ตอนที่ 29 เสียงที่ได้ยิน
ในห้องใต้เรือไม่มีผู้ใดขยับตัวลงมือก่อนทั้งสองต่างจับจ้องไปที่ทุกการเคลื่อนไหวของอีกฝ่าย ทั้งสองฝ่ายต่างกลั้นลมหายใจไม่กล้าเสียสมาธิแม้แต่นิดเดียวแต่ทันใดนั้น เรือเหมือนจะไปสะดุดเข้ากับคลื่นทำให้ตัวเรือโคลงเคลงเล็กน้อยทำให้ร่างหวู่เฉินเสียหลักเล็กน้อย
เ้าของฉายามีดคู่สังหารแววตาเป็ประกายไม่ปล่อยให้โอกาสตรงหน้าหลุดลอย มันโคจรลมปราณพุ่งกายเข้ามาหาร่างหวู่เฉินดุจดั่งมัจจุราจมีดในมือตวัดเข้าที่จุดตายของเด็กชายอย่างรวดเร็ว
เจียงหวู่เฉินในท่วงท่าที่เสียหลักไม่สามารถขยับตัวหลบต่อให้ยกมีดขึ้นต้านได้ทัน แต่ด้วยท่วงท่า ที่ฐานหลักยืนไว้ไม่ดีก็ไม่แน่จะต้านทานการโจมตีได้มันตัดสินใจปามีดสีแดงในมือไปอย่างเฉียบพันพุ่งเข้าหาร่างที่พุ่งสวนเข้ามา
มีดคู่สังหารชงักเล็กน้อย มันไม่คาดว่าอยู่ดีๆเด็กชายนี่จะปามีสวนเข้าหามันอย่างเฉียบพันด้วยที่มันพุ่งมาด้วยความเร็วไม่สามารถเปลี่ยนทิศทางหลบได้ทันมันเลยต้องเลิกล้มการโจมตี ยกมีดในมือขึ้นมากัน
เคร้ง คมมีดปะทะกัน มีดสีแดงกระเด็นไปปักผนังเรือด้านข้างจนมิดด้ามส่วนมันนั้นชงักตัวมือชาด้วยแรงปะทะมันเสียหลักเพราะการเคลื่อนไหวที่ไม่ได้คาดถึงเล็กน้อยหางตาเหลือบไปที่ร่างเด็กชายที่กำลังจะล้มลง
ร่างเด็กชายหลังจากปามีดด้วยท่วงท่าเหมือนจะเสียหลักก็ทิ้งตัวล้มกลิ้งไปกลับพื้นเรือกลิ้งเข้าหามันในมือของมันคว้ามีดเล่มแรกที่ มีดคู่สังหารทำตกเอาไว้ก่อนมันจะพลิกตัวขึ้นซึ่งเป็จังหว่ะที่คมมีดคู่สังหารปะทะเข้ากลับมีดที่ถูกปามาจนชงักตัวพอดี
คมมีดในมือหวู่เฉินปาดออกอย่างรวดเร็วไปที่คอของคมมีดคู่สังหาร เืสีแดงของมันไหลออกเหมือนเป็น้ำพุจากรอยแผลที่คอก่อนที่มันจะล้มลงั์ตาเบิกกว้างไม่อาจตายตาหลับชั่วกาล
เจียงหวู่เฉินเดินไปถอนมีดสีแดงที่ปักไปที่ผนังออกมาั์ตาสำรวจไปทั่วใบมีด ที่ไม่มีรอยบิ่นอะไรแม้แต่น้อยเหมือนสตรีชุดแดงนั้นจะให้ของดีมันมาจริงๆ
มันล้วงหยิบกุญแจมาจากศพของมีดคู่สังหารก่อนเดินไปไขประตูด้านหลังเดินลึกเข้าไปมันเดินเข้าไปถึงทางแยกมันเลือกเดินไปทางขวาพอสุดทางก็เจอเข้ากับประตูที่ลั่นกลอนอย่างหนาแน่นเมื่อมันเปิดออกพบว่าข้างในเต็มไปด้วยสมบัติจำนวนนึงมันกวาดตาอย่างรวดเร็วก็ไม่พบอะไรที่หน้าสนใจรีบเดินออกมาตามหาน้องสาวต่อ
พอไปทางซ้ายจนสุดทางพอเปิดประตูขึ้นมามันพบเข้ากับห้องขังภายในนั้นมีผู้คนสิบกว่าคนมีทั้งเด็กและสตรีมากมาย มันรีบกวาดตามองหาน้องสาว โชคยังเข้าข้างมันเจอน้องสาวของมันรวมอยู่ในนั้นด้วย
“เด็กน้อยนี่ใครทำไมถึงอยู่ข้านอกกรง?”
