ตอนที่101 นั่นเจนนี่นี่นา
“เจ้านายยินดีด้วยนะครับที่สามารถค้นพบทางเข้าสุสานปริศนา และยังมีข่าวดีค้นพบภรรยาอีกด้วย”
หยางจวินเดินเข้ามาชนแก้วไวน์กับจ้าวหลงพร้อมแสดงความยินดีอย่างจริงใจเนื่องด้วยเขาไม่มีเหตุที่จะต้องตั้งตัวเป็นศัตรูกับเจ้านายถึงแม้ว่าในอดีตตนจะหลงรักณิชาก็ตาม ทว่าเวลานี้เขาวางแผนการสำหรับตนเองไว้แล้วซึ่งคิดว่าดีและเหมาะสมกับทุกฝ่ายจึงต้องการมาแสดงความบริสุทธิ์ใจของตนเองให้เจ้านายรับรู้ดีกว่า
“ขอบใจมากนายทำงานได้ดีทีเดียว ดูท่าสิ้นปีคงได้โบนัสมากโขแน่ๆ”
จ้าวหลงลุกขึ้นยืนพร้อมตบไหล่หยางจวินด้วยความเข้าใจเขารับรู้ความรู้สึกพิเศษของเพื่อนที่มีต่อภรรยาตนจากลูกน้องก่อนหน้าแล้วซึ่งเขาคิดว่าอีกฝ่ายย่อมหาทางออกที่เหมาะสมสำหรับได้จึงไม่ได้เข้าไปยุ่งวุ่นวายแต่อย่างใด
เมื่อวันนี้เขาจัดงานเลี้ยงขอบคุณทีมงานทุกคนและเห็นหยางจวินเข้ามาบอกกล่าวความรู้สึกจึงคิดว่าไม่มีเหตุผลใดที่จะต้องแสดงท่าทางโกรธอีกฝ่ายเพราะเรื่องของความรักและความรู้สึกนั้นไม่มีใครสามารถควบคุมหรือบังคับกันได้โดยเฉพาะความรัก
“ได้เยอะก็ดีครับผมจะได้ลาไปเที่ยวสักหน่อย”
หยางจวินยิ้มน้อยๆพลางตอบกลับจ้าวหลงอย่างไม่กังวลใจเขาชนแก้วไวน์กับจ้าวหลงและยกดื่มรวดเดียวด้วยความรู้สึกหลากหลาย
ทีมเสือขาวที่นั่งร่วมโต๊ะอยู่อีกด้านต่างลอบสบตากันด้วยความกังวลครั้นเห็นว่าชายหนุ่มสองคนมีปฏิสัมพันธ์เป็นไปในทิศทางที่ดีต่างพากันถอนหายใจด้วยความโล่งอก ไม่เว้นแม้กระทั่งชายชรากู้ที่ลอบสังเกตท่าทีของชายทั้งสองคนอย่างใกล้ชิด
จากนั้นจ้าวหลงและผู้คนในห้องอีกเกือบสามสิบคนต่างพากันดื่มกินร่วมกันอย่างสนุกสนานและมีความสุข
..........
