ความอบอุ่นที่มารดาของไป๋หลิน ได้แสดงออกมานั้น มันทำให้หัวใจดวงน้อยๆของหลินรู้สึกตื้นตันใจ ไม่ว่าจะเป็การกระทำ สีหน้า หรือ คำพูด ล้วนออกมาจากความรูู้สึกที่มารดาของไป๋หลินมีอย่างเหลือล้นให้กับบุตรสาวคนสุดท้อง
จากหัวใจที่เคยด้านชามาอย่างยาวนาน ั้แ่เธอกำพร้า เธอก็ไม่เคยที่จะได้รับความรัก ความห่วงใย หรือ การกระทำที่แสนอ่อนโยนนี้เลย
จากที่เธอเคยไร้ความรู้สึก เธอก็เริ่มรู้สึกโหยหาความรัก อยากที่จะััมันอีกครั้ง ความอบอุ่นตรงหน้าของเธอคือของจริง เธอไม่ต้องนอนฝันอีกต่อไป
พวกเขา คือครอบครัวที่เหลืออยู่ คือคนที่รักและหวังดีกับเธอ ถึงเธอจะมาแทนที่ไป๋หลิน แต่ทว่าดวงจิตของเธอและไป๋หลินคือดวงจิต ดวงเดียวกันเพราะฉะนั้นถือซะว่า นี้คือ ครอบครัวของเธอโดยชอบธรรมก็แล้วกัน....
" ตึก ตึก ตึก ตึก "
เสียงฝีเท้ากระแทกพื้นอย่างดังแว่วมาหากจะบอกว่ารอบที่บิดาและมารดาของไป๋หลินมาเยือน ว่าเสียงดังแล้ว เสียงฝีเท้าในรอบนี้นับว่าดังกว่าเป็อีกเท่าตัว
เสียงฝีเท้ายังคงดังขึ้นเรื่อยๆ โดยที่เ้าของฝีเท้ายังไม่ปรากฎตัว แต่ทว่าเสียงฝีเท้ากับบ่งบอกอาการได้เป็อย่างดีว่า เ้าของเสียงดังกล่าวจะต้องรู้สึกกระวนกระวายใจ จนต้องรีบเร่ง ที่จะมาเรือนแห่งนี้อย่างแน่นอน...
" แอ๊ดดดดดดด "
เสียงเปิดประตูดังขึ้น เนื่องจากเรือนนี้ ค่อนข้างที่จะเก่าไม่มีบ่าวใช้มาคอยดูแล จึงทำให้ตัวเรือนค่อนข้างที่จะทรุดโทรมมากกว่าที่ควรจะเป็
แม้กระทั่งหลังคายังมีบางจุดที่แสงลอดลงมาได้ ไม่ต้องกล่าวถึงฤดูฝนว่าจะเป็เช่นไร หากแม้นว่ามีผู้ใดออกไปเล่าเื่ภายเรือนนี้ออกไปคงไม่มีใครเชื่อเป็แน่แท้
ว่าจวนตระกูลฝูที่แสนจะโอ่อ่าของท่านแม่ทัพฝู แม่ทัพคนเก่งของแคว้น จะมีเรือนที่แสนจะทรุดโทรมนี้อยู่ภายในจวน มันคงจะเป็เื่ขบขันน่าดู
หลังจากเสียงเปิดประตูดังขึ้น ทันใดนั้นก็ปรากฏร่างระหงของหญิงสาววัยแรกรุ่นพุ่งเข้ามากอดตัวของนางอยากรวดเร็ว
" หลินเออร์เ้าเป็อย่างไรบ้าง หลังจากข้าทราบข่าว ข้าก็เร่งรีบมาหาเ้าเลย เ้าไม่เป็อะไรมากใช่หรือไม่ "
หญิงสาวผู้มาใหม่ถามขึ้นอย่างร้อนรน พร้อมทั้งจับเนื้อตัวของเธอเพื่อสำรวจ หญิงสาวผู้มาใหม่ มีใบหน้ากลมมน คิ้วโก่งได้รูป รับกับดวงตากลมโต จมูกเรียวโด่ง ริมฝีปากอวบอิ่ม ใบหน้าคล้ายนางถึงสี่ส่วน
ถึงแม้ว่าจัดเป็ใบหน้าที่งดงามแต่ทว่าใบหน้างามในตอนนี้ไร้ซึ่งชีวิตชีวา ร่างกายเหมือนคนขาดสารอาหาร ไม่สมส่วน ถึงแม้จะมีร่างที่สูงระหงแต่ถ้าว่ากลับดูผอมบางจนเกินไป
