นับจากวันประลองสามวันทั่วทั้งเมืองเยียนจิงเกิดความแตกตื่นและฮือฮาขึ้นมาไม่ขาดสาย วีรกรรมของชายหนุ่มตระกูลเฟยถูกพูดถึงไปทั่วทั้งเมืองโดยไม่มีหยุดหย่อน ในเวลานี้ไม่มีใครไม่รู้จักนามเฟยหรงอีกต่อไปรุ่นเยาว์เพียงคนเดียวที่สามารถสังหารราชันสี่คนได้ เื่มหัศจรรย์เช่นนี้จะให้เขาลืมเลือนได้อย่างไรโดยเฉพาะเหล่าศิษย์ของสำนักใหญ่ทั้งสี่ที่ในเวลานี้เต็มไปด้วยความหวาดกลัวในตระกูลเฟยอย่างสุดแสนจนถึงขนาดที่เหล่าอาจารย์ของพวกมันต้องไปหาองค์จักรพรรดิแห่งทวีปเทียนหยวนเพื่อให้คุ้มครองพวกมันเนื่องจากบัดนี้สำนักใหญ่ทั้งสี่ไม่มีประมุขอีกต่อไปดังนั้นพวกมันจึงไม่อาจที่จะหยิ่งผยองได้เหมือนดังในอดีต
เื่ราวของเฟยหรงนี้ราวกับไฟเจอน้ำมันเพียงแค่สามวันมันก็ลุกลามไปทั่วทวีปจนในที่สุดองค์จักรพรรดิก็ไปอาจจะนิ่งเฉยได้อีกต่อไปเนื่องจากการกระทำนี้มันช่างอุกอาจเกินกว่าที่เหล่าขุนนางและมันจะยอมรับได้ดังนั้นเขาจึงได้ถ่ายทอดราชองค์การออกไปเพื่อให้เฟยหรงได้รับโทษทันฑ์
ส่วนเฟยหรงน่ะหรือ ในเวลานี้เขาไม่ได้สนใจเื่ราวที่เขาก่อขึ้นเลยแม้แต่น้อย เพื่อเมื่อพลังของตนเองได้ทั้งหมดแล้วเด็กหนุ่มก็ลืมตาขึ้นและเดินไปยังห้องๆหนึ่งที่มีเ้านิกายบุปผาเหมันต์ดิ้นรนและพยายามออกจากที่นี่อยู่แต่นางไม่อาจที่จะทำได้เนื่องจากเฟยหงได้ผนึกปราณของนางจนตอนนี้กลายเป็เพียงคนธรรมดา
"เ้าคนชั่วช้า ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะ!!"นางกล่าวออกมาอย่างโกรธเกรี้ยว พร้อมทั้งจับจ้องเฟยหรงราวกับจะกินเืกินเนื้อ ส่วนเฟยหรงนั้นแน่นอนเขาหาได้สนใจนางไม่เพียงแค่นั่งลงพร้อมดื่มชาอย่างสบายอารมณ์ทำสีหน้ายียวนใส่นางก่อนจะกล่าว "ชั่วช้า? คำๆดูเหมือนจะเหมาะกับเ้ามากกว่าข้านะ สมคบคิดกับสองตระกูลนั้นและคิดจะสังหารข้า เ้าว่าแบบนี้เรียกชั่วช้าหรือไม่"
"หึ!!"นางเค้นเสียงเย็นและไม่ได้กล่าวตอบออกมา เนื่องจากนางเองก็ไม่มีอะไรจะพูดเช่นกันเนื่องจากมันก็เป็ไปตามที่เฟยหรงได้กล่าว และนางก็ทำมันจริงๆ เฟยหรงเห็นดังนั้นเขาก็พลันยกยิ้มอย่างกวนๆก่อนที่จะเดินเข้าไปหานางจนทำให้หญิงสาวเกิดความกระวนกระวายใจขึ้นมาในบัดดล
"จะ เ้าจะทำอะไร!! อย่าเข้ามานะ"ตอนนี้สาวเ้าตื่นตระหนกสุดขีดเฟยหรงที่เดินเข้ามาเขาก็หยุดอยู่ต่อหน้าของนางก่อนจะเอามือเชยคางของนางขึ้นมาแล้วกล่าวอย่างกวนๆว่า "หากข้าทำอะไรเ้าตอนนี้แล้วเ้าจะทำอะไรได้ หืม นับจากนี้ไปข้าจะสั่นสอนเ้าเองว่าควรแสดงกิริยาอย่างไรต่อหน้านายท่านของเ้า"กล่าวจบเขาก็หันหลังเดินจากไปในทันที
