ที่หน้าประตูห้องทดลองปีศาจ ดันเต้หลับตาลงเพื่อเตรียมตัวสำหรับการแสดงฉากใหญ่ นี่คือบททดสอบที่จะพิสูจน์ทักษะการเป็นักแสดงมืออาชีพของเขาอย่างแท้จริง แต่ยังไม่ทันที่เขาจะยื่นมือไปผลักประตูห้องทดลอง ประตูบานนั้นก็ถูกกระชากเปิดออกอย่างกะทันหัน พร้อมกับมีแขนเรียวบางข้างหนึ่งพุ่งออกมาคว้าคอเสื้อของเขาไว้แน่นแล้วกระชากเขาเข้าไปข้างในทันที
ดันเต้รู้สึกเหมือนร่างกายของเขาตกอยู่ในสภาวะไร้น้ำหนักไปชั่วขณะ เขารู้สึกว่าตัวเองถูกหิ้วไปมาไม่ต่างจากตุ๊กตายัดนุ่นในมือของอีกฝ่าย วินาทีต่อมา ความเ็ปก็แล่นพล่านมาจากแผ่นหลัง เขาถูกกดติดกำแพงอย่างแรงโดยที่ไม่มีโอกาสได้ขัดขืนแม้แต่น้อย และภาพเบื้องหน้าก็ค่อยๆ นิ่งลงในที่สุด
ภายในห้องทดลองปีศาจแห่งนี้ดูราวกับคุกที่มืดสลัว และมีกลิ่นคาวเืลอยคละคลุ้งไปทั่วในอากาศ ราวกับที่นี่คือโรงเชือดที่ไร้ซึ่งมีดบังตอ บนโต๊ะและตู้เต็มไปด้วยภาชนะประหลาดมากมายที่มีคราบเืติดอยู่เต็มไปหมด ซึ่งถ้าจะบอกว่ามันคือเครื่องทรมานก็น่าจะเหมาะกว่า ก่อนหน้านี้ดันเต้เคยลองคำนวณพื้นที่ใช้สอยและกฎการแบ่งห้องของโรงเรียนปีศาจแห่งนี้มาบ้างแล้ว รวมถึงประเมินขนาดของห้องทดลองปีศาจด้วย แต่เมื่อเข้ามาเห็นด้วยตาตัวเอง เขากลับพบว่าห้องนี้มีพื้นที่น้อยกว่าที่คำนวณไว้ นั่นหมายความว่าภายในห้องนี้จะต้องมีห้องลับซ่อนอยู่ และในนั้นก็น่าจะเป็กรงขังลับที่โอลีฟใช้ซ่อนพวกมนุษย์เอาไว้อย่างแน่นอน
ดันเต้ละสายตาจากการสำรวจรอบๆ แล้วหันมามองปีศาจสาวตรงหน้าเพื่อดูโฉมหน้าที่แท้จริงของเธอ เธอคนนี้ก็คือโอลีฟนั่นเอง ใบหน้าของเธอดูสวยคมและแฝงไปด้วยความเ้าเล่ห์ ชุดกระโปรงยาวผ้าโปร่งสีดำรัดรูปจนเห็นส่วนเว้าส่วนโค้งที่เย้ายวนใจ และที่ด้านหลังของเธอก็มีหางแมงป่อง ส่ายไปมาอย่างน่าเกรงขาม แววตาของเธอเต็มไปด้วยความขี้เล่นและดูถูก เธอจ้องเขม็งมาที่ดันเต้ด้วยดวงตาที่ดูราวกับจะสูบเอาิญญาของเขาออกไป แต่ในไม่ช้า แววตาของเธอก็เริ่มมีความประหลาดใจเล็กน้อยผุดขึ้นมา เมื่อต้องจ้องตากับดันเต้ เธอกลับไม่รู้สึกถึงความหวาดกลัวในสายตาของเขาเลยแม้แต่นิดเดียว
ดันเต้ไม่มีท่าทีจะขัดขืนและยังคงรักษาความสงบนิ่งไว้ได้อย่างดีเยี่ยม โอลีฟขมวดคิ้วเล็กน้อย แต่ในไม่ช้ามุมปากของเธอก็อดไม่ได้ที่จะยกยิ้มขึ้น ความ้าที่จะเขมือบปีศาจตัวน้อยตนนี้ในตอนแรกถูกข่มเอาไว้ก่อน เธอมองดันเต้อย่างตั้งใจมากขึ้น ดูเหมือนเธอจะเริ่มสนใจในท่าทีที่ดูแปลกประหลาดและดวงตาที่เ็าของเขาเป็พิเศษ
“ทำไมนายถึงไม่กลัวล่ะ?”