“แล้วพวกเลวพวกนั้นเล่า?”
“ข้างบนเกิดอะไรขึ้นทำไมข้าเหมือนได้ยินเสียงปืนใหญ่”
“หนูน้อยรีบหนีไปซะก่อนที่พวกมันจะกลับมา”
เสียงของเหล่าผู้ที่ถูกจับประดังมาไม่ขาดสายแต่เหมือนเด็กชายตรงหน้าหาได้ยินไม่ สิ่งที่มันได้ยินมีแค่เพียงเสียงเดียว...
“เกอเกอเสี่ยวไป๋อยู่นี้ แงแง”
...............
ร่างบางในชุดแดงของฉินหงเฉินถูกฟาดกระเด็นจนตกเรือนางสามารถสลายพลังที่แฝงไว้กับการโจมตีได้ก่อนแต่ร่างของนางก็ตกไปกระแทกน้ำเสียงดังนางโผล่ขึ้นมาเหนือน้ำสายตาโกรธเกรี้ยวมองไปที่ตัวเรือที่อยู่ไม่ไกล
นางอับอายจนจะแย่นางโดนไอ้เ้าจมูกแอปเปิ้ลนั่นฟาดจนกระเด็นตกเรือ เนื้อตัวเปียกปอนเหมือนลูกนกตกน้ำนางต้องจัดการเ้าจมูกแอปเปิ้ลนั่นให้ได้!
นางพุ่งขึ้นมาวิ่งเหนือน้ำด้วยวิชาตัวเบาลมปราณโคจรอย่างรุนแรงจนเกิดแสงสีแดงม้อสูเห็นดังนั้นก็ยิ้มเยาะในมือรวมพลังปรานไว้ที่ขวานจนเกิดกระแสพลังหมุนวน
“อะไร? อยากเปลี่ยนใจมาเป็เมียข้า? มามะยัยหนู เข้ามาหาอ้อมกอดข้า ฮ่าฮ่าฮ่า”
มันมั่นใจเป็อย่างมากในด้านพละกำลังมันเหนือกว่า อีกทั้งทำเลของมันอยู่ที่สูงย่อมได้เปรียบขณะที่ฉินหงเฉินต้องแบ่งสมาธิไปโคจรลมปราณเพื่อวิ่งบนน้ำจะไปสามารถสู้กับมันได้เยี่ยงไร
ฉินหงเฉินคิ้วกระตุกร่างบางใช้ท่วงท่าไม้ตายประจำตระกูลทันใดนั้นคลื่นที่เหยียบอยู่ก็ม้วนตัวจนเป็ขนาดใหญ่กว่าเรือ ม้วนโถมเข้าหาเรือร่างบางที่ขี่อยู่บนคลื่นเหมือนมัจฉาสีแดงเพลิง
ม้อสู ตะลึงนางเสกคลื่นั์ได้อย่างไร? หรือว่านางบรรลุเป็ขอบเขตก่อกำเนิดจนสามารถควบคุมปรากฏการน์เหนือธรรมชาติได้แล้ว? ไม่ถูกถ้านางอยู่ขอบเขตผู้ก่อกำเนิดใยนางโดนมันเล่นงานจนเป็ลูกนกตกน้ำเยี่ยงนี้
ม้อสูไม่มีเวลาคิดมากความมันตวัดขวานใช้ท่าไม่ตายทันที “ขวานฟ้าขลั่ง” คมขวานเปล่งประกายด้วยแสงปรานสีฟ้าฉินหงเฉินไม่กลัวเกรงที่ด้านหลังมีเงาฉลามปรากฎออกมา
“ฉลามทลายปฐี”
เปรี้ยงงง ตูมมมม เกิดเสียงปะทะกัน ร่างของม้อสูถูกผ่าเป็สองส่วนจากแนวตรงคลื่นั์ชนเข้ากับตัวเรือจนเอียงเซ แต่โชคดีที่คลื่นนั่นไม่แรงมากไม่งั้นไม่อาจคิดถึงสภาพของเรือ
ฉินหงเฉินเหยียบร่างลงบนอย่างเรืออย่างนุ่มนวนในแววตามีแววพอใจที่ได้ผ่าร่างศัตรูเป็สองส่วน
“ถ้ากระบวนท่านี้ข้าตั้งชื่อเองคงจะใช้ชื่อดาบผ่าแอปเปิ้ล!”นางหัวเราะเสียงเบาเหมือนดั่งวิหกสีแดงที่งดงามแต่ในสายตาลูกน้องเป่าเลี้ยที่เหลืออยู่กลับเห็นเป็ดุจดั่งนางมารสีแดงพวกมันต่างรีบทิ้งอาวุธยอมแพ้ ยอมให้จับกุมแต่โดยดี
........................