กลุ่มจ้าวหลงจัดเลี้ยงในภัตตาคารฟิวเจอร์ซึ่งอยู่ในชั้นสองของอาคารฟิวเจอร์ซีอาน
ในเวลาดังกล่าวมีงานเลี้ยงของอีกสองบริษัทที่จัดในห้องถัดไปประกอบด้วย
ห้องพิเศษหมายเลขสองเป็นการเลี้ยงเปิดตัวหุ้นส่วนคนใหม่ของบริษัทนิวแอดเวอร์ไทซ์จำกัดซึ่งผู้ที่เป็นหุ้นส่วนคนใหม่ของบริษัทคือเพื่อนสนิทของเจ้าของบริษัท นั่นคือหยางเจียอีหรือเจนนี่
ส่วนห้องพิเศษหมายเลขสามเป็นงานเลี้ยงสังสรรค์ของผู้บริหารและพนักงานบริษัททริปเปิลเอสเทคโนโลยีซึ่งมีสองพี่น้องแซ่ต้าทำหน้าที่พาเหล่าพนักงานมาเลี้ยงฉลองความสำเร็จของธุรกิจชิ้นแรกที่ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม
อย่างไรก็ตามจ้าวหลงและพรรคพวกเข้าห้องพิเศษหมายเลขหนึ่งไปก่อนที่อีกสองบริษัทจะมาถึงทำให้จ้าวหลงและหยางเจียอีไม่ได้พบกัน
เจียงเว่ยถิงเดินออกจากห้องเพื่อไปทำธุระส่วนตัวในห้องสุขาซึ่งตั้งอยู่ภายนอกห้องวีไอพีเขาเหลือบมองเห็นหญิงสาวสวยคนหนึ่งจากระยะไกลทำให้เขาต้องขยี้ตาตนเองอย่างไม่แน่ใจ พลางพึมพำอย่างกังวลใจว่า
“ตายห่า! นั่นเจนนี่นี่นา หายปวดเยี่ยวเลย กลับไปบอกเจ้านายก่อนดีกว่า”
เจียงเว่ยถิงรีบเดินกลับห้องโดยเขาเกือบชนเข้ากับหยางจวินที่กำลังจะออกไปห้องสุขาพอดีทำให้เจียงเว่ยถิงรีบผลักหยางจวินกลับเข้าไปในห้องอย่างรวดเร็วเพราะกังวลว่าหญิงสาวจะมองเห็นพวกตน
“เฮ้ย! อะไรกันเสี่ยวถิง? เป็นอะไรไปละนั่น? ทำหน้าเหมือนเห็นผีเลย”
หยางจวินพูดท้วงเพื่อนด้วยความแปลกใจเพราะพบสีหน้าและท่าทางของอีกฝ่ายที่คล้ายกับคนเพิ่งพบภาพน่าหวาดกลัว
มา
“ข้างนอกมีเจนนี่อยู่นะสิอย่าเพิ่งออกไป ไม่งั้นเป็นเรื่องแน่ๆ”
เจียงเว่ยถิงบอกเพื่อนตามจริงอย่างกังวลใจ
“ฮะ! อะไรนะ?!เวรละสิ! งั้นนายรีบไปบอกเจ้านายเดี๋ยวนี้เลยฉันจะสังเกตการณ์ดูสักหน่อย”
หยางจวินรีบแนะนำเพื่อนโดยตัวเขาตั้งใจที่จะแง้มประตูห้องเพื่อส่องดูสถานการณ์ภายนอกก่อนตัดสินใจว่าควรแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าอย่างไรดี
เจียงเว่ยถิงพยักหน้าด้วยความเข้าใจเขาปราดเข้าไปกระซิบบอกเจ้านายอย่างวิตกกังวลว่า
“เอ่อ....เจ้านายครับมีข่าวไม่ค่อยดีเท่าไร?”
เจียงเว่ยถิงกำลังเรียบเรียงคำพูดเพราะคาดเดาอารมณ์ของเจ้านายตอนนี้ไม่ออกจึงอ้ำอึ้งอยู่สักพัก
จ้าวหลงขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจเนื่องด้วยลูกน้องไม่เคยแสดงท่าทางหนักใจหรือเป็นกังวลมากเช่นนี้มาก่อนจึงสอบถามด้วยความสงสัยว่า
“เป็นอะไร? มีข่าวอะไรก็รีบเล่ามาเสียทีสิ?”
