“ป้าค่ะ เดียวหนูพาเ้าปุ่มปุ๊บไปวิ่งก่อนนะคะ^^” กุลสตรีกับอาทิตย์ฝึกทำอาหารกับป้าบังอรมาทั้งวันจนเธอแทบจะหมดแรงก่อนจะหาข้ออ้างออกไปข้างนอก
กุลสตรีเป็ลูกคุณหนูตอนที่อยู่ที่บ้านถึงเธอจะบอกว่าไปช่วยงานในครัวแต่ทุกคนก็ไม่ยอมให้เธอได้ทำอะไรมากผิดกับที่บ้านของป้าบังอรที่สั่งเธอแทบทุกอย่างเพราะเห็นเป็เด็ก มันก็สนุกไปอีกแบบแต่ก็เหนื่อยด้วยเหมือนกัน
กุลสตรีพาปุ่มปุ๊บไปวิ่งแถวสวนสาธารณะที่อยู่หน้าหมู่บ้านของนิภาที่จริงสาวหลังบ้านของเธอยังใหญ่กว่านี้อีก^^
"ไงวิ่งเสร็จแล้ว " ต้นเดินมาทักเด็กสาวในชุดพละที่เดินจูมหมามาด้วยท่าทางร่างเริ่ง กุลสตรีหันไปมองพี่ต้นนิ่งๆ ก่อนจะทำท่าทางถอยหนี "คุณครูบอกว่าอยากคุยกับคนหน้าแปลกเฮ้ย...แปลกหน้า " เธอพูดขึ้นด้วยท่าทางล้อๆ
ต้นชะงักทันทีก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ ทั้งนิภาทั้งกุลสตรีต่างก็กวนไม่แพ้กันเลยสิน่ะ
“มานี่เลยไอ้ตัวแสบ” ต้นสั่นพร้อมกับจับตัวกุลสตรีเอาไว้พร้อมกับล็อกคอของเธอเอาไว้แน่น ก่อนจะใช้มือหนาหยีหัวของเธอเล่นอย่างสนุก "ไหนบองพูกใหม่อีกทีสิ?... "
อ๊ากกกก!?...
"ปล่อยนะผมเค้ายุ่งหมดแล้วนะ " กุลสตรีโวยวายทันทีเธอยกมือขึ้นไปจับมือของพี่ต้นที่หยีผมของเธอ เอาไว้พร้อมกับพยายามหดตัวหนีจากแขนแกร่งที่ล็อกคอเธอเอาไว้กับแผงอกของเขา
หึหึ…
ต้นหัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดีกับท่าทางของเด็กสาว กุลสตรีโวยวายอยู่นานกว่าจะหลุดจากวงแขนนั้น เธอปราบเข้าไปหาพี่ต้นอีกครั้งทั้นทีอย่างไม่พอใจก่อนที่พี่ต้นจะผลักหัวเธอออกเบาๆ อย่างสนุก
“พี่ต้น…” กุลสตรีตวักชายหนุ่มอย่างหงุดหงิด พร้อมกับมองค้อนด้วยท่าทางงอนๆ
หึหึ…555++
“…ไหนว่าคนแปลกหน้าไง…ตัวเท่าลูกหมาทำเป็ซ่านักนะเราเนี่ย” ต้นล้อเด็กสาวเล่นอย่างสนุก
กุลสตรีจะหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธเธอแยกเขี้ยวใส่เขาทันทีอย่างไม่พอใจ แต่ชายหนุ่มกับไม่สะทบสะท้านยังคงหัวเราะร่าอย่างสนุก
"จัดการเลยปุ่มปุ๊บ " กุลสตรีหันมาสั่นหมาที่ตัวเองจูงอยู่ แต่มันกลับเมินคำสั่นแถมยังนั่งหมอบบนพื้นซะอย่างนั้น(เื่นี้หมาไม่ยุ่ง)
