หน้าทางเข้าวังเต็มไปด้วยรถม้าของคนสกุลใหญ่ ที่พาบุตรหลานในสกุลออกมาร่วมงานเลี้ยงในครั้งนี้ เทียบเชิญที่ได้รับแม้จะเป็นเทียบเชิญต้อนรับบุคคลที่มีนามไม่คุ้นหู ทว่าจะมีผู้ใดสนกันล่ะ
เซี่ยซูเหยาชะเง้อมองรถม้าคันแล้วคันเล่าที่บังคับผ่านหน้าไป ก่อนหน้านี้แม่ทัพเสวี่ยเป็นคนพาพวกนางมาที่นี่ ก่อนจะสั่งให้รอและเดินหายไปด้านใน
ใบหน้าเล็กถูกแต้มไปด้วยชาดสีที่เสด็จลุงส่งคนไปแต่งตัวให้นาง แม้ยืนยันที่จะจัดการเองทว่านางกำนัลที่ถูกส่งมาไม่ยอม ศีรษะของนางประดับไปด้วยของมีค่ายกเว้นปิ่นที่นางยังไม่สามารถใช้ได้
“เฮ้อ”
เซี่ยซูเหยียนถูกจับแยกไปนั่งอีกรถม้าที่ตามกันมา แม่ทัพเสวี่ยกล่าวว่าถึงพวกนางจะเป็นพี่น้องท้องเดียวกัน ทว่าบุรุษและสตรีไม่ควรใกล้ชิดกันอยู่ดี
พวกนางมาตั้งแต่ปลายยามโหย่วจนกระทั่งกลางยามซวีก็ยังไม่ได้เข้าไปในงาน โชคดีที่อากาศไม่ได้ร้อนและอากาศด้านในถ่ายเทสะดวก นางจึงไม่ได้บ่น
“คุณหนูเซี่ย” เสียงเรียกไม่ดังทว่าก็ไม่ได้เบาเอ่ยเรียกอยู่ข้างรถม้า เป็นเสียงของแม่ทัพเสวี่ย
“ท่านแม่ทัพ” หลิวซิ่นเลิกม่านขึ้นเล็กน้อยเพื่อให้เห็นคนมาใหม่ แม่ทัพเสวี่ยอยู่ข้างรถม้าสาวมอาภรณ์สีดำเข้มยืนไขว่หลังรออยู่ เมื่อเห็นเช่นนั้นหลิวซิ่นจึงประครองคุณหนูของตนลงรถม้า
“อาเหยา!”
เสวี่ยอ้ายที่ไม่รู้ว่าเดินตามบิดามาตั้งแต่เมื่อไหร่เอ่ยเรียกสหายที่ลงจากรถม้า นางรีบวิ่งมากอดสหายที่ไม่สนว่าจะถูกใครมองท่ามกลางคนในงาน
“เสี่ยวอ้าย” เซี่ยซูเหยายิ้มกว้างเมื่อเห็นสหาย ภายในใจที่หนักอึ้งกับการมางานเลี้ยงครั้งแรกลดลงไปได้มาก เมื่อเห็นสหาย พร้อมกับพี่ชายที่เดินมาหยุดข้าง ๆ
“ตามมา”
แม่ทัพเสวี่ยส่ายหน้าให้บุตรสาวอย่างระอา จึงเอ่ยเรียกให้ทั้งหมดเดินตาม วันนี้ฮูหยินรองเสวี่ยพาเหล่าคุณชาย คุณหนูสกุลเสวี่ยออกงานแทนฮูหยินใหญ่ที่เพิ่งจะเริ่มหายดีจากอาการป่วย แม่ทัพเสวี่ยรู้ดีว่าบุตรสาวคนโตไม่ถูกกับบุตรสาวคนรองจึงไม่ได้ดุนางที่เดินแยกออกจากฮูหยินรอง ส่วนท่านปู่ของนางอยู่กับสหายจึงไม่เหมาะหากนางจะเดินตาม
