บทที่ 73
สูญเสียผู้เป็นที่รัก
“อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกก!!”
หลี่จุนอ้าปากกว้างและร้องดังออกมา เสียงของเขามันก้องกังวานไปทั่วทั้งห้องทันที
เสียงกรีดร้องดังกล่าวมันดังรุนแรงมากจนอู๋ตี้ต้องขมวดคิ้วและยกมือขึ้นขัดขวาง
เขาใช้มือที่แข็งแรงเหมือนคีมบีบลงไปที่คอของหลี่จุน ในตอนนี้หลี่จุนไม่สามารถร้องออกมาได้แล้ว ปากของเขาทำได้แค่พะงาบๆและดวงตาก็เต็มไปด้วยความหวาดกลัว
แววตาของอู๋ตี้นั้นดูเยือกเย็น และจากตอนนี้ เขานั้นชัดเจนแล้วว่าตัวเขาเองและตระกูลเย่ คงไม่สามารถมีสัมพันธไมตรีอันดีงามต่อกันได้อีกต่อไป ในเมื่อเป็นศัตรูกันแล้วก็คงไม่จำเป็นต้องออมมือ
ไม่มีปัญหาอะไรที่จะแก้ไขด้วยการอดทนมันไปตลอด การกัดฟันสู้เท่านั้นถึงจะปกป้องซึ่งความถูกต้องได้!
นี่คือหนทางที่โลกนี้สรรค์สร้างขึ้นมา ในอดีตเมื่อตอนที่เขายังเป็นคนอ้วนนั้น ทุกๆคนต่างดูถูกเขา ทุกๆคนล้วนหัวเราะใส่ตัวเขาแล้วแบบนี้จะให้เขานั่งลงแล้วพูดคุยด้วยดีๆงั้นเหรอ? ไม่มีประโยชน์!
มีเพียงตบหน้าเท่านั้นแหละที่จะทำให้คนเหล่านั้นหุบปากได้!
ซูหลี่เหยาที่อยู่อีกฝั่งเองก็กำลังมองภาพตรงหน้าด้วยสองตาของเธอเอง มันสับสนไปหมด มือของเธอปิดปากตนเองเอาไว้พร้อมกับดวงตาที่เบิกกว้าง เพราะเธอนั้นกำลังกลัวและประหลาดใจสุดๆ
เธอไม่เคยคิดเลยว่าอู๋ตี้ที่เคยสุภาพมาก่อน อดทนต่อทุกการกระทำและการดูถูกนั้นจะกลายมาเป็นคนที่โหดเหี้ยมเช่นนี้ได้
แต่เธอนั้นไม่ได้คิดเลยว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่คิดว่าอู๋ตี้เป็นนั้นมันคือการยัดเยียด และนั่นเหมือนจะเป็นเหตุผลหลักๆที่ทำให้อู๋ตี้กลายมาเป็นแบบนี้
“จำเอาไว้นะว่าฉันพูดอะไรไป! ห้ามให้ทุกๆคนในตระกูลเย่ มาก่อกวนฉันอีก! ไม่งั้นแล้วล่ะก็ พวกนายทุกคนได้จบเห่กันหมดแน่!”
เสียงขู่อันเยือกเย็นนั้นดังมาจากปากของอู๋ตี้ ตั้งแต่ที่เขาเข้าใจแล้วว่า กับคนแบบนี้ พูดด้วยคำพูดสวยหรูไปก็เปล่าประโยชน์ สิ่งเดียวที่ควรทำก็คือ ใช้ความแข็งแกร่งของตัวเขาเองเข้าข่มขู่และทำให้คนพวกนี้ยอมแพ้
หลี่จุนที่โดนบีบคอนั้น ทั่วทั้งใบหน้ามันเริ่มแดงและกลายเป็นสีม่วงเพราะเขานั้นไม่สามารถหายใจได้ เขากลัวว่าอีกไม่นานเขาต้องขาดอากาศหายใจตายแน่ๆ
“น้องชาย ยังฆ่าคนคนนี้ไม่ได้นะ” จูเฉิงรีบเตือนเขาขึ้นมาก่อน
ได้ยินดังนั้นอู๋ตี้ก็ปล่อยเขาไป
“แคก! แค่กๆ!!”
