นักท่องเที่ยวที่จะพักในเต็นท์ตอนแรกเมื่อรู้ว่ารีสอร์ตเต็มแล้ว พวกเขาต่างก็พากันถอดใจ คิดว่าคืนนี้คงไม่มีที่พักแน่ๆ จนบอกกับผู้จัดการไร่ไปว่า ขอนอนที่ศาลารับรองนักท่องเที่ยวก็ได้ แต่หลังจากนั้นผู้จัดการไร่ก็มาบอกว่า จะเปิดลานกางเต็นท์ให้ และยังมีเต็นท์ไว้คอยบริการด้วย ส่วนราคาที่พักพวกเขาไม่ได้มีปัญหาอะไร
การเดินทางไปที่ลานกางเต็นท์พนักงานพานักท่องเที่ยวนั่งรถรางไป ทุกคนต่างก็พากันตื่นเต้นไปกับบรรยากาศของไร่ชาที่เขียวขจี ไปไกลสุดลูกหูลูกตา ต้นชาเรียงตัวกันเหมือนขั้นบันได ที่ค่อย ๆ ลดหลั่นกันไป
และยังมีดอกพญาเสือโคร่งที่ออกดอกสีขาวอมชมพูอยู่เต็มต้น ยาวไปตลอดแนวถนนเส้นนี้ช่างเป็ภาพที่สวยงามเหลือเกิน เหมือนหลุดเข้ามาในอีกโลกหนึ่งเลยก็ว่าได้
เมื่อรถรางผ่านที่พักรีสอร์ตแขกก็ได้ยินเสียงน้ำตก ทุกคนต่างคิดในใจว่า เมื่อเก็บของเสร็จแล้ว จะพากันมาที่น้ำตกอย่างแน่นอน
รถรางเคลื่อนตัวไปตามทางดินเมื่อผ่านรีสอร์ตหลังสุดท้าย ขึ้นไปบนเนินเขาที่ระยะทางประมาณ 200 เมตรเมื่อมาถึงทุกคนก็พบกับลานกว้าง ที่มีพื้นที่ประมาณ 5 ไร่ มีเต็นท์กางไว้รอพวกเขาแล้ว
พนักงานชายที่ขับรถรางขึ้นมาส่งนักท่องเที่ยวก็บอกกฎที่ต้องปฏิบัติตาม
“นักท่องเที่ยวทุกท่านครับตอนเย็นเราจะมีอาหารมาเสิร์ฟให้ถึงบนนี้เลย ทุกท่านสามารถไปนั่งทานอาหาร ที่เต็นท์ผ้าใบตรงนั้นได้เลยนะครับส่วนอาหารเช้าก็เหมือนกัน ส่วนการเข้าห้องน้ำ ให้ทุกคนไปเข้าห้องน้ำ และอาบน้ำที่ข้างศาลารองรับนักท่องเที่ยวก่อนนะครับ”พนักงานอธิบาย
“ส่วนน้ำตก ก็สามารถไปเที่ยวชมหรือลงเล่นน้ำได้ครับ เรามีเสื้อชูชีพไว้ให้บริการด้วย ส่วนเื่ไฟฟ้า เราจะทำการดับไฟบางดวงในตอนห้าทุ่มนะครับและเผื่อใครหลาย ๆ คนอยากจะดูดาว ผมขอบอกเลยนะครับว่า ลานกางเต็นท์แห่งนี้ เป็จุดดูดาวที่สวยมากๆ ครับ จนได้ชื่อว่า ลานนับดาว” พนักงานพูดตามที่ได้รับข้อมูลมา
“และคนที่มาวันนี้ คือนักท่องเที่ยวกลุ่มแรกที่จะได้ัับรรยากาศและความสวยงามเ่าั้ ผมหวังว่าทุกท่านจะประทับใจนะครับ และสุดท้ายหากใครจะไปเข้าห้องน้ำเดี๋ยวผมจะให้พนักงาน นำรถกอล์ฟมาคอยให้บริการครับถ้าใครขับเป็ก็สามารถขับไปเองได้เลยครับ แต่ขอให้ขับด้วยความระมัดระวังและปลอดภัยนะครับ”เพราะห้องน้ำอยู่ไกล จึงต้องมีรถมาให้บริการนักท่องเที่ยว
