บรรยากาศภายในทั้งสองโลกเต็มไปด้วยความคึกคักและความคาดหวังที่ไม่เคยมีมาก่อน
ทุกที่ทุกมุมของอาณาจักรเทพและปีศาจ ต่างคลาคล่ำไปด้วยผู้เล่นที่พูดคุยกันถึงการแข่งขันครั้งยิ่งใหญ่ เสียงซุบซิบและการคาดการณ์เกิดขึ้นในทุกๆที่ โดยเฉพาะกับเหล่าผู้เล่นระดับสูงที่แม้จะมีประสบการณ์และทักษะเหนือกว่า
แต่กลับไม่อาจเข้าร่วมได้เนื่องจากเลเวลของพวกเขานั้นเกินระดับที่ 600 ไปแล้ว ความเสียดายพลันแผ่ไปทั่วกลุ่มผู้เล่นเหล่านี้ เพราะพวกเขารู้ดีว่านี่เป็นโอกาสครั้งสำคัญที่อาจเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่แบบนี้
ในทางกลับกัน ผู้เล่นที่มีเลเวลต่ำกว่า 600 ซึ่งมีจำนวนมากมาย ต่างตกอยู่ในภวังค์แห่งความหวังและตื่นเต้นที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน
ไม่ว่าจะเป็นผู้เล่นที่มีเลเวลสูงใกล้ 600 หรือเลเวลต่ำเพียงไม่กี่สิบ ทั้งหมดต่างรู้ว่ามีสิทธิ์ที่จะถูกเลือกให้เป็นตัวแทนของฝ่ายตน และความเป็นไปได้ที่จะได้กลายเป็นวีรบุรุษของทั้งอาณาจักรก็เป็นสิ่งที่ยากจะปฏิเสธ
ต่อให้พวกเขาจะมีความแข็งแกร่งต่างกันอย่างชัดเจน แต่นั่นก็ไม่สำคัญสำหรับกฎเกณฑ์ที่ระบบโลกได้บอกเอาไว้
ระบบโลกได้ประกาศไว้อย่างชัดเจนว่าการสุ่มจะเกิดขึ้นอย่างเที่ยงตรง ทุกคนที่อยู่ในระดับเลเวลที่กำหนดล้วนมีสิทธิ์เข้าร่วมอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าผู้เล่นคนนั้นจะมีเลเวลเพียง 50 หรือ 600 ก็มีโอกาสที่จะถูกสุ่มเลือกเป็นตัวแทนได้เช่นกัน
ด้วยเหตุนี้ หลายคนที่เลเวลต่ำจึงเริ่มตระหนักได้ว่าโอกาสนี้อาจเป็นได้ทั้งเกียรติยศและหายนะ
เพราะแม้จะมีโอกาสในการเป็นหนึ่งในสิบตัวแทนแห่งอาณาจัก แต่ความไม่แน่นอนของระบบสุ่มทำให้เกิดความกังวลในใจ
หากผู้เล่นเลเวลต่ำๆถูกเลือกขึ้นมาแทนที่จะเป็นผู้เล่นที่มีความสามารถสูง อาจเป็นการทำให้ทีมเสียเปรียบอย่างมาก และการพ่ายแพ้ก็อาจกลายเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ผู้เล่นหลายกลุ่มจึงเริ่มเตรียมตัวอย่างจริงจัง ถึงจะมีเวลาเพียงหนึ่งเดือน แต่ทุกคนต่างก็มุ่งมั่นฝึกฝนเพิ่มพูนทักษะของตนเองเพื่อพร้อมรับโอกาส หากถูกเลือกให้เป็นตัวแทน แต่ละฝ่ายต่างทุ่มเทเต็มกำลังในการเพิ่มเลเวลและฝึกฝนสกิล
ไม่ว่าจะเป็นการเข้าดันเจี้ยน สู้กับเหล่ามอนสเตอร์ปีศาจ หรือฝึกฝนทักษะเฉพาะด้าน มีการจัดทีมซ้อมระหว่างผู้เล่นอย่างเป็นระบบ
เสียงกระหึ่มของสนามฝึกซ้อมดังขึ้นไม่ขาดสาย และทุกหนแห่งที่ผู้คนฝึกซ้อมก็ถูกจับตามองด้วยสายตาอิจฉาและคาดหวัง
“น่าสนใจ!”