หลังจากได้รับอิสรภาพ หลี่จุนก็คุกเข่าลงไปพร้อมกับไออย่างหนักหน่วงทันที
อู๋ตี้มองต่ำลงไปอย่างดูถูกอีกครั้งก่อนจะจับที่กระเป๋าของตัวเอง และพบว่ามันว่างเปล่า
เขามองไปยังซูหลี่เหยาและยื่นมือออกไป “โทรศัพท์ของฉันอยู่ไหน? เอาคืนมา”
ตั้งแต่ที่มองอู๋ตี้ไล่ถล่มคนอื่น ซูหลี่เหยาก็ลืมความโกรธของตนไปแล้ว ดังนั้นเธอจึงรีบหยิบเอาโทรศัพท์มือถือของเขาจากตัวเธอขึ้นมาและส่งคืนให้ทันที
อู๋ตี้รับโทรศัพท์ของเขาคืนมา แต่เมื่อหน้าจอมันเปล่งแสงขึ้นและได้อ่านแจ้งเตือนต่างๆที่ปรากฏบนหน้าจอ นัยน์ตาของเขาก็ย่อเล็กลงมาทันที
ในตอนนั้น บริเวณแถบด้านบนนั้นปรากฏข้อมูลมากมายขึ้นมา หลักๆแล้วเป็นข้อความที่มาจากคนคนเดียวกันจำนวนหลายข้อความ และคนคนเดียวที่ว่าก็คือ เอ้อซีซี
ข้อความดังกล่าว :
11 : 00 a.m. อู๋ตี้ ฉันอยู่ในเมืองแล้วนะ ทำไมไม่รับโทรศัพท์ล่ะ?
11 : 25 a.m. 15 นาทีแล้ว ยังไม่ว่างอีกเหรอ? เอ๋ เข้าใจแล้ว ไม่ว่างอยู่สินะ? ถ้างั้นหากว่างแล้วก็โทรกลับมาด้วยนะ ฉันจะรอนาย
11 : 45 a.m. อู๋ตี้ ทำไมไม่โทรกลับเลยล่ะ? ฉันอยู่ในเมืองนานๆไม่ได้หรอกนะ เดี๋ยวเที่ยงนี้ก็ต้องกลับแล้ว ช่วยโทรหาฉันด้วยนะ
12 : 00 a.m. อ่า ดูเหมือนนายจะไม่โทรกลับสินะ นายเกลียดฉันแล้วเหรอ? นายไม่ชอบฉันอีกต่อไปแล้วใช่หรือเปล่า? ถ้าไม่ใช่แล้วทำไมทำแบบนี้ล่ะ?
เห็นดังนั้นอู๋ตี้ก็รู้สึกตื่นตระหนกขึ้นมาในใจทันที เพราะเท่าที่อ่านจากข้อความเหล่านี้ เขาก็สามารถมองเห็นภาพของหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างทาง ถือโทรศัพท์มือถือไว้ในมือ ส่งทุกๆข้อความออกมาด้วยความเศร้าและท้ายสุดก็ร้องไห้
แต่มันยังไม่จบแค่นี้
12 : 00 a.m. อู๋ตี้ ฉันกลัวจัง มีคนสองคนตามฉันมาตลอดเลย
12 : 40 p.m. ฉันกำลังซ่อนตัวอยู่ ตอนนี้เรียกตำรวจไปแล้ว แต่ฉันยังเห็นพวกเขาอยู่เลย พวกเขาเข้ามาหาฉันใกล้ขึ้นเรื่อยๆแล้ว ฉันกลัวมากเลย
12 : 55 p.m. มันน่ากลัวมากเลย! น่ากลัวมากๆ! ตายแน่ๆ! ทุกคนตายหมดแล้ว! ทั้งตำรวจ แล้วก็ทั้งสองคนนั้นด้วย พวกเขาถูกฆ่าหมดเลย! ฉันควรจะทำยังไงดี? ฉันควรจะทำยังไงดีล่ะ!