“เชิญทุกคนตามอัธยาศัยครับขาดเหลืออะไร ผมอยู่ที่เต็นท์นี้นะครับ เบอร์โทรผมห้อยอยู่ที่เต็นท์แล้ว”พนักงานชี้ไปที่เต็นท์ ที่ใช้นอนในคืนนี้ของตน
เบียร์หลังจากที่อธิบายกฎต่างๆ ที่เ้าของไร่ได้บอกไว้ ให้กับนักท่องเที่ยวฟัง ก็เตรียมตัวขับรถรางไปเก็บที่โรงรถั้แ่ที่เขาได้มาทำงานที่ไร่นี้ และได้ดาวคอยฝึกสอนการพูดกับนักท่องเที่ยวทำให้เขามีทักษะในการพูดมากขึ้น และคืนนี้เขาก็ต้องมานอนเฝ้านักท่องเที่ยว ที่ลานกางเต็นท์ด้วยค่าแรงเขาก็จะได้เพิ่มอีก สิ้นเดือนมาจะได้มีเงินไปใช้จ่ายมากขึ้น
คืนนั้นนักท่องเที่ยวที่นอนกางเต็นท์ต่างออกมาดูดาวกัน ถึงแม้ว่าอากาศจะหนาว แต่ก็ไม่เป็อุปสรรคมากนักเพราะตอนนี้พวกเขา ถูกดวงดาราบนท้องฟ้าดึงดูดไปหมดแล้ว
แสงดาวระยิบระยับเต็มท้องฟ้าไปหมดมีทางช้างเผือกด้วย บางคนก็ตั้งกล้องถ่ายรูป บางคนก็กินเครื่องดื่มอุ่น ๆเพื่อคลายความหนาวเย็น
“เรามาลองนับดาวกันไหม?” ไพลินนักท่องเที่ยวสาวพูดชวนเพื่อนของเธอ
“ได้สิที่นี่ชื่อลานนับดาวใช่ไหม? ก็แสดงว่าให้นับดาว” ซอนญ่าตอบตกลง
“อือ มาลองกันห้ามนับซ้ำนะแก เดี๋ยวพรไม่สมปรารถนา” ไพลินพูดแหย่เพื่อน
“แล้วฉันจะจำได้ไหมเนี่ยแกเหมือนกันไปหมด” ซอนญ่าบ่นออกมา
แล้วทั้งสองสาว ก็นำเสื่อออกมาปูที่หน้าเต็นท์แล้วนอนลงค่อย ๆ นับดาวบนท้องฟ้าไปทีละดวง ทีละดวง
“หนึ่ง สอง สาม สี่ห้า...สี่สิบห้า สี่สิบหก...เจ็ดสิบแปด เจ็ดสิบเก้า...เก้าสิบเก้า หนึ่งร้อย”ไม่รู้ว่าเป็เหตุบังเอิญหรือเปล่า หลังจากที่ไพลินนับดาวครบหนึ่งร้อยดวงแล้วก็มีดาวตกทันที หญิงสาวจึงรีบทำการขอพร
‘ขอให้เธอกับตั้มคบกัน เป็แฟนกัน สาธุ’
ส่วนซอนญ่าเมื่อเธอนับดาวครบหนึ่งร้อยดวง ก็เห็นดาวตกเหมือนกัน จึงขอพรทันที
‘ขอให้ช่องยูที (UT) ของหนู มีผู้ติดตามเยอะ ๆ สักสี่แสน ห้าแสน ด้วยเถอะค่ะ’ ซอนญ่าขอพรนี้เพราะเธอทำคลิปวิดีโอ ลงช่องในแอปพลิเคชันยูที (UT)แต่ผู้ติดตามมีไม่ถึง 2,000 คนเลย
เมื่อสองสาวกลับไปและพรที่ขอก็เกิดขึ้นจริง ทำให้ลานนับดาวแห่งนี้ กลายเป็เื่เล่าขานในอินเทอร์เน็ตว่าหากอยากขอพรอะไร ให้มานับดาวที่ลานกางเต็นท์นี้ นับให้ถึงหนึ่งร้อยดวงพอครบแล้วจะมีดาวตก หลังจากนั้น ให้ทำการขอพรได้ พรที่ขอจะเป็จริงทุกประการ
แต่ถ้านับครบหนึ่งร้อยดวงแล้วไม่มีดาวตก นั่นแสดงว่า นับดาวดวงเดิมซ้ำกับที่นับไปแล้ว ให้มาทำการนับดาวใหม่ในคืนถัดไป