ต้นต้องหัวเราะอย่างอารมณ์ดี "ทำได้ดีมากลูกพ่อ " เขาพูดกับหมาของตัวเองเบาๆ เขาได้เ้าปุ่มปุ๊บมาจากเพื่อนสมัยเด็กที่ย้ายไปอยู่ที่อื่น ั้แ่ตอนที่ปุ่มปุ๊บยังเล็กๆ มันเชื่อมและเป็มิตรจนบางครั้งยังอดห่วงไม่ได้ว่าถ้าโจนเข้าบ้านมันจะเห่ามั้ย
ท่าทางของหมาทำให้กุลสตรีหงุดหงิด เธอฮึดฮัดเบาๆ พร้อมกับจ้องปุ่มปุ๊บเขม็งเพราะมันไม่ยอมทำตามคำสั่งของเธอเลยสักนิด ก่อนที่ต้นจะเยื่อนไอสครีนให้เธอไปแท่งหนึ่ง
กุลสตรีหันมามองนิ่งๆ "ชิ...เค้าไม่รับของจากคนแปลกหน้าหรอก " เธอพูดขึ้นด้วยท่าทางงอนๆ
"งั้นพี่เก็บนะ " ต้นพูดก่อนจะทำท่าเหมือนจะเอามันเก็บเข้าไปในถุงพลาสติกที่ตัวเองถือมา กุลสตรีรีบชกมันมาจากมือของต้นทั้นที
"หนูจะกินก็ได้กลัวคนแก่เสียน้ำใจ..." กุลสตรีพูดพร้อมกับคลี่ยิ้มกว้างอย่างไม่เต็มใจ ทั้งกุลสตรีทั้งนิภาก็ต่างชอบล้อเขา เพราะโกนหนวดเคราที่มักจะยาวเร็วถึงเขาจะพึ่งโกนไปแค่สัปดาห์เดียวก็ตาม
บุคลิกน่ากลัวกับผิวสีแทนท่าทางเถื่อนกับอาชีพที่ต้องลุยแดดทุกวัน การแต่กายง่ายๆ กับร่างกายกำยำ ใบหน้าคมคายที่มีหนวดเคราลุงลังจนโกงอายุไปไกลทำให้เขาดูไม่ค่อยน่าคบสักเท่าไร แต่จริงๆ ก็เป็พี่ชายที่ดีมากๆ คนหนึ่งเลยแหล่ะ
“อื้อ…” กุลสตรียื่นเชือกที่ใช้จูงปุ่มปุ๊บอยู่ให้กับพี่ต้น ก่อนจะรีบเดินกลับบ้านอย่างสนุก
“อ้าว…พามาก็ต้องรับผิดชอบพากลับสิ” ต้นพูดด้วยท่าทีขี้เล่น พร้อมกับเร่งฝีเท้าของตัวเองตามเด็กสาวที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งหนีเขา
“ไม่เอาด้วยหรอก หมาพี่พี่ก็พากลับเองสิคะ” กุลสตรีหันมาพูดอย่างอารมณ์ดีเมื่อมองสภาพที่พลุงพลังของพี่ชายข้างบ้าน
“ไม่เอาน่ะ…มาช่วยพี่ก่อนสิ…” ต้นพูดพร้อมกับมองเธอแบบอ้อนๆ เพราะหมาของตัวเองเล่นไม่ยอมเดินไปดีๆ แถมเขายังถือของที่แม่ใช้ให้มาซื้อจนเต็มสองมือ
เพราะบ้านของพี่ต้นอยู่ข้างบ้านของนิภาอยู่ข้างกัน ทำให้พวกเขาเดินไปทางเดียวกัน กุลสตรีมองเขาสักพักก่อนจะยอมเดินเข้ามาหาแล้วยื่นมือไปหาพี่ต้นเพื่อจะเอาเชือกมี่จูงเ้าปุ่มปุ๊บ
กรี๊ดดดด!?...
