เวลาผ่านไปราวสองชั่วโมงนับตั้งแต่เวลและเควินออกเดินทางมา ในระหว่างทางที่ทั้งสองนั่งห้อยขาอยู่ท้ายรถม้า เวลก็ไม่ลืมที่จะสัมผัสบรรยากาศต่าง ๆ ในโลกใหม่ โดยสิ่งที่เขาได้พบเจอตลอดทางมานั้น ดูเป็นสิ่งที่พบเห็นได้ทั่วไปตามชนบทในโลกเก่า เพียงแต่ว่ามันดูเป็นชนบทแบบสมัยโบราณในแบบที่เขาไม่เคยได้สัมผัส ทั้งความสวยงามป่าไม้นั้นเรียกได้ว่าคนละเรื่องกับที่ที่เขาได้จากมา ไม่ว่าจะพืชพรรณต่าง ๆ ที่เขาไม่เคยเห็น ป่าที่เขียวขจีและอุดมสมบูรณ์กว่าโลกเก่าหลายเท่าตัว และบ้านเรือนของชาวบ้านที่พบเห็นได้เป็นประปรายตลอดทางที่รถม้าได้ขับผ่านมา
“ อ้าาา อากาศดีจริง ๆ เลยนะครับคุณเควิน ไม่เหมือนกับที่ที่ผมจากมา มีแต่ฝุ่นและมลพิษ ” เวลสูดอากาศพลางมองดูท้องฟ้าที่มีสีฟ้าสดใส พร้อมกับกลุ่มก้อนเมฆขาวที่ดูนวลตา
“ นั่นสินะครับคุณเวล ถึงผมไม่รู้ว่าที่ที่คุณจากมาเป็นยังไง แต่ผมไม่ปฏิเสธเลยว่าที่นี่อากาศดีจริง ๆ ” เควินกล่าวพร้อมมองดูไปที่ท้องฟ้าเหมือนกับเวล
“ ว่าไปแล้วคุณเควิน ทำไมคุณไม่พาคนของคุณมาด้วยล่ะ จำได้ว่าเมื่อวานก็มีหลายคนอยู่นะ ”
“ อ่อพวกนั้นทำหน้าที่เฝ้าหมู่บ้านอยู่แล้วน่ะ อีกอย่างการคุ้มกันรถม้าเพื่อส่งของไปขายในเมืองหลวงมันก็เป็นหน้าที่ของผมอยู่แล้ว และอีกอย่างรอบนี้ก็มีแค่คันเดียวที่ขนผลไม้ไปขาย ผมก็เลยสามารถมาคุ้มกันคนเดียวได้แบบสบาย ๆ เลย ”
“ เป็นแบบนี้นี่เอง เออเควินแล้วนอกจากงานคุ้มกันพวกนี้นายยังทำอะไรอีกไหม ”
“ ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมก็ทำหลายอย่างเลยไปช่วยยกของ ทำไร่ ก่อสร้าง จะงานอะไรผมก็ทำมาหมดแล้ว แต่ถ้าให้พูดถึงปัจจุบันตอนนี้ผมเป็นทหารรับจ้างอยู่ ”
“ ทำไมนายถึงเลือกมาเป็นทหารรับจ้างล่ะ ”
“ เพราะว่าฐานะทางบ้านผมไม่ค่อยดี คุณแม่ก็เสียไปตั้งแต่ผมเด็ก ๆ ด้วยโรคร้าย คุณพ่อผมท่านก็อายุมากขึ้นตามกาลเวลา ผมเลยจำเป็นต้องดิ้นรนหางานทำเผื่อจะช่วยแบ่งเบาท่านได้บ้าง ผมก็หางานไปหางานมาทำนู่นทำนี่ไปเรื่อย ๆ สุดท้ายก็มาลงเอยที่อาชีพทหารรับจ้างนี่แหละครับ ถึงจะเสี่ยงแต่ก็ถือว่าเงินดี ตอนนี้ผมเลยสามารถพอที่จะดูแลคุณพ่อได้ ”
“ นายนี่ชีวิตคล้าย ๆ ผมเลยนะ ผมเองก็ไม่มีทั้งพ่อและแม่ ทั้งคู่จากผมไปตั้งแต่ผมยังเด็กด้วยอุบัติเหตุ ผมก็ต้องดิ้นรนหาเลี้ยงชีพตัวเอง กว่าจะผ่านมันมาได้ลำบากแทบแย่เลย ผมอยากจะบอกว่าอย่างน้อย ๆ นายก็ยังมีพ่อนะ ดูแลท่านให้ดีที่สุดล่ะ ”
“ เสียใจด้วยนะครับคุณเวลเรื่องคุณพ่อกับแม่ แต่ได้เลยครับคุณเวล ผมจะดูแลพ่อของผมให้ดีที่สุด ”
“ ฉันก็เสียใจด้วยเหมือนกันเรื่องแม่นายนะ ในเมื่ออดีตมันผ่านมานานแล้ว เราก็มาพยายามใช้ชีวิตปัจจุบันที่มีอยู่ให้ดีที่สุดกันเถอะ ” เวลกำมือยื่นหมัดมา
“ จัดไปครับคุณเวล ” เควินยื่นหมัดของตนไปชนกับหมัดของเวล
