⚔️ บทที่ 19 : คำสัญญาใต้แสงจันทร์ใหม่
ลมหายใจแรกของยามดึกพัดเอาเมฆให้แตกออก พระจันทร์เต็มดวงขึ้นช้า ๆ เหนือยอดสน สูงจนเหมือนใครวางถ้วยเงินไว้บนชั้นฟ้า ป่ากรีนโกลว์กลายเป็ทะเลของแสงเย็น—เย็นแต่ใส ส่องให้เห็นผิวโลกเป็เส้นเงินคดเคี้ยว
ไครอสสะดุ้งตื่นเพราะความฝัน แววเสียงสตรี—อ่อนโยน เศร้า และใกล้เสียจนเหมือนได้กลิ่นน้ำตา—ยังวนอยู่ในหู “ลูกของแม่…” เขาดันตัวขึ้นนั่ง หอบเบา ๆ นิ้วแตะเหรียญเงินเหมือนเด็กแตะมือแม่ก่อนข้ามถนน
อัครอสที่เอนหลับชันหลังกับต้นไม้ลืมตาช้า ๆ “ฝันร้ายหรือ”
“ไม่รู้ว่า ‘ร้าย’ หรือเปล่า” ไครอสเงยหน้ามองจันทร์ ดวงตาสีเงินสะท้อนแสงจนดูละลายเข้ากับฟ้า “แต่ข้าคิดถึงคนที่ข้ายังไม่เคยพบ”
ผู้เฒ่าอนุญาตให้ความเงียบอยู่กับบทสนทนาชั่วขณะ เขารู้ว่าเงียบที่ดีบางทีปลอบได้ดีกว่าถ้อยคำ จากนั้นจึงเอ่ย “อยากพูดอะไรกับท่านไหม—ถ้าท่านได้ยิน”
เด็กชายคิดครู่หนึ่ง ก่อนพูดโดยไม่หันมา “ท่านแม่…ถ้าท่านยังอยู่ โปรดอย่ากังวล ข้ายังอยู่กับคนที่ปกป้องข้า เขาเดินช้าหน่อย แต่เขาไม่เคยปล่อยมือข้า” เขาหัวเราะแ่ ๆ เองกับคำบรรยายซื่อ ๆ นั้น แล้วซีเรียสขึ้น “ข้าจะโตขึ้นให้เร็วที่สุด แต่ข้าจะไม่ลืม ‘เหตุผล’ ที่ยกดาบ—ข้าจะไม่ยอมแพ้ ข้าสัญญา”
คำว่า สัญญา หล่นลงบนพื้นดิน กระเพื่อมออกไปเหมือนคลื่นในแอ่งน้ำ อัครอสขยับเข้ามาใกล้ เอื้อมมือหนัก ๆ ที่เต็มไปด้วยรอยแผลไปวางบนบ่าของเด็กชายหนึ่งที—เหมือนตราประทับรับรู้
“มีสิ่งหนึ่งที่เ้าต้องรู้” ผู้เฒ่าพูดช้า ๆ “ความกลัวไม่ใช่ศัตรู ความกลัวคือไฟฉาย—ส่องให้เราเห็นเหวที่อยู่ตรงหน้า จะตกหรือไม่…อยู่ที่เราจับมือใครไว้”
ไครอสหันมองมือที่วางอยู่บนบ่าตนเอง เขายิ้ม—ยิ้มจริง ๆ แบบเด็กวัยเจ็ดขวบ “งั้นข้าจับมือท่านไว้ก่อนนะ” เขากำชายเสื้อคลุมของผู้เฒ่าที่วางอยู่กับพื้น รวบเข้าหาตัวเหมือนเด็กกอดผ้าห่ม
ลมพัดยอดสนให้ไหว “ชู่ว์—ชู่ว์” เป็เสียงของป่าที่—คืนนั้น—ไม่ไล่คนสองคนออกไป แต่อุ้มพวกเขาไว้ในอ้อมแขนเย็นใสของแสงจันทร์ ไกลออกไปมีเสียงน้ำจากธารเล็กไหลผ่านหิน—ไม่เร่งร้อน ไม่ช้าจนน่าใจหาย—พอดีกับการเต้นของหัวใจที่ค่อย ๆ กลับมาสงบ
ก่อนหลับอีกครั้ง ไครอสคิดถึงพรุ่งนี้—ไม่ใช่ในแบบวีรบุรุษ หากในแบบเด็กที่ตื่นมาอยากกินอะไรอุ่น ๆ สักอย่าง “รุ่งเช้า…เราจะหาเกาลัดได้ไหม” เขาถามง่วง ๆ “ข้าจำได้ว่าต้นเมื่อคราวก่อนอยู่ไม่ไกล”
“ลองดู” อัครอสตอบ “แต่เ้าต้องรับปากว่าจะกินของตัวเองให้หมดก่อนค่อยแบ่งข้า” เขาหยอกเบา ๆ
“ไม่ได้หรอก” ไครอสส่ายหน้า ทั้งที่ตาปิดครึ่งหนึ่ง “เราต้องแบ่งกันเสมอ”
ผู้เฒ่าหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ทำให้ป่าดูไม่กว้างจนเกินไป เขาเอนศีรษะพิงต้นไม้ หลับตาลง ปล่อยให้แสงจันทร์ล้างคราบควันและความกังวลออกจากรอยย่นทีละรอย
คืนนั้นไม่มีพิธีคาถา ไม่มีศึก ไม่มีสายฟ้า มีเพียงเด็กชายวัย 7 ขวบ กับชายชราที่หอบโลกทั้งใบไว้ในมือข้างหนึ่ง และกำมืออีกข้างให้แน่นพอจะพาเด็กคนนั้นผ่านความมืดไปได้
เมื่อเงียบพอ ที่ปลายลมเหมือนมีเสียงสตรีดังแ่—เบาจนแทบเป็ความคิดไปเอง—ลูกของแม่…
ไครอสไม่ลืมตา เขาเพียงยิ้ม—ยิ้มที่มีทั้งความคิดถึงและความเชื่อ—แล้วปล่อยให้ความฝันพาเขากลับไปยังที่ที่แสงจันทร์เริ่มต้น