บทที่ 27 การทดสอบไหวพริบที่แท้จริง
เท้าเล็กๆของเด็กสาวก้าวไปอย่างต่อเนื่องไม่มีหยุดคิดเกิน 2 วินาที ความเร็วนี้ทำให้ผู้ที่อยู่ข้างนอกต้องลอบกลืนน้ำลาย พวกเขากำลังคาดหวังว่าคนที่ประมาทเช่นซูหยวนจะเหยียบกับดักโดนสักครั้ง เพื่อสั่งสอนให้เธอเข้าใจว่าการทดสอบนี้ไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้น เพียงแต่...ซูหยวนพาตนเองมาจนถึงทางแยกครั้งที่ 2 ได้จริงๆ!!
“เธอเจอลูกแก้วที่หนึ่งแล้ว!”
ผู้ดูแลสาวพึมพำออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อ ถ้าซูหยวนค่อยๆตัดสินใจอย่างระมัดระวัง พวกเขายังยินดีกับความสำเร็จนี้ แต่สิ่งที่เด็กสาวทำ...มันเหมือนกับเธอแค่โชคดีเท่านั้น
“เธอยังคงไปเส้นทางเดิม”
ครั้งนี้ แม้ว่าจะมีไฟสีเขียวเพิ่มขึ้นมาเป็ทางแยก แต่ซูหยวนกลับไม่ลังเลที่จะเลือกเส้นทางเดิมอีกครั้ง ไม่ใช่แค่นั้น...แต่เธอก็ยังคงเดินอย่างรวดเร็ว ไม่แม้แต่จะหยุดคิดเหมือนเดิม
“เธอกำลังทำอะไร?”
“มีสองอย่างที่เป็ไปได้ หนึ่งก็คือ...เธอเชื่อว่าตนเองโชคดีพอ หรือสอง...เธอมองเห็นกับดักทั้งหมดแล้ว”
หัวหน้าผู้ดูแลพึมพำออกมา แม้ว่าจะมีคนที่เป็แบบซูหยวนเหมือนกัน แต่เขาคนนั้นก็คือตำนานขององค์กร! ถ้าซูหยวนสามารถมองเห็นกับดักทั้งหมดได้จริง เช่นนั้นก็เท่ากับว่าเธอมีระดับเท่ากันกับอีกฝ่ายงั้นหรือ? สิ่งนี้...จะน่ากลัวเกินไปหรือไม่!
ซูหยวนยังคงทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆ ตอนนี้เธอมาถึงทางเลือกที่ 5 และมีจำนวนกับดักครึ่งหนึ่งของทางเลือกทั้งหมด เท่ากับมีโอกาสที่จะพลาดกับโอกาสรอดเท่าๆกัน จุดนี้น่าจะเป็จุดที่วัดระดับได้อย่างแท้จริง ซึ่งตลอดทางที่ผ่านมา ซูหยวนได้รับมาแล้ว 4 ลูกแก้ว เท่ากับ 4 แต้มพิเศษ ถือเป็จำนวนมากแล้วถ้าเทียบกับการที่ไม่ต้องทำอะไรมากเลย
คนตัวเล็กยังคงทำเหมือนกับที่ผ่านมา ท่ามกลางความสนใจของทุกคน อย่างไรก็ตาม...ั้แ่ทางแยกที่ 5 ไปนี้ ตำแหน่งของอิฐและเส้นทางเดินไม่ได้ราบเรียบเหมือนก่อนอีกแล้ว พวกมันไม่สามารถมองออกได้ง่ายขนาดนั้น เนื่องจากเส้นทางข้างหน้าเป็หลุมเป็บ่อที่ลึกลงกว่าเดิม ยังมีจุดที่ต้องขึ้นบันได บางจุดที่ต้องปีนขึ้นไปด้วย
โดยความยากของมันก็คือ การปีนขึ้นไปที่สูงนั้น ต้องใช้มือช่วยเหลือเพื่อดึงร่างกายขึ้นข้างบน ตำแหน่งที่จะใช้มือจับนั้นเป็ตำแหน่งที่มองไม่เห็นในทันที หรือเปรียบเทียบโดยมุมมองกว้างๆไม่ได้อีก ต่อให้ซูหยวนจะรู้รูปแบบการทดสอบว่ามีปัญหาซ่อนอยู่ครึ่งต่อครึ่ง แต่เธอก็ยังต้องใช้เวลาอยู่ดี
โชคดีที่อัตราส่วนนี้ยังไม่ผลักดันให้คนถึงจุบจบเร็วเกินไป ทางแยกที่ 6 ซูหยวนก็ยังไม่ถูกกับดักเล่นงาน แต่มาถึงทางแยกที่ 7 กลับกลายเป็ว่าเธอเหมือนถูกหยอกล้ออย่างไรอย่างนั้น