“ พวกท่านทั้งสอง พวกเราใกล้จะถึงตัวเมืองแล้วนะครับ ” คนบังคับม้าที่อยู่ทางด้านหน้ากล่าวแทรกขึ้น
เมื่อเวลและเควินได้ยินคำพูดของคนบังคับม้า พวกเขาก็ได้ชะโงกหัวขึ้นมาดูทางด้านหน้า ก่อนที่พวกเขาจะพบกับเมืองขนาดใหญ่ที่มีกำแพงหินสูงรายล้อมรอบอยู่ทางด้านล่างตรงหน้า โดยมีปราสาทขนาดใหญ่ที่มีสถาปัตยกรรมอันงดงามตั้งอยู่ตรงกลางเมืองซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นที่พำนักของคนใหญ่คนโต ท้องฟ้าที่ปลอดโปร่งพร้อมกับกลุ่มก้อนเมฆสีข้าวที่กระจุกตัวกันเป็นก้อนขนาดใหญ่ที่สามารถมองได้ไกลสุดลูกหูลูกตา พื้นที่หญ้าสีเขียวขจีบนพื้นที่โล่งแจ้งที่อยู่รอบนอกกำแพงพร้อมกับลมที่พัดโบกสะบัดอ่อน ๆ ทำให้ต้นไม้และพื้นหญ้าโดยรอบพลิ้วไหว ช่างเป็นภาพที่ดูงดงามตระการตาเป็นอย่างมากเมื่อมองจากมุมสูง
กร๊อบบ ๆ ๆ ฮี้ ~ ฝีเท้าของม้าได้หยุดลง
“ หยุดก่อน ผมขอตรวจบัตรผ่านหน่อย ” ทหารยามอายุราววัยกลางคน รูปร่างกำยำในชุดเกราะเหล็กพร้อมอาวุธหอกที่เฝ้าหน้าประตูทางเข้าเมือง เดินเข้ามาสอบถาม
“ นี่ครับ ” คนบังคับม้ายื่นแผ่นไม้ที่ดูเหมือนเป็นบัตรประจำตัวเพื่อแสดงข้อมูล
“ เป็นพ่อค้าอย่างนั้นรึ แล้วท่านมาจากที่ไหน ”
“ มาจากหมู่บ้านโคลว์ครับ ”
“ แล้วพวกท่านมาทำอะไรที่นี่ ”
“ พวกข้ามาขายผลไม้โคลว์ครับ ส่วนอีกสองคนนั้นเป็นคนคุ้มกันรถม้าให้ข้า ”
“ งั้นข้าขอตรวจดูหน่อยนะ ”
ทหารยามคนนั้นพยักหน้าให้สัญญาณแก่ทหารอีกสองคนที่อยู่ทางด้านข้างที่ดูเหมือนจะเป็นลูกน้อง ทหารยามทั้งสองได้ทำการตรวจค้นตัวเวลและเควิน ก่อนที่พวกเขาจะหันไปเปิดผ้าคลุมที่อยู่ทางด้านหลังพวกเวลออกมา พวกเขาก็พบกับผลโคลว์สีชมพูสดที่สุกกำลังพอดีจำนวนมากบรรจุอยู่ในถังไม้หลายใบ พวกเขาจะทำการตรวจค้นเบื้องต้นทุกอย่างอย่างละเอียดแต่ก็ไม่พบอะไร จึงอนุญาตให้พวกเวลเข้าเมืองได้
“ ไม่มีอะไรผิดปกติครับ ผ่านได้ ”
“ โอเคงั้นตามนั้น.. นี่พวกท่านทั้งสาม ขอยินดีต้อนรับสู่เมืองอาเธอร์มิธครับ ”
ทหารยามทั้งสามคนรวมทั้งคนที่พึ่งพูดจบไปเมื่อครู่ได้ทำการโค้งคำนับเบา ๆ เพื่อแสดงถึงมารยาทและความเคารพ ก่อนที่พวกเขาจะหันกลับไปเพื่อทำหน้าที่ของตน และทำการตรวจค้นผู้ที่ต้องการจะเดินทางเข้าเมืองรายถัดไป
เมื่อพวกเวลเข้ามาด้านในตัวเมืองได้ เวลก็ได้พบกับบรรยากาศของเมืองที่เขานั้นไม่เคยพบเห็นมาก่อน ผู้คนที่เดินไปมาอย่างพลุกพล่าน บ้านเมืองที่ดูย้อนยุคแต่ก็แฝงไปด้วยสถาปัตยกรรมและการตกแต่งที่สวยงาม รวมทั้งยังมีปราสาทขนาดใหญ่ตั้งอยู่ในบริเวณจุดกึ่งกลางของเมืองที่อยู่ไกลออกไป โดยภาพรวมแล้วช่างเป็นบรรยากาศที่ดูครึกครื้นต่างจากที่ชนบทที่มีความสงบมากว่า ไม่ว่าจะตัวเมืองหลวงหรือชนบททั้งสองแบบต่างก็ดีทั้งคู่ เพียงแต่มันดีคนละแบบ ขึ้นอยู่กับมุมมองว่าใครจะชอบแบบไหน
