ลอร์ด อลิสแตร์ นิ่งเงียบไปทันที เขาไม่คิดจะเอ่ยปากถามเพียงแต่เลิกคิ้วสูงแทน และราวกับจู่ๆ เขาก็้าสิ่งปลอบใจจึงเอื้อมไปหยิบแก้มบรั่นดีขึ้นมาดื่มเข้าไปอึกใหญ่
ขณะเดียวกันท่าทางของมิสเตอร์ฟอล์คเนอร์ก็คล้ายไม่รู้จะเริ่มต้นพูดอย่างไรอยู่เหมือนกัน
“คือ...ใต้เท้าขอรับข่าวที่กระผมนำมาแจ้งให้ใต้เท้าทราบครั้งนี้เป็ข่าวที่น่าเสียใจอย่างยิ่งขอรับ…”็ฌ็น็็
เขาเอ่ยขึ้นช้าๆ ค่อยๆ ปล่อยคำพูดออกมาทีละคำอย่างใช้ความคิด
“คือกระผมจำเป็ต้องมากราบเรียนให้ใต้เท้าทราบว่า ท่านมาควิส แห่งคิลโดนอน พี่ชายใหญ่ของใต้เท้ากับลอร์ดโคลินพี่ชายคนรองของท่านได้เสียชีวิตด้วยสาเหตุจมน้ำตาลเมื่อสี่วันที่ผ่านมานี้เองเนื่องจากเกิดพายุใหญ่ขึ้นกลางทะเลทำให้เรือพ่นมันเป็เหตุการณ์ที่ไม่มีใครคาดฝันเลยขอรับ”
ลอร์ด อลิสแตร์ ตะลึงงันกับข่าวที่ได้รับ นั่งตัวแข็งราวร่างของเขาได้กลายเป็แท่งศิลาไปแล้ว...สายตาที่จดจ้องอยู่กับใบหน้าของมิสเตอร์ฟอล์คเนอร์ยามนี้ราวกับเขาไม่เข้าใจเื่ที่อีกฝ่ายหนึ่งกำลังบอกกล่าวให้ทราบอยู่
“นี่หมายความว่า...เอียนกับโคลิน...ตายทั้งสองคนเลยงั้นหรือ?”
เขาเอ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงที่ราวไม่ใช่ของเขาเอง
“ขอรับ ใต้เท้า”
“เื่ใหญ่ขนาดนี้เกิดขึ้นได้ยังไง...?”
มันเป็คำถามกึ่งปรารภอยู่กับตัวเอง
“ทั้งสองท่านออกไปตกปลาขอรับ แต่จู่ๆ มันก็เกิดพายุใหญ่ขึ้นสันนิษฐานว่าเรือลำนั้นมันไม่เหมาะที่จะใช้ออกทะเลอย่างที่คิดน่ะขอรับ”
“แล้วพี่ชายผมไปกันลำพังเพียงแค่สองคนเท่านั้นน่ะหรือ?”
“ไม่ได้ขอรับ มีผู้เชี่ยวชาญเื่การตกปลาไปด้วยอีกคนหนึ่งแต่เขาก็ตายเช่นกันขอรับ”
ลอร์ด อลิสแตร์ วางแก้วบรั่นดีลงบนโต๊ะ ยกมือขึ้นลูบหน้าผาก
“บอกตามตรงว่าผมไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเื่ที่คุณพูดอยู่นี่มันจะเป็ความจริง”
“ใต้เท้าขอรับ ที่เราพบศพได้ก็เพราะถูกคลื่นซัดมาเกยฝั่งและวันนี้ก็จะมีพิธีฝังศพท่านทั้งสองที่สุสานประจำตระกูลซึ่งทุกคนในเผ่าจะมาร่วมพิธีด้วยขอรับ”
ลอร์ด อลิสแตร์รู้แท้แก่ใจว่าที่มิสเตอร์ฟอล์คเนอร์พูดมาทั้งหมดนี้หมายถึงอะไร ผู้คนในเผ่าไม่ว่าจะอยู่ ไกลแสนไกลสักแค่ไหน เมื่อได้รู้ข่าวนี้จะต้องรีบรุดมายังปราสาทอันเป็ศูนย์กลางของเผ่าทันที นักเป่าปี่สก็อตต์จะเข้าสมทบกับวงประจำตระกูลและบทเพลงอันแสดงถึงความโศกเศร้าเสียใจอาลัยรักก็จะถูกบรรเลงอยากต่อเนื่องอยู่บนเชิงเทินปราสาทนับเป็ชั่วโมงๆทีเดียว
ส่วนร่างของพี่ชายทั้งสองจะทอดอยู่บนแท่นภายในห้องโถงกลางของปราสาทซึ่งถูกจัดขึ้นเป็ห้องพิธีก่อนจะถูกแห่แหนไปยังสุสานประจำตระกูล ซึ่ง ณ ที่นั้นบาทหลวงจะทำพิธีสวดส่งดวงิญญาเป็ครั้งสุดท้ายก่อนหน้าที่ร่างจะถูกหย่อนลึกลงไปใต้พื้นดิน
และราวกับจะรอให้ภาพต่างๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นผ่านดวงความคิดของลอร์ดอลิสแตร์ ไปจนจบสิ้นเสียก่อนในที่สุด มิสเตอร์ฟอล์คเนอร์ก็เอ่ยช้าๆ ว่า
“ใต้เท้าขอรับ... ขณะนี้ท่านบิดาของท่านมีความประสงค์ให้ท่านเดินทางกลับบ้านและจะต้องรีบออกเดินทางในทันทีที่ได้รับทราบข่าวด้วยขอรับ”
“ให้ผมกลับไปที่นั่น...?”
