งานเปิดตัวคอลเลกชันใหม่ของห้องเสื้อแบรนด์ดังที่ครองตลาดเป็อันดับหนึ่งของประเทศมาอย่างยาวนานในวันนี้มีทั้งดารา นักร้อง และเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังมากมายมารวมตัวกันอย่างคับคั่ง และแน่นอนว่ากลุ่มไอดอลสาวอย่างวงBELOVEDก็ได้รับเชิญให้มาร่วมงานนี้ด้วยเช่นกัน เพื่อเป็การพรีเซนต์เสื้อผ้าของแบรนด์สมาชิกทั้งหมดจึงถูกเนรมิตทั้งเสื้อผ้าและหน้าผมอย่างจัดเต็มให้เข้ากับธีมงานที่จัดขึ้น
ผู้คนภายในงานเดินกันขวักไขว่ละลานตาจนของขวัญรู้สึกประหม่าเล็กน้อย ไม่ใช่ว่าเธอไม่เคยอยู่ท่ามกลางคนเยอะ ๆ เพียงแต่งานในวันนี้เป็งานใหญ่ และมีนักข่าวมารวมตัวกันเต็มไปหมด จนบางครั้งเธอก็ตาพร่าไปกับแสงแฟลชที่สาดส่องมาจากทุกทิศทาง
“ช่วยดูทีค่ะว่าผู้หญิงคนนั้นใช่คนที่ไปกินข้าวกับพี่คินวันนั้นหรือเปล่า” พริมหันไปกระซิบถามพริมที่ยืนอยู่ข้างกัน
“คนไหนอะ”
“คนนั้นไงคะ เดรสสีน้ำเงินที่ยืนอยู่กับนางเอกละครช่องห้าน่ะ” พริมพูดพลางชี้นิ้วไปยังเป้าหมาย
“เหมือนจะใช่นะ ขวัญช่วยดูทีสิว่าใช่ไหม” ญาณินหันไปสะกิดถามของขวัญที่ยืนอยู่อีกข้าง
“ขวัญจำไม่ได้ค่ะ” ของขวัญที่ได้ยินบทสนทนาของทั้งสองมาั้แ่ต้นตอบไปส่ง ๆ ถึงจะบอกแบบนั้นแต่จริง ๆ แล้วเธอจำได้ดี ผู้หญิงคนนั้นคือคนที่อยู่กับภาคินทร์อย่างที่เพื่อนร่วมวงคิดจริง ๆ
“เป็คนในวงการเหรอ แต่คนสวย ๆ แบบนั้นพี่ต้องเคยเห็นผ่านทางสื่อโซเชียลบ้างสิ” ญาณินหันไปคุยกับพริมต่อ
“พริมว่าอาจจะเป็คนเื้ัหรือไม่ก็คนนอกวงการนะ” หญิงสาวสันนิษฐาน เพราะถึงงานนี้จะรวมคนบันเทิงเอาไว้มากมายแต่ก็มีอีกหลายคนที่ทำงานเื้ั หรือบางทีอาจจะเป็ลูกหลานคนดังก็ได้
“มัวแต่คุยอะไรกันอยู่ รีบไปตรงนั้นเร็วเข้า ใกล้จะถึงคิวพวกเราให้สัมภาษณ์แล้ว” ณัฐธิดาเดินมาตามรุ่นน้องในวง ทั้งสามจึงต้องเลิกให้ความสนใจกับผู้หญิงคนนั้นแล้วเดินตามหัวหน้าวงไปพร้อมกันทั้งหมด
หลังการสัมภาษณ์ผ่านไปของขวัญจึงถือโอกาสขอปลีกตัวไปเข้าห้องน้ำเพราะต้องอดทนมานานเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว แต่ในตอนที่เดินออกมาจากห้องน้ำนั้นเธอก็เห็นว่าผู้หญิงคนที่ในวงเพิ่งพูดถึงไปก่อนหน้านี้กำลังยืนอยู่ที่อ่างล้างมือ