เมื่อเวลเดินทางกันมาได้สักพักจนถึงจัตุรัสใหญ่กลางเมือง ซึ่งเป็นพื้นที่โล่งกว้าง พื้นถูกปูด้วยวัสดุที่ทำมาจากหินบล็อกคล้ายพื้นในยุคโรมันที่มีสีสันงดงามและถูกวางเรียงรายเป็นอย่างดี โดยรอบจัตุรัสมีร้านต่าง ๆ เปิดขายอยู่มากมาย ไม่ว่าจะร้านอาหาร เสื้อผ้า ของใช้ เครื่องนุ่มห่ม ฯลฯ อีกมากมาย รวมทั้งยังมีรูปปั้นน้ำพุขนาดใหญ่ที่ทำจากหินสีเทาอยู่ ณ ใจกลางจัตุรัส
“ คุณเวลเราคงต้องลงจากรถม้าแล้วล่ะ เดี๋ยวพ่อค้าของเราเขาจะทำการตั้งแผงขายผลโคลว์บริเวณแถวนี้ ”
“ โอเคเลยครับ แล้วพวกเราต้องทำอะไรกันต่อ ”
“ เดี๋ยวผมจะทำการนำม้าไปฝากไว้ที่โรงรับฝากสัตว์ คุณเวลสนใจไปกับผมไหม? ”
“ ได้สิ ๆ แล้วพ่อค้าล่ะครับ ”
“ ปล่อยเขาไว้ที่นี่แหละครับ เดี๋ยวเขาทำหน้าที่ของเขาต่อเอง ผมมีหน้าที่แค่เพียงคุ้มกันให้ถึงจุดหมาย เดี๋ยวยังไงพรุ่งนี้ก็เดินทางกลับแล้ว และเราจะมาสรุปยอดขายก่อนที่จะกลับไปที่หมู่บ้านกัน เอาจริง ๆ ปกติแล้วเราจะอยู่ที่นี่กันประมาณ 3-4 วัน หรืออาจจะมากกว่านั้น แต่ด้วยความที่เมื่อวานเราถูกบุกโจมตี ทำให้ต้องรีบเร่งเก็บเกี่ยวนำผลไม้ไปขาย และนำเงินกลับไปเพื่อเป็นทุนซ่อมบำรุงหมู่บ้าน ”
“ เข้าใจแล้วครับ ”
พวกเขาได้ทำการปลดม้าออกจากตัวเกวียน และพาม้าเดินออกไปเพื่อนำไปฝากไว้กับโรงรับฝากสัตว์ เมื่อมาถึงหน้าร้านรับฝากสัตว์ เควินได้จูงม้าอ้อมไปทางด้านหลังร้านเพื่อไปยังคอกม้าที่มีพนักงานยืนรออยู่ โดยคอกหลังร้านนั้นไว้รับฝากสัตว์พาหนะหรือสัตว์ที่มีขนาดใหญ่ เควินได้หยิบถุงผ้าออกมาและนำมือล้วงเข้าไปเพื่อหยิบบางสิ่งบางอย่างซึ่งดูเหมือนว่าจะเป็นเหรียญทองแดงจำนวนหนึ่ง ก่อนที่เขาจะยื่นให้แก่พนักงานเพื่อนำม้าไปรับฝาก เวลที่เห็นดังนั้นเขาก็คาดว่าน่าจะเป็นสกุลเงินที่เอาไว้ใช้แลกเปลี่ยนกันตามความเข้าใจพื้นฐาน
“ เควินเดี๋ยวผมว่าผมขอตัวออกไปเดินเล่นสำรวจรอบเมืองสักหน่อยดีกว่า ”
“ โอ้ได้สิคุณเวล ถ้ามีอะไรก็มาหาผมได้เลยนะ ผมน่าจะอยู่แถวจัตุรัสทั้งวันหรือไม่ถ้าไม่เจอผมก็ไปที่แผงร้านผลไม้ของเราได้เลยนะครับ ”
“ ได้เลย ”
ในระหว่างที่เวลกำลังเดินเล่นอยู่ จู่ ๆ เขาก็นึกอะไรบางอย่างออก ก่อนที่เขาจะนำมือของตนขึ้นมา เมื่อเขาจินตนาการถึงเหรียญทองแดงที่เห็นไปเมื่อครู่ และเมื่อเขาเสกออกมามันก็ออกมาตามที่เขาต้องการไว้ไม่มีผิด
“ เหลือเชื่อ! มันทำได้ด้วยแฮะ ”
หลังจากที่เวลกำลังตื่นเต้นอยู่กับการเสกเงินได้ ก็มีกลิ่นบางอย่างคล้ายเนื้อย่างลอยคลุ้งเข้ามาเตะจมูกของเวล หลังจากได้กลิ่นเขาก็พึ่งนึกได้ว่าตนนั้นกินเพียงแค่ข้าวเช้าไป โดยข้าวเที่ยงนั้นเขายังไม่ได้กินเลยนับตั้งแต่เดินทางมาถึง เขาจึงตัดสินใจทดลองไปในตัวด้วยว่าเหรียญทองแดงที่เขาเสกมานั้นสามารถใช้ได้จริงรึเปล่า
ฉ่าาาา! ~ ซู่วววว! ~