แต่ก็มีชาวเน็ตมากมายที่ถกเถียงกันว่า‘จะขอพรได้ทุกข้อยังไง? หากขอเื่ไม่ดี แล้วสมหวังไม่แย่เหรอ’
บางคนก็บอกว่า ‘ท่านเทพก็คงไม่ให้พรสมหวังหรอกต้องเป็เื่ที่ดีสิ ถึงจะให้สมหวัง’
บางคนก็บอกว่า ‘เป็เื่ที่คิดไปเองแค่บังเอิญที่เื่ที่ขอ เป็จริงก็แค่นั้น’
บางคนก็บอกว่า ‘ต้องเดินทางไปลองบ้างแล้วเพื่อพิสูจน์ความจริง’
ดาวเช็กดูในเพจของไร่เคียงดาวมีนักท่องเที่ยวเข้ามารีวิวเกี่ยวกับลานกางเต็นท์พอสมควร
ชาว V4 1 : บรรยากาศดีและสวยมาก ๆ เลยค่ะ
ชาว V4 2: นี่คือรูปที่ผมถ่ายมาครับ [แนบรูปท้องฟ้าที่มีดวงดาวเต็มไปหมด]
ชาว V4 3: อาหารอร่อยมากครับ
ชาว V4 4: เต็นท์ใหญ่และแข็งแรงมากค่ะ มีที่นอนให้ด้วย
ชาว V4 5: เ้าของไร่โปรดสร้างห้องน้ำ ใกล้ลานกางเต็นท์ที Please
ชาว V4 6: ประทับใจมากครับ มีโอกาสจะกลับไปอีก
ชาว V4 7: เื่ที่ขอพร ก็เกิดขึ้นจริงแล้วค่ะ ขอบคุณ ลานนับดาว
ชาว V4 8: ขอพรอะไร? บอกหน่อยค่ะ?
ชาว V4 9: พรเป็จริงแล้ว ขอบคุณ ลานนับดาว
ชาว V4 10 : ฮึ่ย! มาตอบก่อน พรอะไร? ขอที่ไหน?
ชาว V4 11 : ตอบทีเถอะจ้า! อยากรู้?
และข้อความอื่น ๆอีกมาก
เมื่อดาวได้อ่านข้อความของนักท่องเที่ยวที่เกี่ยวกับการขอพร ก็นึกแปลกใจ แต่ก็ไม่เก็บมาคิดมาก จึงไม่ได้สนใจเท่าไหร่
ดึงดึ่งดึ้ง ๆดึงดึ่งดึ้ง ๆ
เสียงเรียกเข้าโทรศัพท์ดังดาวดูว่าเป็ใครที่โทรมา ก็กดรับสายทันที
“ฮัลโหลครับ”
[อืม เธอยุ่งอยู่หรือเปล่า?] หยางถาม
“ไม่ยุ่งครับคุยได้”
[ฉันจะโทรมาบอกเธอว่า ฉันส่งผักของเธอไปตรวจหาสารอาหารแล้วผลปรากฏว่า ผักเ่าั้มีสารอาหารมากกว่าผักทั่วไปถึงสิบเท่าและมีสรรพคุณทางยาอีกด้วย เธออยากให้ฉันออกใบรับรอง และเผยแพร่ข่าวนี้ออกไปไหม?]หยางอยากถามความสมัครใจของเด็กหนุ่ม
“อย่าเลยครับผมไม่อยากเป็จุดสนใจเท่าไหร่ ผมแค่ชอบปลูกผัก ไม่ได้อยากเป็คนดังผมขอใช้ชีวิตแบบสงบดีกว่าครับ”
ดาวรู้อยู่แล้วว่า ผักที่ถูกรดด้วยน้ำวารีทิพย์นั้นมีคุณประโยชน์มาก แต่ดาวก็ยังเลือกที่จะใช้น้ำวารีทิพย์ เพราะเขา้าให้คนกิน มีสุขภาพดีและได้กินผักผลไม้ที่อร่อย นี่คือสิ่งที่เขาพอจะแบ่งปันความสุขเล็ก ๆ นี้ ให้คนทั่วไปบ้างเท่านั้น
[ถ้าเธอว่าอย่างนั้นฉันก็จะเก็บเื่นี้ไว้] หากเด็กหนุ่มไม่้าให้ใครรู้เขาก็จะไม่เผยแพร่เื่นี้ออกไป
[ตอนนี้ผักของไร่เธอหมดแล้วนะเมื่อไหร่ถึงจะส่งรอบต่อไปได้?]