เซี่ยซูเหยาถูกเสวี่ยอ้ายดึงแขนให้เดินตามแม่ทัพเสวี่ยไป ใบหน้าเล็กก้มงุดลงพื้นเมื่อถูกคนมอง กล่าวได้ว่าวันนี้คนเยอะมาก เป็นร้อย ๆ คนเลยก็ว่าได้
บรรยากาศภายในงานมีเพียงเสียงบทสนทนา เสด็จลุงคงยังไม่เปิดงานเพราะนางเห็นนักดนตรีกำลังเตรียมของอยู่ คุณหนูสกุลใหญ่พวกนี้ช่างน่าจิ้มตายิ่งนัก ไม่เคยเห็นคนหรืออย่างไรถึงเหลียวมอง
“อีกสักพักฝ่าบาทจะเสด็จมา พวกเจ้าทั้งสองไปนั่งรอกับเสด็จอาของพวกเจ้าก่อน” แม่ทัพเสวี่ยกล่าว
ด้านนอกท้องพระโรงมีเหล่าคุณหนู คุณชาย หลายสกุลต่างยืนและนั่งสนทนากันอย่างขบขัน ส่วนด้านในจัดไว้สำหรับเชื้อพระวงศ์ ขุนนาง และเหล่าฮูหยินที่ติดตามสามีมา
‘อวิ๋นเสียนเฟยเสด็จจจจจ’
ขบวนหนึ่งในพระสนมขั้นเฟยเสด็จเข้าไปในท้องพระโรง เซี่ยซูเหยามองเงียบ ๆ พร้อมเก็บรายละเอียด พระสนมอวิ๋นผู้นี้หน้าตางดงามมาก ซึ่งก็ไม่ได้แปลกใจเพราะพระสนมทุกพระองค์ล้วนมีหน้าตาที่งดงาม เพียงแต่ว่าพระสนมอวิ๋นมีใบหน้าที่อ่อนโยนกว่าอายุมาก
ระหว่างแต่งตัวนางได้ลอบสอบถามนางกำนัลว่าพระสนมตำแหน่งใหญ่หรือเชื้อพระวงศ์ที่สำคัญมีผู้ใดบ้าง สิ่งที่น่าตกใจก็คือเสด็จลุงมีลูกถึงสิบสองคน! ซึ่งก็ยังถือว่าน้อยหากเทียบกับฮ่องเต้พระองค์ก่อน ๆ
ทว่าจากที่นางกำนัลเล่าให้ฟัง เสด็จตาของนางที่ยามนั้นยังเป็นเพียงองค์รัชทายาท มีโอรสธิดารวมสิบพระองค์ หากยังมีชีวิตอยู่และขึ้นครองราชย์ คงมีเพิ่มขึ้นอีกหลายพระองค์
ส่วนเสด็จอาทั้งสองยังไม่มีพระชายาข้างกาย และผู้เป็นฮ่องเต้ก็ไม่ได้บังคับ ทว่าก็มีพระชายารอง และอนุในตำหนักบ้าง ซึ่งส่วนมากก็ล้วนเป็นบุตรหลานขุนนางที่ส่งเข้าตำหนัก
“ท่านพ่อ ข้าอยากอยู่กับอาเหยาเจ้าค่ะ”
แม้จะงง ๆ ไปบ้างที่สหายต้องไปนั่งในที่นั่งของเชื้อพระวงศ์ ทว่านางไม่ได้เจอสหายหลายเดือนแล้ว อีกอย่างนางก็เป็นหลานสาวผู้หนึ่งของเสด็จอา
แม่ทัพเสวี่ยมองบุตรสาวที่เข้ามาออดอ้อน น้อยครั้งที่นางจะเป็นเช่นนี้ ซึ่งมันก็เป็นจุดอ่อนที่เสวี่ยอ้ายชอบใช้ต่อรองกับเขา ทว่างานเลี้ยงวันนี้เสวี่ยอ้ายจะถูกจับตามองหากอยู่กับเด็กสาว
“ได้ อย่าสร้างปัญหาก็แล้วกัน” ต่อให้เขาปฏิเสธนางก็จะไปขอท่านปู่ของนาง และเขาก็คงถูกต่อว่าที่ทำให้หลานรักเสียใจ
“เจ้าค่ะ!”