เวลหันไปมองตามเสียงและกลิ่นที่เขาสัมผัสได้ เมื่อเดินไปเขาก็ได้พบกับร้านแผงลอยร้านหนึ่งที่พ่อค้ากำลังทำการย่างเนื้อเสียบไม้อยู่ เสียงการย่างของเนื้อช่างไพเราะ เนื้อที่โดนไฟถ่านเผาย่างจนสุกกำลังดี เสียงของไขมันที่แตกเมื่อโดนความร้อน รวมทั้งกลิ่นที่เรียกได้ว่าใครที่กำลังหิว ถ้าได้กลิ่นไปก็อาจมีน้ำลายสอกันบ้าง
“ พ่อค้าอันนี้ขายยังไงหรอครับ ”
“ 2 เหรียญทองแดงพ่อหนุ่ม ”
“ แล้วนี่คือเนื้ออะไรหรอครับ? ”
“ ลองชิมดูก่อนสิ เดี๋ยวก็รู้ ”
“ งั้นผมขอลองไม้นึงครับ ”
พ่อค้าได้ยื่นเนื้อย่างเสียบไม้มาหนึ่งไม้ให้แก่เวล เวลจ้องมองไปที่เนื้อเสียบไม้ย่างของตน กลิ่นหอมของเนื้อที่โชยคลุ้งลอยเข้ามาเตะจมูก ทำให้เวลถึงกับกลืนน้ำลายไปหนึ่งอึก ก่อนที่เขาจะค่อย ๆ กัดชิ้นเนื้อและดึงเข้าปากด้วยความอยากรู้อยากลอง เมื่อเวลได้กัดเข้าไปหนึ่งคำเขาก็สัมผัสถึงเนื้อสัมผัสที่คุ้นเคย ไม่ว่าจะทั้งผิวสัมผัสที่เหนียวนุ่ม และรสชาติที่หวานละมุนจากเนื้อ ความเค็มจากเกลือ และหอมกลิ่นย่างจากถ่าน
“ นี่มัน.. เนื้อวัวชัด ๆ ! อร่อยสุดยอดดด!! ”
เวลเผลออุทานออกมาด้วยท่าทางและสีหน้าที่มีความสุข ทำให้พ่อค้าที่เห็นได้หลุดขำออกมา
“ ฮ่า ๆ ๆ ๆ อร่อยใช่ไหมล่ะพ่อหนุ่ม ถ้าอยากกินอีกก็บอกได้เลยนะ ”
“ งั้นผมขอเพิ่มอีก 10 ไม้! ”
หลังจากที่เวลทานจนหมด เขาก็ได้ถามราคากับพ่อค้า
“ ไม้แรกบวกกับอีกสิบไม้ ทั้งหมด 22 เหรียญทองแดงจ่ะ ”
เวลได้ล้วงกระเป๋ากางเกงเพื่อหยิบเงินที่เขาเสกไว้ก่อนหน้านี้ออกมา และยื่นให้แก่พ่อค้าไป
“ 20 21 22..หืมม? ” พ่อค้าทำหน้าคิ้วขมวด
เวลที่เห็นหน้าพ่อค้าแปลกไปก็ทำให้เขารู้สึกหวั่นใจอยู่ไม่น้อย
“ {หรือว่ามันจะใช้ไม่ได้กันนะ ไอตังที่เสกมาเนี่ย นึกอยู่แล้วตังฟรีคงไม่มีอยู่บนโลกหรอก} ”
เมื่อเวลคิดอย่างนั้นเขาก็คิดจะเอ่ยปากขอโทษ
“ ผมขอโท- ”
“ พ่อหนุ่ม.. พ่อหนุ่มจ่ายเกินมา 1 เหรียญนะ อะนี่รับคืนไป ”
เวลรับเงินมาพร้อมสีหน้าที่งงงวย “ {มันใช้ได้จริงดิ??} ”
เมื่อเวลเห็นดังนั้นเขาก็ไม่รอช้าที่จะเดินไปจับจ่ายใช้สอยด้วยเงินที่เขาเสกมาฟรี ๆ อย่างสนุกสนาน เขาซื้ออาหารมาจากหลายร้านก่อนที่เขาจะรับประทานจนหมดแม้มันจะปริมาณเยอะก็ตาม
“ เอิ๊กก ~ แน่นท้องชะมัด แต่อาหารที่นี้ก็อร่อยสุดยอด ”
ในขณะที่เวลกำลังนั่งพักจากความอิ่มอยู่ เขาก็ได้ยินเสียงคนดังออกมาจากในซอยเล็ก ๆ เมื่อเขาสังเกตดูดี ๆ เขาก็พบกับประตูไม้บานหนึ่ง เมื่อเขาเปิดประตูและเดินเข้าไป เวลก็ได้พบกับบาร์ลับที่มีคนอยู่ข้างในมากมายกำลังทำการเล่นงัดข้อเพื่อชิงเงินรางวัลกันอยู่
“ อ้าาาา!! แกแพ้แล้ว ฮ่า ๆ ”
“ ไม่มีทางหรอก ย๊ากกก! ”
เฮฮฮ้!!!! เสียงในร้านเชียร์กันอย่างดังอึกทึกครึกโครม
เวลที่เห็นว่าไม่น่ามีอะไร เมื่อเขากำลังหันหลังจะเดินออกจากร้านก็มีเสียงเรียกจากทางด้านหลัง
“ เดี๋ยวก่อน! เอ็งหน้าไม่คุ้นเลยนะ พึ่งเคยมาที่นี่หรอ?”