“อีกประมาณหนึ่งสัปดาห์ครับทำไมหมดเร็วจัง?” ดาวสงสัย
[ก็ผักของเธอคุณภาพดีน่ะสิเลยขายหมดเร็ว]
“รออีกหนึ่งสัปดาห์นะครับถึงพร้อมเก็บผัก แล้วผมจะส่งข้อความไปบอก”
[เธอโทรมาก็ได้ ฉันรับสายได้ตลอด]
“อ๋อ ก็ได้ครับ”
[แล้วนี่ไม่คิดที่จะมาเที่ยวเมืองหลวงบ้างเหรอ?] หยางถามเผื่อดาวอยากมา เขาจะได้ให้เด็กหนุ่มมาพักที่บ้าน
“ตอนนี้ที่ไร่ยุ่งมากเลยครับผมไปไหนไม่ได้เลย แต่ถ้ามีโอกาสก็อยากลองไปเมืองหลวงดูครับ” ดาวคิดว่าสักวัน ต้องไปเปิดหูเปิดตาที่เมืองหลวงให้ได้
[ถ้าจะมาก็บอกนะ ฉันจะเตรียมที่พักไว้ให้]
“เกรงใจจังแต่ก็ขอบคุณมากครับ”
[งั้น ฉันวางสายแล้วนะ] ความจริงหยางอยากคุยมากกว่านี้ แต่ก็นึกเื่ที่จะคุยไม่ออก
“ครับ”
บริษัทเอสทีพี (STP)
วันนี้ประธานของบริษัทเรียกประชุมผู้ถือหุ้นทุกคน ให้เข้าประชุมอย่างพร้อมเพรียงกันดังนั้นวันนี้ผู้ถือหุ้นทุกคน จึงต้องเดินทางมาที่บริษัททำให้ห้องรับรองดูวุ่นวายอยู่มาก
ผู้ถือหุ้น 1 : ทำไมประธานเรียกประชุมด่วนแบบนี้ล่ะ?
ผู้ถือหุ้น 2 : ผมก็ไม่รู้เหมือนกันสงสัยมีเื่สำคัญ
ผู้ถือหุ้น 3 : ตาก็มองไม่เห็นจะรู้อะไร ช่วยเหลือตัวเองยังไม่ได้เลย
ผู้ถือหุ้น 4 : ใช่ตามองไม่เห็น จะรู้เื่อะไร ไม่ปล่อยให้คนอื่นเป็ประธานแทน
ผู้ถือหุ้น 5 : ถ้านักข่าวรู้หุ้นบริษัทเราตกแน่
ผู้ถือหุ้น 6 : ก็ถึงได้ปิดข่าวไงไม่งั้นผู้ลงทุนหนีหมด
ผู้ถือหุ้น 7 : ได้ข่าวว่าตาบอดสนิทแล้วนะ
ผู้ถือหุ้น 8 : เธอได้ข่าวมาจากไหน?