เซี่ยซูเหยียน เซี่ยซูเหยาและเสวี่ยอ้ายเดินตามแม่ทัพเสวี่ยไปยังที่นั่งที่ถูกจัดเตรียมไว้ มันเป็นในส่วนของเชื้อพระวงศ์ผู้อาวุโส หรือกล่าวง่าย ๆ ก็คือมีเพียงเสด็จอาทั้งสองที่นั่งอยู่ มันอยู่ใกล้กับบังลังก์มังกรของเสด็จลุง
“เสด็จอา”
“เสด็จอา”
“ถวายพระพรชินอ๋อง ถวายพระพรจวิ้นอ๋องเพคะ” เสวี่ยอ้ายที่ได้รับการสอนสั่งจากมารดารีบทำความเคารพผู้มีตำแหน่งเป็นอนุชาของฮ่องเต้ทั้งสอง
“คุณหนูเสวี่ยตามเหยาเอ๋อร์มาหรือ”
“เพคะ”
“มา ๆ อาเหยาหลานไปนั่งตรงนั้นกับคุณหนูเสวี่ยก็แล้วกัน อาเหยียนก็มานี่” จวิ้นอ๋องเอ่ยสั่งการณ์
บริเวณที่นั่งเชื้อพระวงศ์สำคัญถูกจับตามองทันทีที่มีเด็กทั้งสามคนรวมอยู่ด้วย แม้แต่องค์ชายใหญ่ องค์ชายรอง องค์ชายพระองค์สำคัญหรือองค์ชายที่กำเนิดจากฮองเฮายังไม่เคยได้นั่ง! อีกอย่างที่นั่งตรงนั้นก็เป็นของบุรุษ เด็กชายพวกเขาไม่แปลกใจทว่ามีเด็กสาวและคุณหนูเสวี่ยนั่งอยู่!
‘หม่าเจาอี๋เสด็จ’
'องค์หญิงสี่โจวลี่หว่าเสด็จ'
เสียงขานดังต่อเนื่องเมื่อเหล่าเชื้อพระวงศ์เสด็จมาถึง เซี่ยซูเหยาเหลือบมองเป็นระยะ ๆ เพื่อไม่ให้ตัวนางจำสลับคน แม้จะถูกมองกลับบ้างเพราะอยู่ในที่นั่งสำคัญ ทว่าก็ยังไม่ผู้ใดกล้าหาเรื่องนาง
หืม มาถึงแล้วสินะ
‘องค์หญิงใหญ่เย่ฉางหลินเสด็จ’
จบคำขานมีหลายคนที่ลุกขึ้นทำความเคารพ พระสนมบางพระองค์พวกเขาอาจทำเป็นไม่สนใจได้ ทว่าองค์หญิงใหญ่เป็นธิดาของฮองเฮาที่เลื่องชื่อ
เท้าที่กำลังก้าวเดินไปยังตำแหน่งที่นั่งหยุดชะงักเมื่อมองเห็นบางอย่าง องค์หญิงใหญ่เปลี่ยนเส้นทางที่กำลังจะไป มาหยุดยังที่นั่งของเสด็จอาทั้งสองที่มีคนแปลกหน้านั่งรวมอยู่
“เย่ฉางหลินถวายพระพรเสด็จอาทั้งสองเพคะ”
ท่าทางองค์หญิงใหญ่ช่างอ่อนช้อยขัดกับสีหน้าเสียจริง เซี่ยซูเหยาไม่ได้ลุกขึ้นทำความเคารพอีกฝ่าย ก็เสด็จอากล่าวว่าไม่ต้องลุกนี่หากมีผู้ใดเสด็จเข้ามา
“อืม”
“องค์หญิงใหญ่”
เดิมทีก็มองข้ามอาอย่างพวกเขามาตลอดมิใช่หรือ เหตุใดจึงเข้ามาทักทายได้เล่า ทว่าเพื่อไม่ให้องค์หญิงเสียหน้า ชินอ๋อง จวิ้นอ๋องจึงต้องพูดคุยกับนาง
‘ลี่กุ้ยเฟย องค์ชายรอง องค์ชายห้า องค์หญิงสามเสด็จ’
ทว่ายังไม่ทันได้สนทนากันต่อก็ต้องหันไปทำความเคารพพระสนมลี่กุ้ยเฟยที่เป็นรองเพียงฮองเฮา ด้านหลังของพระนางยังปรากฎโอรสธิดาสามพระองค์
