ในปี พ.ศ. 2011 โลกได้เกิดาการต่อสู้ที่รุนแรง มีการใช้อาวุธนิวเคลียร์ จรวดมิไซล์ ขีปนาวุธ และเชื้อไวรัส โลกเริ่มเข้าสู่ยุคมืดประชากรกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ล้มตาย และอีก 20 เปอร์เซ็นต์ ต้องอยู่อย่างอดยาก และที่เลวร้ายไปกว่านั้น 80 เปอร์เซ็นต์ของผู้ที่ตายกลับฟื้นคืนชีพแต่ทว่าพวกเขาไม่ใช่มนุษย์ เราเรียกพวกเขาว่า “ศพเดินได้ หรือผีดิบนั่นเอง” มนุษย์ที่เหลือเริ่มหวาดกลัวและได้สร้างที่หลบภัยอยู่ใต้ดินไม่กล้าที่จะออกมาเดินข้างนอก เพราะหวาดกลัวต่อพวกศพเดินได้ กินคน
ในปี พ.ศ. 2017 นักวิทยาศาสตร์กลุ่มหนึ่งได้ทำการวิจัย ตัดต่อพันธุกรรมมนุษย์ทำการทดลองมนุษย์หลอดแก้วกว่า 300 ชีวิต ที่มีทั้งความฉลาดและความแข็งแกร่ง สามารถเอาตัวรอดได้ในยามคับขัน พวกเขาคือความหวังของมนุษยชาติที่จะได้กลับขึ้นมาอยู่บนพื้นดินอีกครั้งถ้าการกวาดล้างสำเร็จลงไปได้ด้วยดี
ปัจจุบัน.........................
สถาบันวิจัยและตัดต่อพันธุกรรมมนุษย์ แอเรียที่ 9 เขตปลอดเชื้อศูนย์วิจัยตั้งอยู่บนพื้นดิน ขนาดพื้นที่ 10 เอเคอร์ ครอบคลุมโดยโดมแก้วขนาดใหญ่ที่มนุษย์สร้างขึ้น มีศูนย์บันชาการในตัว และห้องวิจัยต่างๆ มากมาย โดยแบ่งห้องวิจัยออกเป็ชั้นที่อยู่บนพื้นดิน และชั้นใต้ดิน ชั้นบนจะเน้นไปในส่วนของการติดต่อประสานงานกับหน่วยงานอื่น ๆ ส่วนชั้นใต้ดินนั้น...
จะเป็หน่ยวงานที่วิจัยพัฒนาด้านความอยู่รอดของมนุษย์ แยกย่อยออกไปตามแต่ละโซน และมีหัวหน้าและทีมพัฒนาแต่ละโครงการ แยกย่อยกันไป ภายในสาถาบันวิจัยประกอบด้วย นักวิทยาศาสตร์จำนวนมาก ที่ทำงานวิจัยอยู่ในสถานที่แห่งนี้ ที่เปรียบเสมือนกับเป็บ้านหลังที่สองของพวกเขา
“ด็อกเตอร์ ครับข้อมูลล่าสุดของโครงการมนุษย์หลอดแก้วที่ท่านอยากทราบได้แล้วครับ” รองผู้ช่วย อเล็กซ์กล่าว พร้อมกับยื่นเอกสารให้กับ ด็อกเตอร์ เอวริส มาวิส หัวหน้าสูงสุดของสถาบันวิจัย
“ขอบคุณมาก อเล็กซ์” ด็อกเตอร์ เอวริส มาวิส กล่าวพร้อมกับร้อยยิ้มเล็ก ๆ กว่า 6 ปีแล้วที่ท่านได้ทุ่มเทแรงกายและแรงใจในการทำงานวิจัยชิ้นนี้อีกไม่กี่เปอร์เซ็นต์แล้วที่จะประสบผลสำเร็จมนุษชาติจะมีความหวังอีกครั้งที่จะได้ยึดพื้นที่ทำมาหากินของตัวเองคืนจากพวกศพเดินได้พวกนั้น