เมื่อเวลหันกลับมาก็พบกับชายในร่างใหญ่ที่มีกล้ามเป็นมัด ๆ พร้อมผมทรงโมฮอกสุดสะดุดตากำลังพูดกับเขา
“ ครับ แฮ่ ๆ ผมว่าผมเข้าผิดร้านน่ะครับ เดี๋ยวผมจะไปแล้ว ”
“ ไม่ต้องไป มานี่มา มาลองเล่นงัดข้อกัน ถ้าชนะข้าได้ เอาเงินรางวัลไปเลย แต่ถ้าข้าชนะ เจ้าไม่ต้องเสียอะไรเลย สนใจมั้ยล่ะ? ”
“ ไม่เป็นไรดีกว่าครับ ผมจะไปแล้วจริง ๆ ”
“ ถ้าเจ้าปฏิเสธแบบนั้นถือว่าเจ้าหยามข้ามากเลยนะ ”
เมื่อสิ้นเสียงคำพูดของชายคนนั้น เวลได้สังเกตเห็นว่าทุกคนในร้านก็เงียบไป และบรรยากาศก็เริ่มขุ่นมัว เวลที่เห็นท่าไม่ดีจึงตอบรับไปเพราะไม่อยากมีปัญหา
“ เฮ้อ.. ก็ได้ครับ ”
เฮฮฮฮ้!!!!! เสียงเชียร์ดังกึกก้องขึ้นมาอีกครั้ง
ทั้งคู่เดินเข้ามานั่งในโต๊ะประลองที่เป็นโต๊ะอาหารที่ทำมาจากไม้ โดยเปลี่ยนจากโต๊ะอาหารเป็นสนามงัดข้อชั่วคราว ทั้งคู่นั่งลงบนเก้าอี้พร้อมกับเอามือมาประกบกันโดยมีกรรมการคอยจับไว้
“ ฉันแทงข้าง เดิร์ก! 5 เหรียญเงิน ”
“ ฉันด้วยๆๆ ”
“ ฉันด้วยย! ”
เสียงผู้คนดังกึกก้องแต่เสียงกองเชียร์ส่วนใหญ่เทไปทางฝั่งผู้ที่ท้าดวลเวลที่มีนามว่าเดิร์กมากกว่า ก่อนที่จะมีเสียงขัดขึ้นจากชายคนหนึ่งที่กำลังนั่งดื่มอยู่ที่บริเวณบาร์
“ ฉันแทงข้างไอหนุ่มหัวทองนี่ ”
“ คุณจอห์น แน่ใจนะ? ” เสียงคนในร้านกล่าวถาม
“ ฉันแน่ใจ ”
นั่นจึงทำให้ทุกคนในร้านมองหน้ากันด้วยความสงสัย เพราะปกติแล้วจอห์นนั้นไม่เคยแทงพนันงัดข้อเลย แถมยังแทงข้างใครก็ไม่รู้อีก
ทั้งคู่เตรียมตัว! นับถอยหลัง 3… 2… 1… ไป!!
ทั้งคู่เริ่มใช้พละกำลังแขนที่มีของตนเข้างัดกัน แต่แล้ว..
ปั๊ก!…
เวลได้ทำการงัดชนะชายคนนั้นหลังจากที่การแข่งเริ่มไปได้ไม่ถึง 5 วิ ทุกคนในห้องเงียบสงัดพร้อมกับไม่เชื่อในสิ่งที่ตนเห็น
“ เดิร์กแพ้ไอหนุ่มหัวทองนี่หรอเนี่ย ”
“ เป็นไปได้ไง เขาเป็นแชมป์ผู้ไร้พ่ายเลยนะ ”
ผู้คนในร้านต่างพูดกันเพราะไม่เชื่อในสิ่งที่เห็น เดิร์กที่เห็นก็ได้แต่นั่งคิดพลางไม่เชื่อในสายตาตัวเองว่าเขากำลังแพ้ให้กับหนุ่มหัวทองที่ตัวเล็กกว่าเขา
“ ข้าแค่อ่อนให้แหละหน่า อีกครั้ง ๆ เดี๋ยวข้าจ่ายเพิ่มให้เลย ”
การแข่งงัดข้อแก้มือรอบที่ 2 ทั้งคู่เตรียมตัว! นับถอยหลัง 3… 2… 1… ไป!!
ปั๊ก!…
ผลที่ออกมาก็ยังคงเป็นเหมือนเดิม เดิร์กแพ้เวลอย่างหมดรูปไม่ว่าจะกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง จนทำให้เขารู้สึกอับอายเป็นอย่างมาก เวลที่ไม่รู้จะทำยังไงต่อ เขาจึงลุกออกจากเก้าอี้เพื่อเดินออกจากร้าน
“ งั้นผมขอตัวไปก่อนนะครับ ”
“ เดี๋ยวก่อนแก! ”
“ หยุดเดี๋ยวนี้เดิร์ก! นายแพ้แล้วก็ควรยอมรับนะ ”
“ ครับท่านจอห์น.. ” เดิร์กก้มหน้าลงไปด้วยสีหน้าสำนึกผิด
“ ข้าขออภัยที่ลูกน้องของข้าเสียมารยาทกับท่านด้วย ข้าจอห์น แฮมตัน เป็นหัวหน้ากองอัศวินหลวง ส่วนเจ้าหัวโมฮอกนี่ชื่อเดิร์ก เป็นรองหัวหน้ากองอัศวินหลวง ข้าขออภัยที่ลูกน้องของข้าทำตัวเสียมารยาทด้วยนะ และนี่เงินรางวัลของท่านตามที่เราได้ตกลงกันไว้ ”
จอห์นได้ยื่นถุงเงินไปให้แก่เวล
“ ไม่เป็นไรจริง ๆ ครับ คุณเก็บไว้เถอะ ”
“ ท่านรับไว้เถอะ ถือว่าเห็นแก่หน้าของพวกข้าก็แล้วกัน ”
เมื่อเวลได้ยินดังนั้น เขาจึงตัดสินใจรับถุงเงินนั้นไว้ ก่อนที่จอห์นและเดิร์กกำลังเดินออกจากร้าน
“ นายนี่แรงเยอะจริง ๆ เลยนะไอหัวทอง ถ้ามีโอกาสได้เจอกันอีกไว้มางัดข้อแข่งกันคราวหน้า รอบหน้าข้าไม่ยอมแน่ ฮ่า ๆ ”
“ ไปได้แล้วเดิร์ก ” จอห์นพยายามดันหลังให้เดิร์กเดินออกไปจากประตูร้าน
“ เฮ้อ.. อะไรกันเนี่ย แต่เอาเถอะอย่างน้อยก็ได้เงินมา ”
