ภารกิจพิชิตสามี
บทที่ 9 จินเยว่
จินเยว่หญิงงามอันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวง กำลังร่ายรำในโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง ที่นางได้รับสมญานามนี้ไม่ใช่เพราะความสวยเพียงอย่างเดียว แต่เพราะเสน่ห์เย้ายวนและความสามารถทั้งกาพย์ โคลง กลอน ดนตรี ร่ายรำ หรือแม้แต่ยิงธนูนางก็ทำได้ดีไม่มีที่ติ
ขณะร่ายรำนางก็สอดส่ายสายตาไปรอบๆโรงเตี๊ยม ่นี้ทหารในเมืองเดินตรวจตราเข้มงวดกว่าปกติมาก นางเคยลองถามลูกค้าที่เป็ทหารและได้ความว่า่นี้มีการไล่ล่าหาตัวบุคคลจากต่างแดนมาลงโทษ เพราะราชครูคนใหม่ทำนายไว้ว่าบุคคลจากต่างแดนจะนำภัยพิบัติมาสู่แคว้น ดังนั้น่นี้จึงมีทหารคอยค้นหาคนจากต่างแดนเต็มไปหมด คำว่า 'คนจากต่างแดน' ที่พวกเขาหมายถึงคือคนที่ชอบพูดสำเนียงหรือคำศัพท์แปลกๆ
จินเยว่ที่ได้ยินถึงกับหวาดกลัวในใจ แต่ไม่ได้แสดงอาการ นางเองก็เป็คนจากต่างแดนอย่างที่ทหารตามหาเช่นกัน แต่โชคดีที่นางเข้ามาเล่นเกมเป็เวลานานแล้ว ทำให้นางดูกลมกลืนไปกับผู้คนในยุคสมัยนี้ หลังจบการแสดงนางก็เข้าห้องส่วนตัวเพื่อพักผ่อน เถ้าแก่โรงเตี๊ยมยิ้มแย้มเดินเข้ามาในห้องพักส่วนตัวแล้วเอ่ยกับนางว่า
"ขอบคุณแม่นางจินเยว่มากๆ เพราะแม่นางทำให้ยอดขายที่ร้านแห่งนี้ขายดีเป็เทน้ำเทท่าเลย"
"เป็หน้าที่ของข้าน้อยอยู่แล้วเ้าค่ะ"
หลังจากพูดคุยกันพักหนึ่ง เถ้าแก่โรงเตี๊ยมก็ให้คนนำเงินค่าจ้างมาให้จินเยว่ การที่ขึ้นชื่อว่าเป็สาวงามอันดับหนึ่งค่าตัวย่อมไม่ใช่น้อย ดังนั้นตอนนี้นางจึงมีเงินเก็บมากมาย จนสามารถซื้อบ้านหลังเล็กในเมืองได้ เมื่อได้รับเงินเรียบร้อย นางก็เดินออกจากโรงเตี๊ยมเพื่อกลับไปยังบ้านพักทันที
่นี้เป็่ที่นางต้องระวังตัวเป็อย่างมาก เพราะข่าวที่เคยได้ยินเกี่ยวกับราชครูคนใหม่นั้นค่อนข้างแปลกประหลาด นางรู้สึกว่าเขาน่าจะเป็พวกเดียวกับนางแต่ก็ไม่น่าจะใช่ ที่คิดว่าเขาเป็พวกเดียวกับนางเพราะราชครูคนใหม่มีชื่อว่า 'ตี๋เหรินเจี๋ย' ซึ่งมันให้ความรู้สึกแปลกประหลาดมากหากเป็ชื่อของคนในยุคสมัยนี้ แต่ที่บอกว่าเขาไม่ใช่พวกเดียวกับนางเพราะเขาเป็ตัวตั้งตัวตีที่ให้จับ 'คนจากต่างแดน' เหมือนนางไปปะา นี่คือสิ่งที่นางไม่เข้าใจ ดังนั้นระวังตัวไว้ก่อนไม่เสียหาย โชคดีที่นางตั้งชื่อตัวละครได้กลมกลืนกับคนปกติ ได้ยินว่าไม่กี่วันก่อน 'ไซอิ๋ว' ได้ถูกกำจัด เพราะราชครูบอกว่าชื่อนี้เป็ที่แปลกประหลาด ทำให้ถูกจับได้ว่าเป็คนจากต่างแดน
ขณะจินเยว่กำลังเดินทางกลับบ้าน เสียงโหวกเหวกโวยวายด้านหน้าทำให้ความอยากรู้อยากเห็นเข้าครอบงำ
"เฮ้ยพวกแกจะมาจับข้าแบบนี้ได้ยังไง"