กุลสตรีกรีดร้องเบาๆ อย่างใเมื่อจู่ๆ ก็มีมือของใครบางคงมากระชากแขนของเธอจนเธอเซไปข้างหลังก่อนจะชนกับเขา ไอศครีนที่ถืออยู่ในมือก็หลุดมือและหลุ่มลงไปกับพื้น
กุลสตรีหันควักไปมองคนที่กระชากแขนของเธอก่อนจะหน้าเสีย "พี่!?..." เธอพึมพำเบาๆ แต่ก็ดังพอให้พี่ต้นที่เดินข้างๆ ได้ยิน
จอมทัพบีบแขนของกุลสตรีแน่น พร้อมกับจ้องต้นตาขวางอย่างไม่พอใจ"กลับบ้าน..." น้ำเสียงนั้นฟังดูกราดเกรี้ยวอย่างถึงที่สุด
‘หว่า…นี่มันโกรธจัดเลยไม่ใช่หรอ เขาคงไม่ได้ไปเหยียบกันะเิเข้าสินะ’ ต้นคิดในใจพร้อมกับยิ้มยียวนกวนประสาทส่งไปให้อีกฝ่าย
“ผมว่าพี่ปล่อยมือก่อนมั้ยครับ ดูเหมือนน้องกุลเค้าจะไม่อยากไป” ต้นพูดพร้อมกับจับแขนของจอมทัพ เพราะกุลสตรีเหมือนจะร้องไห้แล้ว
จอมทัพหันไปมองกุลสตรีที่กำลังหวาดกลัวก่อนจะลดความเดือดดาลของตัวเองลง “เราจะกลับบ้านกัน ” เขาพูดก่อนที่กุลสตรีจะชะงักงันอย่างใ พร้อมกับน้ำตาไหลพร่าง
ต้นมองดูภาพตรงหน้านิ่งๆ ก่อนจะปล่อยมือจากที่จับแขนของจอมทัพ ‘มันเป็เื่ในครอบครัวสินะ งั้นเขาก็ไม่ควรยุ่งหรือเปล่า?’ เขาได้ยินจากนิภามาว่ากุลสตรีกับพี่ชายงอนกันอยู่แต่ก็ไม่คิดว่าพี่ชายที่ว่านี่จะเป็จอมทัพ?…
จอมทัพลากกุลสตรีให้เดินตามเขาไปด้วยท่าทางเหวี่ยงๆ ต้นยืนพี่น้องคู่นั้นนิ่งด้วยท่าทางอึ้งๆ ต้นพอรู้จักกับจอมทัพอยู่บ้าง เพราะเคยรับงานจากบริษัทของจอมทัพมาทำ จอมทัพก็ดูจะเป็คนที่น่าคบอยู่แต่…
ก็แค่เคยได้ยินว่าหวงน้องแต่ก็ไม่คิดว่าจะเดือดดาลขนาดนี้ นี่คงไม่ได้คิดว่าเขาจะทำอะไรกุลสตรีหรอกใช่มั้ยถึงกุลสตรีจะน่ารักก็เถอะ แต่เขาก็คิดกับเธอแค่น้องสาวเท่านั้นแหล่ะ
"ไง...แกไม่คิดจะช่วยเลยว่างั้น " ต้นหันไปพูดกับหมาของตัวเองนิ่งๆ เพราะเ้าปุ่มปุ๊บนั่งหมอบกับพื้นมองดูเหตุการณ์ตรงหน้านิ่งๆ ปุ่มปุ๊บหันมาหาต้นก่อนจะเห่าเบาๆ จนต้นต้องหัวเราะออกมา
จอมทันเปิดประตูก่อนจะยัดกุลสตรีเข้าไปในรถอย่างหงุดหงิดเหมือนวันนั้น " กุลสตรีกลัวเธอรีบขยับหนีพร้อมกับพยายามจะไปเปิดประตูอีกข้างเพื่อออกไป
จอมทัพเอี้ยวตัวเข้าหาพร้อมกับจับข้อมือของเธอเอาไว้ "พี่มีเื่จะคุยด้วย...ที่บ้าน " น้ำเสียงนั้นดูจริงจังและหนักแน่นจนกุลสตรีทำอะไรไม่ถูกเธอดึงมือของตัวเองออกจากมือของพี่ชายพร้อมกับนั่งนิ่งอย่างหวาดๆ
"อ้าว...กุลไปไหน? ทำไมเ้าปุ่มปุ๊บมากับเราได้แหล่ะ " บังอรถามลูกชายตัวเองเพราะไม่เห็นคนที่เอาเ้าปุ่มปุ๊บไปกลับมากับเขาด้วย
"เค้าถูกลับพาตัวไปแล้วครับ... " ต้นตอบขำๆ พร้อมกับหันไปหาปุ่มปุ๊บ พร้อมกับของแนวร่วม “ใช่มั้ย…”
บ๊อก...ปุ่มปุ๊บเห่าทีหนึ่งเหมือนจะรู้เื่ ก่อนที่บังอรจะจ้องลูกชายตัวเองด้วยสายตาดุๆ ทำให้ต้นต้องบอกความจริงไปว่าพี่ชายมารับกลับบ้านแล้ว
