.... หลี่เหยียน. เมื่อรู้ว่าไม่อาจหนีรอดไปได้. ก็ชักกระบี่คู่กายออกมาต่อสู้. เหล่าทหารนับร้อยต่างก็ถูก เพลงกระบี่ของ หลี่เหยียนขัดขวางเอาไว้ จนไม่อาจจะเข้าถึงตัวของเขาได้. เพลงกระบี่ของเขานั้น รวดเร็วยิ่งนัก.
.... เยี่ยหาว เมื่อเห็นว่า หลี่เหยียนมีฝีมือแกร่งกล้านัก ก็อดชื่นชมไม่ได้. " หลี่เหยียน แม้อายุจะมากขึ้น แต่ฝีมือไม่ตกลงเลย สมแล้วที่เป็องครักษ์อันดับหนึ่งของ อินซืออ๋อง. เยี่ยหาวเอ่ยขึ้นเบาๆ ก่อนจะจับคันธนูออกมา. เยี่ยหาวไม่รอช้า รีบหยิบลูกธนูแล้วยิงเข้าใส่ที่. หลี่เหยียนทันที. ฟุบบบบ...
.... ลูกธนูพุ่งตรงเข้าใส่ หลี่เหยียนอย่างรวดเร็ว. หลี่เหยียนแม้ไม่ทันตั้งตัวแต่ก็ยังสามารถเลี่ยงจุดตายมาได้หวุดหวิดโดยการใช้แขนซ้ายมาบังลูกธนูเอาไว้ จึงทำให้ลูกธนูปักเขาที่แขนซ้ายแทน. ฉึก.....
.... หลี่เยียน หลังถูกยิงความเ็ปก็เข้าครอบงำทันที แม้ไม่อาจจะคร่าชีวิตเขาไปได้แต่ก็. ทำให้เขาเชื่องช้าลงไปมาก. ถึงอย่างนั้น เหล่าทหารเลวก็ยังไม่อาจจะจับตัวเขาได้
.... หลี่เหยียน. เมื่อถูกยิงกับยิ่งกวัดแก่วงกระบี่ในมือ. ดังพยัคฆ์ที่คลุ้มคลั้งกระโจนเข้าใส่ฝูงแกะ เขาสังหารเหล่าทหารเลวพวกนั้นไปนับสิบๆคน. เยี่ยหาวยังต้องตกตะลึง
.... เยี่ยหาว เห็นเช่นนั้นยังอดนับถือในความห้าวหาญของ. หลี่เหยียนไม่ได้ เขาไม่รอช้ารีบหยิบลูกธนูดอกที่สองออกมาแล้วยิงออกไปทันที. เฟี้ยวววว... เสียงลูกธนูฝ่าอากาศพุ่งตรงเข้าหา หลี่เหยียน แต่ทว่าครั้งนี้กับไม่ได้เล็งที่จุดตายกับเล็งไปที่ขาของเขา หลี่เหยียนไม่ทันระวัง ลูกธนูที่รวดเร็วพุ่งปักทะลุขาขวาของเขาทันที. ฉึกกกก... โลหิตใหลออกมาเป็ทางยาว
.... หลี่เหยียน เมื่อโดนยิงความโกรธแค้นปรากฎขึ้นบนใบหน้า. " เยี่ยหาว. เ้าคนสารเลววันนี้ต่อให้เ้าฆ่าข้าก็ไม่มีวันรู้ว่าตำราโบราณนั่นอยู่ที่ไหน. หลี่เหยียนตระโกนขึ้นด้วยความโกรธ. ก่อนจะพุ่งตรงเข้าไปหา เยี่ยหาว
.... แต่ทว่า ไม่ว่า หลี่เหยียนจะพยามเท่าใด ก็ไม่อาจจะฝ่ากองทหารนับร้อยเข้าไปได้ อีกทั้งหลังถูกธนูยิงเข้าไปสองดองยิ่งทำให้เขาเชื่องช้าและอ่อนแรงลง ตัวเขาในยามนี้ประดุจดังพยัคฆ์ที่ติดบ่วงของนายพราน ไม่อาจจะแผลงฤทธิ์ได้อีกต่อไป. ความเ็ปและอ่อนล้าจึงทำให้เขาทรุดตัวลงสู่พื้น
..... เยี่ยหาว เมื่อเห็นว่า หลี่เหยียนสิ้นฤทธิ์แล้วก็ไม่รอช้า สั่งทหารเร่งเข้าจับกุมทันที.
