ตอนที่12
จอมเวทย์ผู้บันดาลฝันวัยเด็กของข้า
“ข้านึกว่าเ้าจะตื่นเต้นกับการได้เป็นักสำรวจซะอีก”
ลูคัสโอดครวญ “วันแรกเ้าควรจะกระตือรือร้นกว่านี้สิเ้าทำให้ข้าหน้าแตกนะ” หมอนั่นชี้มาที่ข้า แต่นั่นไม่ใช่ความผิดของข้าซักหน่อย
“โปรดเข้าใจสถานการณ์ด้วยขอรับ”โซวาโรขัดคอขึ้น สองคนนี้ไม่ชอบกันจริงๆด้ววย
ทีมช่วยเหลือฉุกเฉินซึ่งประกอบด้วยลูคัสเนียเรส และโซวาโรได้มุ่งหน้าออกจากกิลด์ตรงไปยังมหาดันเจี้ยนแห่งน้ำแข็ง ข้าติดขบวนนั้นมาด้วยเพราะมันเป็ทางผ่านกลับไปบ้านของข้าเป็อีกครั้งที่ข้าได้นั่งรถกริฟฟิน ข้ามาถึงบ้านภายในระยะเวลาชั่วอึดใจข้าหันไปล่ำลากับเนียเรส ด้วยเหตุผลอะไรบางอย่างทำให้ข้ารู้สึกถูกชะตากับนางมากๆแน่นอนว่าข้าเลือกที่จะเมินการโบกมือลาจากพวกผู้ชายที่เหลือ ข้ากลับมาสู่บ้านของตนเอาอาเธอร์ไปวางไว้บนกองฟางที่หามาได้มันลุกขึ้นเดินวนๆเพื่อปรับสภาพให้กองฟางกลายเป็ที่นอนส่วนตัวก่อนจะนอนแล้วหลับไปทั้งแบบนั้นข้าเดินไปบรรจงจูบหน้าผากของอิเรเมียก่อนจะกระซิบบอกนางเบาๆว่า“ขอให้ความฝันไม่ใจร้ายกับเ้านะ”ก่อนจะเดินมาบอกแบบคำเดียวกันกับท่านแม่ที่ยังคงหลับไม่ได้สติ
ข้าเฝ้ามองไปยังใบหน้าอันทุกข์ทรมานของนางสีหน้าของนางดูทุกข์ทรมาน แล้วความปวดใจก็สร้างแรงผลักดันบางอย่างขึ้นมาในจิตใจของข้าความเหนื่อยล้าในตอนแรกค่อยหายไป ถ้าข้ามัวแต่มาพักผ่อนท่านแม่ก็จะยิ่งทรมานขึ้นเรื่อยๆข้านึกโกรธตัวเองที่เพิ่งทิ้งโอกาสที่ลูคัสหยิบยื่นให้มาไม่มีโอกาสไหนจะดีไปกว่าการได้เข้าไปสำรวจมหาดันเจี้ยนพร้อมกับนักสำรวจระดับสูง ทั้งปลอดภัยและการันตีความสำเร็จ
แล้วข้าก็ตัดสินใจอย่างฉับพลันอีกครั้งข้าจะต้องกู้คืนโอกาสสำคัญครั้งนี้กลับมาข้าวิ่งไปคว้าอาเธอร์ขึ้นมาจากที่นอนของมัน เ้าอาเธอร์ร้องลั่น“อะไรของหล่อนฟร๊ะเนี่ยเมี๊ยววววว!!!”
“พวกเราจะต้องตามท่านเนียเรสไปที่มหาดันเจี้ยนตอนนี้เลย!” ข้าพูดเร็วจี๋
“โทษทีนะสาวน้อยแมวอาเธอร์หยุดให้บริการแล้ว รบกวนฝากหมายเลขโทรกลับ...”
