ร่างเล็กชะเง้อมองวิวจากหน้าต่างของยานบินด้วยความตื่นเต้น ไม่ใช่ว่าเซวียนหยูไม่เคยนั่งยานเช่าแบบส่วนตัวมาก่อน แต่ครั้งนี้เป็ครั้งแรกที่ในยานมีกันเพียงสองคน เขาจึงผ่อนคลายลงมาก แม้ใบหน้าจะดูสงบนิ่งแต่แววตากลับระยิบระยับเมื่อได้ออกจากเขต C ที่ทั้งล้าหลังและกันดาร
ใช้เวลาไม่นานยานบินก็ลงจอดที่หน้าร้านขายผักผลไม้ของเถ้าแก่หยวน ก่อนจะลงจากยานเด็กน้อยก็รีบเช็กการแต่งกาย กระชับปกเสื้อนอกให้เรียบขึ้น แล้วทำสีหน้าจริงจังเดินลงด้วยท่าทางที่คิดว่าเท่ที่สุด
วันนี้มาคุยธุรกิจ!
“เสี่ยวหยู!! มาขนหัวไชเท้า”
นักธุรกิจหนุ่มน้อยแทบหัวทิ่ม อุตส่าห์เดินเท่แต่ถูกช็อตฟีล
“คร๊าบผม”
ในจังหวะนี้เอง เถ้าแก่หยวนที่ได้รับแจ้งจากพนักงานก็รีบเดินมาด้วยความเร็วแสง
“โอ้ ในที่สุดคุณเซวียนก็มาทำการค้ากับเราอีกครั้ง เชิญๆ วันนี้มีของเยอะเลยใช่ไหมครับ” เถ้าแก่หยวนส่งยิ้มการค้ามาให้ทันทีที่เห็นว่าพวกเขาเดินลงมาจากยานเช่าส่วนตัว ทำเอาสองพี่น้องขนลุกซู่ไปตามๆ กัน
“ค่อนข้างเยอะเลยค่ะ” เซวียนซือซือพยักหน้า เธอสังเกตว่าเถ้าแก่หยวนดูกระตือรือร้นมากเป็พิเศษ
แน่นอนว่าเธอคิดถูก เซวียนซือซือไม่รู้เลยว่าเขารอเธอมานานแค่ไหน ชื่อก็ไม่รู้จัก ที่อยู่ก็ไม่มีจะติดต่อก็ทำไม่ได้อีกทั้งเฉินเสี่ยวโม่ที่พอจะรู้จักกับเทพเ้ากะหล่ำปลีก็ได้ลาออกไปแล้ว เถ้าแก่หยวนอยากจะร้องไห้เมื่อได้พบหน้าคนที่เฝ้ารอ
“พี่ฮะ เ้าของร้านนี้ดูไม่น่าไว้ใจเลย” เสียงกระซิบที่ไม่เบามากของนักธุรกิจน้อย ทำให้ทั้งพนักงานที่ช่วยขนของขำจนไหล่สั่น ส่วนเถ้าแก่หยวนตอนนี้เขาน้ำตาไหลแล้วจริงๆ!
นี่เขาดูไม่เป็มิตรกับเด็กขนาดนั้นเลยเหรอ?
จะโกรธก็ไม่ได้เพราะเด็กน้อยนี่หน้าตาน่ารักเกินไป
เมื่อคิดถึงเื่หน้าตา สายตาของเถ้าแก่หยวนก็มองไปที่เทพเ้ากะหล่ำปลี “คุณเซวียนดูเหมือนจะเปลี่ยนไปนะครับ”
“ครั้งก่อนฉันเล่นซ่อนหากับน้องชายเลยต้องปลอมตัวน่ะค่ะ”
“อ้อ” แม้จะแปลกใจแต่เถ้าแก่หยวนก็ปล่อยผ่าน ไม่มีอะไรน่าสนใจไปกว่าผักกระสอบแล้วกระสอบเล่าที่ขนเข้าไปในร้านหรอก ฮิฮิ
การชั่งน้ำหนักผัก ประเมินค่ารังสีและตรวจดัชนีพลังงานในวันนี้ใช้เวลาค่อนข้างนานเพราะมีผักถึงสี่อย่างด้วยกัน อีกทั้งแต่ละอย่างยังมีปริมาณค่อนข้างมาก
“คุณเซวียนผมไม่รู้ว่าผักนี้คือผักอะไร? ทางร้านไม่เคยขายมันมาก่อน”เถ้าแก่หยวนชี้ไปที่กองถุงเห็ดที่มีเยอะไม่แพ้กับผักชนิดอื่น
“มันคือเห็ดค่ะ ฉันคิดว่าคุณค่าทางสารอาหารสูงเลยเลือกเพาะมันค่ะ”
ในความรู้ของเถ้าแก่หยวนไม่มีคำว่าเห็ดอยู่เลย ดังนั้นเขาจึงพูดขึ้นด้วยความลำบากใจ “ผมไม่รู้จักพืชชนิดนี้ ขอคุณเซวียนโปรดรอสักครู่ทางเราจะสืบค้นจากฐานข้อมูลของสมาคมเกษตรกรรม”
หญิงสาวพยักหน้า ความตั้งใจเดิมในการเพาะเห็ดก็คือไว้ใช้เป็อาหารสำหรับเธอและเสี่ยวหยู เอามาผัดบ้างใส่ในบะหมี่บ้าง แต่พักหลังมานี้เห็ดนางรมที่เพาะไว้ออกดอกทุกวันจนกินไม่ทันจึงได้เผื่อแผ่ไปถึงครอบครัวเฉิน แต่ก็จนใจเพราะป้าเฉินทำอาหารไม่เป็ มีเพียงการต้มเท่านั้นที่เธอทำได้ และเซวียนซือซือก็ไม่สะดวกที่จะสอนเพราะมีเพียงเธอเท่านั้นที่มีเครื่องปรุงในโลกเดิมของเธอ