ลอร์ด อลิสแตร์ ผุดขึ้นนั่งตัวตรงทันที
“กลับไปทำไมกัน?”
“ก็เพราะว่า...บัดนี้...เอ้อ...กระผมคิดว่าใต้เท้าคงจะทราบอยู่ก่อนแล้วนะขอรับว่าเมื่อพี่ชายของท่านเสียชีวิตลงพร้อมกันทั้งสองคนเช่นนี้ท่านย่อมจะมีบรรดาศักดิ์เป็มาควิส แห่ง คิลโดนอนคนใหม่เนื่องจากท่านเป็ทายาทคนเดียวที่ยังเหลืออยู่ของท่านพ่อซึ่งเป็เ้าผู้ครองแคว้นของเรานะขอรับ”
ลอร์ด อลิสแตร์ เปล่งเสียงหัวเราะอย่างปราศจากอารมณ์ขันออกมาเบาๆ
“มันไม่น่าจะเป็ตำแหน่งที่เหมาะสมสำหรับบุคคลที่ถูกเนรเทศออกจากสกอตแลนด์เมื่อสิบห้าปีก่อนเลยนี่นา”
“แต่ถึงอย่างไร ใต้เท้าก็ยังเป็ชาวสก็อตต์อยู่ดีขอรับ”
“เื่นั้นน่ะผมรู้...แต่มันก็แค่สายเืเท่านั้นเพราะเมื่อมาถึงวันนี้ทั้งชีวิตจิตใจและความสนใจทั้งหมดของผมมันมีแต่ความเป็อังกฤษเพียงอย่างเดียวเท่านั้น”
“เื่นั้นกระผมเข้าใจดีขอรับ”
มิสเตอร์ฟอล์คเนอร์ตอบ
“แต่ขณะนี้ ท่านบิดา้าตัวท่านนะขอรับรวมทั้งชนเผ่าแมคโดนอนทั้งหมดด้วย”
“แต่ก่อนหน้านี้พวกเขาก็อยู่กันมาได้โดยไม่เห็นจำเป็ต้องมีผมเลย”
ลอร์ด อลิสแตร์ ค้าน
“ก็เพราะว่าตอนนั้น พี่ชายทั้งสองของท่านยังมีชีวิตอยู่นี่ขอรับเป็ที่รู้กันอยู่แล้วว่า เมื่อท่านพ่อของใต้เท้าถึงแก่อสัญกรรมลงเมื่อใดเมื่อนั้นก็จะมีทายาทขึ้นครองตำแหน่งแทนอยู่แล้ว”
มันมีอารมณ์ขุ่นเคืองแฝงอยู่ในน้ำเสียงของมิสเตอร์ฟอล์คเนอร์คล้ายกับเขากำลังคิดอยู่ว่า มันช่างน่าแปลกใจเสียจริงที่ลอร์ด อลิสแตร์ยัง้าคำอธิบายเกี่ยวกับเื่นี้อีกทั้งที่น่าจะเข้าใจอะไรต่อมิอะไรได้ทะลุปรุโปร่งอยู่แล้ว
ความเงียบตกลงปกคลุมบรรยากาศภายในห้องนั้นอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนที่ลอร์ดอลิสแตร์ จะเอ่ยถามต่อ
“มิสเตอร์ฟอล์คเนอร์ถามจริงๆ เถอะว่า...นี่คุณกำลังจะบอกผมงั้นหรือว่าเวลานี้ท่านพ่อ้าให้ผมเดินทางกลับไปที่นั่นและใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับท่านต่อไปเหมือนมันไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นเลย...?”