"ทำไมจะจับไม่ได้ ก็พวกเ้าสามคนมีชื่อแปลกๆ ท่านราชครูบอกว่าคนชื่อแปลกต้องพามาให้ท่านราชครูสอบสวนถึงจะรู้ว่าใช่คนต่างแดนหรือไม่"
"พวกข้าชื่อแปลกตรงไหน"
"งั้นเ้าพูดมาใหม่ให้ประชาชนได้ยินเลย ว่าพวกเ้าสามคนชื่ออะไร"
"ข้าชื่อ 'ป่อ' "
"ข้าชื่อ 'เต็ก' "
"ข้าชื่อ 'ตึ๊ง' "
เสียงโต้เถียงของชายหนุ่มสามกับกลุ่มทหารดังขึ้นที่กลางตลาด จินเยว่ที่ได้ยินเช่นนั้นถึงกับเอามือกุมขมับ นางไม่สามารถบอกได้เลยชายหนุ่มสามคนนี้เป็คนยุคเดียวกับนาง หรือเป็คนในยุคนี้ หากแยกกันอยู่ก็ไม่เห็นถึงความแปลก แต่ชื่อที่พอรวมกันแล้วเป็คำว่า ป่อเต็กตึ๊ง แถมยังเรียงชื่อกันพอดีเป๊ะอีกด้วย อืม...มันก็ให้ความรู้สึกแปลกจริงๆ
จินเยว่ใช้ความสวยของนางให้เป็ประโยชน์ โดยการเดินเข้าไปใกล้ทหารนายหนึ่งที่กำลังกุมตัวชายสามคนนั้น นางเข้าไปพร้อมกระซิบถามขึ้นว่า
"ท่านทหารสุดหล่อ ชายสามคนนี้ทำอะไรผิดมาหรือเ้าคะ"
ทหารที่กำลังจะหันไปด่าคิดว่าเป็ชาวบ้านที่เข้ามายุ่ง เมื่อเห็นว่าเป็สาวงามก็หยุดชะงักทันทีก่อนจะตอบว่า
"โอ้ แม่นางจินเยว่ สามคนนี้เป็คนที่อาจเป็อันตรายต่อแคว้นน่ะสิ"
มีชายใดบ้างในเมืองหลวงไม่รู้จักจินเยว่ผู้งดงามราวแสงจันทร์ที่สว่างไสวผู้นี้ เขาส่งสายตาเคลิบเคลิ้มไปที่หญิงสาว จินเยว่ที่เห็นสายตาเคลิบเคลิ้มก็นึกขยะแขยงขึ้นในใจ แต่ยังคงส่งยิ้มหวานและถามต่อไปว่า
"เหตุใดถึงบอกว่าชายสามคนนี้อาจเป็อันตรายต่อแคว้นหรือเ้าคะ"
"เป็คำสั่งของท่านราชครู หากพบชื่อคนแปลกๆในเมืองให้รีบจับมาให้ท่านพิจารณาทันที"
จินเยว่ขมวดคิ้วเล็กน้อย นางคิดจะเอ่ยถามแต่ก็ไม่ได้เปิดปากออกมา ยุ่งเื่ชาวบ้านอาจมีปัญหามาถึงตัว ดังนั้นนางจึงไม่พูดอะไรอีก แต่ทหารนายนั้นยังอยากคุยกับสาวงามอันดับหนึ่งผู้นี้ จึงเอ่ยถามขึ้นว่า
"แม่นางมีอันใดสงสัยอีกหรือไม่"
ขณะที่จินเยว่กำลังจะเอ่ยปากถาม หนึ่งในชายหนุ่มที่ถูกจับหลุดออกจากเชือกที่มัดแขนของเขาไว้ พุ่งตรงเข้าไปล็อกคอจินเยว่ทันที จินเยว่ที่ถูกจับเป็ตัวประกันถึงกับใจนทำอะไรไม่ถูก จังหวะนั้นนางทุ่มชายหนุ่มคนนั้นไปข้างหน้า เข้ากลางวงทหารที่กุมตัวชายหนุ่มทั้งสามไว้ ไม่รู้เพราะบังเอิญหรือจงใจ ชายหนุ่มคนที่ถูกทุ่มล้มลงไปตรงเชือกที่มัดเพื่อนของเขาทั้งสองคนไว้พอดี และไม่มีใครรู้ว่ามีดมาอยู่ในมือของเขาได้อย่างไร แต่จังหวะนั้นใครจะไปสนใจกันล่ะ เขารีบเอามีดตัดเชือกที่มัดเพื่อนทั้งสองเอาไว้แล้วพากันหนีกระจัดกระจายกันไปคนละทาง เหล่าทหารที่กำลังตกตะลึงในฝีมือของจินเยว่ เมื่อได้สติกลับมา ทั้งสามก็หนีไปไกลแล้ว ต่างคนต่างวิ่งไล่ล่าตามหาผู้ต้องสงสัยจนวุ่นวายไปทั่วทั้งตลาด
------------------------
ณ วังหลวง
