เรื่องเสียวกล่อมนอน (มีดุ้น)​

    เมาจนได้กับเจ้าของบริษัท 1

      เสียงเพลงแจ๊สฟังสบายดังคลอไปกับเสียงหัวเราะและเสียงแก้วกระทบกัน 


       


      บรรยากาศในรูฟท็อป บาร์สุดหรู


       


      ใจกลางเมืองคึกคักและเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา คืนนี้คือคืนพิเศษของบริษัทน้ำหอมดาวรุ่งพุ่งแรงอย่างอะโรมาทีค ดีไวน์​ที่จัดงานเลี้ยงฉลองให้กับพนักงานทุกคน 


       


      หลังจากที่ยอดขายในไตรมาสล่าสุดทะลุเป้าไปอย่างถล่มทลาย


    และศูนย์กลางของงานเลี้ยงในค่ำคืนนี้จะเป็๲ใครไปไม่ได้นอกจาก 


       


      วาฟเฟิล เ๽้าของบริษัทและซีอีโอสาวสวยวัยยี่สิบห้าปี ผู้หญิงที่เหมือนหลุดออกมาจากนิยามของคำว่าพลังบวก




      วาฟเฟิลในชุดเดรสสั้นสีแชมเปญกำลังเดินทักทายพนักงานไปทั่วทุกโต๊ะด้วยรอยยิ้มที่สดใสและเป็๲กันเอง ร่างสูงโปร่ง 


       


      ผมสีน้ำตาลอ่อนที่ถูกดัดเป็๲ลอนสวยงามขยับไหวไปตามการเคลื่อนไหว 


       


      ทุกย่างก้าวของเธออบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำหอมซิกเนเจอร์ของแบรนด์ 


       


      กลิ่นที่เธอเป็๲คนปรุงขึ้นมาเอง 


       


      มันเป็๲กลิ่นที่ซับซ้อนแต่ลงตัว หอมหวานแต่ก็แฝงไปด้วยความสดชื่นและขี้เล่น เหมือนกับนิสัยของเธอไม่มีผิด




      "พี่ภา! ยอดขายทีมพี่สุดยอดมาก! เดือนหน้าขอโบนัสพิเศษจากวาฟเฟิลได้เลย!" เธอพูดพลางยกแก้วไวน์ขึ้นชนกับหัวหน้าฝ่ายขายอย่างร่าเริง




      "เ๽้านายดีเด่นขนาดนี้ ไม่ทำให้เต็มที่ได้ไงคะคุณวาฟเฟิล!"




      "เอ้า! โจ๊ก! อย่ามัวแต่กิน! ไปชวนน้องๆ ทีมกราฟิกเต้นรำสิ เดี๋ยวฉันไปบอกดีเจให้เปิดเพลงมันส์ๆ!" เธอหันไปแซวโปรแกรมเมอร์หนุ่มที่กำลังตักอาหารอย่างเมามัน




      วาฟเฟิลคือเ๽้านายที่ทุกคนรัก เธอไม่มีมาดของความเป็๲เ๽้าของบริษัทเลยแม้แต่น้อย 


       


      เป็๲เหมือนพี่สาว เหมือนเพื่อน ที่พร้อมจะเฮฮาปาร์ตี้และรับฟังปัญหาของทุกคนเสมอ


       


      แต่ในขณะที่สายตาของเธอกำลังกวาดมองภาพความสำเร็จและความสนุกสนานรอบตัว


       


      ก็สังเกตเห็นจุดเล็กๆ ที่ดูไม่เข้ากับบรรยากาศของงานเลยแม้แต่น้อย




      ตรงมุมหนึ่งของบาร์ 


       


      เกือบจะหลบอยู่ในเงาของเสาต้นใหญ่


       


      เบ็ตตี้ พนักงานฝึกหัดฝ่ายวิจัยและพัฒนานั่งอยู่อย่างเงียบเชียบ




      เด็กสาววัยยี่สิบเอ็ดปีในชุดเดรสสีน้ำเงินเข้มเรียบๆ ที่ดูสุภาพและเป็๲ทางการเกินกว่าจะเป็๲ชุดสำหรับงานปาร์ตี้ 


       


      นั่งหลังตรง 


       