ทุกคนในร้านต่างจ้องมองไปที่เวลพร้อมกับพูดคุยซุบซิบกันถึงเรื่องที่เวลสามารถเอาชนะเดิร์กได้ นั่นจึงทำให้เวลตัดสินใจเดินออกจากร้านไปแบบเงียบ ๆ ในระหว่างทางเวลก็เปิดดูถุงเงินที่จอห์นได้ให้มา เขาพบกับเหรียญเงินจำนวนหนึ่งพร้อมกับเหรียญทองหนึ่งเหรียญนั่นจึงทำให้เขาได้รู้ว่าที่นี่ไม่ได้ใช้เพียงแค่เหรียญทองแดง แต่ยังมีเหรียญเงินและเหรียญทองอยู่ด้วยก่อนที่เขาจะเก็บเข้ากระเป๋าของตน
เวลเดินสำรวจรอบเมืองไปเรื่อย ๆ เขาได้สัมผัสถึงบรรยากาศต่าง ๆ ไม่ว่าจะผู้คนที่เป็นมิตร ถนนคนเดินที่ครึกครื้น บ้านเรือนที่สวยงามเหมือนในยุคกลางที่ภายนอกนั้นดูมีสีสันสวยงามและดูมีความแฟนตาซีหน่อย ๆ เวลใช้เวลาเดินสำรวจไปเรื่อยจนใกล้ถึงเวลาพลบค่ำ เสาไฟบนถนนเริ่มสว่างตามทางขึ้น เมื่อเวลสังเกตดูดี ๆ เขาก็เห็นว่าภายในเสาไฟตลอดทั้งทาง มีการเรืองแสงจากหินที่มีลักษณะคล้ายกับหินเรืองแสงที่เขาพบในถ้ำก็อบลินในตอนไปช่วยเหลือชาวบ้านที่ถูกจับตัวไป เมื่อเห็นดังนั้นเวลจึงตัดสินใจที่จะเดินกลับไปยังจัตุรัสเพื่อไปหาเควิน
เวลที่ได้เดินไปถึงจัตุรัสก่อนที่สุดท้ายแล้วเขาจะพบกับเควินที่กำลังช่วยพ่อค้าเก็บแผงร้านผลไม้โคลว์อยู่จนเสร็จพอดิบพอดี
“ อ้าวคุณเวลกลับมาแล้วหรอ ผมกำลังรออยู่พอดีเลย เดี๋ยวเราจะไปหาที่พักกัน ”
เวลได้เดินตามเควินไปพร้อมกับพ่อค้าที่เดินตามมาด้วย ก่อนที่พวกเขาจะไปหยุดอยู่ที่หน้าโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง และพากันเดินเข้าไปข้างใน
“ ผมขอห้องพักแยกสำหรับ 3 คนครับ ”
“ ทั้งหมดคนละ 40 ทองแดง สามคนรวมกันก็เป็น 1 เหรียญเงินกับอีก 20 เหรียญทองแดงครับ ทางเราจะมีบริการอาหารเย็นและอาหารเช้ารวมอยู่ด้วยนะครับ พวกท่านสามารถไปรับประทานที่โรงอาหารได้เลย ”
ในขณะที่เควินกำลังจะควักเงินเพื่อจ่าย เวลก็มาขัดไว้
“ เดี๋ยวผมจ่ายเอง ”
“ ไม่ต้องก็ได้ครับคุณเวล ”
“ เถอะหน่าเดี๋ยวผมจ่ายเอง ”
ก่อนที่เขาจะหยิบถุงเงินที่ได้รับมาจากการชนะแข่งงัดข้อออกมา และยื่นเหรียญเงินจำนวน 2 เหรียญให้แก่พนักงาน พนักงานก็ทอนเหรียญกลับมาเป็นจำนวน 80 ทองแดง พร้อมยื่นกุญแจห้องสามดอกให้แก่เวล
เมื่อเวลเห็นดังนั้นก็ทำให้เขาพอเข้าใจแล้วว่าค่าเงินในโลกนี้เป็นยังไง โดย 100 เหรียญทองแดง ก็มีค่าเท่ากับ 1 เหรียญเงิน ส่วน 1 เหรียญทองก็คงไม่ต่างกันเพียงแต่เปลี่ยนจาก 100 ทองแดงเป็น 100 เหรียญเงินเท่านั้น
100 เหรียญทองแดง = 1 เหรียญเงิน
100 เหรียญเงิน = 1 เหรียญทอง
“ ขอบคุณนะครับคุณเวล ว่าแต่ทำไมคุณถึงจ่ายให้พวกเราล่ะครับ? ” พ่อค้าและเควินก้มหัวขอบคุณ
“ พอดีว่าระหว่างทางวันนี้ผมไปชนะรางวัลมาน่ะ ถึงผมจะไม่ได้เต็มใจแข่งก็เถอะ ฮ่า ๆ แต่ก็ได้เงินมาพอสมควร ถือสะว่าผมจ่ายค่าเกวียนที่พวกคุณพาผมมาที่นี่ก็แล้วกัน ”
“ คุณเวลว่าไงผมก็ว่างั้นครับ ”
พ่อค้าที่รู้สึกเหนื่อยล้าจากการขายของมาทั้งวัน เขาเลือกที่จะไม่กินข้าวและเดินแยกออกไปเพื่อทำการเข้าห้องพัก โดยเหลือทิ้งไว้แค่เวลและเควินที่กำลังเดินไปห้องอาหารเพื่อทานอาหารเย็น ภายในห้องอาหารเขาเห็นคนจำนวนประปรายกำลังนั่งรับประทานอาหารของตน บ้างก็พูดคุยกัน บ้างก็อ่านหนังสือหรือทำธุระของตน ซึ่งถือเป็นบรรยากาศที่ไม่เงียบเหงา เมื่อพวกเขาเห็นดังจึงพากันไปนั่งที่โต๊ะที่ยังว่างอยู่ ก่อนที่จะมีคนนำเซตอาหารเย็นที่ทางโรงเตี๊ยมได้จัดไว้ให้นำมาวางไว้ที่โต๊ะสำหรับสองที่ โดยเป็นอาหารเบา ๆ อย่างขนมปัง ซุปเนื้อ และน้ำเปล่า ในขณะที่ทานพวกเขาได้พูดคุยกันไปเรื่อยเปื่อยถึงเรื่องต่าง ๆ ที่เจอกันมาวันนี้ เวลได้เล่าเรื่องที่เข้าได้ไปแข่งงัดข้อกับชายประหลาดแบบงง ๆ ส่วนเควินก็เล่าถึงเรื่องยอดขายในวันนี้ซึ่งถือว่าเป็นที่น่าพอใจ ก่อนที่พวกเขาทั้งคู่จะแยกย้ายกันไปที่ห้องพักของตน
แอ๊ดด..
