บทที่ 20 นี่คือยันต์ของจริง! (รีไรต์)
ไม่ใช่เพียงเสี่ยวหยวนเป่าที่ไม่รู้หนังสือเท่านั้น ทว่าคนในบ้านของนางไม่มีผู้ใดรู้หนังสือแม้แต่คนเดียว
ต้าเป่าและน้องชายนั้นถึงวัยที่สมควรเข้าสำนักศึกษาได้แล้ว ขนาดหวังเทียนโกวอายุเพียงห้าขวบยังเข้าเรียนมาได้ปีหนึ่งแล้ว ทว่าพวกต้าเป่าที่อายุสิบขวบ แปดขวบ และหกขวบตามลำดับ กลับไม่เคยเฉียดกรายเข้าใกล้สำนักศึกษาเลย เพราะบ้านตระกูลทังไม่ได้มีเงินเหลือเฟือที่จะเจียดมาให้พวกเขา
ทว่าเ้าก้อนแป้งน้อยกลับเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว "ท่านแม่เ้าคะ ข้าเขียนได้เ้าค่ะ ท่านพ่อเคยสอนข้าเขียน!"
ทุกคนต่างอึ้งตะลึง...
ทังเหล่าซื่อผู้ล่วงลับไปแล้ว มีความสามารถถึงขั้นเขียนยันต์เชียวหรือ
เหตุใดจึงไม่เคยเห็นแววมาก่อนเลย!
แม่หมอหลิวยินดียิ่งนัก "เช่นนั้นรบกวนเสี่ยวหยวนเป่าช่วยเขียนให้ข้าสักแผ่นเถิด จะให้ค่าตอบแทนเป็เสบียงเท่าใดข้าย่อมยินดีมอบให้"
เสี่ยวหยวนเป่าวางท่าจริงจัง "ข้าไม่รับเสบียงแล้วเ้าค่ะ ข้า้าเงินทอง ท่านมีหรือไม่เ้าคะ"
"มี มีแน่นอน!"
หากจะเอาเสบียง แม่หมอหลิวยังต้องไปหาซื้อมาให้ ทว่าหากจะเอาเงินทองยามนี้ย่อมสะดวกและง่ายดายกว่าไม่น้อย
"ถ้าเช่นนั้น ข้าจะเขียนให้ท่านเ้าค่ะ"
เ้าก้อนแป้ง ไม่ใช่สิ เ้าหัวขโมยเงินตัวน้อยกล่าวพลางถกแขนเสื้อขึ้นเตรียมลงมือทันที
ทุกคนต่างตกอยู่ในความงงงวย...
แม่หมอหลิวเอ่ยถามด้วยความสงสัย "เสี่ยวหยวนเป่า เ้าจะเขียนยันต์เดี๋ยวนี้น่ะรึ ไม่ต้องรอวันดีคืนดีอย่างวันขึ้นสิบห้าค่ำ หรือไม่ต้องชำระล้างร่างกายและจุดธูปบูชาเสียก่อนรึ"
เ้าตัวน้อยตอบอย่างเด็ดขาด "ไม่จำเป็เ้าค่ะ เขียนเดี๋ยวนี้นี่แหละ"
ภายในบ้านไม่มีโต๊ะแม้แต่ตัวเดียว เ้าตัวน้อยจึงวางแผ่นยันต์ลงบนพื้น ร่างเล็กจ้อยราวกะหัวไชเท้าหมอบลงกับพื้นเตรียมจัดการ
นางไม่ได้ใช้พู่กันแต่อย่างใด ทว่าใช้นิ้วมือน้อย ๆ ที่อวบอิ่ม จุ่มลงในชาดแดงโดยใช้นิ้วชี้และนิ้วกลาง แล้วเริ่มปาดป้ายลงบนแผ่นยันต์อย่างรวดเร็ว มองเผิน ๆ ประหนึ่งเด็กน้อยกำลังเล่นขายของอย่างไรอย่างนั้น
ช่างดูเรียบง่ายและเป็กันเองเกินไปนัก!