ผู้ถือหุ้น 7 : ก็หมอที่รักษายังไงล่ะ
ผู้ถือหุ้น 8 : ต๊าย! น่าเสียดายเนอะ ไม่น่าเลย
และอีกหลากหลายความคิดเห็นของผู้ถือหุ้นทั้งหลาย
เมื่อหยางนั่งรถเข็นเข้ามาในห้องทุกคนต่างก็เงียบเสียงลง จากนั้นเขาก็ให้เลขา แจกแจงเื่ผลประกอบการของบริษัท
“ท่านประธานครับมีเื่แจ้งแค่นี้เหรอครับ?อย่างนั้นก็ไม่เห็นต้องให้มาเข้าร่วมประชุมเลย ส่งอีเมลมาเหมือนเดิมก็ได้”ผู้ถือหุ้นชายคนหนึ่งพูดขึ้น
“ใช่ค่ะ อิฉันว่ามันเสียเวลามากเลยค่ะ ส่งอีเมลแจ้งเหมือนเดิมเถอะค่ะ”ผู้ถือหุ้นหญิงวัยกลางคนพูดบ่นออกมา
และอีกหลากหลายเสียงที่เหมือนว่าการประชุมผู้ถือหุ้นนั้น ดูไม่สำคัญอะไรแค่พวกเขาได้เงินปันผลก็พอแล้ว
“ผมยังไม่ได้บอกเลยนะครับว่ามีเื่แจ้งแค่นี้” หยางพูดออกไมค์ ด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ
“คุณกีรติแจกเอกสารเลยครับ” หยางบอกกับเลขาของเขา
“ครับ” ท็อปหรือชื่อจริงว่า กีรติ เดินไปแจกเอกสารให้กับผู้ถือหุ้นทุกราย
“ทุกคนคงได้เอกสารกันแล้วนะครับในเอกสารจะมีรายละเอียดการยักยอกเงินของบริษัทไป มูลค่ามากกว่า 100 ล้านเธียร์ดูเหมือนจะมีพนักงานบัญชี เป็คนแต่งบัญชีให้ด้วย ระยะเวลาน่าจะทำมาแล้วไม่ต่ำกว่าห้าปี”
เมื่อหยางพูดจบก็มีเสียงพูดคุยอื้ออึงขึ้น ทั้งเชื่อและไม่เชื่อ ส่วนคนทำ ก็ยังนั่งใจดีสู้เสืออยู่เพราะคิดว่า ไม่น่ามีหลักฐานสาวถึงตัวเขาได้
“ใคร?ใครมันกล้าโกงบริษัท” หุ้นส่วนชายคนหนึ่งโวยวาย
“ใช่ค่ะท่านประธานต้องจับมันเข้าคุกนะคะ เงินตั้งร้อยล้าน”
“มีหลักฐานมัดตัวคนทำหรือเปล่าครับ?”
“ใจเย็นครับทุกคนผมมีหลักฐาน ที่ทำให้คนเ่าั้ ดิ้นไม่หลุดแน่นอน” หยางพูดออกมาด้วยเสียงนิ่ง ๆ
“ผมได้ทำการสืบลึกลงไปทำให้รู้ว่า เงินที่หายไปนั้น หายไปกับการซื้อวัตถุดิบจากซัพพลายเออร์สี่ราย โดยการขายของที่มีราคาแพงให้บริษัทเราแต่ของที่ได้มานั้น มีคุณภาพที่ต่ำมาก ทำให้บริษัทเราเกิดความเสียหาย เพราะวัตถุดิบที่ซื้อมาจากซัพพลายเออร์เ่าั้ไม่ได้คุณภาพ ทำให้เกิดการเคลมสินค้า แต่เื่นี้ก็ถูกปกปิดโดยคนบางกลุ่ม” หยางค่อยๆ แจกแจงรายละเอียดให้ผู้ถือหุ้นฟัง
ปัง! เสียงทุบโต๊ะเสียงดังทำให้ทุกคนในห้อง หันไปมองเป็ตาเดียว
“แกอย่ามาใส่ร้ายฉันนะฉันเป็น้าแท้ ๆ ของแก ไม่มีทางที่จะทำแบบนั้นอยู่แล้ว” ยุทธนาโวยวายขึ้นมาเพราะเื่การเคลม และรับซื้อสินค้าจากซัพพลายเออร์ อยู่ภายใต้การดูแลงานของเขา
“งั้นหลักฐานพวกนี้ล่ะครับ” หยางให้เลขาเปิดสไลด์โชว์หลักฐานต่าง ๆ ที่เอาผิดยุทธนาทั้งหมด
เมื่อหลายคนได้เห็นก็ใที่ยุทธนาฉ้อโกงบริษัทแบบนี้