.... หลี่เหยียน ที่สิ้นฤทธิ์ก็ไม่อาจจะต่อสู้ขัดขืนได้อีกต่อไป จึงถูกจับและล่ามด้วยโซ่อย่างง่ายดาย
" เอาละจับตัว หลี่เหยียนได้แล้ว พวกเรารีบกลับวัง. เดี๋ยวข้าจะนำตัวมันไปให้ ท่านอ๋องสอบสวนด้วยตัวเอง. " เยี่ยหาวเอ่ยขึ้นก่อนจะขี่ม้านำหน้าเหล่าทหารไป. ก่อนจากเขาได้หันมามองสุสานของ อินซืออ๋องก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ
.... กลับมาที่เมือง หนานหยาง
.... สามแม่ลูกตระกูลหลี่ ต่างก็ใช้ชีวิตอันสงบสุขมาตลอดสามวัน. โดยเฉพาะ หลีเฟยหลง เขาไม่เพียงแค่ขยันฝึกวิชาเท่านั้น ยังขยันแอบไปเล่นการพนันอีกด้วย ครั้งนี้ก็เช่นกัน
.... ที่บ่อนพนันภายในเมืองหนานหยาง
" โอ้เ้าหนู ดูท่าวันนี้เ้าจะดวงไม่ค่อยดีนะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า. สี่ ห้า หก เ้ามือกิน....."
" อะไรกัน.. เหตุใดข้าถึงรู้สึกวุ่นวายใจเช่นนี้. " หลี่เฟยหลงอุทานขึ้นมาในใจ
" เอ้าๆๆ ข้าจะเขย่าแล้วนะ. กริ้งงงง... เชิญแทงได้." เ้ามือคนเดิมเอ่ยขึ้น เพิ่มเติมขึ้นคือ. วันนี้เขามีความสุขยิ่งนัก เนื่องด้วยว่าวันนี้เขาสามารถกินเงินของ หลี่เฟยหลงมาได้นั่นเอง
" ข้าแทงต่ำ ของข้าสูง ข้าเอาสูง " เสียงของนักพนันดังขึ้นไม่ขาดสาย.
" เอ้า....เ้าหนู อย่ามัวแต่นิ่งสิ เ้าจะแทงอะไร. หากไม่แทงข้าจะเปิดแล้วนะ. "เ้ามือเอ่ยขึ้น.
.... หลี่เฟยหลง ที่ตอนนี้ภายในใจสับสนวุ่นวายเป็อย่างมาก. เมื่อได้ยินเสียงของเ้ามือเขาก็รีบพูดขึ้น " ได้..ข้าแทงสูง ห้าตำลึง. "กล่าวจบเขาก็วางเงินไปที่ตำแหน่งสูงทันที
.... เสียงเชียร์สูงต่ำ ดังขึ้นตลอดเวลา แต่หลีเฟยหลงกับยังสับสนไม่หาย.
.... เ้ามือเองก็ค่อยๆเปิดฝ่าถ้วยออกมาช้าๆ. " หนึ่ง สอง สอง. ต่ำ. " เสียงที่มีความสุขของเ้ามือดังขึ้นมาอีกครั้ง
" นี่เ้าหนู...ข้าว่าวันนี้เ้าจะไม่มีดวงเลยนะ พอแค่นี้ก่อนเถอะ ". ชายที่ยืนข้างๆเฟยหลงเอ่ยขึ้น
" ข้าก็ว่าเช่นนั้นแหละท่านลุง. เอาไว้พรุ่งนี้ข้าค่อยมาเล่นใหม่ก็แล้วกัน ข้าไปล่ะท่านลุงโชคดีนะครับ." หลี่เฟยหลงเอ่ยขึ้นก่อนจะเดินออกจากโรงพนันไป
.... เขาเดินต่อไปเรื่อยๆแต่ภายในใจกับครุ่นคิดว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่ ถึงทำให้เขาเสียพนันเป็ครั้งแรก. และเมื่อเขาเดินต่อไปได้ซักพักก็มีเสียงดังขึ้น. " นี่ๆๆๆ พวกเ้าได้ยินข่าวหรือไม่." ชายคนนึงพูดออกมา
" ได้ยินสิ ทางการเขาประกาศออกมาว่า ไม่กี่วันก่อนได้จับฏของราชวงค์ก่อนมาได้หนึ่งคน แถมยังเป็บุคคลสำคัญอีกด้วย." ชายอีกคนตอบออกไป
" ใช่แล้ว เห็นว่าอดีตเคยเป็คนสนิทของ. อิงซืออ๋องด้วยนะ. " ชายคนเดิมพูดออกมา
" หือ เ้ารู้ได้อย่างไรว่าฏคนนั้นเคยเป็คนสนิดของ. อินซืออ๋อง. " ชายอีกคนถามขึ้น
" แหงล่ะ ก็ญาติข้านะสิเขาเป็พ่อบ้านของท่านเ้าเมือง มันเล่าให้ข้าฟังว่า ฏคนนั้นเดิมทีเป็ถึงองครักษ์คู่พระทัย อินซืออ๋องเชียวนะ. เห็นว่าชื่อ หลี่เหยียน.!."