ถึงแม้นว่าผิวของนางจะขาวแต่กลับมีรอยกระดำกระด่างคล้าย คนทำงานหนัก ไม่ได้มีผิวขาวผ่องเหมือนไข่ปอกดังเช่นสตรีในห้องหอโดยทั่วไป
หลังจากที่นางถูกหญิงสาวตรงหน้าพุ่งเข้ามากอดได้สักพัก ภาพความทรงจำต่างๆของหญิงสาวตรงหน้าก็ได้ถูกเรียบเรียงออกมา
ที่แท้นางคือ ฝูจิงหยู พี่สาวคนรองของนางนั่นเอง
ถึงแม้นวันนี้พี่สาวของนางจะดูสวยงามกว่าปกติเพราะชุดของนางไม่ได้มีรอยขาดประชุนแต่ทว่าสีสันกับซีดเซียว ถึงแม้นว่านางจะมีฝีมือในการตัดชุด ปักผ้า แต่ว่าผลงานของนางทุกชิ้น ถูกทางฮูหยินใหญ่ของบ้านเอาไปเป็ของตนและบุตรสาวจนหมด เหลือไว้เพียงชุดเก่าๆให้นางและน้องสาวไว้สวมใส่
" ข้าหายดีแล้วเ้าค่ะ ท่านพี่ "
" เหตุใดเ้าต้อง ถูกโบยตีเยี่ยงนี้ "
" เหตุมาจาก ผ้าพับนั้นที่ท่านพี่เก็บไว้เพื่อตัดชุดให้ข้าเ้าค่ะ"
" ฮูหยินใหญ่ บอกว่าข้าไปขโมยผ้าพับนั้นมาเ้าค่ะ นางบอกว่า ข้าไม่น่ามีของมีค่าขนาดนั้นในเรือนได้เ้าค่ะ ถึงแม้พี่เสี่ยวผิงจะเป็พยานให้กับข้าแต่พวกเขาก็ไม่เชื่อเ้าค่ะ เขากล่าวหาว่าข้าขโมยมันมาจากจวนฮูหยินใหญ่เ้าค่ะท่านพี่ "
เนื่องกฎของทางแคว้นหลิง ค่อนข้างที่จะเคร่งครัดในเื่การขโมยของ หากจับได้ว่าผู้ใดขโมยของ ต้องถูกจับส่งทางการ และจะได้รับโทษการโบยทั้งหมด 50 ไม้
แต่ถ้าหากเื่ ถึงทางการ เมื่อมีการเปิดศาลไต่สวนขึ้นมา เื่ราวมันจะค่อนข้างใหญ่โต ทางแคว้น จึงมีกฎอนุโลมให้ทางแต่ละตระกูล สามารถลงโทษกันเองได้ เพื่อป้องกันมิให้ตระกูลเกิดชื่อเสีย แต่ไม่ให้มากไปเกินกว่า 50 ไม้
หลังจากพี่สาวของนางมาถึงได้ประมาณ 1 เค่อ ก็ได้มีชายหนุ่มผู้หนึ่งปรากฏตัว ตามมา
เขาคือ ฝูเทียนิ พี่ชายคนโตของนางที่เพิ่งกลับมาจากการล่าสัตว์อสูร เขารีบมาหานางด้วยสภาพเนื้อตัวมอมแมม เสื้อผ้าขาดวิ่นในหลายจุด ถึงแม้น ชุดที่เขาใส่อยู่จะเปื้อนแล้วก็ขาดแต่ก็หาได้มีรอยแผลใดๆ
" น้องพี่ พี่ขอโทษที่ ดูแลปกป้องเ้าไม่ได้ "
พี่ชายของนางกล่าวออกมา พร้อมทำใบหน้าเศร้า ดวงตาของเขามีน้ำตาคลอ อย่างอดกลั้น เขารู้สึกเ็ปกว่านางเป็สิบเท่า เขาได้แต่โทษตัวเองที่ปกป้องน้องสาวตัวเองไม่ได้
" ท่านพี่ พวกท่านอย่าโทษตัวเองเลยเ้าค่ะ หากเขาคิดที่จะรังแกเรา ต่อให้เราอยู่กันพร้อมหน้า เขาก็ยังคงจะยังรังแกเราเ้าค่ะ "
นางเซียวซื่ออิงมองดูบุตรสาวและบุตรชายที่วิ่งเข้ามากอดน้องสาวของตนโดยไม่ทันสังเกตว่าในห้องนี้ นอกจากไป๋หลินแล้วยังมีตัวนางที่อยู่มุมห้อง
" เอาล่ะ เอาล่ะ พวกเ้าก็โตกันแล้วอย่ามา มัว กอดคอ ร้องไห้กันอยู่เลย ท่านพ่อของพวกเ้าตัดสินใจแล้ว ที่จะออกจากตระกูลนี้พวกเ้าไปเก็บของเถอะ "
