เมื่อเห็นดังนั้นจูเยว่จึงมั่นใจได้ว่า หากปล่อยให้แม่นางตระกูลหลี่ และข้ารับใช้ติดตามตนเข้าไปคงเป็เื่ยากที่ทั้งสองจะรอดชีวิตกลับมา
เพราะด้วยระดับพลังลมปราณและทักษะยุทธของเฟยซิ่วคงทำได้เพียงรับมือกับสัตว์อสูรระดับิญญาขั้นที่ 2 ได้ 1-2 ตัวเท่านั้นแต่หากมากกว่านี้ คงไม่สามารถรับมือกับมันได้และหากพบเจอสัตว์อสูรระดับิญญาขั้นที่ 3 มากกว่า 2ตัวพร้อมกัน คงเป็เื่ยากที่เขา จะสามารถช่วยเหลือทั้งสองได้ทัน
เป็เพราะสิ่งที่จูเยว่เป็กังวลคือความปลอดภัยของแม่นางน้อยตระกูลหลี่ ถ้าหากตัวเขาและเฟยซิ่วติดพันการต่อสู้และสัตว์อสูรได้พุ่งโจมตีไปถึงตัวนางได้แล้วละก็... ด้วยพลังระดับรวมลมปราณขั้นที่9 ของนางคงไม่สามารถรับมือได้แม้แต่กระบวนท่าเดียว จึงหันไปทางหลี่ฟางซิ่นและเฟยซิ่วพร้อมกล่าวออกมา
“พวกเ้าทั้งสองเข้าไปพักอยู่ภายในถ้ำด้านหน้าก่อน และรอจนกว่าข้าจะกลับมาข้าได้ตรวจสอบภายในถ้ำแห่งนั้นแล้ว ภายในไม่มีสัตว์อสูรอาศัยอยู่แต่อย่างใด”จูเยว่กล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบออกมา แต่ประโยคต่อมากลับกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
“อาณาเขตด้านหน้าถัดจากที่พวกเราอยู่ตอนนี้ เป็อาณาเขตของสัตว์อสูรระดับิญญาขั้นที่ 2และ 3 พวกเ้าอย่าได้คิดที่จะเดินลึกเข้าไปภายในป่าลมหวนมากกว่านี้เป็อันขาด”
หลังจากหลี่ฟางซิ่นได้ฟังคำที่จูเยว่กล่าวจึงได้หันไปจ้องมองบุรุษเบื้องหน้าด้วยใบหน้าตื่นตระหนก ตอนนี้นางหาได้แปลกใจที่นายน้อยจูเยว่ สามารถรับรู้ได้ถึงตำแหน่งของสัตว์อสูรที่อยู่ห่างออกไปเพราะตัวนางคาดเดาว่า เขาอาจได้รับอุปกรณ์วิเศษอะไรบางอย่างจากบิดาเพื่อใช้ตรวจสอบตำแหน่งของสัตว์อสูรก็เป็ได้
แต่ที่นางรู้สึกยากจะเอ่ยเป็เพราะไม่คาดคิดว่า นายน้อยผู้ที่มีพลังลมปราณอ่อนด้อยที่สุดในกลุ่มกลับเป็ผู้กล่าวออกมา ว่า้าเดินทางลึกเข้าไปในป่าลมหวนเพียงลำพัง!อีกทั้งยังมิคิดนำข้ารับใช้ติดตามไปด้วย!
ขณะที่หลี่ฟางซิ่นกำลังรู้สึกงุนงงเฟยซิ่วที่อยู่ไม่ห่างจากนางมากนัก จึงค่อยๆกล่าวขึ้นมา
“เอ่อ...นายน้อย” มันลังเลอยู่เล็กน้อยในคราแรก แต่เมื่อได้ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงเริ่มที่จะเอ่ยออกมาอีกครั้ง
“ได้ขอรับนายน้อย...ข้าจะอยู่ที่นี่รอท่านกลับมา” เฟยซิ่วได้มองไปยังนายน้อยของตนด้วยสายตาลึกซึ้งด้วยความรู้สึกมั่นใจ คล้ายเชื่อว่านายน้อยของตน ย่อมกลับมาโดยปราศจากอันตรายใดๆ
“เอ๋?”สียงแหลมเล็กที่เจือไปด้วยความประหลาดใจได้ดังขึ้นเพราะนางไม่คิดว่าข้ารับใช้ผู้นั้น กลับเห็นดีเห็นงามด้วย!
"นายน้อยของเ้า!้าเดินทางลึกเข้าไปภายในป่าลมหวน ที่เป็ถิ่นที่อยู่อาศัยของสัตว์อสูรระดับิญญาขั้นที่ 2และ 3 หาได้ไปเดินเล่นภายในเมืองแสงอรุณของเ้าไม่!!" ขณะที่หลี่ฟางซิ่นกำลังคิดอยู่ภายในเสียงของจูเยว่กลับดังขึ้นอีกครั้ง
“เฟยซิ่วเ้าจงดูแลแม่นางหลี่ให้ดี อย่าให้นางเป็อะไรไปเป็อันขาด”
หลังจากที่ได้ยินคำกล่าวของจูเยว่หลี่ฟางซิ่นจึงไม่สามารถที่จะทนได้อีกต่อไป เพราะคำที่เขากล่าวออกมาคล้ายการที่นางติดตามมาด้วยเป็เพียงภาระ หาได้มีประโยชน์อันใด!จึงกล่าวออกไปด้วยน้ำเสียงโกรธเคือง
“ดูแลข้าให้ดี?พลังลมปราณข้าเหนือกว่าเ้าถึง 2 ระดับ! แต่เ้ากลับให้ข้ารับใช้ของเ้ามาคุ้มครองข้า! เห็นข้าไร้ประโยชน์ถึงเพียงนั้น! และหากเ้าตายไปมิใช่ว่าเป็ความผิดของข้าเช่นนั้นรึ?!” ในตอนนี้หลี่ฟางซิ่นคิดว่านายน้อยตระกูลเฟยผู้นี้ช่างเสียสติยิ่งนัก ที่กล่าวคำเ่าั้ออกมา
แต่หาได้เป็ความผิดของนางแต่อย่างใดเพราะตัวของหลี่ฟางซิ่น มิทราบถึงระดับฝีมือที่แท้จริงของจูเยว่จึงไม่แปลกใจที่นางจะคิดเช่นนั้น เพราะตลอดการเดินทางที่ผ่านมานางยังไม่เคยเห็นนายน้อยผู้นี้ ลงมือสังหารสัตว์อสูรด้วยตนเองแม้เพียงครั้ง
เมื่อจูเยว่ได้ยินในสิ่งที่นางกล่าวจึงยกยิ้มขึ้นมาพร้อมหันไปจ้องมองยังนาง แล้วกล่าวถามออกไปด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ
“เ้าเป็ห่วงข้า?”