..... หลี่เฟยหลง ที่กำลังเดินอยู่เมื่อได้ยินชื่อ หลี่เหยียน ถึงกับสะดุ้ง ก่อนจะวิ่งเข้าไปถามชายคนดังกล่าวว่า " นี่ท่านลุงเมื่อกี่ท่านพูดว่าอะไรนะ " เค้าถามขึ้นด้วยท่าทางร้อนใจ
" อะไรของเ้ากันเ้าหนู " ชายคนดังกล่าวพูดขึ้น
.... หลี่เฟยหลงจึงสงบสติลง แล้วเอ่ยถามออกไปว่า. " อ่อ...ท่านลุง เมื่อกี่ข้าได้ยินท่านบอกว่าฏที่ถูกจับได้ชื่อะไรนะ. "
" อ๋อ.... ไม่คิดเลยว่าเด็กอย่างเ้าจะสนใจเื่พวกนี้ด้วย. ฏที่ถูกจับได้ชื่อว่า หลี่เหยียน.. เป็องครักษ์คู่ใจของ. อินซื่ออ๋องในอดีต." ชายคนเดิมพูดขึ้น
.... หลี่เฟยหลง ได้ยินดังนั้นก็นิ่งสงบไปพักนึงก่อนจะอุทานออกมาเบาๆ " ท่านพ่อ...เป็ไปไม่ได้. " พูดจบเขาก็วิ่งกลับบ้านทันที
.... ด้านชายคนเดิมเมื่อเห็นดังนั้น ก็ตระโกนออกมา " เฮ้ยย...เ้าหนูเ้าจะรีบไปไหน หรือว่าพ่อของเ้าจะเป็ฏ ฮ่า ฮ่า ฮ่า "..กล่าวจบก็มีเสียงหัวเราะของผู้คนดังออกมาไม่ขาดสาย
.... ด้าน หลี่เฟยหลง รีบวิ่งสุดฤทธิ์เมื่อมาถึงบ้าน รีบเอ่ยถามมารดาของตนทันที. " ท่านแม่. ท่านได้ยินข่าวหรือไม่..."
.... หลี่หยานที่กำลังหั่นผัก รีบเอ่ยถามกับทันทีว่า " ข่าวอะไรของเ้ากัน เฟยหลง..? "
" ก็ข่าวที่คนในเมืองบอกว่า ท่านพ่อเป็ฏแถมตอนนี้ถูกจับตัวแล้วด้วย." หลี่เฟยหลงเอ่ยออกไป
.... หลี่หยาน ได้ยินดังนั้นมือขวาที่จับมีดถึงกับล่วงหล่นทันที ก่อนที่นางจะมีสีหน้าตึงเครียด. พร้อมกับพูดขึ้นว่า " เฟยหลงเ้ารีบไปเก็บข้าวของเดี๋ยวนี้ "
" อะไรกันครับท่านแม่ ทำไม่ต้องเก็บด้วย." หลี่เฟยหลงถามออกไป
" ไม่ต้องถามมากรีบไปเก็บข้าวของเดี๋ยวนี้พวกเราจะไปจากที่นี้." หลี่หยานรีบพูดขึ้นก่อนจะเดินไปหลังบ้าน
" เม่ยเหนียง. มานี่เดี๋ยวนี้ " หลีหยานตระโกนออกไป. เมื่อ เม่ยเหนียงมาถึง นางก็สั่งให้ไปเก็บข้าวของทันที
.... หลี่เฟยหลง แม้จะสงสัย แต่ก็ไม่อาจจะขัดคำสั่งมารดาของตนได้. จึงรีบไปเก็บข้าวของที่จำเป็โดยเร็ว. เขาไม่ลืมที่จะหยิบดาบไม่ไผ่และพลองยาวมาด้วย
.... หลังเก็บข้าวของที่จำเป็ได้แล้ว. สามแม่ลูกแซ่หลี่ก็รีบขึ้นรถม้าออกไปทันที ก่อนไป หลีหยานได้จุดไฟเผาบ้านตนทิ้งอีกด้วย.....