เจียงเว่ยถิงยิ้มแห้งก่อนที่จะตัดสินใจบอกเล่าความจริงที่เขามองเห็นมาว่า
“ผมว่าจะไปห้องสุขาแต่บังเอิญเห็นคุณเจนนี่เดินมากับเพื่อนก่อนครับ ก็เลยรีบกลับมารายงานเจ้านายแล้วเจ้านายจะทำอย่างไรต่อไปดี เสี่ยวจวินกำลังตรวจสอบสถานการณ์อยู่ครับ”
เจียงเว่ยถิงชี้นิ้วตรงไปที่ประตูห้องซึ่งมีร่างของหยางจวินกำลังยืนแง้มประตูแอบดูสถานการณ์ภายนอกอยู่ด้วยท่าทางระมัดระวังตัว
จ้าวหลงเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจเพราะเขาไม่ได้ตรวจสอบสิ่งแวดล้อมอย่างละเอียดเนื่องจากไม่คิดว่าหยางเจียอีจะมาที่เมืองซีอานแห่งนี้ทำให้เขารู้สึกกังวลใจอยู่บ้างเนื่องด้วยรับรู้ได้ว่าหญิงสาวไม่กลัวการเสียหน้าแต่พร้อมที่จะตามติดเขาอย่างไม่ลดละจึงหันหน้าไปสอบถามหยวนลี่หยางที่นั่งฝั่งตรงข้ามด้วยความอยากรู้ว่า
“เสี่ยวหยางทางลับของที่นี่สร้างเสร็จหรือยัง?”
อนึ่งปกติแล้วสถานประกอบธุรกิจของเขาจะมีเส้นทางลับเฉพาะที่สร้างไว้เพื่อปิดบังผู้คนไม่ให้เข้าถึงตัวเขาได้อย่างง่ายดายทว่าอาคารแห่งนี้เพิ่งสร้างเสร็จไม่นานนัก จึงไม่แน่ใจว่าผู้จัดการของที่นี่ทำตามแบบที่เขาเคยออกแบบไว้ก่อนหรือไม่
หยวนลี่หยางรับรู้บรรยากาศผิดปกติในทันทีเขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาตรวจสอบผังโครงสร้างของอาคารในบัดดลจากนั้นแจ้งเจ้านายด้วยน้ำเสียงยินดีว่า
“เรียบร้อยครับเจ้านายพวกเขาปรับปรุงเสร็จแล้ว”
จ้าวหลงพยักหน้ารับรู้เขาเหลือบมองเห็นการส่งสัญญาณจากหยางจวินพอดีจึงตัดสินใจบอกหยวนลี่หยางทันทีว่า
“ไปกันเถอะปล่อยที่เหลือให้พวกเขาดื่มกินให้สำราญไปก่อน พวกเราต้องไปแล้ว”
จ้าวหลงตัดสินใจหลบหน้าหยางเจียอีไปก่อนเพราะไม่ต้องการให้เกิดเรื่องวุ่นวายจนเสียบรรยากาศกินเลี้ยงที่หลายคนกำลังสนุกสนานอยู่จึงเลือกที่จะแยกตัวกลับไปก่อน ถึงแม้ว่าเขาอยากที่จะตัดขาดหญิงสาวให้เด็ดขาดไปเลยทว่าเขารับรู้ความเหนียวหนึบของอีกฝ่ายเป็นอย่างดีเป็นผลให้เขาเลือกที่จะไปดีกว่าสร้างปัญหาให้กับใครหลายคน
กู้เลี่ยงหวงและเจียงเฉินถามจ้าวหลงพร้อมกันด้วยความแปลกใจในท่าทางร้อนรนของชายหนุ่มว่า
“เสี่ยวหลงจะไปแล้วหรือ?”
“ครับปู่กู้ปู่เจียง บอกทุกคนด้วยว่าผมไปแล้ว ไม่ต้องพูดถึงผมอีกนะครับ”
จ้าวหลงกำชับสองชายชราให้ช่วยปิดบังเรื่องการอยู่ที่นี่ของตนเพราะไม่ต้องการเปิดเผยร่องรอยการอยู่ให้หยางเจียอีรับรู้เขาต้องการหายไปจากตระกูลจ้าวและตระกูลหยางอย่างไร้ร่องรอยเหตุเพราะเขาเลือกที่จะไม่แต่งงานกับหยางเจียอีโดยเฉพาะเวลานี้เขาค้นพบภรรยาที่แท้จริงของตนเองแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องสงวนท่าทีอีกต่อไป
หยวนลี่หยางเข้าใจท่าทางของจ้าวหลงเป็นอย่างดีจึงส่งสัญญาณแจ้งทีมเสือขาวทั้งหมดซึ่งทุกคนรับรู้ได้ทันทีว่าเรื่องการเคยอยู่ที่นี่ของจ้าวหลงจะถูกลบเลือนออกไปเป็นการปิดบังอำพรางเพื่อความปลอดภัยของเจ้านายไปในตัว
หยวนลี่หยางเดินนำจ้าวหลงตรงไปที่ช่องลับด้านหนึ่งของห้องอย่างรวดเร็วซึ่งเขาสืบค้นข้อมูลจนพบว่ามีการแก้ไขโครงสร้างเล็กน้อยเพื่อให้เหมาะสมและเข้ากับการตกแต่งภายในห้องซึ่งจะไม่มีใครสังเกตพบว่ามีทางลับสำหรับเข้าหรือออกจากห้องพิเศษหมายเลขหนึ่งแต่อย่างใด
..........