ปัญหาคือ...ทางเลือกมีทั้งหมด 3 ทางให้ไป แต่มันคล้ายกับเขาวงกต เพราะถ้าเลือกผิดั้แ่แรก เช่น เธอเลือกใช้ตำแหน่งที่ 3 ในการก้าวเท้าแรก ตำแหน่งที่ 4 ในการใช้มือดึง ทว่า...พอจะก้าวต่อไป กลับพบว่าทางรอดไปกองรวมกับที่ตำแหน่ง 8 9 และ 10 ในการก้าวเท้าครั้งที่สาม สิ่งนี้เท่ากับว่าซูหยวนถูกหลอกลวงให้เลือกผิดมาั้แ่การก้าวเท้าครั้งที่หนึ่งและสองแล้ว เนื่องจากการจะะโไปหาตำแหน่งที่ 8 9 และ 10 นั้นแทบจะเป็ไปไม่ได้เลย
พูดให้ถูกก็คือ ซูหยวนจะต้องมองให้ออกทั้งหมดั้แ่ก่อนจะปีนขึ้นไปแล้ว
เธอรู้สึกว่าคนที่คิดสิ่งนี้ขึ้นมาคล้ายกับว่า้าวัดสติปัญญาของผู้คนให้เห็นกันชัดๆั้แ่ตอนนี้เลย ดังนั้น...เด็กสาวไม่สามารถใช้ความเร็วได้เหมือนก่อนหน้านี้อีกแล้ว เธอกำลังมองแผนผังทั้งหมดของทางแยกที่ 7 นี้ ทว่า....ต้องอย่าลืมว่าสายตาของคนไม่สามารถมองเห็นได้ั้แ่ต้นจนจบ นั่นเพราะเส้นทางนี้ไม่ได้มีระยะที่สั้นเลย
เธอมองเห็นได้เพียง 10 ก้าวล่วงหน้าเท่านั้น เมื่อปีนขึ้นไปที่สูงแล้วจึงจะค่อยเลือกทางลงที่ถูกต้อง รวมถึงอาจจะวิเคราะห์ทางขึ้นข้างหน้าได้อีกจังหวะหนึ่ง
โชคดีที่ด่าน 7 นี้ยังเมตตา เมื่อขึ้นมาถึง้าสุด พวกเขายังทำให้การเดินทางของผู้ทดสอบกลับมารวมเข้าด้วยกันตรงทาง ครั้นจะได้เลือกตำแหน่งต่อไปก็ยังมีทางที่จะลงได้ ซูหยวนค่อยๆเลือกและตัดสินใจเรื่อยมา จนในที่สุดก็เข้ามาทางแยกของด่าน 8 แล้ว
“................” และทางแยกนี้เองก็ทำให้ซูหยวนได้แต่มองมันเหมือนกับมองเส้นทางไปสู่ความตาย
เส้นทางที่ 8 จะมีทางให้เดินเหลือเพียง 2 จุดเท่านั้น และพวกเขาก็เล่นมันเสียั้แ่ตอนนี้!!
“หลังจากทางแยกที่ 8 นี้จะไม่ใช่เื่ง่ายอีกแล้ว” หัวหน้าผู้ดูแลที่กำลังลุ้นไปกับเด็กสาวกล่าวขึ้นมา ซึ่งพนักงานสาวก็พยักหน้าเห็นด้วย
“แค่เธอมาถึงจุดนี้ได้ก็นับว่ามีความแข็งแกร่งมากแล้วค่ะ หลังจากนี้ต่อให้พลาดท่าก็ไม่น่าเสียดาย...”
“มันมีอะไรหรอครับ ทำไมถึงพูดราวกับว่าจะไม่สามารถไปต่อได้ เด็กคนนั้นไม่ใช่ว่าน่าจะมองกับดักทั้งหมดออกแล้วนี่ครับ” วังเฮ่าวิเคราะห์ไปด้วย เอ่ยถามคนรู้ข้อมูลไปด้วย ซึ่งพนักงานสาวก็เต็มใจที่จะเล่าให้เขาฟัง
“จริงอยู่ที่เธอมองออก แต่เพราะมองออกนั่นแหละถึงเป็ปัญหา”
“มองออกก็เลยเป็ปัญหาหรอครับ”
“ใช่ เพราะรู้มากเกินไป ระมัดระวังเกินไปจึงไม่สามารถก้าวไปข้างหน้าได้ ฉันได้ยินว่าทางเลือกที่ 8 นี้ ไม่ว่าจะเลือกทางไหนก็จะเจอแต่ทางตัน หรือก็คือ....ก้าวถูกต้องหนึ่งครั้ง ก็จะก้าวต่อไปไม่ได้อีกแล้ว เพราะรอบๆมีแต่กับดักทั้งหมด”
“เห๋ แล้วจะมีคนผ่านการทดสอบได้หรอครับ!” ชายหนุ่มใมาก กับดักที่ล้อมเอาไว้ั้แ่การก้าวครั้งแรก เช่นนั้นนี่เรียกว่าการทดสอบได้อยู่หรอ