เพียงคำถามนั้นออกจากปากจูเยว่หลี่ฟางซิ่นได้ถลึงตาดวงโตที่แลดูน่ารักของนาง จ้องมองไปยังบุรุษเบื้องหน้าทันทีนางไม่คาดคิดเลยว่า จะได้ยินเขากล่าววาจาไร้สาระใน่เวลาเช่นนี้ หลี่ฟางซิ่นเริ่มที่จะรู้สึกโมโหขึ้นมาแต่ก็พยายามที่จะระงับอารมณ์เ่าั้ลงไป แล้วตอบกลับ
“ข้าเป็ห่วงเ้า?ใช่ ข้าเป็ห่วง...แต่เป็เื่ที่ไม่สามารถตอบแทนบุญคุณชีวิตเ้าได้ หากเ้าต้องตกตายไปเสียก่อน!มันจะทำให้เกิดปมขึ้นมา ภายในจิตใจของข้า!” หลี่ฟางซิ่นกล่าวถึงเหตุผลขึ้นมาเพราะหากไม่อธิบายให้ชัดเจน นางกลัวว่าเ้านายน้อยสารเลวผู้นี้อาจเข้าใจในตัวนางผิดไป ซึ่งนางไม่้าให้เป็เช่นนั้น!
เมื่อได้ยินในสิ่งที่หลี่ฟางซิ่นกล่าวอ้างออกมาจูเยว่ทำได้เพียงยิ้มพร้อมส่ายศีรษะ
ตอนนี้เฟยซิ่วที่ได้ยินในสิ่งที่แม่นางน้อยตระกูลหลี่กล่าวกลับรู้สึกไม่เห็นด้วยเป็อย่างมาก จึงได้เอ่ยความคิดของมันออกไป
“แม่นางหลี่…ท่านอย่าได้เป็กังวล เพียงสัตว์อสูรระดับิญญาขั้นที่ 2 และ 3 นายน้อยของข้า ย่อมสามารถรับมือกับพวกมันได้!”
ตัวมันได้เห็นพลังของนายน้อยยามที่ลงมือช่วยเหลือแม่นางน้อยตระกูลหลี่ มันคาดเดาได้ว่าระดับพลังที่นายน้อยที่แสดงออก ย่อมไม่ต่ำกว่าระดับเชื่อมโยงชีพจรขั้นที่ 3 แม้มันไม่มั่นใจนักว่าถึงขีดขั้นใด ดังนั้นการที่นายน้อยลงมือเพียงลำพัง อาจทำให้สะดวกกว่าที่ตัวมันและแม่นางหลี่ติดตามไปด้วย
แต่ผู้ที่ได้ฟังอย่างหลี่ฟางซิ่นหาได้แสดงสีหน้าเข้าใจในสิ่งที่ข้ารับใช้ผู้นั้นกล่าวออกมา ถึงขั้นเผลอตัวกล่าวทวนเพราะเกรงว่านางจะได้ยินคำเมื่อครู่ผิดไป
“พะเพียง...สัตว์อสูรระดับิญญาขั้นที่ 2 และ 3?”
ตอนนี้คล้ายตัวนางได้ยินเื่ที่ตลกขบขันแต่ไม่สามารถที่จะหัวเราะออกมาได้ หากได้ยินเื่เช่นนี้ ยามอยู่ที่บ้านของนางหลี่ฟางซิ่นคงอดไม่ได้ที่จะส่งเสียงหัวเราะออกมา แต่ยามนี้…ตัวนางอยู่ภายในป่าลมหวน ซึ่งหากไม่ระมัดระวังตัวเพียงเล็กน้อย อาจตกตายลงได้ทุกเมื่อจึงไม่สามารถรู้สึกขบขัน ในสิ่งที่ข้ารับใช้ผู้นี้กล่าวออกมาได้จริงๆ
ระหว่างที่หลี่ฟางซิ่นกำลังครุ่นคิดกับตนเองอยู่นั้นเสียงของเฟยซิ่วได้ดังขึ้นมา กล่าวตอกย้ำนางอีกคราเพื่อให้มั่นใจว่าตัวนางนั้นหาได้ฟังผิดไป
“ถูกต้องแล้วแม่นางหลี่เพียงเท่านั้น!”
ดวงตากลมโตที่ได้ถลึงมองไปยังจูเยว่ก่อนหน้าตอนนี้กลับหันมามองทางเฟยซิ่ว ด้วยความรู้สึกที่หงุดหงิดยิ่งกว่าเดิมพร้อมกล่าวขึ้นมาในใจ
"ข้าไม่ได้กล่าวขึ้นมาเพื่อให้เ้าตอบ!!"