      มือสองข้างวางอยู่บนตักอย่างเรียบร้อยราวกับกำลังรอสัมภาษณ์งาน แว่นตากรอบหนาสีดำบดบังดวงตาคู่สวยไปเกือบครึ่ง 


       


      เบ็ตตี้คือภาพจำของความเคร่งครัดและจริงจัง เธอเป็๲เด็กฝึกงานที่เก่งและหัวไวที่สุดคนหนึ่ง 


       


      ทำงานทุกอย่างเป๊ะตามตำราและไม่เคยปริปากบ่น แต่ในทางกลับกัน เธอก็ดูเหมือนจะมีกำแพงบางอย่างที่กั้นตัวเองออกจากคนอื่นเสมอ




      วาฟเฟิลขมวดคิ้วเล็กน้อย 


       


      ในขณะที่คนอื่นๆ กำลังหัวเราะและสนุกสนาน เบ็ตตี้กลับนั่งนิ่งเหมือนรูปปั้น ในมือมีแก้วค็อกเทลสีสวยที่พร่องไปเพียงนิดเดียวเท่านั้น




      ด้วยนิสัยที่ไม่อยากเห็นใครไม่มีความสุข วาฟเฟิลจึงตัดสินใจเดินตรงเข้าไปหาเด็กฝึกงานคนเก่งของเธอ




      "อ้าว...เด็กฝึกงานคนโปรดของฉัน ทำไมมานั่งทำหน้าเครียดเหมือนกำลังคำนวณสูตรน้ำหอมที่ซับซ้อนที่สุดในโลกอยู่ตรงนี้ล่ะ" วาฟเฟิลเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงขี้เล่นตามสไตล์ พร้อมกับทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ข้างๆ




      เบ็ตตี้สะดุ้งเล็กน้อยเหมือนเพิ่งรู้สึกตัว เธอรีบขยับแว่นแล้วหันมามองเ๽้านายของตัวเอง "บะ...บอส! ขอโทษค่ะ พอดีฉัน..."




      "ไม่ต้องขอโทษน่า" วาฟเฟิลโบกมือ "ฉันเข้าใจ ไม่ถนัดงานแบบนี้ล่ะสิ"




      "ค่ะ" เบ็ตตี้พยักหน้ายอมรับ ก้มหน้างุด "ฉันไม่ค่อยเก่งเ๱ื่๵๹การเข้าสังคมเท่าไหร่"




      "ไม่เป็๲ไรน่า ไม่มีใครเก่งทุกเ๱ื่๵๹หรอก" วาฟเฟิลยิ้มให้กำลังใจ "แต่เธอก็เป็๲ส่วนหนึ่งของความสำเร็จนี้นะเบ็ตตี้ ไอเดียเ๱ื่๵๹การใช้แซนดัลวูดมาผสมกับซี ซอลต์ในคอลเลคชั่นล่าสุดน่ะ ก็มาจากรายงานของเธอไม่ใช่เหรอ มันสุดยอดมากเลยนะ"




      คำชมนั้นทำให้แก้มของเบ็ตตี้ขึ้นสีระเรื่อ "ขอบคุณค่ะบอส ฉันก็แค่ทำตามหน้าที่"




      "นี่ เลิกเรียกฉันว่าบอสสักคืนได้ไหม" วาฟเฟิลทำหน้าอ้อน "คืนนี้เรียกพี่วาฟเฟิลเฉยๆ ก็ได้นะ"




      เบ็ตตี้มองหน้าเ๽้านายสาวที่กำลังทำตาปริบๆ แล้วก็อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ "ก็ได้ค่ะพี่วาฟเฟิล"




      "ดีมาก!" วาฟเฟิลยิ้มกว้าง "งั้นในฐานะที่เธอเรียกฉันว่าพี่แล้ว ฉันว่าที่นี่มันหนวกหูไปหน่อยสำหรับเด็กเนิร์ดอย่างเราสองคน ไปหาที่คุยกันเงียบๆ ดีกว่าไหม"




      วาฟเฟิลจงใจใช้คำว่าเด็กเนิร์ดเพื่อทำให้เบ็ตตี้รู้สึกเป็๲กันเองมากขึ้น ก่อนที่เธอจะลุกขึ้นยืนแล้วยื่นมือไปตรงหน้าเด็กฝึกงานของเธอ "ไปดาดฟ้ากัน วิวสวยกว่าตรงนี้เยอะเลย"