โอลีฟเอ่ยถาม
“แล้วทำไมผมต้องกลัวด้วยล่ะ?”
ดันเต้ถามกลับ
“ชีวิตของนายอยู่ในกำมือฉันแล้วนะ”
“แต่สิ่งที่คุณ้าไม่ใช่ชีวิตของผมเสียหน่อย”
“......”
โอลีฟนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง
“โอ้? งั้นลองตอบมาซิว่าฉัน้าอะไรกันแน่?”
ริมฝีปากสีชมพูราวกับเชอร์รี่ของโอลีฟขยับขึ้นลงเบาๆ พร้อมกับรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยอันตรายอย่างไม่ปิดบัง เธอพูดต่อว่า
“ถ้านายตอบถูก ฉันจะทำตามที่นายว่า แต่ถ้าตอบผิด...ฉันจะทำให้นายตายอย่างทรมานที่สุด~”
ดันเต้ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเ็าว่า
“ผมไม่ชอบกลิ่นน้ำหอมของที่นี่เลย”
เขาไม่ได้ตอบคำถามของโอลีฟโดยตรง แต่กลับพูดประโยคที่ทำให้เธอรู้สึกสับสนแทน เพื่อปกปิดกลิ่นคาวเื ในห้องทดลองจึงเต็มไปด้วยกลิ่นน้ำหอมฉุนกึก ซึ่งพอมันมาผสมกันแล้วทำให้ดันเต้รู้สึกคัดจมูกสุดๆ นี่เป็สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดมาสักพักแล้ว
ดันเต้รู้คำตอบของคำถามนั้นดี แต่เขาไม่มีทางตอบเด็ดขาด เพราะถ้าตอบผิด โอลีฟจะมองว่าเขาเป็คนน่าเบื่อแล้วจะฆ่าทิ้งอย่างโเี้ แต่ถ้าตอบถูกล่ะก็ เหล่าผู้ชมทางบ้านก็อาจจะไม่ได้เห็นหน้าเขาอีกเลย (เพราะคงโดนเก็บไว้ดูเล่นคนเดียว) จริงๆ แล้วจะตอบอย่างอื่นมั่วๆ ไปก็ได้ เพราะตอนนี้โอลีฟกำลังเริ่มสนใจในตัวเขาแล้ว ตราบใดที่เขาสามารถดึงดูดความสนใจของเธอไว้ได้ เธอก็จะไม่ฆ่าเขา และเขาจะค่อยๆ ล่อลวงเพื่อให้ได้เป็ฝ่ายกุมอำนาจในที่สุด
“นายไม่ชอบเหรอ?”
โอลีฟถามด้วยความสงสัย
“อืม มันผสมปนเปกันจนเละเทะไปหมด ทั้งกลิ่นเืที่ฉุนเกินไป ไม่ใช่แค่จากนักเรียนปีศาจ แต่ยังมีจากอาจารย์ปีศาจ และแม้แต่...มนุษย์?”
ดันเต้ตอบอย่างไม่ใส่ใจนัก
คำพูดนี้ทำให้สีหน้าของโอลีฟเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง จากความใกลัวในตอนแรก กลายเป็ความโกรธ และตามมาด้วยจิตสังหารที่ยากจะซ่อนเร้น ถ้าแค่ได้ยินคำว่า นักเรียนปีศาจ เธอคงไม่แปลกใจเท่าไหร่ เพราะการที่อาจารย์ฆ่านักเรียนในโรงเรียนแห่งนี้ถือเป็เื่ปกติ
แต่เื่ที่เธอฆ่าอาจารย์ปีศาจด้วยกันและแอบซ่อนมนุษย์เอาไว้นี่สิ นักเรียนจะไปรู้ได้ยังไง? เพราะการซ่อนมนุษย์ไว้ในโรงเรียนถือเป็การละเมิดกฎ และระหว่างอาจารย์ด้วยกันเอง ถ้าอีกฝ่ายไม่ได้ทำผิดกฎร้ายแรง ก็ไม่สามารถลงมือฆ่าได้ เมื่อนึกถึงเื่ประหลาดที่เกิดขึ้นในโรงเรียนวันนี้ เธอจึงเริ่มระแวงว่า...หรือเบื้องบนจะส่งคนมาตรวจสอบจริงๆ?
“แกเป็ใครกันแน่?”