เมื่อเห็นท่าทางเช่นนี้ ทุกคนต่างก็ไม่ได้ตั้งความหวังไว้สูงนัก
ไฉ่ซื่อถึงกับกังวลในใจว่า หากเสี่ยวหยวนเป่าทำวัสดุเขียนยันต์ของแม่หมอหลิวเสียหาย แล้วนางเรียกร้องค่าเสียหายขึ้นมา ตนจะเอ่ยปากอย่างไรดี...
ในบรรดาเด็ก ๆ ต้าเป่าผู้สุขุมที่สุดยังแทบจะเก็บอาการไว้ไม่อยู่ เขาถึงกับต้องเบือนหน้าหนีไปทางอื่น
เอ้อร์เป่ากระแอมไอเบา ๆ ไม่กล้าจ้องมอง ได้แต่เงยหน้ามองท้องฟ้าไปเสีย
หวังเทียนโกวผู้นิยมความเงียบขรึมและสุขุมเกินวัย ยังคงนั่งนิ่งประหนึ่งผู้วิเศษผู้ละวางแล้วซึ่งทางโลก
มีเพียงซานเป่าที่คอยส่งเสียงเชียร์น้องสาว "น้องสาววาดสิ่งใดหรือ ใช่กระต่ายหรือไม่ มียันต์กระต่ายด้วยหรือ จะว่าไป...ก็นับว่าดูดีไม่ใช่น้อยนะ"
เหล่าผู้ใหญ่ต่างพากันพูดไม่ออก
คำเยินยอนี้ช่างไร้ชั้นเชิงนัก ช่างเป็การข่มใจชมโดยแท้!
ทว่า...
แม่หมอหลิวกลับจ้องมองตาไม่กะพริบ
คราแรกนางก็คิดว่าเสี่ยวหยวนเป่าเพียงลากเส้นไปตามใจชอบ ทว่าต่อมา นางค่อย ๆ มองเห็นร่องรอยบางอย่างที่ผิดแผกไป เหนือสิ่งอื่นใด นางััได้ว่าบนแผ่นยันต์เริ่มมีพลังงานพิเศษบางอย่างบังเกิดขึ้น
พลังงานชนิดนี้...นางคุ้นเคยดียิ่งนัก
มันคือพลังงานแบบเดียวกับที่เคยสถิตอยู่ในแผ่นยันต์บรรพบุรุษของนางไม่ผิดเพี้ยน
เ้าก้อนแป้งน้อยใช้เวลาเพียงชั่วลมหายใจเข้าออก มือน้อย ๆ ปาดป้ายไปมาไม่กี่คราก็เป็อันเสร็จสิ้น เมื่อเขียนเสร็จ ทั้งตัว ใบหน้า และมือน้อย ๆ ของนางล้วนเปรอะเปื้อนไปด้วยสีแดงของชาด
ดูราวกะแมวลายตัวน้อย ๆ
"เสร็จแล้วเ้าค่ะ! นี่คือ 'ยันต์ขับไล่ิญญาขั้นต้น' เหมือนกับแผ่นที่ท่านเคยถืออยู่เลย" นางเอ่ยพลางถอนใจ นางพยายามที่สุดแล้ว
ยามนี้นางเขียนได้เพียงยันต์ขั้นต้นเท่านั้น ขั้นสูงกว่านี้นางยังไม่มีบารมีเพียงพอจะรังสรรค์ขึ้นมาได้
แม่หมอหลิวรับแผ่นยันต์มาด้วยมือที่สั่นเทา ยามนี้ในใจของนางสั่นไหวด้วยความตื่นเต้นจนยากจะพรรณนา พลังงานในยันต์แผ่นนี้ช่างแก่กล้านัก!
รุนแรงยิ่งกว่ายันต์บรรพบุรุษของนางเสียอีก
นี่คือยันต์ของจริง!!
หาใช่ของเก๊ที่พวกนักพรตต้มตุ๋นชอบวาดหลอกลวงผู้คน!
บรรพบุรุษของนางอาศัยยันต์เพียงแผ่นเดียว เลี้ยงดูคนในตระกูลมาได้ถึงสามรุ่น ยามนี้นางได้รับแผ่นใหม่ที่ทรงพลังมา มีหรือจะไม่ตื่นเต้นยินดี
"ขอบพระคุณ... ท่านอาจารย์น้อย... ขอบพระคุณ..."