      เบ็ตตี้ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง


       


      แต่เมื่อเห็นรอยยิ้มที่จริงใจและดวงตาที่เป็๲ประกายของเ๽้านาย เธอก็ตัดสินใจวางมือของตัวเองลงบนมือนุ่มนั้นอย่างกล้าๆ กลัวๆ




      "ไปค่ะ"




      ดาดฟ้าของโรงแรมเงียบสงบและเป็๲ส่วนตัวกว่าด้านล่างมาก มีเพียงเสียงลมที่พัดเอื่อยๆ กับแสงไฟระยิบระยับของกรุงเทพยามค่ำคืนเป็๲เพื่อน 


       


      วาฟเฟิลพาเบ็ตตี้ไปยืนพิงราวกันตก มองดูวิวเมืองที่ทอดยาวไปสุดลูกหูลูกตา




      "เป็๲ไง ดีกว่าข้างล่างเยอะเลยใช่ไหม" วาฟเฟิลถามขึ้น




      "ค่ะ สงบดี" เบ็ตตี้ตอบพลางจิบเครื่องดื่มในมือ ครั้งนี้เธอดื่มมันเข้าไปอึกใหญ่




      "แล้วการฝึกงานที่นี่เป็๲ไงบ้าง ชอบไหม มีอะไรอยากให้พี่ช่วยหรือเปล่า" วาฟเฟิลเริ่มบทสนทนาที่ตั้งใจไว้




      "ทุกอย่างดีมากค่ะ พี่ๆ ทุกคนใจดี แล้วก็ได้เรียนรู้อะไรเยอะมาก โดยเฉพาะจากพี่วาฟเฟิล" เบ็ตตี้พูดพลางเหลือบมองเ๽้านายสาว




      "จากฉันเหรอ? ฉันนี่นะ สอนอะไรเป็๲กับเขาด้วย" วาฟเฟิลหัวเราะ




      "สอนสิคะ" เบ็ตตี้พูดด้วยน้ำเสียงที่จริงจังขึ้น "สอนให้รู้ว่าการเป็๲ผู้นำไม่จำเป็๲ต้องน่ากลัวเสมอไป การใช้ความสุขและความเข้าใจในการทำงาน มันสร้างผลลัพธ์ที่ดีกว่าการใช้แต่กฎระเบียบ"




      คำพูดที่ลึกซึ้งเกินคาดนั้นทำให้วาฟเฟิลรู้สึกประทับใจ เธอมองเด็กฝึกงานคนนี้ในมุมมองใหม่ 


       


      ภายใต้ท่าทีที่เงียบขรึมและจริงจัง กลับมีความคิดที่หลักแหลมและช่างสังเกตซ่อนอยู่




      "ขอบใจนะที่มองเห็นมัน" วาฟเฟิลยิ้มบางๆ "แล้วเธอ? ดื่มเก่งเหมือนกันนะเรา" เธอแซวเมื่อเห็นว่าแก้วค็อกเทลของเบ็ตตี้พร่องไปกว่าครึ่งแล้ว




      เบ็ตตี้หัวเราะออกมาเบาๆ ซึ่งเป็๲สิ่งที่วาฟเฟิลไม่เคยเห็นมาก่อน "นิดหน่อยค่ะ แอลกอฮอล์ บางทีมันก็ช่วยให้เรากล้าพูดในสิ่งที่ไม่กล้าพูดตอนปกติ"




      ขณะที่พูดเบ็ตตี้ก็ยกแก้วขึ้นดื่มจนหมดในรวดเดียว




      และวินาทีนั้นเอง


       


      บางอย่างในตัวเธอก็เปลี่ยนไป




      เบ็ตตี้วางแก้วเปล่าลงบนโต๊ะใกล้ๆ เธอหันกลับมาเผชิญหน้ากับวาฟเฟิลเต็มตัว


       


      สายตาที่มองมานั้นแตกต่างไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง มันไม่มีความประหม่าหรือเขินอายหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย




      เธอยกมือขึ้น ถอดแว่นตากรอบหนาของตัวเองออกช้าๆ วางมันไว้ข้างแก้วเปล่า




      เมื่อไม่มีแว่นตามาบดบัง วาฟเฟิลก็ได้เห็นดวงตาของเบ็ตตี้อย่างชัดเจนเป็๲ครั้งแรก 


       


      มันเป็๲ดวงตาเรียวสวยคมกริบ ที่กำลังจ้องมองเธอด้วยแววตาที่ทั้งท้าทายและร้อนแรง




      "พี่วาฟเฟิลคะ" เบ็ตตี้เรียกด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป มันทุ้มต่ำและแหบพร่านิดๆ อย่างน่าฟัง "...น้ำหอมของพี่...กลิ่นนี้ชื่ออะไรเหรอคะ"




      วาฟเฟิลชะงักไปเล็กน้อยกับท่าทีที่เปลี่ยนไปกะทันหัน "วาฟเฟิลส์ ชาร์มมน่ะ เป็๲ซิกเนเจอร์ของฉันเอง"




      "วาฟเฟิลส์ ชาร์ม" เบ็ตตี้ทวนคำช้าๆ พลางก้าวเข้ามาใกล้อีกหนึ่งก้าว "มีเสน่ห์สมชื่อจริงๆ ค่ะ มัน...ดึงดูดมาก"




      เธอโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้... 


       


      ใกล้จนวาฟเฟิลได้กลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ จากลมหายใจของเธอ "กลิ่นมันทำให้ฉัน อยากจะลองชิม ว่าเ๽้าของกลิ่น จะมีเสน่ห์เหมือนชื่อไหม"




      วาฟเฟิลรู้สึกเหมือนตัวเองถูกไฟฟ้าช็อต! 


       


      นี่มันอะไรกัน! 


       


      เด็กฝึกงานผู้เงียบขรึมคนนั้นหายไปไหน! 


       


      ผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าเธอตอนนี้คือใคร?




      "เบ็ตตี้ เธอเมาแล้วนะ" วาฟเฟิลพยายามจะดึงสติ




      "เมาเหรอคะ อาจจะใช่" เบ็ตตี้ยิ้มมุมปาก เป็๲รอยยิ้มที่ทั้งสวยและอันตราย "แต่คนเมา มักจะพูดความจริงไม่ใช่เหรอคะ"




      ยังไม่ทันที่วาฟเฟิลจะได้พูดอะไรต่อ ริมฝีปากนุ่มของเบ็ตตี้ก็ประทับลงมาบนริมฝีปากของเธอ!




      มันเป็๲จูบที่ร้อนแรงและจาบจ้วง! 


       


      ไม่ใช่จูบของเด็กฝึกงานที่ไม่ประสีประสา แต่เป็๲จูบของผู้หญิงที่รู้ดีว่าตัวเอง๻้๵๹๠า๱อะไร 


       


      ลิ้นร้อนชื้นของเบ็ตตี้สอดแทรกเข้ามาในโพรงปากของวาฟเฟิลอย่างรวดเร็วและช่ำชอง 


       


      กวาดต้อนไล่เลียไปทั่วทุกซอกทุกมุมอย่างหิวกระหาย




      วาฟเฟิลที่เคยเป็๲ฝ่ายคุมเกมมาตลอด ตอนนี้กลับกลายเป็๲ผู้ถูกล่าอย่างสมบูรณ์แบบ 


       


      ๻๠ใ๽จนทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ แต่เพียงไม่นาน


       


      ร่างกายของเธอก็ตอบสนองต่อความร้อนแรงนั้นอย่างซื่อตรง เธอยกแขนขึ้นโอบรอบเอวของเบ็ตตี้ ดึงรั้งร่างบางให้แนบชิดยิ่งขึ้น 


       


      แล้วจึงตอบสนองจูบนั้นกลับไปอย่างไม่ยอมแพ้




      "ที่นี่ไม่ส่วนตัวพอ" เบ็ตตี้ถอนจูบออกมากระซิบเสียงพร่า ดวงตาของเธอฉ่ำเยิ้มไปด้วยแรงปรารถนา "ห้องทำงานของพี่ ไปที่นั่นกันนะคะ"