แม้ด็อกเตอร์ เอวริส มาวิส จะอายุล่วงเลยมาถึง ปีที่ 54 แล้วก็ตาม แต่แทนที่การทำงานจะช้าลงเหมือนคนที่อายุมากแล้ว แต่กลับไม่ได้ส่งผลต่อตัวของด็อกเตอร์เลย เพราะความคิดความอ่านกลับมากกว่าคราที่ยังเป็หนุ่มเสียด้วยซ้ำไป ใบหน้าคมคลายยังหล่อเข้มเหมือนเดิมแต่ที่เพิ่มขึ้นมาน่าจะเป็ริ้วรอยบริเวณหางตาซะละมั้ง
ที่บ่งบอกว่าไม่ใช่หนุ่มวัยรุ่นอีกต่อไปแล้ว กับสีผมที่แซมสีขาวสลับสีดำบนหนังศรีษะที่ล่วงเลยไปตามกาลเวลาที่เพิ่มมากขึ้น ใช่ด็อกเตอร์ อาจจะได้ทำตามความฝันที่ฝันไว้แล้วถ้าไม่เกิดเื่ขึ้นมาซะก่อน...
6 ปีที่แล้ว......
“ขอแสดงความยินดีกับด็อกเตอร์ด้วยนะครับที่ประสบความสำเร็จกับการปลูกถ่ายอวัยวะให้กับมนุษย์ “มันเป็โครงการที่อยู่ในความดูแลของเขา โครงการปลูกถ่ายเซลล์และตัดต่อพันธุกรรมมนุษย์ จนเมื่อไม่กี่เดือนก่อน ด็อกเตอร์ก็ได้รับจดหมายจากท่านประธานาธิบดีของประเทศ ให้มาเป็หัวหน้าควบคุมดูแลศูนย์วิจัยแห่งนี้
และหลังจากนั้นมาก็เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงไปทั่วทุกมุมโลก ประชากรเริ่มลดน้อยลงจากภัยาที่เพิ่มมากขึ้น ทุกหัวระแหงของโลก จนในที่สุดอัดตราการอยู่รอดของประชากรอยู่ในขั้นวิกฤต เผ่าพันธุ์มนุษย์ใกล้จะศูนย์พันธุ์ กับการโดนรุกรานจากพวกที่เป็ุ์ ศพเดินได้กินคนนั่นเอง
หว๋อออ!!!.................จู่ๆ ก็เกิดเสียงสันญานเตือนภัยดังก้องไปทั่วทั้งภายในโดมแก้ว นักวิจัยต่างก็วิ่งชนกันให้จ้าละหวั่นภายในศูนย์วิจัย
“นี่มันเกิดอะไรกันขึ้น! ใครก็ได้ช่วยตอบให้ผมทราบทีได้ไหมว่าเกิดเื่อะไร!” ด็อกเตอร์ เอวริส มาวิส ะโถามนักวิจัยคนหนึ่งที่วิ่งผ่านมา พร้อมกับคว้าข้อมือของอีกฝ่ายเอาไว้เพื่อคาดคั้นเอาคำตอบจากนักวิจัยคนนั้น
“เออ...คือ ด๊อกเตอร์ ครับ โดมแก้วฝั่งตะวันตกเกิดรอยแตกขึ้นครับ พว..กๆ ศพมันกำลังเข้ามาทางรอยแตกนั่นแล้วครับ” นักวิจัยคนดั่งกล่าวได้บอกถึงสาเหตุของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ที่ตอนนี้ก็ไม่ค่อยจะสู้ดีนัก
“มันเกิดขึ้นได้อย่างไรกัน” ด็อกเตอร์ เอวริส มาวิส กล่าว เพราะการที่จะทำให้โดมแก้วแตกนั้นไม่ใช่เื่ง่ายๆ เลยที่จะเป็ฝีมือของพวกศพพวกนั้น บางทีเื่นี้มันอาจจะมีเงื่อนงำอะไรก็ได้ หรืออาจจะเกิดจากฝีมือของมนุษย์ก็ได้เช่นกัน