“ถวายพระพรพ่ะย่ะค่ะ/เพคะ พระสนม” แม้แต่เซี่ยซูเหยา เซี่ยซูเหยียนยังต้องลุกขึ้นตามเสด็จอา
“เชิญพวกท่านตามสบาย”
“ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ/เพคะ”
เหตุการณ์กลับมาเป็นปกติอีกครั้งหลังลี่กุ้ยเฟยนั่งลง องค์หญิงใหญ่ขอตัวกลับไปนั่งเนื่องจากใกล้ถึงเวลา เสด็จอากระซิบบอกนางว่าให้ทำความเคารพเพียงพระสนมระดับสูง หรือหากพระองค์ยืนค่อยทำความเคารพ
“ฮ่องเต้เสด็จ”
ขบวนขนาดใหญ่ของโอรสสวรรค์มาหยุดยังหน้าท้องพระโรง ขันทีรีบขานเพื่อบอกให้เหล่าขุนนางข้างในรับรู้ ข้างกายของโอรสสวรรค์มีหงส์เคียงบังลังก์อย่างเย่ฮองเฮาเดินเคียงข้าง ด้านหลังมีองค์หญิง พระสนมยศน้อย ยศใหญ่ที่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมงานเลี้ยงในวันนี้
“ถวายบังคมพ่ะย่ะค่ะ/เพคะ ฝ่าบาท ทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นหมื่นปี”
ขุนนาง ฮูหยิน และเชื้อพระวงศ์ที่อยู่ในท้องพระโรงต่างคุกเข่าคำนับโอรสสวรรค์ ไม่เว้นแม้กระทั่งอนุชาทั้งสองของพระองค์ หากอยู่เพียงคนสนิท ชินอ๋อง จวิ้นอ๋อง อาจไม่ต้องทำความเคารพ ทว่ายามอยู่ต่อหน้าผู้คนย่อมไม่อาจทำได้
“ตามสบายเถิด”
ฮ่องเต้หมิงหลงอันกวาดสายตาไปทั่วท้องพระโรงก่อนจะหยุดที่หลานชายหญิงทั้งสองคนที่มองมา เมื่อมองจนพอใจจึงเดินนำขบวนเข้าไปประทับที่นั่ง
“กงกง”
“พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท”
ทั่วท้องพระโรงนิ่งเงียบเมื่อในมือของคนสนิทฮ่องเต้ถือราชโองการหลายฉบับ ขุนนางต่างซุบซิบกันไปมา ทว่าผู้มีตำแหน่งสำคัญหรือก็คือหนึ่งในคนที่ร่วมภารกิจตามหาท่านหญิงต่างรับรู้รื่องนี้บ้างแล้ว
“ท่านหญิงหมิงเมี่ยวผิงรับราชโองการ! ท่านหญิงเมี่ยวผิงมีรูปโฉมงดงาม กริยาเพียบพร้อม มีคุณธรรม ทรงเป็นพระขนิษฐาที่รักของฝ่าบาท แต่งตั้งเป็นองค์หญิงเจิ้นกั๋วหมิงเมี่ยวผิงจ่างกงจู่ พระราชทานเครื่องประดับอันได้แก่ปิ่นซินไห่หลางที่ได้รับจากแคว้นหลงสิบหีบ ไข่มุกอินทนิลหนึ่งหีบ เครื่องประดับอื่น ๆ สิบหีบ ผ้าไหมเหลียงอี้ยี่สิบหีบ เงินยี่สิบหีบ ทองคำสิบหีบ ผ้ายี่สิบพับ องครักษ์จำนวนหนึ่งพันนาย ประทับตำหนักวังบูรพาจนกว่าจะมีรัชทายาท! ทว่าบัดนี้องค์หญิงเจิ้นกั๋วทรงสวรรคตแล้ว คุณชายเซี่ย คุณหนูเซี่ย ผู้เป็นทายาทขององค์หญิงเชิญรับราชโองการแทน” เสียงขานดังทั่วท้องพระโรงอย่างทั่วถึง