สิ้นคำของมารดา บรรดาบุตรชายและบุตรสาวของนางก็รีบเร่งเก็บของ ในส่วนของตนลงในหีบซึ่งของทั้งเรือนของนาง แม้นจะบรรจุลงไปในหีบทั้งหมดแล้วก็ตาม ของภายในหีบยังไม่ถึงครึ่งหีบเลยด้วยซ้ำ
หลังจากเก็บของเสร็จได้ราวๆ 1 ชั่วยาม บิดาของนางก็ได้กลับมา ซึ่งตอนนี้ครอบครัวของนางอยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา รวมถึงผิงอันด้วย
" ถ้าพวกเ้าคิดจะออกไป ก็จงออกไปแต่เพียงตัว ของทุกสิ่งที่อยู่ในจวนนี้ ถือเป็ของคนตระกูลฝูเท่านั้น ในเมื่อพวกเ้าคิดจะตัดขาดจากตระกูล ก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะเอาของสิ่งใดออกไปได้ "
เสียงอันทรงพลังแฝงด้วยพลังปราณเอ่ยขึ้นมา พร้อมทั้งการปรากฏตัวของชายชรา ซึ่งก็คือผู้นำตระกูลฝูคนปัจจุบัน ถึงแม้นปีนี้เขาจะมีอายุถึง 70 ปีแล้วก็ตาม
แต่ถ้าว่า ด้วยพลังปราณของเขาอยู่ที่ระดับ จอมราชัน ทำให้เขาดูเหมือนเพิ่งจะอายุ 50 ปีเมื่อวานนี้ยังไงยังงั้น เพราะว่ายิ่งสำเร็จพลังปราณระดับสูงมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งสามารถคงความเยาว์วัยได้มากเท่านั้น
" ท่านผู้นำท่านกล่าวอย่างนี้ก็ไม่ถูก ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ข้าอยู่ที่นี่ สิ่งของเหล่านี้ข้าหามาได้ด้วยตัวเองไม่เกี่ยวกับตระกูล แล้วไฉนท่านจึงบอกว่ามันเป็ของคนในตระกูลเล่า "
" ที่ข้ากล่าวเช่นนั้น เพราะตอนที่เ้าเข้ามาเ้าก็มาแต่ตัวเพราะฉะนั้นตอนออกไปเ้าก็ต้องทิ้งทั้งแซ่และสิ่งของทุกอย่างเอาไว้ที่นี่"
" พวกเ้าสองคนผัวเมียคิดว่าหากพวกเ้าไร้ซึ่งที่พึ่ง ไร้ซึ่งตระกูลหนุนหลัง พวกเ้าสองคนผัวเมียรวมทั้งลูกๆจะเอาชีวิตรอดได้หรือ? "
" อีกไม่ถึง 1 เดือนก็จะเข้าหน้าหนาวแล้ว เ้าก็รู้ ว่ายังไงพวกเ้าอาจจะไม่รอดพ้นหนาวนี้ก็ได้ "
" และเมื่อพวกเ้าออกจากตระกูลไม่ว่าพวกเ้าจะทำอะไรทางตระกูลฝูของข้า จะเลิกสนับสนุนในทุกเส้นทางที่พวกเ้าเดิน "
" เซียวซื่ออิ่งถึงแม้เ้าจะเป็นักปรุงโอสถแต่เ้าก็ไม่มีสำนัก เ้าคิดว่าต่อไป จะทำยังไงหากเ้าไม่มีสำนักสนับสนุน เ้าย่อมไม่สามารถเปิดโรงหมอ หรือแม้กระทั่งร้านขายโอสถได้ "
" ส่วนเ้าเหยี่ยนจิ่งหากไม่มีข้าเ้าอย่าหวังเลยว่าสมาคมเงาอสูรจะรับสิ่งของที่เ้าล่ามาได้ พวกเขาไม่มีทางรับซื้อของจากเ้าแน่นอน เ้าจงจำคำของข้าไว้ "
" เอาล่ะเสียเวลามากแล้ว พวกเ้าจงออกไปจากเรือนของข้าได้แล้ว จงออกไปแต่เพียงตัวเท่านั้น พ่อบ้านเ้าไปเชิญเ้าเมืองมาที หากเขาไม่สะดวกมา เ้าก็จงแจ้งแก่เขาว่า ต่อไปนี้ตระกูลฝูสายรอง จะไม่มีอีกแล้วพวกเขาขอทำการตัดขาด แยกออกจากตระกูล ต่อไปนี้คนทั้ง 4 จะไม่ใช่คนของตระกูลอีกต่อไป คนของตระกูลฝูจะมีเพียงครอบครัวของแม่ทัพฝูเท่านั้น "