13 : 00 p.m. อู๋ตี้ บางทีฉันเองก็จะถูกฆ่าด้วย หมดวันนี้แล้ว นายคงไม่ต้องโทรกลับมาหาฉัน หรือส่งข้อความกลับมาแล้ว
ข้อความเหล่านี้อัปเดตจนถึงปัจจุบันแล้ว และนี่เป็นเวลา 15:30 p.m. มากกว่า 2 ชั่วโมงแล้วที่ข้อความสุดท้ายถูกส่งมา
ไอ้บ้าเอ๊ย!
อู๋ตี้เริ่มบ้าขึ้นมาแล้ว!
หลังจากที่ได้อ่านข้อความเหล่านี้ ดวงตาของอู๋ตี้ก็แดงก่ำไปด้วยเส้นเลือด
เกิดอะไรขึ้น? เกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นกับเอ้อซีซี!
เขารีบเปิดแจ้งเตือนสายโทรเข้าที่ด้านบนสุด และพบว่ามันมีสายที่ไม่ได้รับกว่า 12 สาย จากเอ้อซีซี
มือรีบกดเบอร์ของเธอ และมันมีเพียงเสียงอัตโนมัติที่บอกว่าผู้ใช้โทรศัพท์ปิดเครื่องอยู่เท่านั้น
ทั่วทั้งร่างของอู๋ตี้สั่นไม่หยุด เขานั้นยังไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยินและกดโทรออกอีกครั้ง
น่าเสียดายที่การตอบรับยังคงเป็นแบบเดิม โทรศัพท์ปิดเครื่องอยู่
จอโทรศัพท์ที่ถูกกดย้ำๆจากเจ้าตัวเองนั้นตอนนี้เริ่มจะมีรอยแตกแล้ว น้ำตามันไหลออกมาจากดวงตาทั้งสองข้าง และสติเองก็ยังไม่สามารถหลุดจากเรื่องนี้ได้
โทรศัพท์มือถือเครื่องนั้นไหลลงมาจากมือที่สั่นเทาไม่หยุด มันตกลงสู่พื้นและแตกกระจายเป็นชิ้นๆ
ความรู้สึกเหล่านั้นทำให้อู๋ตี้เป็นทุกข์อย่างมาก เขานั้นยากที่จะหายใจราวกับทั้งร่างนั้นจมอยู่ใต้น้ำในทันที
ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา พวกเขาเห็นเพียงแค่ว่าอู๋ตี้ยืนนิ่งๆแล้วร้องไห้ออกมา
แต่เดิมแล้วตอนนี้เขาควรจะอยู่บนรถไฟและมีความสุขไปกับหัวใจที่เปี่ยมไปด้วยความรักจากคนรักของเขา
แต่มันกลับกลายเป็นว่า เขานั้นถูกจับมายังที่ที่ไม่สามารถอธิบายอะไรได้เลย เขาไม่ได้รับโทรศัพท์จากเอ้อซีซี ไม่ได้ตอบกลับข้อความที่เธอทิ้งไว้ และในตอนนี้เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า
ไม่มีใครรู้ตัวว่าตนเองตายหรอก จริงไหม?
สิ่งที่วนเวียนอยู่ในหัวเขาตอนนี้นั้นก็คือความสำนึกผิดที่แรงกล้า
ทันใดนั้นเอง สายตาเขาก็เหลือบไปมองยังหลี่จุนผู้ที่กำลังคุกเข่าอยู่บนพื้นตอนนี้ เขาคิดอะไรบางอย่างอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นก็ยื่นมือไปจับไหลหลี่จุนไว้ เพียงบีบเบาๆเขาก็แทบจะบดสะบักของอีกฝ่ายให้แตกคามือไปแล้ว ไม่เพียงเท่านั้น อู๋ตี้ยังยกร่างนั้นขึ้นมาทั้งอย่างนั้นอีกด้วย
“อ๊ากกกกกกก”
เสียงร้องโอดครวญดังออกมาจากปากของหลี่จุนอีกรอบ ความเจ็บปวดจากหัวไหล่ทั้งสองข้างนั้นทำเอาเขาเหงื่อไหล่พลั่กเพราะความเจ็บปวดทันที สติของเขาเองก็เริ่มเบลอและพร้อมจะสลบทุกเมื่ออีกด้วย
แต่อู๋ตี้ก็ไม่ยอมให้เขาสลบไปตอนนี้ เพราะงั้นเขาจึงเพิ่มแรงบีบไปอีกนิดหน่อย
“พูดซะ ว่าตระกูลของพวกแกส่งใครไปตามหาเอ้อซีซีหรือเปล่า! บอกมา ไม่งั้นฉันจะฆ่านาย!!”