เสียงฮือฮาดังขึ้นเมื่อได้ยินชื่อเชื้อพระวงศ์หญิงจากองค์รัชทายาทพระองค์ก่อน ที่หลายคนต่างคาดหวังให้มีชีวิตอยู่เสียชีวิตลงแล้ว อีกทั้งยังได้รับตำแหน่งเชื้อพระวงศ์หญิงขั้นหนึ่ง มีศักดิ์เทียบเท่าชินอ๋องพร้อมทั้งประทับที่ตำหนักวังบูรพา
“กระหม่อมเซี่ยซูเหยียน บุตรชายขององค์หญิงเจิ้นกั๋วหมิงเมี่ยวผิงจ่างกงจู่รับราชโองการพ่ะย่ะค่ะ”
เซี่ยซูเหยียนกล่าวพลางพาน้องสาวคุกเข่ารับราชโองการ ต้องขอบคุณเสด็จอาที่กระซิบบอกเขาเมื่อครู่ ไม่เช่นนั้นเขาและน้องสาวแย่แน่ ไม่รู้ว่าเสด็จลุง เสด็จอาปรึกษาเรื่องนี้ร่วมกันหรือไม่ เสด็จอาถึงได้เกริ่นบอกเขาคร่าว ๆ
‘หาาา ท่านหญิง เอ้ย องค์หญิงเจิ้นกั๋วสวรรคตแล้ว!’
‘องค์หญิงสวรรคตแล้วเหตุใดจึงรู้เล่าว่านี่คือทายาทขององค์หญิง’
‘เจ้าโง่หรือเจ้าโง่กันแน่ ใบหน้าของนางคล้ายองค์หญิงเจิ้นกั่วถึงเก้าส่วน!’
‘ก็ข้าไม่เคยเจอนี่’
เซี่ยซูเหยาแทบหลุดขำเมื่อได้ยินขุนนางที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ กระซิบถามกัน นางอยากกล่าว่าถ้าจะกระซิบแบบนี้ พูดออกมาเลยดีกว่า ขุนนางรอบข้างต่างหันมองแล้ว
“พระองค์เจอน้องสาวแล้วหรือเพคะ!”
น้ำเสียงตกใจป่นยินดีของเย่ฮองเฮากล่าวขึ้นกับคนข้างกาย บนตักมีองค์ชายน้อยหมิงเฟิ่งหลง หากพระนางสังเกตอีกนิดคงจะเห็นแววตาเยือกเย็นของอีกฝ่าย
“น่าเสียดายที่นางกลับมาไม่ได้”
ผู้ใดต่างก็รู้ว่าฮ่องเต้รักขนิษฐาพระองค์นี้มาก ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมายังส่งคนออกตามหา และเชื่อว่าองค์หญิงเจิ้นกั่วยังมีชีวิตอยู่ ทว่าช่างน่าเสียดาย
“กงกง กล่าวต่อ” เสียงเข้มเอ่ยสั่งพลางมองหลาน ๆ ตรงหน้าด้วยความรัก
“คุณหนูใหญ่เซี่ยซูเจี๋ยรับราชโองการ! บุตรสาวคนโตขององค์หญิงเจิ้นกั๋วหมิงเมี่ยวผิงจ่างกงจู่รับตำแหน่งท่านหญิงจวิ้นจู่ พระราชทานทินนามหมิงเมี่ยวลี่ เป็นจวิ้นจู่หมิงเมี่ยวลี่ พระราชทานผ้าหนึ่งร้อยพับ เครื่องประดับอันได้แก่ไข่มุกเจ็ดหีบ ทับทิมสามหีบ ปิ่นสิบหีบและยังมีเครื่องประดับอื่น ๆ อีกยี่สิบหีบ ทองคำสามหีบ เงินยี่สิบหีบ องครักษ์หนึ่งพันนาย ประทับวังบูรพาแทนมารดา! ทว่าจวิ้นจู่ติดภารกิจให้น้องสาวรับแทน จบราชโองการ!”