อนาเธอร์ที่พึ่งออกจากดันเจี้ยนหลังจากได้ยินประกาศนั้น ยืนมองเหล่าผู้เล่นที่ฝึกซ้อมอย่างเอาเป็นเอาตาย ตัวเขารู้สึกได้ถึงบรรยากาศที่เปลี่ยนแปลงไปในทุกมุมของโลกใบนี้
คริสติน่าซึ่งยืนอยู่ข้างๆได้เอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอสงบนิ่งแต่แฝงด้วยความคาดหวัง
“หากท่านสามีได้รับเลือก ข้ามั่นใจว่าไม่มีใครเทียบฝีมือได้แน่นอน เพราะท่านมีความสามารถที่จะยืนหยัดเป็นตัวแทนของเรา”
อนาเธอร์หันมายิ้มเล็กน้อยให้คริสติน่า พลางพูดตอบกลับออกไป
“ถึงจะเป็นแบบนั้น แต่การสุ่มก็เป็นสิ่งที่ยากจะคาดเดา แต่ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง..”
“ฉันเองก็จะทำให้เต็มที่”
เขาพูดอย่างมั่นใจ และรู้ดีว่าการแข่งขันครั้งนี้อาจเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ของทั้งสองฝ่าย
ไม่ไกลจากที่อนาเธอร์และคริสติน่ากำลังสนทนา กลุ่มผู้เล่นเลเวลสูงบางคนที่ไม่สามารถเข้าร่วมการแข่งขันได้ต่างก็แสดงความเสียดายออกมา บางคนบ่นพึมพำถึงโอกาสที่สูญเสียไป
“เฮ้ออ หากเราได้เป็นตัวแทน”
“คงจะสามารถแสดงฝีมือได้เต็มที่.. แต่ตอนนี้เราทำได้แค่มองอยู่ห่างๆเท่านั้น”
บรรยากาศเช่นนี้ทำให้โลกทั้งสองเต็มไปด้วยความคาดหวังที่ยิ่งใหญ่ การแข่งขันที่กำลังจะมาถึงไม่ใช่เพียงแค่การต่อสู้ธรรมดา แต่เป็นการต่อสู้เพื่อเกียรติยศ ความกล้าหาญ และโอกาสที่ยิ่งใหญ่ที่จะสั่นสะเทือนอาณาจักรแห่งเทพ
หลังจากได้รับฟังประกาศของระบบโลก เวลาได้ล่วงเลยผ่านไปหลายวัน
อนาเธอร์ก็ไม่ได้เสียเวลาลังเล
ชายหนุ่มตัดสินใจที่จะทุ่มเทยกระดับเลเวลของตนให้มากที่สุด ด้วยความมุ่งมั่นและการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง การต่อสู้กับมอนสเตอร์ในดันเจี้ยนต่างๆโดยที่ไม่ต้องแบ่งค่าประสบการณ์กับใคร
ทำให้เขาสามารถไต่ระดับได้อย่างรวดเร็ว ถึงตอนนี้ เลเวลของเขาพุ่งทะยานไปถึง 320 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ที่สำคัญ เขาไม่จำเป็นต้องไหว้วานให้ภรรยาคนสวยตามติด เพราะไม่มีเทพปีศาจตนใดที่กล้าละเมิดกฎของโลกอีก
ในตอนนี้ อนาเธอร์กำลังยืนมองแสงสีหม่นที่ล้อมรอบประตูมิติของดันเจี้ยนขนาดใหญ่ที่มีชื่อว่า "เทวสถานโบราณศักดิ์สิทธิ์" สายตาของเขาหรี่ลงเล็กน้อย ขณะอ่านรายละเอียดของดันเจี้ยนนี้ที่แสดงขึ้นอยู่บนหน้าจอภาพโฮโลแกรม
【เทวสถานโบราณศักดิ์สิทธิ์: สำหรับผู้เล่นระดับเลเวล 300 - 400】
【ความยาก: ง่าย, ยาก, ฝันร้าย, ระดับนรก (ต้องเคลียร์ระดับฝันร้ายด้วยตัวคนเดียว ระดับนรกจึงจะเปิดขึ้น)】
【จำนวนผู้เล่นที่เข้าร่วมได้พร้อมกัน: 1-20 คน】
【หมายเหตุ: เทวสถานโบราณศักดิ์สิทธิ์คืออาณาเขตรกร้างที่ตั้งอยู่บนเกาะลอยฟ้าอันลึกลับ ว่ากันว่ามันคือเทวสถานที่เต็มไปด้วยพลังซึ่งปนเปื้อนไปด้วยความชั่วร้าย เหล่านักบวชที่ครั้งหนึ่งเคยเชื่อมั่นในแสงสว่าง ได้แปรเปลี่ยนไปเป็นนักบวชแห่งความมืด (คำเตือน: เหล่านักบวชนั้นเชี่ยวชาญในการใช้เวทมนตร์ดำ ถ้าไม่มีค่าสถานะจิตวิญญาณสูง ระบบดันเจี้ยนก็ไม่แนะนำให้เข้าไป)】
อนาเธอร์ยืนพิจารณาข้อมูลนี้ด้วยความตื่นเต้น แม้ว่าโดยทั่วไปแล้วดันเจี้ยนนี้เหมาะกับผู้เล่นกลุ่มใหญ่ ไม่ใช่สายต่อสู้เดี่ยวเช่นเขา
แต่การที่สามารถเข้าดันเจี้ยนได้คนเดียวแบบนี้ มันกลับเป็นสิ่งที่กระตุ้นความท้าทายในใจของชายหนุ่มเป็นอย่างมาก
“เจ้าพวกนักบวชแห่งความมืด.. ”
“เวทมนตร์ดำใช่ไหม?”