หลังจาการต่อสู้จบลงลูกน้องของฉินหงเฉินได้เข้าไปตรวจสอบเรือสินค้า
“รายงานคุณหนูเราพบสินค้าเป็สิ่งทอเถื่อนมากมาย อีกทั้งยังมีเงินและสมบัติบางส่วนพร้อมกับหญิงสาวหน้าตาดี ที่ดูเหมือนจะถูกจับไปขาย”
“ดีมากไปได้”ฉินหงเฉินหันมายิ้มให้เป่าเลี้ยที่โดนมัดอยู่
“ดูท่าข้าจะได้หลักฐานมัดตัวเ้ามากมายดูซิว่าเ้าจะกล่าวกลับแม่ทัพกู้ว่าอย่างไร”
สตรีชุดแดงหันมายิ้มให้กับเจียงหวู่เฉินและเสี่ยวไป๋ที่พึ่งเดินเข้ามา “อ่า ดูท่าเ้าจะเจอน้องสาวแล้วนะ”เจียงหวู่เฉินรีบยกมือคำนับขอบคุณสตรีชุดแดง
“ขอบคุณคุณหนูฉินที่ช่วยน้องสาวข้าบุญคุณครั้งนี้ข้าเจียงหวู่เฉินจะไม่มีวันลืม” ฉินหงเฉินยิ้มงามอย่างอารมดีเจียงหวู่เฉินเหลือบไปเห็นเสี่ยวไป๋ที่ยืนงง ไม่ได้ขอบคุณจึงดุน้องเบาๆ
“เสี่ยวไป๋ยังไม่รีบขอบคุณคุณหนู!”เสี่ยวไป๋ได้ยินจึงยกมือคำนับอย่างน่ารัก
“ขอบคุณท่านน้าที่ช่วยชีวิต”ฉินหงเฉินแววตากระตุก หวู่เฉินต้องรีบกระแอมไอเตือนน้องสาว เสี่ยวไป๋จึงรีบเปลี่ยนคำพูดด้วยสีหน้างุนงง
“ขอบคุณท่าป้...” เจียงหวู่เฉินรีบยกมือตะครุบปากน้องสาวไว้
“เป็พี่สาวฉินเสี่ยวไป๋รีบขอบคุณพี่สาวฉินเร็วเข้า!”
..................................
หลังจากนั้นฉินหงเฉินแบ่งคนเป็สองส่วนหนึ่งควบคุมเรือของเป่าเลี้ยกลับเมืองชุนหนิวเพื่อพาคนที่ถูกจับมาไปส่งมอบตัวพวกเป่าเลี้ยให้ทางการส่วนสมบัติที่ยึดได้...ตระกูลฉินน่าจะได้ส่วนแบ่งมาหลายส่วน ยังไม่รวมค่าหัวของม้อสูเงินนี้อาจจะช่วยพยุงสถานการน์ของสำนักคุ้มภัยฉลามขาวเป็อย่างมาก
ฉินหงเฉินอารมดียิ่งนักนางและลูกเรือที่เหลือตัดสินใจพาเจียงหวู่เฉินและเสี่ยวไป๋ไปส่งที่หุบเขาไผ่เขียวทันที
“เสี่ยวไป๋นี่เ้าทำตกไว้” หวู่เฉินยื่นตุ๊กตาไม้จอมยุทธ์หญิงคืนให้น้องสาวเสี่ยวไป๋เห็นดังนั้นจึงยิ้มก่อนจะหยิบตุ๊กตาจอมยุทธ์ชายขึ้นมา
“ของเสี่ยวไป๋อันนี้อันนั้นให้เกอเกอ ฮิฮิ”หวู่เฉินส่ายหัวเบาก่อนจะเก็บตุ๊กตาไม้สลักจอมยุทธ์หญิงเอาไว้