ครั้งนี้หลี่จุนนั้นเปิดปากโดยง่าย
“ช-ใช่ ฉันส่งคนไป แต่ทั้งสองคนที่ส่งไปนั้นตายไปโดยที่เราไม่รู้สาเหตุอะไรทั้งนั้น เพราะงั้นฉันเลยส่งไปเพิ่มอีก 2 คน”
เขาอธิบายอย่างว่าง่าย เพราะหลี่จุนนั้นเห็นแววตาของอู๋ตี้ที่ครั้งนี้ไม่คิดลังเลที่จะฆ่าเขาเลยถ้ามีโอกาส
“แล้วยังไงต่อ!” อู๋ตี้กัดฟันและพูดอย่างดุร้าย
“ปล่อยฉันสิ แล้วฉันจะโทรไปถามให้!”
น้ำเสียงของหลี่จุนนั้นแสดงออกถึงความขอร้องเป็นอย่างมาก เพราะกระดูกไหล่ของเขามันจะไม่ไหวแล้ว แถมความเจ็บปวดนี่มันทำให้เขาแทบจะทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว
อู๋ตี้หรี่ตามองเขาด้วยท่าทีที่เข้มขรึม และพักหนึ่งเขาก็ปล่อยมือจากอีกฝ่าย
หลี่จุนคุกเข่าลงไปอีกครั้งในทันที แต่ไม่นานนักเขาก็หยิบเอาโทรศัพท์ขึ้นมาและกดโทรออกทันที
ตู๊ด...ตู๊ด...ตู๊ด….
เสียงสัญญาณดังขึ้นหลายครั้ง และในที่สุดก็มีคนรับสาย
“ฮัลโหล เหม็งซี กำลังทำอะไรอยู่น่ะ?” หลี่จุนถามด้วยความรีบร้อน
“เปิดลำโพง!” น้ำเสียงที่เยือกเย็นดังมาจากปากอู๋ตี้อีกครั้ง
หลี่จุนรีบเปิดลำโพงทันที แต่มันน่าแปลก ที่ปลายสายนั้นเหมือนจะตายไปแล้วเลย
“ฮัลโหล เหม็งซี พูดมาเร็วๆสิ!”
ยิ่งอีกฝ่ายเงียบ มันก็ยิ่งทำให้เขาตื่นตระหนก
และในท้ายสุด มันก็มีเสียงดังออกมาจากปลายสาย
“พี่จุน...”
เสียงที่ดังมาจากปลายสายนั้นฟังดูเหมือนว่าเขากำลังจะตายเลย
“เหม็งซี! นายโอเคหรือเปล่า! เกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น!”
ถึงแม้ว่าหลี่จุนจะถามด้วยความกระตือรือร้นขนาดไหนก็ตาม แต่เสียงที่อยู่ปลายสายนั้นก็ไม่สามารถตอบกลับเขาได้ในทันที เขาทำได้เพียงพยายามพูดแบบติดๆขัดๆเท่านั้น
“มี 2 คน...ในชุดสีแดง… มันเอาตัว….ผู้หญิงไป...ปืน...ใช้กับพวกมันไม่ได้ผล...มันเป็นปีศาจ...เป็นปีศาจ...”
ทันใดนั้นเสียงปลายสายก็หยุดลงไป ทิ้งไว้เพียงประโยคสุดท้ายที่ทำให้คนฟังต่างพากันกลัวและสิ้นหวัง แค่ได้ฟัง ก็รู้สึกหนาวสั่นแล้ว