันเป็จูบที่ร้อนแรงและจาบจ้วง!
ไม่ใช่จูบของเด็กฝึกงานที่ไม่ประสีประสา แต่เป็จูบของผู้หญิงที่รู้ดีว่าตัวเอง้าอะไร
ลิ้นร้อนชื้นของเบ็ตตี้สอดแทรกเข้ามาในโพรงปากของวาฟเฟิลอย่างรวดเร็วและช่ำชอง
กวาดต้อนไล่เลียไปทั่วทุกซอกทุกมุมอย่างหิวกระหาย
วาฟเฟิลที่เคยเป็ฝ่ายคุมเกมมาตลอด ตอนนี้กลับกลายเป็ผู้ถูกล่าอย่างสมบูรณ์แบบ
ใจนทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ แต่เพียงไม่นาน
ร่างกายของเธอก็ตอบสนองต่อความร้อนแรงนั้นอย่างซื่อตรง เธอยกแขนขึ้นโอบรอบเอวของเบ็ตตี้ ดึงรั้งร่างบางให้แนบชิดยิ่งขึ้น
แล้วจึงตอบสนองจูบนั้นกลับไปอย่างไม่ยอมแพ้
"ที่นี่ไม่ส่วนตัวพอ" เบ็ตตี้ถอนจูบออกมากระซิบเสียงพร่า ดวงตาของเธอฉ่ำเยิ้มไปด้วยแรงปรารถนา "ห้องทำงานของพี่ ไปที่นั่นกันนะคะ"
วาฟเฟิลที่สติหลุดลอยไปแล้ว ทำได้เพียงพยักหน้าอย่างว่าง่าย
ภายในห้องทำงานส่วนตัวของวาฟเฟิล ทันทีที่ประตูปิดลง เบ็ตตี้ก็ผลักร่างของวาฟเฟิลให้ไปติดกับผนัง
ก่อนจะเริ่มจูบเธออีกครั้งอย่างดูดดื่มและรุนแรงยิ่งกว่าเดิม
มือของเธอเริ่มซุกซน ลูบไล้ไปทั่วแผ่นหลังและบั้นท้ายของวาฟเฟิลอย่างย่ามใจ
"อื้อ...เบ็ตตี้...เดี๋ยว..." วาฟเฟิลพยายามจะห้าม แต่ก็ดูเหมือนจะไม่มีประโยชน์
เบ็ตตี้ผละออกมา ดันร่างของวาฟเฟิลให้นั่งลงบนโซฟาหนังตัวหรู แล้วเธอก็ทำในสิ่งที่วาฟเฟิลไม่คาดคิด
นางแมวกลายพันธุ์คุกเข่าลงกับพื้นพรมตรงหน้าของเธอ
ภาพของเด็กฝึกงานในชุดเดรสเรียบร้อยที่กำลังคุกเข่าอยู่ตรงหน้า
ดวงตาที่จ้องมองขึ้นมาอย่างบูชาและปรารถนา มันคือภาพที่ปลุกเร้าอารมณ์ของวาฟเฟิลให้พุ่งสูงขึ้นจนถึงขีดสุด
"เธอ? รู้ตัวใช่ไหมว่ากำลังทำอะไร" วาฟเฟิลถามเสียงสั่น
"รู้ค่ะ" เบ็ตตี้ตอบพลางเลียริมฝีปากอย่างยั่วยวน "กำลังจะทำการประเมินคุณภาพผลิตภัณฑ์ที่สำคัญที่สุดของบริษัทค่ะ"
มือเรียวเล็กของเบ็ตตี้ค่อยๆ เลื่อนไปที่ซิปกางเกงของวาฟเฟิล รูดมันลงอย่างช้าๆ
กล้วยน้ำหวานที่หลับใหลอยู่จะถูกปลดปล่อยออกมาช้าๆ
เพศสภาพที่ธรรมชาติสร้างขึ้นมาอย่างงดงามและพิเศษ ตอนนี้มันกำลังจะถูกปลุกให้ตื่นโดยเด็กฝึกงานที่ร้อนแรงที่สุดในโลก
เบ็ตตี้มองมันด้วยสายตาที่ทอประกาย เหมือนนักชิมที่กำลังจะลิ้มลองอาหารจานเด็ด
ยื่นมือที่สั่นเทาเล็กน้อยออกไป ัักล้วยโค้งยาวสลวยอย่างแ่เบา
"อา..." วาฟเฟิลครางออกมาเมื่อถูกัั
"ร้อนจังเลยนะคะของพี่วาฟเฟิล" เบ็ตตี้กระซิบถาม ดวงตาไม่ละไปจากสิ่งที่อยู่ในมือ "แข็งสู้มือดีจัง"
มือของเธอเริ่มขยับรูดรั้งขึ้นลงอย่างเชื่องช้า แต่มั่นคงและรู้จังหวะ
วาฟเฟิลเอนหลังพิงกับพนักโซฟา หลับตาลงอย่างสุดจะกลั้น ความรู้สึกเสียวซ่านแล่นปราดไปทั่วทั้งร่าง
"ชอบไหมคะแบบนี้" เบ็ตตี้ถามขึ้นอีกครั้ง
ครั้งนี้เธอโน้มใบหน้าลงไปใกล้
ใกล้จนปลายจมูกแทบจะัักับส่วนปลายที่เริ่มมีหยาดน้ำใสๆ ซึมออกมา
ยังไม่ทันที่วาฟเฟิลจะได้ตอบ ปลายลิ้นร้อนชื้นของเบ็ตตี้ก็แตะลงมา
"อ๊าาาา!"