ผ่านไปครู่หนึ่งเสี่ยวหงก็เดินเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นเต้น
“ในฐานข้อมูลมีการระบุถึงพืชที่มีชื่อว่าเห็ดอยู่ค่ะ แต่มีหลายสายพันธุ์มีทั้งมีพิษและไม่มีพิษ ส่วนที่ว่าสายพันธุ์ไหนกินได้หรือกินไม่ได้นั้นไม่มีข้อมูลรองรับทุกสายพันธุ์ ส่วนเห็ดนางรมที่คุณเซวียนนำมานี้ก็ยังไม่มีการรับรองความปลอดภัยเช่นกัน ทางเราต้องส่งไปตรวจสอบที่สถาบันวิจัยพืชผลทางการเกษตรที่สมาคมเกษตรกรรมก่อนค่ะ หากปลอดภัยไร้สารพิษจึงจะวางขายได้”
“โอ้” เซวียนซือซือผิดหวังเล็กน้อยที่เห็ดจำนวนมากพวกนี้จะยังไม่ได้ขาย นั่นหมายถึงเงินที่ได้ในรอบนี้น้อยลงกว่าเป้าหมายที่คาดไว้
“ระยะเวลาตรวจสอบนานไหมคะ?”
เสี่ยวหงตอบกลับไปว่า “ประมาณหนึ่งเดือนค่ะ”
เห็ดที่ตัดมาแล้วไม่สามารถเก็บได้นานเกินไป สำหรับที่ตัดมาในวันนี้นอกเหนือจากที่ส่งไปตรวจน่าจะต้องทิ้งทั้งหมด ส่วนเชื้อเห็ดที่อยู่ในบ้านที่ออกดอกทุกวันนั้น
เอ่อ...เซวียนซือซือหันไปแลกสายตากับน้องชาย
เซวียนหยูหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก เห็ดอร่อยมากก็จริงแต่เขากินจนเอียน จนหน้าจะกลายเป็เห็ดอยู่แล้ว ฮือฮือ
“ตกลงค่ะ ถ้าอย่างนั้นก็ทำตามขั้นตอนได้เลย ถ้ามันยังขายไม่ได้ก็ทิ้งไป”
ถ้อยคำที่ดูไม่แยแสของเซวียนซือซือทำให้ทั้งเถ้าแก่หยวนและเสี่ยวหงนิ่งอึ้ง ไอ้หยา นี่มันผักนะผักเชียวนะ คิดจะทิ้งก็ทิ้งเลยอย่างนั้นรึ
“มันจะดีหรือคุณเซวียน” เถ้าแก่หยวนถาม
“อายุเห็ดเก็บได้ไม่นาน การซีลสุญญากาศช่วยยืดอายุได้อีกเล็กน้อย หรือจะแช่แข็งก็ต้องต้มก่อนถึงจะเก็บได้ค่ะ”
“ในเมื่อทิ้งอยู่แล้วก็ส่งมันไปที่สถาบันวิจัยผลิตพันธุ์ทางการเกษตรให้หมดทั้งสามกระสอบเนี่ยล่ะ” แม้จะเสียดายแค่ไหน แต่เพราะเครื่องมือที่ร้านมีไม่สามารถตรวจสารพิษในพืชที่ไม่รู้จักได้ ดังนั้นการส่งไปที่สถาบันวิจัยจึงเป็ตัวเลือกที่ถูกต้องแล้ว
“ตกลงค่ะ เอาตามที่เถ้าแก่หยวนว่าได้เลย”
เซวียนซือซือนั่งดูการทำงานของทางร้านด้วยความเบื่อหน่ายจนกระทั่งเถ้าแก่หยวนมาแจ้งผลการทดสอบของผักทั้งสามอย่าง
“ครั้งนี้ที่ใช้เวลานานเพราะเราตรวจสอบการหัวต่อหัว ผลทดสอบออกมาแล้วครับ พืชทั้งสามชนิดทุกหัวมีค่ารังสีคือ 0 และมีดัชนีพลังงาน 120 เท่ากันทุกวัน หัวไชเท้า 100 จิน กะหล่ำปลี 80 จิน มะเขือเทศ 1,200 จิน”
เถ้าแก่หยวนกลืนน้ำลายแล้วพูดต่อ “เป็พืชเกรด SSS+ เพิ่มจากเกรด C 6 ระดับอีกทั้งยังมีค่าดัชนีพลังงานสูงกว่าปกติ ดังนั้นราคาต่อหนึ่งร้อยกรัมจากเดิมคือ 480 เหรียญดวงดาวจะเปลี่ยนเป็ 700 เหรียญดวงดาวสำหรับหัวไชเท้าและกะหล่ำปลี ซึ่งราคารวมของผักสองชนิดนี้คือ 630,000 เหรียญดวงดาว ส่วนมะเขือเทศเป็ผลไม้..”