“ผมก็ไม่ทราบเหมือกันครับ แต่หน่อยจู่โจมกำลังยิงปะทะกับพวกศพอยู่ทางทิศฝั่งตะวันตกที่กำลังผ่านทะลุเข้ามายังพื้นที่ศูนย์วิจัยภายนอกอยู่ครับแต่...” นักวิจัยกล่าวพร้อมกับใบหน้าที่ซีดเผือก
“แต่อะไร!” ด็อกเตอร์ เอวริส มาวิส ถามพร้อมกับเพิ่มแรงบีบที่ข้อมือของอีกฝ่ายเพื่อคาดคั้นเอาคำตอบจากนักวิจัยหนุ่มคนนั้น
“แต่ผมกลัวว่ามันจะต้านเอาไว้ไม่อยู่ครับ ด็อกเตอร์ เพราะจำนวนศพพวกนั้นมีมากเกินไปครับ ผมกลัวว่าพวกเราจะศูนย์เสียศูนย์วิจัยแห่งนี้ไปครับ” นักวิจัยหนุ่มกล่าวถึงสิ่งที่เขากำลังเป็กังวลว่ามันจะเกิดขึ้นจริง พร้อมกับขออนุญาตไปปฏิบัติหน้าที่ของตัวเองที่ต้องทำ
“เราจะทำยังไงกันดีครับด็อกเตอร์” อเล็กซ์ถาม
“ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ตอนนี้เรารีบกลับไปที่ห้องทดลองกันก่อนดีกว่า ผมจะไม่ยอมให้โครงการวิจัยมนุษย์หลอดแก้วต้องศูนย์เปล่าแน่!”
ภายในห้องทดลองมนุษย์หลอดแก้ว...ทุกอย่างเต็มไปด้วยความวุ่นวายนักวิจัยแต่ละคนกำลังเก็บรวมรวมเอกสารผลงานวิจัยของตนกันให้จ้าละหวั่น เพราะไม่รู้ว่าทหารส่วนหน้าจะป้องกันศูนย์วิจัยแห่งนี้ได้นานแค่ไหนกัน ด็อกเตอร์ มาวิส ก็เป็กังวลกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ถึงยังไงเขาก็จะไม่ยอมทิ้งผลงานวิจัยที่เขาพยายามทุ่มเทมาทั้งชีวิตของเขาไปหรอก ไม่งั้นมนุษยชาติก็ต้องถึงคราวอวสานแน่
ส่วนหน้าของศูนย์วิจัย.. ปัง ๆ! ปัง เสียงปืนถูกกระหน่ำยิงออกไปอย่างไม่ขาดสาย เพื่อที่จะสกัดกั้นไม่ให้พวกศพเข้ามายังพื้นที่ด้านในมากกว่านี้ แต่ไม่ว่าการโจมตีจะถูกยิงออกไปเท่าไรแต่จำนวนของพวกศพก็ไม่ได้ลดน้อยลงเลยแม้แต่นิดเดียว มีแต่จะเพิ่มขึ้นๆ เรื่อยๆ เพราะยิ่งเสียงดังเท่าไรพวกตัวที่อยู่ไกลก็จะได้ยินและตามเสียงนั้นเข้ามา
ยิ่งภายนอกของโดมแก้ว ถูกล้อมรอบด้วยฝูงผีดิบมากมายอยู่แล้วเป็เท่าตัว พวกมันยืนเบียดเสียดชิดติดกับผนังของโดมแก้ว ที่กั้นไม่ให้พวกมันเข้ามาได้ นับวันยิ่งเพิ่มมากขึ้นเหมือนพวกมันจะรู้ว่าที่แห่งนี้ยังมีอาหารให้พวกมันกิน และทำให้พวกมันมารวมตัวกันอยู่ที่ข้างนอกนั่น