หลังจากที่หยางจวินส่งสัญญาณแจ้งกลับเข้าไปในห้องเขาจำเป็นต้องเปิดประตูออกไปภายนอกเพราะหยางเจียอีจดจำเสี้ยวใบหน้าของเขาได้ประการสำคัญคือหยางเจียอีเดินพุ่งตรงมาหาเขาอย่างยินดีจึงต้องรีบเตือนคนอยู่ในห้องให้แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน
“เอ๊! พี่ชายจวินก็มากินข้าวด้วยหรือคะ? แสดงว่าพี่ชายหลงอยู่ด้วยใช่ไหมคะ?”
หยางเจียอีปราดเข้ามาดึงประตูห้องเพื่อเปิดออกโดยหยางจวินดึงรั้งไว้อย่างเต็มเหนี่ยวเพื่อถ่วงเวลาให้จ้าวหลงเมื่อมั่นใจว่าเจ้านายไม่อยู่ในห้องแล้วจึงทำท่าผ่อนลงแล้วบ่นให้กับลูกพี่ลูกน้องตนเองว่า
“อะไรกัน? พี่มากินข้าวกับพรรคพวกเฉยๆทำไมมีพี่แล้วต้องมีจ้าวหลงด้วยละ?พูดเพ้อเจ้อใหญ่แล้วเรา”
หยางจวินพูดเฉไฉเหมือนกับไม่รู้เรื่องของจ้าวหลงแม้แต่น้อยเหตุเพราะเขารับรู้เรื่องที่จ้าวหลงตัดขาดจากทางตระกูลจ้าวเพื่อที่จะได้ไม่ต้องแต่งงานกับหญิงสาวตรงหน้าทำให้เขาต้องลอบถอนหายใจในสัมพันธ์รักที่มีคนผิดหวังมากกว่าหนึ่งคนโดยหนึ่งในนั้นคือตัวเขาเองที่เคยหลงรักภรรยาของเจ้านายส่วนลูกพี่ลูกน้องกลายเป็นคนที่จะต้องผิดหวังจากเจ้านาย
หยางเจียอีสัมผัสได้ว่าจ้าวหลงจะต้องอยู่ภายในห้องจากท่าทางขัดขวางของญาติผู้พี่ตนเองเธอจึงตัดสินใจผลักอกเขาอย่างแรงเพื่อให้เปิดทางแก่ตนเอง
เธอเดินเข้าไปห้องแล้วกวาดสายตามองหาร่างของจ้าวหลงทว่าพบเพียงสมาชิกทีมเสือขาวที่เธอรู้จักเป็นอย่างดีส่วนจ้าวหลงและหยวนลี่หยางนั้นไม่อยู่ในห้องแต่อย่างใด
“อ้าว! เจนนี่หรอกหรือ?มานั่งกินด้วยกันสิ” กวางคุนทำหน้าที่เป็นตัวแทนเชื้อเชิญหยางเจียอีอย่างยินดี
หยางเจียอีเดินยิ้มเข้าไปในห้องตามคำเชิญพร้อมกวาดสายตาสำรวจถ้วยและตะเกียบบนโต๊ะอย่างใส่ใจเธอพบว่าไม่พบ
อุปกรณ์เกินแต่อย่างใด จึงขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจที่ไม่มีร่างของจ้าวหลงอยู่ร่วมกับทีมเสือขาวเป็นผลให้เธอพลาดโอกาสพบชายคู่หมั้นของตนซึ่งเขาควรจะอยู่ร่วมกับทีม
เยียนตันที่ไปนั่งแทนตำแหน่งของจ้าวหลงเขานำแก้วน้ำ แก้วไวน์และอุปกรณ์อื่นวางไว้ใต้โต๊ะพร้อมยิ้มแห้งให้กับสองชายชราที่นั่งขนาบซ้ายขวาอย่างรู้สึกอักอ่วนใจ
“กินอะไรบ้างสิเสี่ยวตันอย่าคิดมากเรื่องแมวที่บ้านตายสิ มันไปดีแล้วละ จะโศกเศร้าทำไมกัน?”