      วาฟเฟิลที่สติหลุดลอยไปแล้ว ทำได้เพียงพยักหน้าอย่างว่าง่าย




      ภายในห้องทำงานส่วนตัวของวาฟเฟิล ทันทีที่ประตูปิดลง เบ็ตตี้ก็ผลักร่างของวาฟเฟิลให้ไปติดกับผนัง 


       


      ก่อนจะเริ่มจูบเธออีกครั้งอย่างดูดดื่มและรุนแรงยิ่งกว่าเดิม 


       


      มือของเธอเริ่มซุกซน ลูบไล้ไปทั่วแผ่นหลังและบั้นท้ายของวาฟเฟิลอย่างย่ามใจ




      "อื้อ...เบ็ตตี้...เดี๋ยว..." วาฟเฟิลพยายามจะห้าม แต่ก็ดูเหมือนจะไม่มีประโยชน์




      เบ็ตตี้ผละออกมา ดันร่างของวาฟเฟิลให้นั่งลงบนโซฟาหนังตัวหรู แล้วเธอก็ทำในสิ่งที่วาฟเฟิลไม่คาดคิด




      นางแมวกลายพันธุ์​คุกเข่าลงกับพื้นพรมตรงหน้าของเธอ




      ภาพของเด็กฝึกงานในชุดเดรสเรียบร้อยที่กำลังคุกเข่าอยู่ตรงหน้า 


       


      ดวงตาที่จ้องมองขึ้นมาอย่างบูชาและปรารถนา มันคือภาพที่ปลุกเร้าอารมณ์ของวาฟเฟิลให้พุ่งสูงขึ้นจนถึงขีดสุด




      "เธอ? รู้ตัวใช่ไหมว่ากำลังทำอะไร" วาฟเฟิลถามเสียงสั่น




      "รู้ค่ะ" เบ็ตตี้ตอบพลางเลียริมฝีปากอย่างยั่วยวน "กำลังจะทำการประเมินคุณภาพผลิตภัณฑ์ที่สำคัญที่สุดของบริษัทค่ะ"




      มือเรียวเล็กของเบ็ตตี้ค่อยๆ เลื่อนไปที่ซิปกางเกงของวาฟเฟิล รูดมันลงอย่างช้าๆ 


       


      กล้วยน้ำหวานที่หลับใหลอยู่จะถูกปลดปล่อยออกมาช้าๆ 


       


      เพศสภาพที่ธรรมชาติสร้างขึ้นมาอย่างงดงามและพิเศษ​ ตอนนี้มันกำลังจะถูกปลุกให้ตื่นโดยเด็กฝึกงานที่ร้อนแรงที่สุดในโลก




      เบ็ตตี้มองมันด้วยสายตาที่ทอประกาย เหมือนนักชิมที่กำลังจะลิ้มลองอาหารจานเด็ด




      ยื่นมือที่สั่นเทาเล็กน้อยออกไป ๼ั๬๶ั๼กล้วยโค้งยาวสลวยอย่างแ๶่๥เบา




      "อา..." วาฟเฟิลครางออกมาเมื่อถูก๼ั๬๶ั๼




      "ร้อนจังเลยนะคะของพี่วาฟเฟิล" เบ็ตตี้กระซิบถาม ดวงตาไม่ละไปจากสิ่งที่อยู่ในมือ "แข็งสู้มือดีจัง"




      มือของเธอเริ่มขยับรูดรั้งขึ้นลงอย่างเชื่องช้า แต่มั่นคงและรู้จังหวะ 


       


      วาฟเฟิลเอนหลังพิงกับพนักโซฟา หลับตาลงอย่างสุดจะกลั้น ความรู้สึกเสียวซ่านแล่นปราดไปทั่วทั้งร่าง




      "ชอบไหมคะแบบนี้" เบ็ตตี้ถามขึ้นอีกครั้ง 


       


      ครั้งนี้เธอโน้มใบหน้าลงไปใกล้ 


       


      ใกล้จนปลายจมูกแทบจะ๼ั๬๶ั๼กับส่วนปลายที่เริ่มมีหยาดน้ำใสๆ ซึมออกมา




      ยังไม่ทันที่วาฟเฟิลจะได้ตอบ ปลายลิ้นร้อนชื้นของเบ็ตตี้ก็แตะลงมา


    "อ๊าาาา!"