เวลเปิดประตูห้องพักของตนออกมา เขาพบเพียง เตียง หน้าต่าง โต๊ะไม้ และเก้าอี้ไม้ที่อยู่ในห้องเพียงเท่านั้น เขาก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมากเพราะเขารู้อยู่แล้วว่ามันเป็นห้องพักรายวันราคาถูกสำหรับอยู่ชั่วคราว แต่มีเซตอาหารให้ก็ถือว่าหรูมากแล้ว เวลตัดสินใจเปลี่ยนเสื้อผ้า และล้มตัวนอนลงบนเตียงพลางคิดอะไรบางอย่าง ก่อนที่เขาจะหลับไป..
.
.
.
.
.
จิ๊บ ๆๆ จิ๊บบ จิ๊บๆ จิ๊บ
เสียงนกร้องดังเป็นระยะแสดงให้เห็นว่า ณ ตอนนี้ข้างนอกนั้นเช้าแล้ว แสงได้ตกกระทบลงบนเตียงและใบหน้าของเวล นั่นจึงทำให้เขานั้นตื่นขึ้นก่อนจะลุกไปแต่งตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อลงไปทานอาหารเช้า เมื่อถึงห้องอาหารเขาก็ลงมานั่งที่โต๊ะเดิมเหมือนเมื่อคืน โดยอาหารเช้าวันนี้เป็นขนมปังและซุปเนื้อเหมือนอย่างเคย แต่มีเมนูมาเพิ่มอย่างสลัดผักและน้ำที่มีให้เลือกมาขึ้นอย่างกาแฟและนม โดยเวลได้เลือกกาแฟมาดื่ม ก่อนที่พ่อค้าและเควินจะตามมาทีหลังและนั่งทานอาหารเช้าพร้อมพูดคุยกัน
หลังจากทานอาหารเช้ากันเสร็จ เควินก็นำม้าที่เขาฝากเอาไว้ตั้งแต่เมื่อวาน ออกมาจากโรงรับฝากสัตว์เพื่อนำไปลากเกวียนกลับไปยังหมู่บ้านโคลว์ ในระหว่างที่พวกเขากำลังนำม้าต่อเข้ากับเกวียนอยู่นั้น เวลก็ได้กล่าวขึ้น
“ ผมอาจจะไม่ได้กลับไปด้วยนะ ”
“ อ่าวทำไมล่ะคุณเวล ”
“ ผมว่าผมอยากลองสำรวจที่นี่ดูอีกสักหน่อย ”
“ แน่ใจนะคุณเวลว่าจะไม่กลับด้วยกัน ”
“ ผมแน่ใจ อีกอย่างผมจำทางกลับได้ ไว้เดี๋ยวถ้าผมจะกลับจริง ๆ เดี๋ยวผมก็ขับรถยนต์หรือยานพาหนะตามที่คุณเคยเห็นที่หมู่บ้านกลับไปเอง ”
“ ได้เลยครับคุณเวล ถ้าเกิดมีเรื่องอะไรหรืออยากกลับมาพักผ่อนก็แวะมาพักที่หมู่บ้านเราได้เสมอเลยนะครับ ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวไปก่อน ” เควินกับพ่อค้าโค้งตัวเล็กน้อยก่อนจะหันกลับไป
“ เดี๋ยวก่อน ”
เมื่อเควินหันกลับมา เวลก็ได้ทำการโยนถุงเงินที่เขาได้มาจากการชนะแข่งงัดข้อให้แก่เควิน
“ พวกนายจะเอาไปแบ่งกันสองคนก็ได้นะ หรือเอาไปซ่อมหมู่บ้านก็ได้ ”
“ เดี๋ยวก่อนสิคุณเวลนี่มันหมายความว่าอะไร ”
“ เอาหน่า ลองเปิดดูก่อน ”
เมื่อเควินเปิดถุงเงินออกมาก็ทำให้เขาอ้าปากค้าง “ คุณเวลนี่มันอะไรเนี่ยยย!?!? ” เควินพบกับเหรียญทองจำนวนมากปนอยู่กับเหรียญเงินอยู่ในถุงเงิน
“ นี่คุณเวลไปเอาเงินมากขนาดนี้มาจากไหนครับเนี่ย จำนวนขนาดนี้มันซื้อบ้านได้เลยนะครับ!? แล้วคุณไม่ต้องใช้เงินหรอ ”
ก่อนที่เวลยิ้มด้วยสีหน้านิ่งพร้อมกับมือซ้ายที่ชูนิ้วโป้งให้และมือขวาที่แบออกมา ก่อนที่จะมีเหรียญทองจำนวนหนึ่งออกมาจากฝ่ามือของเวล จากการที่เขานั้นได้เสกออกมา
“ นี่คุณเสกมางั้นหรออ!?!? ” ทั้งพ่อค้าและเควินต่างแสดงสีหน้าตกใจออกมา
“ ชู่วว ฮ่า ๆ พวกนายอย่าเอาไปบอกใครนะ เดี๋ยวความลับทางธุรกิจรั่วไหล ฝากบอกคุณคลาร์กด้วยล่ะว่าผมไม่กลับ ”