“คุณชายใหญ่เซี่ยซูเหยียนรับราชโองการ! บุตรชายคนรองขององค์หญิงเจิ้นกั๋วหมิงเมี่ยวผิงจ่างกงจู่รับตำแหน่งซื่อจื่อ จนกว่าอายุจะครบยี่สิบ เมื่ออายุครบยี่สิบรับตำแหน่งอ๋องขั้นสาม! พระราชทินนามหมิงซูเหยียน เป็นซื่อจื่อหมิงซูเหยียน พระราชทานตำราพิชัยสงครามสามหีบ อาวุธเจ็ดหีบ ม้าเฮยนิลยี่สิบตัว ทองคำยี่สิบหีบ เงินสิบหีบ องครักษ์สามพันนาย ประทับตำหนักวังบูรพาแทนมารดา จบราชโองการ!”
“คุณหนูรองเซี่ยซูเหยารับราชโองการ! บุตรสาวคนรองขององค์หญิงเจิ้นกั๋วหมิงเมี่ยวผิงจ่างกงจู่รับตำแหน่งท่านหญิงจวิ้นจู่ พระราชทินนามหมิงเมี่ยวซือ เป็นจวิ้นจู่หมิงเมี่ยวซือ พระราชทานผ้าหนึ่งร้อยพับ เครื่องประดับอันได้แก่ไข่มุขเจ็ดหีบ ทับทิมสามหีบ ปิ่นสิบหีบและยังมีเครื่องประดับอื่น ๆ อีกยี่สิบหีบ ทองคำสามหีบ เงินยี่สิบหีบ องครักษ์หนึ่งพันนาย ประทับวังบูรพาแทนมารดา จบราชโองการ!”
“หม่อมฉันเซี่ยซูเหยารับราชโองการแทนพี่สาวตามราชโองการเพคะ ขอฝ่าบาททรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นหมื่นปี”
“กระหม่อมเซี่ยซูเหยียนรับราชโองการพ่ะย่ะค่ะ ขอฝ่าบาททรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นหมื่นปี”
“หม่อมฉันเซี่ยซูเหยารับราชโองการเพคะ ขอฝ่าทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นหมื่นปี”
ขุนนางหลายฝ่ายต่างหันไปสนทนากันอย่างออกรส องค์หญิงเจิ้นกั่วคือตำหน่งเทียบเท่าชินอ๋อง ฝ่าบาทกลับแต่งตั้งให้ขนิษฐาที่เสียชีวิตไปแล้ว ทั้ง ๆ ที่หลายฝ่ายต่างคาดเดากันว่าผู้ที่จะได้ตำแหน่งนี้ก็คือองค์ใหญ่ใหญ่
“ราชโองการ!”
เสียงขานราชโองการดังขึ้นไม่ได้หยุดพัก หลังจากกล่าวราชโองการฉบับสำคัญทั้งสี่ฉบับเสร็จ ก็หันไปกล่าวราชโองการต่อ หนึ่งในราชโองการนั้นเป็นรางวัลตอบแทนและปูนบำเหน็จทหารกล้าทีาสละชีพ
มือเรียวภายใต้แขนเสื้อขย้ำเสื้อแน่น พวกมันเป็นผู้ใดกันถึงมารับตำแหน่งที่นางต้องการ! องค์หญิงเจิ้นกั่วผู้นั้นจะตายก็ยังทิ้งตัวแทนเอาไว้อีก