มือนางสั่นระริก นางแทบไม่อยากเชื่อว่ายันต์ที่เปี่ยมไปด้วยพลังแผ่นนี้จะเป็ของนางจริง ๆ
ชาวบ้านรอบข้างต่างพากันแสดงท่าทางสงสัย ยันต์ที่ดูลวดลายสับสนวุ่นวายแผ่นนี้ จะใช้การได้จริงหรือ?
คราวนี้แม่หมอหลิวเป็อันใดไป
เหตุใดต้องตื่นเต้นถึงเพียงนั้น
เสี่ยวหยวนเป่ายื่นมือน้อย ๆ ที่เปื้อนชาดไปตรงหน้าแม่หมอหลิว "เขียนยันต์เสร็จแล้ว... จ่ายเงินมาเ้าค่ะ"
แม่หมอหลิวรีบหยิบเงินตำลึงขนาดเล็กที่เป็รูปเรือออกจากเอว แล้ววางลงบนมือน้อย ๆ ทันที
ทุกคนถึงกับอ้าปากค้างจนแทบจะร่วงลงพื้น
สิบตำลึง!!
ช่างมากมายถึงเพียงนี้เชียวหรือ!
แม่หมอหลิวร่ำรวยถึงเพียงนี้ั้แ่เมื่อใด
หากตรองดูให้ดี แม่หมอหลิวย่อมมีเงินเก็บไม่น้อย นางมีชื่อเสียงโด่งดังในแถบนี้ ทั้งยังเป็คนใจกว้าง หากบ้านคนจนมีเื่เดือดร้อนนางย่อมช่วยโดยไม่คิดเงิน ทว่าหากเป็บ้านคนรวยค่าตัวนางย่อมไม่ใช่ถูก ๆ อีกทั้งนางหาได้มีลูกหลานให้ต้องคอยห่วงเื่การใช้สอยเงินทอง
เสี่ยวหยวนเป่าหยิบเงินตำลึงขึ้นมาถามไฉ่ซื่อ
"ท่านแม่เ้าคะ นี่คือเงินใช่หรือไม่เ้าคะ"
"ใช่จ้ะ... นี่คือเงินหนักสิบตำลึง..." เสียงของผู้เฒ่าหวังเอ่ยขึ้นด้วยความตื่นเต้น
ไฉ่ซื่อและลูก ๆ ไม่เคยเห็นเงินมากมายถึงเพียงนี้มาก่อนในชีวิต
"สิบตำลึงนี่ถือว่ามากหรือไม่เ้าคะ"
"มากสิ!" มากมายนัก
"ดีเ้าค่ะ เช่นนั้นข้ามอบให้ท่านแม่"
เสี่ยวหยวนเป่าวางเงินสิบตำลึงลงบนมือของไฉ่ซื่อ
พวกต้าเป่าและน้อง ๆ ต่างรู้สึกราวกับกำลังฝันไป น้องสาวของพวกเขาหาเงินได้สิบตำลึงเพียงชั่วพริบตาเดียว!
ชาวนาที่มั่งคั่งในหมู่บ้านตระกูลทัง ยามนี้ทั้งปีอาจไม่มีรายได้ถึงสิบตำลึงเสียด้วยซ้ำ
เหล่าเด็กชายต่างพากันอึ้งตะลึงงัน
ทางด้านแม่หมอหลิว ยังคงจมอยู่ในความปีติยินดีที่ได้รับของล้ำค่า "ข้าจะกลับไปตั้งบูชาไว้ให้ดี... ขอบใจเ้ามากนะเสี่ยวหยวนเป่า!"
เมื่อมียันต์แผ่นนี้ นางรู้สึกประหนึ่งตัวเบาหวิวราวกับลอยได้ ถึงขั้นเกิดภาพลวงตาว่าตนสามารถออกไปประชันฝีมือกับเหล่ายอดฝีมือจากตระกูลใหญ่ได้เลยทีเดียว
ยันต์ที่ล้ำค่าเพียงนี้ แม่หมอหลิวจึงไม่ทนชักช้า รีบขอกลับไปตั้งบูชาที่บ้านในทันที
เสี่ยวหยวนเป่าอยากจะเอ่ยเตือนนักว่า จะตั้งบูชาไว้ทำไมกัน ยันต์ย่อมมีวันเสื่อมสลาย หากใช้หมดข้าก็เขียนให้ใหม่ได้ เพียงจ่ายเงินมาข้าก็จะเขียนให้ท่านอีกเรื่อย ๆ!