มือของโอลีฟที่บีบคอดันเต้อยู่เริ่มออกแรงมากขึ้น แววตาของเธอเผยความโเี้ที่สลักลึกอยู่ในกระดูกออกมา
อย่างไรก็ตาม ดันเต้กลับไม่มีท่าทีตื่นตระหนกเลย ตรงกันข้าม มุมปากของเขากลับปรากฏรอยยิ้มบางๆ ออกมา
“หึๆ ผมก็แค่นักเรียนที่แค่เดินผ่านมาเท่านั้นแหละ ถ้าอยากฆ่าผมก็รีบลงมือซะสิ”
โอลีฟจ้องมองหน้าดันเต้แล้วจมอยู่ในความคิด ปฏิกิริยาแรกของเธอคือ อีกฝ่ายกำลังล่อให้เธอทำผิดเงื่อนไขการสังหารอยู่แน่ๆ เธอจะวู่วามไม่ได้ หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง โอลีฟก็เปลี่ยนท่าทีทันที เธอคลายมือที่บีบคอดันเต้ออกแล้วค่อยๆ ลูบไล้ใบหน้าของเขาอย่างอ่อนโยนแทน
“ถ้ายังแกล้งโง่ต่อแบบนี้ นายได้ตายจริงๆ แน่นะจ๊ะ พ่อหนุ่มน้อย?”
โอลีฟกระซิบ
“ฉันมีวิธีฆ่านายได้โดยที่ไม่ผิดกฎนะ หรือถ้านายคิดจะทำอะไรชั่วๆ ล่ะก็ ต่อให้ฉันต้องตาย ฉันก็จะลากนายไปลงนรกด้วยกันให้ได้”
พร้อมกับคำขู่ หางแมงป่องของเธอก็จ่อแน่นอยู่ที่หน้าท้องของดันเต้ แม้ตอนนี้โอลีฟจะแสดงสีหน้าอ่อนหวานเพียงใด แต่จิตสังหารในตอนนี้กลับรุนแรงยิ่งกว่าตอนไหนๆ เสียอีก
ดันเต้รู้สึกได้ถึงความแหลมคมและเย็นเยียบของหางแมงป่องที่มีพิษร้ายแรง ซึ่งพร้อมจะแทงทะลุเนื้อหนังของเขาได้ทุกเมื่อ ข่าวดีในตอนนี้คือโอลีฟเข้าใจผิดคิดว่าดันเต้เป็ผู้ตรวจสอบจริงๆ เธอจึงเลิกสนใจในร่างกายและชีวิตของเขา และพร้อมที่จะปฏิบัติตามกฎแล้ว แต่ข่าวร้ายก็คือความเข้าใจผิดนั้นทำให้เธอเกิดความระแวดระวังอย่างสูง ถ้าหลังจากนี้เขาเดินหมากพลาดจนไปกระตุ้นโหมดสังหารขึ้นมา ถึงแม้ดันเต้จะมีไม้ตายแบบเจ็บด้วยกันทั้งคู่ แต่มันก็เสี่ยงเกินไปอยู่ดี
เนื่องจากเขาต้องกะจังหวะเวลาให้แม่นเพื่อสวมใส่ อุปกรณ์ อย่างตุ๊กตาต้องสาป (สะท้อนดาเมจ 2 เท่า) และอัญเชิญกวีผู้เสื่อมสลาย (เพิ่มความรู้สึกเ็ป 10 เท่า) พร้อมกับสวมมงกุฎแห่งความเ็ป (เพิ่มความรู้สึกเ็ป 3 เท่า และล็อกพลังชีวิต) เพื่อสร้างเซ็ตคอมโบสะท้อนความรู้สึกเ็ปถึง 60 เท่า นอกจากนี้เื่พิษก็ค่อนข้างยุ่งยาก สิ่งที่ดันเต้เกลียดที่สุดก็คือศัตรูที่ใช้พิษ เพราะพวกนั้นมันขี้โกงและไร้ยางอายสิ้นดี ยังดีที่คนเปี่ยมเมตตาอย่างเขานั้นเชี่ยวชาญหลักการถอนพิษด้วย แต่ถ้าไม่ถึงที่สุดจริงๆ เขาจะไม่มีวันใช้วิธีนี้กับโอลีฟอย่างเด็ดขาด เพราะไม้ตายนี้ใช้ได้แค่เดือนละครั้ง แถมมันยังเจ็บสุดๆ อีกด้วย
ดันเต้ก้มหน้าลงและนิ่งเงียบไป นิ้วมือของเขาขยับเล็กน้อยราวกับกำลังสั่นเทา เขาดูเหมือนกำลังพยายามควบคุมอารมณ์อย่างหนัก แต่กลับไม่สามารถห้ามอาการสั่นที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ได้เลย