“นี่ยังไม่รวมหลักฐานที่ให้คนมาวางยาผมอีกนะครับ”
“ไม่จริง!แกโกหก! หลักฐานพวกนี้เป็ของเท็จแกสร้างมันขึ้นมาใส่ร้ายฉัน” ยุทธนายังคงไม่ยอมรับ แม้จะมีหลักฐานก็ตาม
“จริงไม่จริงให้ตำรวจตรวจสอบ เดี๋ยวก็รู้ครับ” หยางยังคงพูดอย่างใจเย็น
“แก! ไอ้คนพิการ! ไอ้คนตาบอด! ช่วยเหลือตัวเองยังไม่ได้แกก็ยังกล้าใส่ร้ายฉันที่เป็น้าของแก เป็น้องชายแท้ ๆ ของพ่อแกที่ตายไปนี่คงกลัวว่าฉันจะขึ้นมาเป็ประธานบริษัทแทนแกสินะ ถึงพยายามใส่ร้ายฉัน” ยุทธนาลุกขึ้นเดินไปเผชิญหน้ากับหยางทันที
หยางยังคงนั่งนิ่งไม่ได้แสดงท่าทางอะไรออกมา
“หลักฐานจะบอกความจริงทุกอย่างครับ”หยางพูดเพียงแค่นั้น
“แก!ไอ้ตาบอด! ไอ้คนพิการ!” ยุทธนาจะเข้ามากระชากคอเสื้อของหยางแต่ก็ถูกมือแกร่งจับไว้ได้ก่อน
ยุทธนาใ เพราะหยางตาบอดไม่น่าจะจับมือเขาไว้ได้
หยางลุกขึ้นจากเก้าอี้และถอดแว่นดำออก เผยให้เห็นดวงตาสีน้ำตาลดำ ไม่ใช่ดวงตาที่มีฝ้าขาวเหมือนคนตาบอด
“แก! ตาของแกมองเห็นแล้วเหรอ? ไหนบอกว่ารักษาไม่ได้ แกหลอกฉันมาตลอดสินะ ไอ้สารเลว!” ยุทธนาถูกบอดี้การ์ด เข้ามาจับตัวไว้ทันที
“แล้วน้าคิดว่ายังไงล่ะครับ?หรือไม่ดีใจ ที่ตาผมมองเห็น ผมคงไม่ใช่ไอ้คนพิการอีกแล้วมั้งครับ” หยางเอามือล้วงกระเป๋าด้วยท่าทางสบาย
ส่วนคนในห้องเมื่อรู้ว่าท่านประธาน หายจากอาการตาบอด ก็ต่างพากันตกตะลึงเพราะหมอที่รักษาบอกว่า ไม่มีทางรักษาแล้ว หรือหมอจะโกหกนะและก็มีหลายคนที่ไม่ชอบใจเป็อย่างมาก นั่นก็คือคนของฝั่งยุทธนานั่นเอง
“ศักดิ์ เรียกตำรวจเข้ามาได้เลยจัดการคนที่เหลือด้วย”
หยางให้ศักดิ์จัดการส่งหลักฐานให้ตำรวจและรายชื่อคนที่มีส่วนในการฉ้อโกงนี้ไปด้วย ประมาณสี่ถึงห้าคน
“กูจะฆ่ามึง!ไอ้หลานสารเลว! ไอ้ชั่ว!” ยุทธนาโวยวายไม่หยุดแม้ตำรวจจะใส่กุญแจมือและพาไปแล้ว แต่ก็ยังโวยวายไปตามทางเดินไม่หยุด
ส่วนคนอื่น ๆที่มีส่วนร่วม ก็ถูกจับเช่นกัน กว่าเื่วุ่นวายเหล่านี้จะจบลงก็ใช้เวลาหลายชั่วโมง ทั้งการส่งหลักฐานบัญชีการฉ้อโกง กล้องวงจรปิด
รวมถึงคำสารภาพของแม่บ้านที่วางยาพิษหยาง ที่ศักดิ์ได้ทำการบันทึกวิดีโอไว้ และเมื่อมีหลักฐานครบถ้วนเื่นี้จึงจัดการได้ไม่ยาก
_ _ _ __
อยากไปนอนที่ลานนับดาวเลยค่ะ ไรต์อยากไปขอพร ส่วนหยางก็จัดการคนไม่ดีได้แล้ว ดีใจด้วยค่ะ
ไรต์ฝาก E-Book เล่ม 1 ด้วยนะคะ มีตอนที่ 1-28 จำนวนหน้า 342 หน้าค่ะ ตอนนี้ลด 20% ถึง 20/04/2569
ลงขายแล้วที่พี่ Meb ค่ะ ฝากด้วยนะคะ
https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTM2MzYyMCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjQzMzEwOSI7fQ