“ก็มาสิวะ ลองดูว่าพวกแกเหล่านักบวชจะทำอะไรได้บ้าง! ฉันมีร่างจำแลงอยู่ด้วยกันถึงสองสกิล ถ้าฉันผ่านมันไปไม่ได้ คนอื่นๆที่มีความคิดที่จะลงคนเดียวก็คงสิ้นหวังกันแล้วละ”
เสียงหัวเราะเบาๆดังออกมา ก่อนที่เขาจะก้าวเดินไปยังทางเข้าดันเจี้ยน ท่ามกลางสายตาของผู้เล่นมากมายที่ยืนอยู่บริเวณนั้น
หลายคนจ้องมองอย่างตกตะลึง เมื่อเห็นอนาเธอร์ตัดสินใจลงดันเจี้ยนระดับนี้เพียงลำพัง
“นั่น...ทายาทตระกูลซิกฟรีดจะไปคนเดียวเหรอ? บ้าชัดๆ”
เสียงซุบซิบเริ่มดังขึ้นเบาๆ พร้อมกับสายตาที่ยังจับจ้องมาที่เขาด้วยความตกใจ
“แต่ตัวของเขาก็เป็นถึงอวาตาร์แห่งเทพเจ้า ใครจะรู้ว่าบางทีนี่อาจจะทำได้จริงๆ”
“นั่นสินะ มีพลังของซุนหงอคงและโอดิน ระดับของชายคนนี้ต่างจากพวกเรามาก!”
ทันทีที่ก้าวเข้าไปในดันเจี้ยน บรรยากาศรอบด้านเปลี่ยนเป็นเงามืดและเย็นเยียบ พื้นหินหยาบกร้านสีเทากระทบกับเสียงฝีเท้า กลิ่นอับชื้นของอาณาเขตโบราณผสมกับกลิ่นกำยานจางๆ ทำให้บรรยากาศดูน่าขนลุก
ขณะที่ชายหนุ่มก้าวลึกเข้าไปเรื่อยๆ
อนาเธอร์ก็เริ่มสัมผัสได้ถึงพลังเวทมนตร์ที่กระจายอยู่ทั่วบริเวณ พลังมืดเหล่านี้เปล่งแสงสีม่วงแผ่วๆออกมาจากผนังและซอกหลืบต่างๆ ราวกับมีดวงตาหลายร้อยคู่เฝ้ามอง
ในไม่ช้า เสียงฝีเท้าที่เงียบงันของเขาถูกขัดจังหวะด้วยเสียงท่องบทสวดอันเย็นชา
เหล่านักบวชในชุดคลุมสีดำปรากฏตัวขึ้นตรงหน้า ดวงตาของพวกเขาเป็นสีแดงฉาน ร่างกายปกคลุมด้วยความมืด ราวกับหลอมรวมเป็นหนึ่งกับเงาของดันเจี้ยน ทุกคนหันมาจ้องมองอนาเธอร์ที่ยืนอยู่ด้วยแววตาที่เย็นเยียบและไร้ซึ่งความรู้สึก
“เจ้าพวกนี้มัน.. มนุษย์เหรอ?”
นัยน์ตาของอนาเธอร์หรี่ลง พร้อมกับที่ระบบผู้สืบทอดได้ตรวจสอบค่าสถานะของมัน
【นักบวชแห่งความมืด เลเวล: 350】
【พละกำลัง: 10,000】
【ความทนทาน: 30,000】
【ความเร็ว: 10,000】
【จิตวิญญาณ: 55,000】
【ทักษะสกิลติดตัว ลูกบอลเพลิงทมิฬ,จิตวิญญาณหัวกระโหลก,บทสวดมรณะ】
“อืมม. ทักษะโจมตีสองชนิดและทักษะลดค่าสถานะหนึ่งชนิด”
“ถ้าพวกมันตัวเดียวไม่เท่าไหร่”
“แต่ถ้ามีบางตัวเปิดใช้บทสวดมรณะละก็.. เป็นผู้เล่นคนอื่นคงร้องจ๊ากแน่นอน! ทว่าไม่ใช่สำหรับฉันที่มีทักษะจิตวิญญาณวานรหิน!”
“ที่สำคัญถ้าพวกมันมาเยอะก็ยิ่งดี เพราะฉันมีทักษะอย่างผู้ยิ่งใหญ่เทียมฟ้า ยิ่งพวกมันมาเยอะฉันก็ยิ่งแข็งแกร่งมากเท่านั้น!”