เนื่องจากภายในห้องน้ำมีเพียงหญิงสาวคนนั้นยืนอยู่ เมื่อของขวัญเดินออกมาจึงลายเป็จุดสนใจทำให้ไม่สามารถหันหลังกลับเข้าไปในห้องน้ำห้องที่เพิ่งเดินออกมาได้ ร่างบางจำต้องเดินไปหยุดอยู่หน้าอ่างล้างมือ โดยพยายามเว้นระยะห่างให้ไกลจากผู้หญิงคนนั้นที่สุด
แต่ในขณะที่ของขวัญพยายามล้างมือให้เร็วที่สุดเพื่อจะได้ออกไปให้พ้นจากตรงนี้ หญิงสาวที่เธอตั้งใจหลีกเลี่ยงที่จะเผชิญหน้ากลับเอ่ยทักเธอขึ้น
“ใช่คุณของขวัญ วงBELOVEDหรือเปล่าคะ”
“เอ่อ ใช่ค่ะ” ของขวัญจำต้องตอบกลับไปตามมารยาท
“ฉันชอบเพลงใหม่ของคุณมาก ๆ เลยค่ะ ฉันฟังทุกวันเลยนะคะ” เธอหันมาพูดกับของขวัญด้วยรอยยิ้มจริงใจ
“ขอบคุณมาก ๆ เลยนะคะ ที่ชอบผลงานของวงเรา”
“เป็กำลังใจให้ค่ะ รอฟังเพลงถัด ๆ ไปอยู่นะคะ” เธอคนนั้นกล่าวทิ้งท้ายก่อนจะขอตัวกลับเข้างานไป
คล้อยหลังเธอคนนั้นแล้วของขวัญที่ยังคงยืนอยู่ที่เดิม เธอน้ำตาคลอจนเอ่อล้นและจวนเจียนจะไหลลงมาจากดวงตากลมคู่สวย เธอไม่ได้ตื้นตันเพราะคำพูดจากแฟนคลับที่ติดตามผลงาน แต่เกิดจากความรู้สึกจุกอกจนปวดหน่วงไปทั้งหัวใจต่างหาก เพราะเมื่อกี้บนลำคอของผู้หญิงคนนั้นมีสร้อยที่เป็จี้รูปโน้ตดนตรีเหมือนกับที่ภาคินทร์ให้เธอเป็ของขวัญไม่มีผิดเพี้ยน
ของขวัญจับไปที่สร้อยที่มีจี้แบบเดียวกันที่ลำคอตัวเองพลางกลั้นน้ำตาเพื่อไม่ให้ไหลลงมาเปื้อนใบหน้า เธอควรจะรู้สึกกับเื่นี้ยังไงดี ของวันเกิดที่เธอหลงดีใจว่าเขาตั้งใจมอบให้ชิ้นนี้ ของขวัญที่คิดว่าเป็สิ่งพิเศษที่สุดสำหรับเธอในวันเกิดปีนี้ ความจริงเขาไม่ได้มอบมันให้เธอแค่คนเดียวอย่างที่เคยคิด
ของขวัญจมอยู่กับความรู้สึกที่เกิดขึ้นพักหนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจถอดสร้อยเส้นนั้นออกจากลำคออย่างเงียบ ๆ ร่างบางเก็บซ่อนความรู้สึกเศร้ากลับเข้าไปภายในแล้วรีบล้างมือให้เรียบร้อยเพื่อกลับเข้าไปในงาน เธอกลัวว่าถ้าหายไปนานอาจทำให้คนอื่นเป็ห่วงได้
วันนี้ธามในฐานะของเพื่อนสนิทเ้าของแบรนด์เสื้อที่จัดงานต้องมาร่วมแสดงความยินดีกับเพื่อนในวันนี้ด้วย ในระหว่างที่เขาขอตัวมาเข้าห้องน้ำ ร่างสูงก็ได้เดินสวนเข้ากับของขวัญเข้าพอดี