"ไอ้บ้าเอ๋ย!! ไปตายซะ!!"นางกล่าวด้วยความโมโหที่มีอยู่มากล้น ั้แ่เกิดมาจนถึงตอนนี้นางถูกปฏิบัติราวกับผู้สูงส่งมาโดยตลอดและไม่มีใครกล้าทำกิริยาเช่นนี้กับนางแม้แต่คนเดียวแม้จะเป็จักรพรรดิของทวีปนี้ก็ตาม แต่นางกลับต้องมาเจอเด็กอายุห่างจากนางเกือบสามสิบปีกระทำเช่นนี้จะไม่ให้โกรธได้อย่างไร แต่ถึงแม้จะโกรธจนกระอักเืเพียงใดแต่นางก้เองก็อาจจะทำอะไรได้และมีแต่ต้องยินยอมเท่านั้น
นับจากวันนั้นเป็ต้นมาก็มีคนมาแวะเวียนหาเฟยหรงอยู่บ่อยครั้งมากขึ้น เฟิงเสวีย จ้างหยางที่เป็เ้าเมืองรวมไปถึงจ้าวหลานเองก็ตามแน่นอนว่าพวกเขาที่มากันย่อมมีเป้าหมายที่แตกต่างกันไป ทางด้านจ้างหยางนั้นมาเพื่อสานสัมพันธ์กับตระกูลเฟยโดยการมาพูดคุยกับเฟยหงอย่างเป็มิตร ส่วนจ้าวหลานเองก็มีเพื่อให้เฟยหรงชี้แนะกระบี่ให้ซึ่งเฟยหรงก็เเนะนำนางไปง่ายๆเหมือนกับที่ชี้แนะเฟยหลินกับเฟยเหลี่ยง และสุดท้ายคือเฟิงเสวียที่นางมาเพื่อยั่วยวนเฟยหรงอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันจนเฟยหรงแทบจะตบะแตก
และในวันที่พวกเขามากันพร้อมหน้านี้เององค์การขององค์จักรพรรดิก็มาถึง พร้อมกับทหารนับร้อยที่มาด้วยสายตาจับจ้องไปที่ตระกูลเฟยอย่างเหยียดหยามแต่ก็ไม่อาจที่จะลงมือได้
"ตระกูลเฟยรับราชองค์การ"เฟยหงและเฟยหรงคิ้วขมวดเป็ป่ม ก่อนจะเดินไปตรงข้าของผู้มาเยือนอย่างไม่หวาดกลัวพร้อมทั้งยืนอยู่เช่นนั้นไม่มีวี่แววว่าจะคุกเข่าลงแต่อย่างใด จนทำให้ทั้งจ้างหยางและจ้าวหลานหน้าถอนสีไม่คิดว่าตระกูลเฟยจะกล้าทำเช่นนี้ต่อหน้าราชองค์การแต่ในทางกลับกันเฟิงเสวียกลับรู้สึกว่าเฟยหรงนั้นกล้าหาญอย่างถึงที่สุดและควรค่าให้นางถวายตัวให้เข้าไปอีก และบวกกับตบะของเขาในตอนนี้ที่ไม่ได้ยิ่งย่อนไปกว่านางยิ่งทำให้จิตใจของนางสั่นสะท้านเข้าไปใหญ่
"บังอาจ!!อยู่ต่อหน้าราชองคืการแล้วยังไม่คุกเข่าอีก!!"ผู้มาเยือนกล่าวอย่างเดือดดาล เฟยหรงและเฟยหงต่างยังคงตีสีหน้าเรียบเฉยราวกับไม่รู้สึกรู้สาอะไร พร้อมทั้งกล่าวเสียงเรียบออกไปว่า "จะพูดอะไรก็รีบพูด"เพียงแค่คำสั้นๆเท่านั้นกลับสั่นะเืขวัญทหารนับร้อย เนื่องจากคำพูดของเฟยหงนั้นมันมีอำนาจสยบอยู่ในนั้นด้วย
"พวกเ้าติดจะฏหรืออย่างไร!!"มันกล่าวออกมาอย่างตื่นตระหนกในเวลาไม่ใช่เฟยหงและเฟยหรงที่คุกเท่าแต่กลับเป็พวกมันเองที่ต้องคุกเข่าให้กับอำนาจสยบนี้