“ขอร้องละนะอาเธอร์โอกาสแบบนี้ข้าไม่มีโอกาสได้เจอบ่อยๆหรอกนะ”ข้าอ้อนวอนเ้าเหมียวที่ทำหน้าเบื่อโลกใส่ “ได้โปรด”
“เห้อ...ยังไงข้าก็ไม่ช่วยเ้าหรอก”อาเธอร์ปฏิเสธอย่างไร้เยื่อไย ข้าหน้าจ๋อย “แต่ว่ามีคนอีกที่อยากจะช่วยเ้านะ”
“หืม”ข้าขมวดคิ้ว และก่อนที่จะได้ถามอะไรต่อ ร่างของอาเธอร์ก็สาดแสงสีแดงสว่างจ้ามันคือสัญญาณของการเปลี่ยนร่างปรากฏเป็แมวสามสีที่มีขนยาวฟูฟ่องเหมือนกับก้อนสำลีดวงตาสีเทาหมอกที่เต็มไปด้วยความใจดีจับจ้องมาที่ข้า
“ไปกันเลยดีไหมฟีเชียร์เหมียว” แมวสามสีที่มีนามว่าฟาเอลเอ่ย ข้าเอียงคอถามอย่างสงสัยว่า
“เ้าพาข้าไปได้งั้นเหรอ”ข้ายังจำได้ดี เื่ก่อนหน้านี้ที่ฟาเอลทำให้ข้าหน้าแตกไม่ใช่ว่ามันไม่สามารถใช้พลังของตัวเองได้หรอกเหรอ
“พอสังเกตสิ่งที่พวกเ้าเรียกว่าตราอัญเชิญข้าก็เลยเข้าใจน่ะ”พลังเวทมนตร์ไหลทะลักออกมาจากร่างของฟาเอลออร่าสีแดงแปรเปลี่ยนเป็สีเขียวอ่อน แล้วละอองเ่าั้ก็วิ่งเป็เส้นสายดูราวกับเชือกเวทมนตร์ที่โบกสะบัดอยู่ในอากาศก่อนจะร้อยเรียงกันเป็วงเวทมนตร์บนพื้นที่ฟาเอลยืนอยู่ มันดูราวกับเป็วงเวทมนตร์ที่เกิดจากการใช้ตราอัญเชิญเลย“นี่คือวิธีการร่ายเวทมนตร์ในดินแดนแห่งนี้สินะเมี๊ยว!”
แสงสีเขียวสว่างจ้าฟาเอลลอยขึ้นฟ้าต่อหน้าต่อตาข้า ข้าอ้าปากค้างแมวตรงหน้าข้าใช้เวทมนตร์ได้โดยไม่ต้องใช้ตราอัญเชิญเวทมนตร์ที่มันเื่บ้าบออะไรกันเนี่ย แมวขนฟูฟาเอลร่ายเวทมนตร์แบบเดียวกันขึ้นในจุดที่ข้ายืนพริบตาที่มันเรืองแสงสีเขียวข้าก็ััได้ถึงสายลมที่หอบเอาร่างของข้าขึ้นไปในอากาศข้าไม่สามารถควบคุมทิศทางได้แต่ร่างของข้าก็ขยับลอยออกจากบ้านไปพร้อมกับฟาเอลแล้วค่อยๆใต่ระดับขึ้นสู่น่านฟ้าในยามค่ำคืน
ข้ารู้สึกใจนสมองมันตื้อไปหมด“นี่มัน...เ้าทำได้ยังไงกัน!”ข้าตะเบ็งเสียงแข่งกับสายลมที่พัดปะทะใบหูนี่มันไม่เหมือนกับตอนที่บินผ่านเกราะเวทมนตร์ของอาเธอร์เลยซักนิดเพราะคราวนั้นข้าสามารถบังคับทิศทางได้และไม่ได้โดนสายลมพัดปะทะร่างกายจนทำให้รู้สึกหนาวเช่นนี้พอข้าเอี้ยวคอไปด้านหลังจึงพบเข้ากับสายลมที่ก่อรูปร่างเป็หญิงสาวกำลังป้องปากเป่าสายลมโอบอุ้มร่างของข้าให้ลอยไปในอากาศ