“คุณขวัญ เกิดอะไรขึ้นครับ เป็อะไรหรือเปล่า” ชายหนุ่มรีบเอ่ยทักหลังเห็นสีหน้าที่ย่ำแย่ของอีกฝ่าย เขาจับแขนเล็กเอาไว้ก่อนที่เธอจะเดินจากไปอย่างไม่สนใจมองสิ่งรอบข้าง
“คุณธาม” ของขวัญเรียกชื่อคนตรงหน้าเสียงแ่ด้วยน้ำเสียงใเล็กน้อยที่เห็นเขามาปรากฏตัวตรงหน้า เพราะเมื่อครู่เธอมัวแต่เดินก้มหน้าจึงไม่เห็นว่าเดินผ่านใคร
“ว่าไง คุณเป็อะไรหรือเปล่า”
“ขวัญไม่ได้เป็อะไรค่ะ” พูดจบหญิงสาวก็เม้มปาก
“แน่ใจนะ” ธามถามย้ำด้วยความรู้สึกเป็ห่วง
“ขวัญแค่รู้สึกไม่สบายนิดหน่อยค่ะ” ของขวัญตัดสินใจโกหกออกไปเพราะไม่อยากให้ใครรู้เื่ส่วนตัว
“ถ้างั้นจะกลับไปพักก่อนไหมครับ กลับไปก่อนได้นะ เดี๋ยวผมบอกกับผู้จัดการของคุณให้” ชายหนุ่มบอกอย่างหวังดี
“ขวัญไหวค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ” ของขวัญส่ายหน้าก่อนจะเอ่ยขอตัว
ในเมื่อเ้าตัวบอกว่าไหวธามจึงไม่เซ้าซี้ต่อ เขาปล่อยหญิงสาวกลับเข้าไปงาน แล้วทำเพียงใช้สายตาเป็ห่วงมองตามแผ่นหลังเล็กไปเท่านั้น
ตารางงานในค่ำคืนนี้ไม่ใช่งานหนักแต่อย่างใด แต่กลับเป็การทำงานที่ทำให้ของขวัญรู้สึกเหนื่อยกว่าทุก ๆ วันที่ผ่านมาเสียอีก
เธอไม่ได้เหนื่อยกาย แต่เหนื่อยใจอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
“ทำไมนอนไม่หลับนะ” ร่างบางนอนกระสับกระส่ายอยู่บนเตียงมาได้พักใหญ่ แต่กลับไม่อาจข่มตาให้หลับลงได้ เธอจึงตัดสินใจลุกขึ้นจากเตียงแล้วออกไปนั่งมองดาวที่ระเบียงห้องแทน
ในเวลาที่เธอมีเื่ให้ต้องคิดหรือไม่สบายใจ เธอก็มักจะออกมานั่งรับลมที่นอกระเบียงอยู่บ่อย ๆ
ของขวัญหยิบโทรศัพท์มาเปิดดูภาพที่ภาคินทร์เคยโพสต์เอาไว้เมื่อนานมาแล้ว ภาพที่เธอหลงคิดไปว่าเขาสื่อถึงสร้อยที่มอบให้เธอ ยิ่งเห็นภาพนั้นเธอก็ได้แต่นึกสมเพชตัวเองที่ดันคิดเข้าข้างตัวเองจนเกือบกลายเป็คนโง่ที่หูตามืดบอดจนมองไม่เห็นความเป็จริง
ไม่รู้ทำไมเธอถึงมานั่งน้อยใจทั้งที่ไม่มีสิทธิ์โกรธเขาด้วยซ้ำ เพราะสถานะของเธอกับเขาเป็แค่เพื่อนนอนเท่านั้น แต่กลับเป็เธอเองที่ถลำลึกไปไกลจนพาความรู้สึกของตัวเองกลับไปยังที่จุดเริ่มต้นไม่ได้อีกแล้วต่างหาก