กู้เลี่ยงหวงพูดคลี่คลายสถานการณ์เพื่อกลบเกลื่อนร่องรอยของจ้าวหลงโดยมีอีกหลายคนช่วยพูดผสมโรงซึ่งทำให้หยางเจียอีขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจมากขึ้นเพราะมีบรรยากาศหลายอย่างที่ดูขัดแย้งกัน
“จริงด้วย ขนาดหมาที่บ้านผมตายผมก็ร้องไห้เสียน้ำตาให้มันเชียวนะครับ ขนาดว่าผมเป็นลูกผู้ชายอกสามศอกนะเนี่ย”
โหวเส้าเฟิงทำหน้าเศร้าพลางพูดเสริมคำกล่าวของชายชรากู้อย่างตั้งใจ
“แต่เรื่องแบบนี้คนรักสัตว์เลี้ยงก็รักจริงๆ นะ พวกมันเป็นเหมือนสมาชิกครอบครัวของเราเลยล่ะ”
ติงหานแสดงความคิดเห็นตามประสบการณ์จริงของตนเขาตอบรับการแสดงของทุกคนด้วยความเข้าใจสถานการณ์เป็นอย่างดี
“งั้นพวกเราก็หัวอกเดียวกันอะนี้! ชนแก้ว!ดื่มให้เมาไปเลยเพื่อน”
เยียนตันรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นจึงเลี่ยงด้วยการดื่มเพื่อแก้เครียดดีกว่านั่งทำหน้าพิพักพิพ่วนอีกต่อไป
หยางเจียอีนั่งในตำแหน่งเดิมของหยวนลี่หยางซึ่งตรงข้ามกับเยียนตันพอดีเธอสังเกตท่าทางของแต่ละคนด้วยความสนใจ พลางคิดวิเคราะห์ด้วยความสงสัยว่า
‘พวกเขาเหมือนกับแสดงละครอยู่เลยแต่ก็ไม่มีร่องรอยของพี่ชายหลง หรือว่าพวกเขาแค่มากินเลี้ยงกันเท่านั้นจริงๆแต่จะเป็นไปได้ยังไงที่พวกเขาไม่พูดถึงพี่ชายหลงเลยพี่ชายหลงจะทอดทิ้งพวกเขาไปได้อยู่หรือ?น่าสงสัยเกินไปแล้ว’
หยางเจียอียอมกินดื่มร่วมกับทีมเสือขาวอยู่นานเพื่อตรวจสอบสถานการณ์จนกระทั่งโทรศัพท์จากเพื่อนสนิทดังขึ้น จึงยินยอมออกไปจากห้องอย่างไม่เต็มใจโดยเธอลอบหันหลังกลับมาสังเกตการณ์เป็นระยะ ทว่าไม่พบความผิดปกติอื่นใดอีกเลย
เมื่อหยางเจียอีออกไปพ้นจากห้องพิเศษหนึ่งแล้วผู้คนในห้องพิเศษหนึ่งต่างพากันถอนหายใจด้วยความโล่งอกที่เหตุการณ์ทั้งหลายผ่านพ้นและคลี่คลายไปด้วยดี
“เกือบไปแล้วยัยเจนนี่ตามติดเจ้านายยังกะอะไรดี?”เจียงเว่ยถิงตบหน้าอกตนเองพร้อมวิจารณ์อย่างกังวลใจ