“ข้ายังมีโชว์เตรียมไว้อีกนะ”ฟาเอลเริ่มสร้างวงเวทย์ตราอัญเชิญโดยการบังคับให้พลังเวทมนตร์หลังไหลและขีดเขียนวงเวทมนตร์ขึ้นมาตรงหน้ามันเป็วงเวทย์สีแดงที่ปลดปล่อยวิหกแห่งเปลวเพลิงขนาดใหญ่สี่ตัวให้บินมาตีขนาบข้างล้อมรอบพวกเราเอาไว้เปลวเพลิงอันร้อนแรงทำให้ข้ารู้สึกอบอุ่นขึ้นมาบ้าง แมวมหัศจรรย์ตัวนั้นหัวเราะ “อบอุ่นใช่ไหมล่ะ”
ข้าพยักหน้าการบินบนท้องฟ้ารูปแบบนี้ไม่กินแรงเลยซักนิด ฟาเอลทำให้การเดินท้องบนท้องฟ้าในค่ำคืนนี้สบายยิ่งกว่าการนั่งไปบนรถเทียมกริฟฟอนแม้จะไม่รวดเร็วเท่า แต่ก็ได้รับบรรยากาศที่น่าเคลิบเคลิ้มทีเดียวดวงจันทร์ยามค่ำคืนสาดแสงอาบร่างของข้าหมู่ดาวมากมายทอแสงระยิบระยับเหมือนกำลังเต้นรำ สายลมหวีดหวิวที่ไหลผ่านใบหูนี่มันราวกับความฝันในยามที่ข้ายังเป็เด็กเลยข้าสงสัยว่าตอนนี้ตัวของข้าดูคล้ายกับเทพเ้าที่บินอยู่บนท้องฟ้าหรือเปล่านะ
ข้าเผลอหลับไปได้ยังไงก็ไม่รู้รู้สึกตัวอีกทีข้าก้ถูกพามาจนถึงหน้ามหาดันเจี้ยนแล้วกำแพงที่สูงเสียดฟ้านั่นทำให้ข้าตาสว่างทันทีที่ลืมตาตื่นขึ้นมา ร่างของข้าและฟาเอลลงสู่พื้นดินอย่างช้าๆ“ข้าหลับไปั้แ่เมื่อไหร่กัน” ข้าหันไปถามสหายสามสีที่ลอยลงมายืนอยู่ตรงหน้าข้าเ้าเหมียวเหมือนกำลังอมยิ้ม
“ั้แ่ตอนที่ข้าทำให้ฟีเชียร์หลับนั่นแหละเหมียว”
“เ้าทำให้ข้าหลับงั้นเหรอ”ข้าสงสัย “ทำไปทำไมกัน”
“เด็กผู้หญิงน่ารักๆอย่างฟีเชียร์จะปล่อยให้อดหลับอดนอนได้ยังไงล่ะ”ฟาเอลขยิบตา ข้าคิดว่าถ้าเ้านี่เป็มนุษย์มันคงจะทำให้ข้ารู้สึกแปลกมากแน่ๆเ้าเหมียวยืดเส้นยืดสาย “ข้าต้องไปแล้วนะ ดูแลตัวเองด้วย”
“เ้าจะไปไหนกัน”ข้ารู้สึกว่าข้าชักจะขี้สงสัยมากเกินไปแล้ว แต่มันก็ช่วยไม่ได้นี่นา
“ดูเหมือนว่านอกจากอาเธอร์การปรากฏตัวของข้าและเพื่อนๆจะมีเวลาจำกัดน่ะ” ฟาเอลบอกร่างของมันค่อยๆเรืองแสงสีแดงสว่างจ้า มันฝากคำพูดทิ้งท้ายเอาไว้สั้นๆว่า“ถ้าอยากให้อาเธอร์ช่วยก็พยายามอ้อนมันหน่อยแล้วกันนะหมอนั่นมันพวกเอื่อยเฉื่อยแต่ก็ไม่ใช่แมวที่เลวร้ายอะไรหรอกนะเหมียว”
และสัตว์อัญเชิญของข้าก็เปลี่ยนร่างกลับมาเป็แมวส้มอีกครั้ง“หม่าวววว” อาเธอร์ถอนหายใจ “สวัสดีนะไอ้เ้าดันเจี้ยนน่ารำคาญ”
“รีบเข้าไปข้างในกันเถอะ”ข้าบอกอาเธอร์ มีรถกริฟฟอนที่จอดไว้ตรงหน้ามหาดันเจี้ยนกับคนขับที่เริ่มตั้งแคมป์เขากำลังมองมาทางข้าด้วยแววตาใสุดขีดดูเหมือนกลุ่มของท่านเนียเรสจะมาถึงได้ซักพักนึงแล้วถ้าโชคดีระหว่างไล่ตามไปอาจจะมีของเหลือๆที่พวกนั้นไม่ได้เก็บไปตกหล่นอยู่ตามทางก็ได้ข้าจะไม่พลาดทรัพย์ฟรีเ่าั้เด็ดขาด