" ขอรับนายท่าน ข้าน้อยจะรีบไปแจ้งตามที่นายท่านบอก ขอรับ "
หลังจากพ่อบ้านรับคำสั่งก็ได้รีบเดินทางไปที่จวนของท่านเ้าเมือง ทันที เพื่อรีบเร่งดำเนินการตามที่เ้านายตนสั่งการมา
หลังจากที่พ่อบ้านหายไปได้ไม่นาน โดยใช้เวลาเพียงแค่ 2 เค่อ เท่านั้นก็กลับมาพร้อมบุรุษผู้หนึ่ง แต่งกายด้วยอาภรณ์ที่เรียบง่ายแท่ทว่าดูหรูหรา เขาก็คือผู้ช่วยท่านเ้าเมืองคนปัจจุบัน
หลังจากที่เขามาถึง เขาก็เร่งทำหน้าที่ของเขาโดยถามถึงความสมัครใจว่าจะย้ายออกจากตระกูลเองหรือว่ากระทำความผิดจนต้องถูกตัดออกจากตระกูล
เมื่อได้ผลสรุปว่า ทางฝั่งครอบครัวของนาง้าแยกตระกูล ทางผู้ช่วยท่านเ้าเมืองก็จดบันทึกพร้อมทั้งให้ลงนามทั้งสองฝ่ายเพื่อเป็หลักฐานการยืนยัน เป็ลายลักษณ์อักษร เมื่อเสร็จสิ้นการลงนามก็รอเพียงเขานำหนังสือยินยอมนี้ไปให้ท่านเ้าเมือง เพื่อลบ ครอบครัวของไป๋หลินออกจากผังตระกูลฝูเพียงเท่านั้น ก็ถือเป็การเสร็จสิ้น
" เอาล่ะเด็กๆ พวกเ้าไปตามช่างไม้มาที ข้าจะรื้อที่นี้ เพื่อทำเป็เรือนพักผ่อนให้กับหลานสาวของข้า "
ขณะที่ผู้นำตระกูลฝู คุยกับบรรดาบ่าวรับใช้
โดยเลือกที่จะเมินเฉยต่อครอบครัวของนางเหมือนอากาศธาตุ ไม่มีตัวตน
บิดาของนางกำหมัดแน่นจนเส้นเืปูดโปนขึ้นมาอย่างมีโทสะ ดวงตาแข็งกร้าวจ้องมองไปที่ผู้นำตระกูลอย่างเอาเื่ แต่มารดาของนางกลับใช้มือที่อ่อนนุ่มของนาง จับจูงสามีและบุตรลากพวกเขา ออกมาจากบริเวณนั้น
" ท่านพี่ ช่างเขาเถิดเ้าค่ะ ในเมื่อเราคิดที่จะออกไปจากตระกูลแล้ว เราอย่าให้มีคำครหา ตามหลังเรามาเลยนะเ้าค่ะ เขาจะได้ไม่สามารถเอาไปพูดได้ว่าเราออกจากตระกูลเขา โดยแอบยักยอกทรัพย์สิน สิ่งของมีค่า ออกไปด้วย "
" แต่ถ้าวันใดหากเรามั่งมีขึ้นมา พวกเขาก็จะไม่สามารถแอบอ้างได้เหมือนกัน ว่าที่เรามั่งมีเพราะทรัพย์สินของเขา เพราะในวันที่ตัดขาดจากตระกูลเราไม่ได้มีสิ่งใดติดตัวเราออกมาเช่นกัน "
"เราออกจากที่นี่กันเถอะเ้าค่ะ ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ กันเถอะนะเ้าคะ"
ภาพสุดท้ายที่ได้เห็นภายในเรือนแห่งนี้คือภาพของครอบครัวของไป๋หลิน ที่พวกเขาได้เดินออกจากจวนตระกูลฝู
โดยไม่มีอะไรติดตัวแม้กระทั่งห่อผ้าก็ไม่มีแม้แต่ห่อเดียว แต่ข่าวคราวการขอแยกออกจากตระกูลของครอบครัวนาง กลับแพร่สะพัดไปทั่วทั้งเมืองอย่างรวดเร็วนี่อาจเป็ฝีมือของทางตระกูลฝูก็เป็ได้.......