"ให้เวลาเ้าพูด หากยังไม่พูดก็ไสหัวไปซะ ถ้าไม่ไปก็ตายอยู่ที่นี่"เฟยหรงกล่าวเสียงเย็น เหล่าผู้มาเยือนต่างหน้าถอดสีตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวจับหัวใจ ก่อนที่พวกมันจะคลี่ราชองค์การและกล่าวออกด้วยน้ำเสียงสั่นเคลือ
"คำสั่งจากองค์จักรพรรดิ เฟยหรงจิตใจหยาบช้าสังหารผู้คนเป็ผักปลาต้องโทษทำลายฐานการบ่มเพาะพลังและจะต้องถูกกังขังในคุกมืดห้าสิบปี"มันกล่าวจบเฟยหรงก็พลันยกยิ้มเย็น จะให้เขาทำลายฐานการบ่มเพาะงั้นหรือดูเหมือนว่าจักรพรรดิองค์นี้กล้าหาญมากเสียจริงที่สั่งออกมาเช่นนี้ เขาหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่งจนเหล่าทหารรวมไปถึงคนรอบข้างต้องประหลาดใจ จริงอยู่ว่าสำหรับราชันขั้นสามลงมาเฟยหรงสามารถกำจัดได้อย่างง่ายดายแต่หากเป็ราชันขั้นห้าขึ้นไปเขาก็ไม่อาจจะทำอะไรได้ในเวลานี้แต่ต้องไม่ลืมว่าเขามีอาวุธลับอยู่แถมยังทรงพลังอีกด้วยและนั่นไม่ใช่ใครนอกจากปู่ของเขา
"ท่านปู่ดูเหมือนว่าตำแหน่งจักรพรรดิของทวีปนี้คงจะเปลี่ยนมือได้แล้วนะขอรับ"เฟยหรงกล่าวออกมาเช่นนั้น ทุกคนที่ได้ยินพลันจิตใจสั่นสะท้านราวกับถูกคลื่นั์ซัดใส่ และพากันมองไปยังเฟยหงด้วยแววตาประหลาดใจอย่างสุดซึ้ง
"อืม ดูเหมือนจะกล้ามากเกินไปที่สั่งการออกมาเช่นนี้เห็นทีข้าจะต้องกลับฝังราชวงศ์นี้ด้วยตนเองเสียแล้ว!!"น้ำเสียงของเฟยหงเต็มไปด้วยความเรียบเฉยแต่กลับมีอำนาจแฝงอยู่ในนั้นมือเขากล่าวจบเหล่าทหารนับร้อยที่อยู่เบื้องหน้าต่างตัวปูดบวมและะเิกลายเป็ละอองเืในชั่วพริบตาท่ามกลางความตกตะลึงในใจของทุกคน
เฟยหงในเวลานี้ปลดผนึกของตนเองออกจนไปถึงระดับนักบุญแล้วร่างกายของเขาก็พลันเปลี่ยนไปจากที่เป็ชายวัยกลางคนก็กลับมาเป็หนุ่มอายุราวๆยี่สิบปลายๆ เขาก็ไม่รอช้ารีบคว้าตัวคนส่งราชองค์การแล้วบินไปในทิศทางของเมืองหลวงในทันที ในเวลานี้ไม่มีคำว่าปราณีอยู่ในหัวของเขาอีกต่อไป และด้วยความเร็วของเขาในเวลานี้เพียงแค่วันเดียวก็ไปถึงเมืองหลวงได้ง่ายๆแล้ว
"เอาละทุกท่านวันนี้วันนี้เฟยหรงขออภัยที่ทำให้พวกท่านเห็นสิ่งที่มันไม่บรรเทิงสายตาไปเสียแล้วดังนั้นวันนี้การเยี่ยมเยียนขอให้พอเพียงเท่านี้ก่อนแล้วเฟยหรงและท่านปู่จะไปเยี่ยมเยี่ยนพวกท่านเพื่อเป็การขอโทษภายหลัง"เฟยหรงก้มลงประสานมือคาราวะจ้าวหยางไปหนึ่งครา จ้าวหยางก็ััได้ว่ามันคือความจริงใจที่เฟยหรงมอบให้ดังนั้นเขาจึงไถ่ถามถึงเื่ราวอะไรอีกต่อไปก่อนจะกล่าวลาและเตรียมตัวพาจ้าวหลานกลับคฤหาสน์เ้าเมือง
"ถ้าเช่นนั้นขอบคุณคุณชายที่ชี้แนะ แล้วข้าจะตอบแทนท่านในภายหลัง"จ้าวหลานเองก็ผสานมือคาราวะและกล่าวอย่างนอบน้อมเช่นกันและเดินตามจ้าวหยางไป