"ถวายบังคมพ่ะย่ะค่ะฝ่าา มีอะไรให้กระหม่อมรับใช้หรือพ่ะย่ะค่ะ"
"ท่านราชครู เื่นั้นไปถึงไหนแล้ว"
บุรุษหนุ่มในชุดสีทองปักลายัเอ่ยถามบุรุษอีกคนที่อยู่เบื้องหน้า เขาสั่งให้คนไปเรียกราชครูผู้นี้มาพบด้วยเื่การกวาดล้างคนต่างแดนที่จะเข้ามาทำอันตรายตัวเขา เขาคือลู่เสียน ฮ่องเต้ผู้ครองบัลลังก์จากการทรยศหักหลังสตรีที่คอยเกื้อหนุน เื่ในท้องพระโรงครั้งนั้นมีเพียงขุนนางไม่กี่คนที่รับรู้
เมื่อสามวันก่อนลู่เสียนเกิดฝันว่าซูฟางซินจะมาฆ่าตนเอง เขาถึงกับให้โหรหลวงช่วยทำนายความฝัน พบว่ามันคือลางร้าย มีคนกำลังปองร้ายตัวเขา ทำให้ลู่เสียนเกิดหวาดกลัว พยายามตามหาคนที่มาปองร้ายเขาและบัลลังก์ ไม่นานหลังจากนั้นได้มีบุรุษแปลกหน้าเข้ามาบอกเื่กลุ่มคนที่จะเข้ามาทำร้ายเขา ว่าเป็กลุ่มคนจากต่างแดน เขาจึงสั่งทหารให้ไปค้นหา และพบกลุ่มคนส่วนหนึ่งที่มาจากต่างแดนจริงอย่างที่บุรุษผู้นั้นกล่าวอ้าง ไม่ว่าบุรุษผู้นั้นจะพูดหรือทำสิ่งใดล้วนแต่น่าเชื่อถือ จนลูเสียนถึงกับพระราชทานยศขุนนางให้เป็ราชครูเป็กรณีพิเศษ
"กระหม่อมกำลังออกตามล่าคนที่ปองร้ายพระองค์อยู่พ่ะย่ะค่ะ คาดว่าอีกไม่นานจะพบพวกมันครบทุกคนแน่"
ราชครูเอ่ยตอบ เขาคือหนึ่งในบุคคลที่หลุดเข้ามาในเกมเช่นกัน ชื่อในเกมของเขาคือ ตี๋เหรินเจี๋ย ห้าวันก่อนระหว่างที่เขาจะล็อกอินเข้าเกม อยู่ๆก็รู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างแปลกๆเกิดขึ้น พอรู้ตัวอีกทีเขาก็โผล่เข้าไปอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมมืดๆที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ห้องๆนั้นมืดจนมองไม่เห็นว่ามีอะไรอยู่บ้าง แต่ก็ยังพอจะััได้ว่ามีกลุ่มคนจำนวนหนึ่งอยู่ในห้อง เขาได้ฟังเื่ราวของซูฟางซินและสิ่งที่นางบอกเล่าทั้งหมด เมื่อลืมตาขึ้นมาพบว่าทุกอย่างเป็แบบที่หญิงสาวพูด เขาไม่สามารถออกจากเกมได้ ดังนั้นทุกคนที่อยู่ในห้องวันนั้นคงต้องติดอยู่ในเกมจนกว่าจะฆ่าลู่เสียนได้เช่นกัน ตอนแรกเขาคิดอุบายจะเข้าถึงตัวลู่เสียนแล้วแอบลอบสังหารลู่เสียนซะ จึงใช้เื่กำจัดคนกลุ่มนั้นเป็ข้ออ้าง เพื่อให้ตัวเองได้เข้าไปอยู่ในวัง แต่เมื่อได้มาอยู่ในวังแล้วอุบัติการณ์รักแรกพบก็เกิดขึ้น เขาได้ตกหลุมรักฮองเฮา ผู้เป็สตรีของฮ่องเต้ หากลู่เสียนตายไปนางจะอยู่ได้อย่างไร คิดได้ดังนั้นตี๋เหรินเจี๋ยจึงเปลี่ยนใจคอยช่วยลู่เสียนให้ผ่านพ้นสามเดือนนี้ไปให้ได้ก่อน แล้วค่อยวางแผนชิงบัลลังก์ภายหลังก็ยังไม่สาย นอกจากจะได้ครองบัลลังก์ ยังได้สตรีที่หมายปองมาอยู่ในอ้อมกอดอีก เขาจึงบอกเื่ที่ว่าคนจากต่างแดนจะเป็ตัวอันตราย ต้องรีบกำจัดให้หมด เพื่อให้ตัวเองได้อยู่ในวังหลวงต่อไป