“ ได้เลยครับคุณเวล ไว้เจอกันนะครับ ”
หลังการพูดคุยสนทนาจบพวกเขาก็ตัดสินใจแยกกันกลางจัตุรัส เควินและพ่อค้าที่กำลังนั่งรถม้าเพื่อออกไปจากเมืองอยู่ พวกเขาก็หันกลับมาโบกมือลา เวลที่เห็นดังนั้นเขาก็โบกมือลากลับไปด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม ก่อนที่เขาจะเดินเล่นเพื่อสำรวจรอบตัวเมืองต่อ
เวลเดินต่อไปเรื่อย ๆ จนพบกับผู้หญิงคนหนึ่งในเสื้อฮู้ดคลุมปิดบังเห็นเพียงแค่ใบหน้า กำลังโดนชายจำนวน 3 คนที่มีผ้าปิดบังใบหน้าล้อมเอาไว้อยู่พร้อมอาวุธมีคมที่คาดว่าน่าจะเป็นโจร ก่อนที่ชายคนหนึ่งจะเอาด้ามจัดมีดตบเข้าไปที่บริเวณใบหน้าของเธออย่างแรงจนหญิงคนนั้นสลบไป เวลที่เห็นดังนั้นจึงรีบเดินดิ่งลุยเข้าไปหวังจะช่วยผู้หญิงคนดังกล่าว พวกโจรที่ได้ยินเสียงฝีเท้าจากทางด้านหลังก็ได้หันกลับไป เมื่อพวกมันเห็นเวลชายคนดังกล่าวก็ชูมีดขึ้นมาหวังจะขู่เพื่อป้องกันตัว
“ พวกคุณทำแบบนั้นทำไม ”
“ แกเป็นใคร ออกไปนะเว้ย! นี่ไม่เกี่ยวอะไรกับแก ถ้าไม่อยากตายก็ไสหัวไป! ”
เวลมองไปท่ี่ผู้หญิงที่กำลังนอนสลบอยู่ ฮู้ดที่เปิดออกทำให้เขาได้รู้ว่าเธอคนนี้เป็นหญิงอายุราว 17-20 ปี เป็นผู้หญิงที่มีผมสีน้ำตาลยาวสลวย เวลที่มีนิสัยไม่ชอบเห็นคนที่อ่อนแอกว่าโดนทำร้ายโดยเฉพาะผู้หญิงและเด็ก นั่นจึงทำให้เขาเดือดดาลขึ้นมาทันที ก่อนที่เขาจะเดินตรงดิ่งเข้าไป
“ ก็บอกแล้วไงให้ออกไป อย่าเข้ามานะเว้ย! ”
ชายคนดังกล่าวที่เห็นว่าเวลเดินเข้ามาโดยไม่สนคำขู่ เขาจึงนำมีดที่อยู่ในมือง้างฟันใส่เวล แต่เวลก็หลบได้อย่างง่ายดาย เพราะเขาคุ้นเคยกับการสู้กับมีดสั้นเป็นอย่างดีจากการที่เขาเคยเป็นถึงหัวหน้าหน่วยรบพิเศษเดลตาตั้งแต่อายุยังน้อย แม้อายุจะไม่มากแต่ฝีมือกลับร้ายกาจหาใครเทียบไม่ จนคนในหน่วยต่างก็ให้การยอมรับ
เวลได้ทำการใช้หมัดชกสวนกลับเข้าไปที่ใบหน้าของโจรคนนั้นอย่างแรง ก่อนที่โจรอีกคนจะชกหมัดเข้ามาจากทางด้านข้าง แต่เวลก็หลบได้ก่อนที่จะใช้ศอกขวาสวนกลับไปที่ใบหน้า พร้อมจับหัวของโจรคนดังกล่าวโขกเข้าไปที่เข่าขวาของเวล เมื่อโจรคนที่สองสลบไป เขาก็วิ่งไปหาโจรคนที่สามด้วยความรวดเร็ว ก่อนที่โจรคนนั้นจะได้ทำอะไร เวลก็กระโดดลอยขึ้นไปบนฟ้าก่อนที่เขาจะหมุนตัวกลางอากาศและใช้ท่าจระเข้ฟาดหาง ฟาดเข้าใส่ข้างศีรษะของโจรคนสุดท้าย จนล้มลงแน่นิ่งไป เวลหันกลับไปก็พบว่าโจรทั้งสามคนได้ลงไปนอนสลบเหมือดอยู่บนพื้นเป็นที่เรียบร้อย พร้อมกับโจรบางคนที่มีเลือดกำเดาไหลออกจากจมูก
เวลที่ไม่ได้สนใจพวกโจรมากนัก จึงรีบเดินเข้าไปหาผู้หญิงที่กำลังนอนสลบอยู่ และย่อตัวลงมาเพื่อหวังเช็คอาการ ก่อนที่เวลจะได้ยินเสียงฝีเท้าจำนวนหนึ่งมาจากทางด้านหลัง ในขณะที่เขากำลังหันไป ไม่ทันไรเวลก็ถูกฟาดจนสลบลง...
.
.
.
.
.
.
.
โปรดติดตามตอนต่อไป……
「-`♡´- Thank You For Reading -`♡´-」