รถหรูจอดสนิทหน้าคฤหาสน์เทพพิทักษ์ ก่อนที่จอมทัพจะลงมาจากรถเขาเปิดประตูให้กุลสตรี แต่เธอกลับนิ่ง กุลสตรีกลัวที่จะเข้าบ้านของตัวเองเพราะเธอไม่ได้กลับมาสักพักแล้ว ทั้งที่เป็บ้านของตัวเองแท้ๆ แต่เธอกลับกลัวจนไม่กล้าจะเข้าไป
จอมทัพเอื้อมมือไปข้อมือบางของกุลสตรี ก่อนจะดึงให้เธอลงมาจากรถ กุลสตรีตัวสั่นเครือเพราะความกลัวและประมาท
จอมทัพเองก็ไม่ต่างกันฝ่ามือนานนั้นชื้นไปด้วยเหงือนเพราะประมาทและวิตกกังวล ถึงเขาจะเตรียมใจมาแล้วแต่ก็ยังคงกลัว
จอมทัพลากกุลสตรีที่ยังคงไม่ยอมเข้าบ้านเข้าไปในบ้าน ขณะที่กุลสตรีก็พยายามจะแกะมือออกจากฝ่ามือของพี่แต่เขาก็ไม่ยอมปล่อยมือของเธอ
กุลสตรีกึ่งเดินกึ่งวิ่งจอมทัพลดฝีเท้าของตัวเองลงเพื่อไม่ให้กุลสตรีต้องวิ่งตาเขาและสามารถเดินไปพร้อมๆ กับเขาได้
ท่านทูตอัศวินกับคุณหญิงงามพึ่งกลับมาถึงยังคฤหาสน์เทพพิทักษ์ ทั้งสองคนยังคงนั่งในห้องนั่งเล่นเพื่อพักจากที่เดินทางไกล ที่จริงพวกเขายังไม่มีกำหนดกลับแต่เพราะลูกชายตัวดีที่ไม่รู้ไปก่อเรื่ออะไรเอาไว้ที่โทรไปหาแล้วบอกว่ามีเื่สำคัญจะคุยด้วย และ้าจะคุยต่อหน้าเท่านั้นท่าทางของจอมทัพดูจริงจังจนพวกเขายอมแพ้และกลับมา
เสียงเอะอะทำให้อศวินกับงามหันไปมองนิ่ง ภาพที่จอมทัพลากน้องสาวของตัวเองเข้าบ้านทำให้ทั้งสองคนชะงักเล็กน้อยอย่างสงสัย
"คุณแม่..." กุลสตรีพึมพำเบาๆ ด้วยท่าทางอึ้งๆ ก่อนจะน้ำตาพร่างอีกครั้งเธอเดินเข้าไปหาแม่ของตัวเองทันที แต่ก็ต้องชะงักเพราะจอมทัพจับข้อมือของเธอแน่นไม่ยอมปล่อย
จอมทัพรั้นกุลสตรีเอาไว้เพราะเขา้าจะพูดสิ่งที่เขาคิดว่ามันเป็เื่ที่ถูก และเขา้าจะรับผิดชอบมันแม้อาจต้องทำลายความรู้สึกดีๆ บางอย่างก็ตาม
งามกับอัศวินหันมามองการกระทำนั้นอย่างสงสัยก่อนที่จอมทัพจะพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น"ผมจะแต่งงานกับกุลครับพ่อ " ทำพูดของเขาทำให้ทั้งห้องเงียบกรีบมันที
เหมือนเวลาในห้องกำลังหยุดเดินทั้งอัศวิน งาม หรือแม้แต่กุลสตรีเองก็อึ้งกับคำพูดของจอมทัพ ทุกคนนิ่งเงียบพร้อมกับจ้องจอมทัพเป็ตาเดียว ก่อนที่จอมทัพจะพูดต่อ "ผมนอนกับกุลแล้ว " พอพูดจบประโยค อัศวินก็ปราบเข้าไปหาพร้อมๆ กับหมัดที่ตรงไปยังหน้าของลูกชายจนร่างของจอมทัพหงายและล้มไปกองกับพื้น กลิ่มเืลอยฟุ้งเข้ามาในปากจากการถูกต่อยอย่างแรง
กุลสตรีช็อก เธอนิ่งไปทันทีด้วยความกลัวและทำอะไรไม่ถูก ‘จะทำยังไงดี พ่อกับแม่ของเธอรู้หมดแล้ว พี่ชายของเธอพูดอะไรน่ะไม่เข้าใจเลย เธอจะทำยังไงดี’ เธอหันไปมองพ่อกับพี่ชายนิ่งๆ
"แกทำแบบนี้ได้ยังไง ยัยกุลเป็น้องของแก... " อัศวินตวักเสียงดังล่านห้องอย่างเหลือทน เขาพอรู้ว่าจอมทัพคิดกับกุลสตรีเกินกว่าน้องสาวและเขาก็เตือนให้จอมทัพหยุดความคิดเื่นั้น แต่นี่...