“อุ้มหน่อย”อาเธอร์เอ่ย มันทิ้งตัวลงนอนกับพื้น ข้าถอนหายใจก่อนจะเดินไปอุ้มมันพาเข้าดันเจี้ยนไปพร้อมๆกันหวังว่าถึงคราวคับขันมันจะยอมช่วยข้าเหมือนครั้งที่ผ่านมานะ คนขับรถม้าเหมือนจะเดินเข้ามาหาข้าแต่เขาก็เปลี่ยนใจเดินกลับไปนั่งที่แคมป์และเฝ้ามองดูข้าอยู่จากตรงนั้น
ข้าก้าวเท้าเข้ามาในเขตมหาดันเจี้ยนอีกครั้งคราวนี้มันแตกต่างออกไป ข้าไม่ได้ตื่นเต้นจนแทบเป็บ้าเท่าเดิมแต่ก็ยังคงตื่นเต้นจนหัวใจจะะเิอยู่ดี นี่คือมหาดันเจี้ยนแห่งน้ำแข็งสถานที่ที่ก้าวเข้ามาปุ๊ปก็รู้สึกเหมือนอวัยวะภายในกำลังจับตัวกันเป็น้ำแข็งอย่างช้าๆมันหนาวจนข้าขนลุก เบื้องหน้าของข้าเต็มไปด้วยร่องรอยการต่อสู้พื้นที่เป็น้ำแข็งร้าวและมีหลุมหลายแห่ง มีคราบเืกระจัดกระจายตามรายทางข้าพยายามสำรวจทุกซอกทุกมุมและหวังว่าจะมีอะไรหลงเหลือไว้บ้าง
ทางเดินพาข้าตรงไปข้างหน้าเรื่อยๆอย่างที่คิด ตลอดเส้นทางช้าไม่เจอมอนสเตอร์เลยซักตัวเดียว ข้าได้แต่หวังว่ามันจะเป็เช่นนี้ไปจนจบการสำรวจและข้าสามารถกลับออกไปได้ในเช้าของอีกวัน
ครืนนนนนนน!!!
ทันใดนั้นเองมหาดันเจี้ยนก็สั่นอย่างรุนแรงข้าเซและลื่นน้ำแข็งล้มลงก้นกระแทกพื้นจนปวดตุบๆ อาเธอร์ตื่นขึ้นมันหันซ้ายหันขวาก่อนจะหันกลับไปข้างหลังแล้วพูดออกมาด้วยเสียงเอื่อยๆว่า “เห็นมะขนาดทางที่เราเข้ามามันยังแอบหนีไปงีบแล้วเลยทุกๆคนก็ต้องมี่เวลาที่ได้พักผ่อนบ้างนะเหมียว”
ข้าหันกลับไปก่อนจะพบกับภาพที่ทำให้ข้าใจหายวูบ
เมื่อเส้นทางที่ควรจะเป็ทางเข้าบัดนี้กลายเป็ทางตันๆที่มีน้ำแข็งอัดอยู่แน่นข้าพุ่งกลับไปแล้วออกแรงทุบมัน มันแตกออกอย่างง่ายดายข้านึกดีใจที่อย่างน้อยมันก็ไม่ได้เป็อย่างที่ข้าคิด
ทว่าข้าคิดผิดทุกๆอย่างมันเป็อย่างที่ข้าคิดจริงๆด้วย
กำแพงน้ำแข็งตรงหน้าข้าแตกออกเผยให้เห็นภาพเบื้องหน้าที่ทำให้ข้าช็อกข้าควรจะได้เห็นหนทางแคบๆที่เกาะกุมไปด้วยน้ำแข็งเหมือนตอนที่เข้ามา ทว่าภาพตรงหน้าของข้าคือห้องโถงน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่มีสัตว์อสูรน้ำแข็งอยู่รับสิบตัวและพวกมันทั้งหมดกำลังจ้องมองมาที่ข้าด้วยสายตาของสัตว์ร้าย ก่อนที่พวกมันจะกรูกันเข้ามาโจมตีนั่นเป็วินาทีที่ข้านึกถึงคำๆนึงขึ้นมาได้ในใจ
นี่น่ะเหรอสิ่งที่เรียกว่าความบ้าคลั่งของมหาดันเจี้ยน!
โปรดติดตามตอนต่อไป