ทว่าแม่หมอหลิวกลับเดินลิ่วจากไปไกลเสียแล้ว ท่าทางการเดินของนางช่างดูภาคภูมิใจยิ่งนัก!
เสี่ยวหยวนเป่าหาวออกมาคำหนึ่ง การเขียนยันต์ช่างเผาผลาญพลังจิติญญานัก นางเริ่มรู้สึกง่วงงุนขึ้นมาอีกครั้ง อยากจะนอนเสียเดี๋ยวนั้น ทว่าก่อนจะหลับ นางไม่ลืมที่จะจองกิจกรรมสำคัญไว้ก่อน
"ข้าขอนอนสักงีบนะเ้าคะ ท่านแม่ พี่ใหญ่ หากพวกท่านจะเข้าเมือง ต้องพาเสี่ยวหยวนเป่าไปด้วยนะเ้าคะ! ข้าหลับเพียงประเดี๋ยวก็จะตื่นแล้ว..."
ทุกคนต่างพากัน...
ต้าเป่าเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "ได้จ้ะ วางใจเถิด พี่จะพาเ้าไปด้วยแน่นอน"
เมื่อได้รับคำยืนยันที่น่าพึงใจ เสี่ยวหยวนเป่าก็ยื่นแขนให้ไฉ่ซื่อโอบอุ้ม
ทันทีที่ไฉ่ซื่ออุ้มนางขึ้นมา เ้าก้อนแป้งน้อยก็ผล็อยหลับไปในอ้อมอกทันทีในชั่วพริบตา
ทุกคนต่างอดไม่ได้ที่จะเป็ห่วง
"เกิดสิ่งใดขึ้นหรือ"
เอ้อร์เป่าเอ่ยวิเคราะห์ "น้องสาวคงเหนื่อยจากการเขียนยันต์น่ะ ให้นางพักผ่อนเสียหน่อยก็คงดีขึ้น"
เขาเป็คนช่างสังเกตและลุ่มลึก เขาเฝ้ามองมาหลายคราแล้วว่า ทุกครั้งที่น้องสาวสำแดงฤทธิ์เดชอันใด นางมักจะง่วงนอนเสมอ ขอเพียงได้งีบสักตื่น นางก็จะกลับมาเริงร่าดังเดิมไม่ต่างจากปกติ
ประกอบกับเด็กน้อยในวัยนี้มักจะนอนบ่อยเป็ธรรมดา ยิ่งนอนมากร่างกายยิ่งเจริญเติบโตเร็ว ทุกคนจึงคลายกังวลใจ
ยามนี้จุดสนใจจึงกลับมาอยู่ที่เงินสิบตำลึงอันมหาศาล
คนในครอบครัวไม่ต่างจากผู้ที่เพิ่งพบขุมทรัพย์ พวกเขาเพิ่งย้ายกลับมา ข้าวของเครื่องใช้หาได้มีสักอย่างไม่ แม้แต่ผ้าห่มยังไม่มี ต้องนอนซุกกองหญ้า ยามนี้มีทั้งเสบียงและเงินทอง นับว่าเป็นิมิตหมายอันดีที่จะได้จัดหาของใช้ที่จำเป็
ทำให้บ้านดูเป็บ้านเสียที ทั้งยังจะได้ซื้อเสื้อนวมตัวใหม่ให้น้องสาว และซื้อเนื้อสัตว์มาให้นางกินบำรุงร่างกาย...
พวกเขาจึงปรึกษากันว่า จะขนเสบียงส่วนที่เกินขึ้นเกวียนวัวไปฝากที่เมืองก่อน
จากนั้นจึงค่อยหาซื้อสิ่งของที่จำเป็กลับมา
เมื่อตกลงกันได้เช่นนั้น ผู้เฒ่าหวังและภรรยาก็ช่วยขนเสบียงจากในห้องขึ้นเกวียนวัว และอาสาขับเกวียนพาไฉ่ซื่อและเด็ก ๆ เข้าเมืองไปจัดการธุระด้วยตนเอง