"ไม่ใช่...กุลไม่ใช่น้องสาวของผม " จอมทัพตวักกลับทันทีพร้อมกับจ้องมองไปที่พ่อของเขานิ่งๆ เขาไม่อย่างยอมแพ้เื่ของกุลสตรี เขารักกุลสตรีและรักมาตลอด เขาปล่อยมือจากเธอไม่ได้อีกแล้ว…
"ไอ้ทัพ!!..." อัศวินตวักเสียงดังด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือจากอารมณ์โกรธจัดจนควบคุมไม่อยู่ ครั้งแรดที่อัศวินหลุดมาด ทั้งห้องจะเงียบกริบอีกครั้ง
กุลสตรียืนมองนิ่งอย่างหวาดกลัวจนตัวสั่น เธอไม่เคยเห็นครอบครัวของตัวเองทะเลาะกันแบบนี้มาก่อน และไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไง
"เลิกหลอกตัวเองสักที น้องสาวของผมตายไปตั้งนานแล้ว…กุลไม่ใช่น้องสาวของผม และจะไม่มีวันเป็... " จอมทัพตวักกลับไปอย่างเหลืออด ที่ทุกคนทำเหมือนจำเื่ตอนนั้นไม่ได้
น้องสาวแท้ๆ ของเขาตายไปั้แ่วันแรกที่เธอเกิด แต่เพราะแม่ของเขาทำใจไม่ได้ที่ต้องเสียลูกสาวไป เขากับพ่อเลยไปรับตัวกุลสตรีจากสถานสงเคราะห์ั้แ่ยังแบเบาะมาแทนที่น้องสาวของตัวเอง ตอนนั้นติณห์อายุ 14 ปี มันมากพอให้เขารู้เื่ทุกอย่าง
"หมายความว่ายังไงคะ…น้องกุลไม่ใช้ลูกสาวของคุณแม่กับคุณพ่อหรอก?!...ไม่ใช่น้องของพี่..." กุลสตรีพูดขึ้นเบาๆ ด้วยท่าทางช็อกๆ พร้อมกับน้ำตาที่พร่าง เธอมองทุกคนอย่างหวาดกลัว
"กุล!!..." งามพึมพำเบาๆ อย่างใเมื่อมองดูท่าทางที่หวาดกลัวของลูกสาวตัวน้อยของตัวเอง ถึงกุลสตรีจะไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของเธอแต่พวกเขาทุกคนก็รักกุลสตรีมากยิ่งกว่าอะไร
กุลสตรีส่ายหัวอย่างไม่เข้าใจและเ็ป ขาของเธอค่อยๆ ก้าวถอยหลังอย่างไม่อยากเชื่อ
งามเดินเข้ามาหาลูกสาวพร้อมกับเอื้อมมือไปหาเธอก่อนที่กุลสตรีจะปัดมือของเธอออกเบาๆ อย่างหวาดกลัวแล้ววิ่งหนีขึ้นห้องไปพร้อมกับร้องไห้โฮอย่างสับสน ‘เค้าไม่ใช่ลูกของพ่อกับแม่ ฮือๆ’
งามวิ่งตามกุลสตรีไปทันที ก่อนที่กุลสตรีจะเข้าไปในห้องแล้วปิดประตูเสียงดังเธอทรุดตัวลงนั่งพิงกับประตูพร้อมกับร้องไห้โฮอย่างสับสนจนทำอะไรไม่ถูก
ปังๆ...
"กุลเปิดประตูให้แม่หน่อย " งามเรียกลูกสาวของตัวเองพร้อมกับเอามือทุกประตูเบาๆ กุลสตรียกมือทั้งสองข้างขึ้นมาปิดหูของตัวเองพร้อมกับร้องไห้เสียงดังอย่างควบคุมไม่อยู่
ยิ่งได้ยินเสียงทุบประตูเธอยิ่งกลัวและทำอะไรไม่ถูก "ไม่จริง ฮือๆ...เค้าเป็ลูกของคุณแม่ ฮือๆ " เธอพึมพำพร้อมกับร้องไห้โฮ
"พอใจหรือยัง..." อัศวินกำหมัดแน่นพร้อมกับถามออกไปอย่างเ็ปเพราะเขากลัวจะเห็นภาพนี้เลยพยายามเก็บมันมาตลอด