“ทั้งหมดนี้เป็หน้าที่ของท่านขอรับ... ใต้เท้า”
มิสเตอร์ฟอล์คเนอร์พูดอย่างเน้นหนักในความหมาย
“หน้าที่...ท่านว่าหน้าที่ยังงั้นเรอะ...?”
เสียงถามนั้นปนหัวเราะเยาะหยัน
“เพียงคำว่าหน้าที่คำเดียวก็สามารถจะปิดบังความผิดบาปนับร้อยพันประการรวมทั้งความแตกร้าวอย่างไม่มีวันกลับมาประสานให้สนิทได้อีกแล้วอย่างนั้นสิ?...ฟังนะ มิสเตอร์ฟอล์คเนอร์ถ้าคุณพิจารณาเหตุการณ์ต่างๆที่มันเคยเกิดขึ้นเมื่อสิบห้าปีก่อน คุณก็จะเห็นว่ามันเป็เื่ที่ใครก็เหลือจะทนได้จริงๆ”
“ทำไมหรือขอรับ ใต้เท้า กระผมยังไม่เข้าใจ?”
“คุณนั่นแหละเข้าใจดีที่สุดมิสเตอร์ฟอล์คเนอร์...”
ลอร์ด อลิสแตร์ พูดเสียงเข้ม
“เพราะตอนที่ท่านแม่เดินทางออกจากที่นั่นและเอาตัวผมมาด้วยนั้นท่านได้พูดอย่างชัดเจนเลยว่าท่านมอบลูกชายสองคนให้ท่านพ่อเป็ผู้ดูแลส่วนตัวผมนั้นเป็ของท่านเพราะฉะนั้น ผมถึงได้ถูกอบรมเลี้ยงดูมาตามแบบที่ท่าน้า และจะคิดแบบเดียวกับที่ท่านคิดด้วย”
น้ำเสียงของลอร์ด อลิสแตร์ เข้มขึ้นกว่าเดิมเมื่อกล่าวต่อ
“และเนื่องจากคุณเป็เพื่อนสนิทของครอบครัวเราทั้งยังเป็ผู้ดูแลบัญชีทรัพย์สินและทั้งหมดของท่านพ่อคุณย่อมจะต้องรู้เท่าๆกับที่ผมรู้ ว่าตอนที่ท่านแม่ใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นมันเหมือนกับท่านตกนรกทั้งเป็จนในที่สุด มันก็ถุงวันที่ท่านไม่อาจทนอยู่ที่นั่นต่อไปได้”
มิสเตอร์ฟอล์คเนอร์ยกมือขึ้นเหมือนจะขอเวลาก่อนที่จะพูดขึ้นว่า
“กระผมขอพูดอย่างไม่อ้อมค้อมหรอกนะขอรับใต้เท้าว่าท่านทั้งท่านพ่อและท่านแม่ของใต้เท้านั้นถึงแม้จะเป็บุคคลผู้ปรีชาสามารถ เป็บุคคลที่น่าสนใจที่สุดคู่หนึ่ง ทว่ามันก็ยังมีอะไรที่แตกต่างกันอยู่มาก แต่ถึงอย่างไรกระผมก็ยังขอยืนยันว่าบ้านที่แท้จริงของใต้เท้าอยู่ในสกอตแลนด์เพราะที่นั่นเป็แผ่นดินเกิดแห่งบรรพบุรุษของท่าน และไม่ว่าท่าน”
จะเดียดฉันท์สักเพียงไร แต่ท่านก็ไม่อาจปฏิเสธได้หรอกนะขอรับว่าในร่างกายของท่านมีสายเืของชาวสก็อตต์ที่เข้มข้นไหลเวียนอยู่”
“มันก็แค่คำพูดเพราะๆ ที่พร่ำพรรณนาโดยนักประวัติศาสตร์เท่านั้น”
ลอร์ด อลิสแตร์ ยิ้มหยัน
“สิ่งที่มันมีความสำคัญกว่าอยู่ตรงความคิดของผมต่างหากเล่านอกจากความคิดแล้วก็ยังสัญชาตญาณและชีวิตที่แสนจะมีความสุขภายหลังจากที่ผมได้ออกจากแผ่นดินสก็อตต์มาแล้ว”
“แต่พี่ชายของใต้เท้าก็ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขที่นั่นนะขอรับ”
มิสเตอร์ฟอล์คเนอร์ค้าน
“ก็เพราะพวกเขาไม่เคยรู้ว่ายังมีที่อื่นในโลกนี้สามารถให้ความสุขได้มากกว่าน่ะสิไม่ต้องสงสัยเื่นั้นหรอกเพราะเขาไม่มีโอกาสที่จะได้ใช้ความคิดของตัวเองเท่าไหร่นักตราบใดที่ยังผูกชีวิตตัวเองไว้กับท่านพ่อ”
มิสเตอร์ฟอล์คเนอร์นิ่งเงียบไปเป็ครู่ และลอร์ด อลิสแตร์ก็ออกจะมั่นใจว่าเขาเป็ผู้ชนะในเกมนี้เพราะว่ามันเป็คำพูดที่ทำให้บุรุษสูงอายุจนปัญญาที่จะหาเหตุผลมาโต้แย้งได้
แต่ในที่สุด มิสเตอร์ฟอล์คเนอร์ก็กล่าวต่อ
“แต่ใต้เท้าจะต้องไม่ลืมนะขอรับ ว่ายังมีแคว้นของเราอีกทั้งแคว้นด้วย”
“จะเป็เื่แคว้นหรือเื่ชนเผ่ามาเกี่ยวอะไรกับเื่นี้ด้วย?”