ก่อนที่เถ้าแก่หยวนจะพูดอะไรต่อ เซวียนซือซือก็ขัดขึ้นมา “มะเขือเทศเป็ผักไม่ใช่เหรอคะ”
“เป็ผลไม้ครับ”
ช่างมันเถอะ! ปัญหาโลกแตก ผลไม้ก็ผลไม้ ไม่รู้ที่นี่แบ่งเกณฑ์ยังไง
เมื่อเห็นว่าเซวียนซือซือไม่โต้เถียงแล้ว เขาก็พูดต่อ “มะเขือเทศ 1,200 จิน ราคาอยู่ที่ 1,000 เหรียญดวงดาวต่อ 100 กรัม ราคารวมคือ 6,000,000 เหรียญดวงดาวครับ ดังนั้นวันนี้คุณเซวียนจะได้รับเงิน 6,630,000 เหรียญดวงดาว” พูดไปมุมปากของเถ้าแก่หยวนก็สั่นระริก สายตาของเขาเหลือบมองไปที่คนตรงหน้าอย่างไม่รู้ตัว
เห็นสายตาเหมือนหมาน้อยของเขา เซวียนซือซือก็นึกว่าเขาไม่มีเงินจ่ายจึงถามออกไป “หรือว่าเถ้าแก่หยวนมีเงินไม่พอคะ”
“พอครับ พอ! พอแน่นอน” เถ้าแก่หยวนรีบพูดทันที จะบ้าเหรอถ้าเงินไม่พอแล้วเทพเ้าไปซื้อขายกับร้านอื่นขึ้นมาจะทำอย่างไร แม้วันนี้จะต้องนำเงินออกมาสำรองจ่ายหรือต้องหยิบยืมมาก่อนก็ต้องทำ วันนี้เสียเงินแต่วันหน้าเขาจะได้รับกำไรเป็กอบเป็กำจากสินค้าของอีกฝ่ายในอนาคต แค่คิดว่าจะได้นอนกอดเงินเถ้าแก่หยวนก็แทบจะน้ำลายไหลแล้ว
หลังจากที่การค้าขายเสร็จสิ้น คำถามก็ถูกถามขึ้น “ไม่ทราบว่าทางผมจะขอช่องทางการติดต่อของคุณเซียนไว้ได้หรือเปล่า หากผลการทดสอบของเห็ดนางรมออกแล้วจะได้แจ้งให้คุณเซวียนรับทราบ”
“ฉันถูกจำกัดการใช้งานเครือข่ายและอินเทอร์เน็ต” เซวียนซือซือเอ่ยยังคลุมเครือ เถ้าแก่หยวนจึงนึกเชื่อมโยงไปถึงอดีตลูกน้องที่เคยอยู่ในเขต C แต่ตอนนี้ได้เข้าเรียนที่สถาบันการศึกษาแห่งชาติที่เขต A
“คุณเซวียนอยู่ในเขต C ?”
หล่อนพยักหน้า
“โอ้”
หญิงสาวตรงหน้าเป็ผู้ปลูกและยังเป็ผู้ปลูกจิติญญาที่มีคนร่ำลือกันว่าปลูกพืชระดับ S ได้ สถานะไม่ควรจะต่ำจนเป็ทาส แต่เพราะอะไรทำไมจึงเป็เช่นนี้เถ้าแก่หยวนก็ไม่สามารถเข้าใจได้
เขารู้เพียงแต่ว่าด้วยรายได้ของเธอหากจะไถ่ตัวเองในตอนนี้ก็น่าจะทำได้แต่เลือกที่จะไม่ทำมากกว่า ช่างลึกลับ ติดดิน คนแบบนี้จะล่วงเกินไม่ได้
ในเวลาไม่กี่นาที เถ้าแก่หยวนคิดไปร้อยแปดพันอย่างโดยที่ไม่รู้เลยว่าบุคคลตรงหน้าไม่ได้ลึกลับอะไรทั้งนั้น เธอเป็เพียงมนุษย์ต่างดาวจากโลกดึกดำบรรพ์ที่กลัวตายจึงระมัดระวังความปลอดภัยมากก็เท่านั้น
หลังจากที่แผ่นหลังของเซวียนซือซือจากไปแล้ว เถ้าแก่หยวนก็ใช้เส้นสายประชาสัมพันธ์ว่าร้านของเขามีสินค้าเกรดสูงสุดมาวางจำหน่าย พร้อมกับส่งยิ้มร่ารอรับเงิน