"หุหุ คุณชายเฟยหรง ข้าก็ว่าอยู่ว่าแซ่เฟยมันคุ้นๆหูที่แท้ท่านก็คือหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ในทวีประดับสูงนี่เอง"เมื่อจ้าวหยางและบุตรสาวเดินจากไปแล้วเฟิงเสวียก็กล่าวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเย้ายวน เฟยหรงที่เห็นดังนั้นก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายหญิงสาวนางนี้ไม่กลัวเขาเลยหรืออย่างไรที่มายั่วยวนเขาเช่นนี้
"นั่นเป็เื่ในอดีตไปแล้ว ตอนนี้ข้าและท่านปู่ถูกไล่ออกมาแล้วดังนั้นจึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับที่นั่นอีก"เฟยหรงกล่าวตามจริง หญิงสาวนางหากให้เขาเดานางหาได้ธรรมดาไม่ แถมหอประมูลยังเป็ขุมกำลังอันลึกลับที่มีอยู่ในทุกทวีป หากให้เขาเดาละก็น่าจะเป็หนึ่งในขุมกำลังของทวีปศักดิ์สิทธิ์ก็เป็ได้ ดังนั้นเขาไม่ควรหาเื่ใส่ตัวโดยเด็ดขาดในตอนที่ยังไม่แข็งแกร่งเช่นนี้
"เอาเถอะเื่นั้นข้าไม่ได้สนใจมากนักหรอก เพราะสิ่งที่ข้าสนใจก็คือตัวท่าน"นางเคลื่อนกายมาหาเฟยหรงพร้อมทั้งทำสีหน้ายั่วยวนและใช้นิ้วอันเรียวงามลากไปทั่วตัวของเฟยหรงจนทำให้เขาหน้าแดงออกมา ก่อนนางจะกล่าวเสริม "คนที่มีกายัเช่นท่าน นับว่าหายาก"
เฟยหรงเมื่อได้ยินเช่นนั้นเขาก็ผละตัวออกจากนางในทันทีก่อนจะกล่าว "ที่แท้ที่แม่นางมาหาข้าบ่อยๆเช่นนี้ก็เพราะกายันี่เอง ข้าก็สงสัยมาตั้งนานว่าเหตุใดคนที่สูงส่งเช่นท่านถึงเข้ามายั่วยวนข้าเช่นนี้ ช่างไม่มีความจริงใจเอาเสียเลย กลับไปเสียเถอะข้าไม่ชอบคนที่ไม่จริงใจ"เฟยหรงกล่าวออกมาเช่นนี้ทำให้หญิงสาวพลันชะงักค้างไปในทันทีก่อนที่นางกล่าวกล่าวขึ้นมาอีกครา "ไม่ใช่นะ! ก็จริงว่าที่ข้าเข้าหาท่านส่วนหนึ่งมาจากกายั แต่ข้าเองก็มีความจริงใจต่อท่านเช่นกัน"
"ท่านกลับไปเถอะ วันนี้พอแต่เพียงเท่านี้"เฟยหรงกล่าวออกมาเช่นนั้นแล้วหันหลังแล้วเดินออกไป ส่วนเฟิงเสวียนั้นนางเองก็พลันทำสีหน้าไม่สบายใจขึ้นมาและได้แต่ก่นด่าตัวเองในใจที่ปากพล่อยพูดเื่ไม่เป็เรื่ิองออกไปเช่นนั้น ก่อนจะถอนหายใจแล้วเดินออกไป
"หึ คอยดูเถอะเฟยหรงในเมื่อวันนี้ท่านไล่ข้าออกมาข้าจะทำให้ท่านไม่อาจที่จะไล่ข้าได้อีกต่อไป"ก่อนนางพูดทิ้งท้ายก่อนที่จะเดินออกไป ส่วนทางด้านเฟยหรงที่ได้ยินก็พลันส่ายหัวให้กับความคิดของนาง และแน่นอนว่าเขาไม่คิดว่านางทำได้อย่างที่พูดจริงๆหญิงสาวที่สูงส่งเช่นนางอีกไม่นานเดี๋ยวพอเบื่อแล้วก็จะเลิกลาไปเอง