ลอร์ด อลิสแตร์ ถามอย่างไม่เข้าใจ
“กระผมเพียงอยากให้ใต้เท้าได้ไตร่ตรองสักหน่อยว่าเวลานี้มันมีอะไรที่ยังเหลืออยู่สำหรับพวกเขาอีกบ้างอังกฤษดูดายสกอตแลนด์อย่างที่สุดทั้งยังสร้างความบีบคั้นลดค่าของสกอตแลนด์มาั้แ่ครั้งที่ดยุคแห่งคัมเบอร์แลนด์ได้รับชัยชนะในาคัลโลเดนแล้ว”
“เมื่อมาถึงวันนี้ยังมีใครอีกบ้างที่จะแคร์ว่าชาวสก็อตต์จะคิดหรือมีความรู้สึกยังไง?”
ลอร์ด อลิสแตร์ กลับย้อนถาม
“ก็เห็นจะมีแต่ชาวสก็อตต์ด้วยกันเองเท่านั้นละ...ขอรับ”
มิสเตอร์ฟอล์คเนอร์ตอบ
“แต่ไม่ว่าจะยังไงก็ตามคนเ่าั้ก็ยังคงเป็พลเมืองของท่านอยู่ดีละขอรับใต้เท้าและเมื่อมาถึงวันนี้พวกเขาต่างตั้งตารอคอยวันที่ท่านจะได้รับการสถาปนาขึ้นเป็ผู้ครองแคว้นในอนาคตด้วย”
“เห็นจะไม่ใช่ตอนที่พ่อของผมยังปกครองพวกเขาอยู่และมีความสุขกับการได้แสดงบทบาทจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่อย่างทุกวันนี้แน่”
“ซึ่งมันก็เป็ความจริงอยู่หรอกขอรับ”
มิสเตอร์ฟอล์คเนอร์ตอบอย่างใจเย็น
“ในสกอตแลนด์โดยเฉพาะยิ่งทางภาคเหนือด้วยแล้ว ผู้ครองแคว้นไม่ได้เป็เพียงแค่ผู้นำเท่านั้นแต่ยังเป็ทั้งพ่อและหัวหน้าฝูงแกะด้วยขอรับ”
เขาหยุดเว้นระยะก่อนจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า
“ใต้เท้าขอรับท่านพ่อของท่านแก่ชรามากแล้วนะขอรับและผู้คนในเผ่าของเราต่างก็้าความมั่นใจว่าเมื่อถึงวันที่ท่านพ่อเดินทางไปสู่โลกอื่นแล้วพวกเขาจะมีผู้ปกครองคนใหม่ขึ้นมาปกครองแทน”
“ซึ่งเื่นี้ผมคิดว่าน่าจะมีญาติผู้ใหญ่ของผมหลายคนที่อยากเข้ามาสวมตำแหน่งแทนอยู่แล้วละ”
“เป็ความจริงขอรับ...”
มิสเตอร์ฟอล์คเนอร์กลับตอบรับอย่างที่ ลอร์ด อลิสแตร์ ไม่คาดคิด
“กระผมคิดว่าใต้เท้าคงจำท่านญาติที่ชื่ออวนได้นะขอรับหลังจากที่ท่านพี่ทั้งสองของใต้เท้าเสียชีวิตลงท่านก็ได้เสนอตัวที่เข้ามานั่งในตำแหน่งของใต้เท้าโดยขอให้ท่านพ่อแต่งตั้งให้ท่านขึ้นเป็ทายาทแทนใต้เท้าเพื่อที่จะได้เป็ผู้ครองแคว้นคนต่อไปแทนขอรับ”