“เพราะแบบนั้น มันจึงต้องขึ้นกับไหวพริบของแต่ละคนอย่างไรล่ะ” พนักงานสาวถอนหายใจออกมา
เธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเด็กสาวผู้นี้จะทำอย่างไร ทั้งยังไม่รู้ด้วยว่าผู้ผ่านการทดสอบเพียงคนเดียวขององค์กรในเวลานั้นเลือกวิธีแบบนั้น ถึงแม้ว่าเธอจะเอาใจช่วยเด็กสาวซูหยวนคนนี้ให้ทำลายสถิตินั้น แต่เธอก็ไม่มั่นใจเลยว่าเด็กสาวจะทำมันได้จริง
ชายร่างท้วมที่เป็หัวหน้าไม่ได้พูดอะไร เขาเองก็รู้สึกเหมือนกับพนักงานสาว การที่ซูหยวนมาจนถึงตอนนี้นับว่าเก่งกาจมากแล้ว ทว่า...เขาก็อยากเห็น “ตำนาน” ที่เกิดขึ้นใหม่อีกครั้งเหมือนกัน
ซูหยวนไม่ได้ก้าวเท้าเกือบ 10 นาทีจนทุกคนคิดว่าเธอถอดใจไปแล้ว ทว่า...หลังจากที่จมอยู่กับความเงียบ ในที่สุดคนตัวเล็กก็เคลื่อนไหวเสียที
“นั่น! เธอกำลังทำอะไร”
“เธอไม่ได้เลือกทางเดินงั้นหรอ?”
“เธอกำลังจะไปไหน ถึงจะบอกว่านี่เป็ทางแยกที่ 8 แต่ั้แ่ทางที่ 7 ก็ไม่มีเส้นทางอื่นให้เธอแล้วนะ”
ใช่แล้ว! หลังจากที่จบทางแยกที่ 6 มา ก็ไม่มีทางแยกอื่นให้แล้ว พวกมันเป็เพียงทางตันเท่านั้น หรือก็คือ...เป็การบังคับให้ผู้ที่เลือกใช้เส้นทางนี้ั้แ่ต้น ต้องก้าวต่อไปให้จบในเส้นทางเดิมของตนเองเพื่อพิสูจน์พร์ที่แท้จริงซึ่งไม่ได้มาเพราะโชคช่วย
การที่จู่ๆอันซูหยวนก็เดินไปข้างๆ ไม่ยอมก้าวไปข้างหน้าอย่างที่ควรจะเป็นั้นแปลกประหลาดมาก เด็กสาวมาหยุดอยู่ที่มุมกำแพงหนึ่ง พวกมันเป็จุดที่วางคบไฟสีแดงเรียงรายกันเป็แถวยาว เมื่อซูหยวนเข้ามาใกล้ มันก็สั่นไหวเล็กน้อยจนเกิดเป็เงา ทำให้บรรยากาศดูน่ากลัวมากขึ้น
เด็กสาวหยิบเอาอาวุธชนิดใหม่ออกมา เธอทำท่าเหมือนกับว่านำออกมาจากอกเสื้อ ทว่า...ไม่ว่าจะมองอย่างไรมันก็ค่อนข้างผิดปกติ แน่นอนว่าคนที่กำลังดูการแสดงออกของเธอนั้นไม่ได้คิดเกี่ยวกับสิ่งนี้มากนัก เพราะพวกเขากำลังตะลึงกับสิ่งที่ซูหยวนทำมากกว่า
เธอหยิบอุปกรณ์หนึ่งที่มีความยาว 25 เิเ ลักษณะคล้ายกับพลั่วแต่มีขนาดเล็กกว่า ซูหยวนรู้จักมันดีในฐานะ “ช้อนปลูก” แต่คนที่โลกนี้ซึ่งไม่ได้เชี่ยวชาญในการเพาะปลูกเลยย่อมไม่รู้จักพวกมัน
อุปกรณ์ที่แข็งแกร่งที่สุดย่อมเป็อุปกรณ์จากฟาร์มของเธอเอง เพื่อให้มั่นใจว่ามันจะไม่หักระหว่างที่เธอปีนป่าย ซูหยวนจึงเลือกนำพวกมันออกมา
หญิงสาวเอาช้อนปลูกออกมาก่อนเป็อันดับแรก แซะที่ขอบอิฐข้างกำแพงเพื่อยกตัวเองให้สูงขึ้น ในขณะที่อีกข้างก็ถือ “ส้อมพรวนดิน” ออกมาเพื่อรับน้ำหนักเอาไว้
เด็กสาวรู้ว่าการเดินไปยังเส้นทางปกตินั้นไม่มีทางที่จะเอาชนะได้ ยิ่งถ้าเดินเข้าไปแล้ว จะออกมายังเส้นทางที่ถูกต้องนั้นแทบจะไม่มีเลย ดังนั้นเธอต้องตัดสินใจั้แ่แรก ซึ่งเหมือนกับกับดักที่ผ่านมา เธอรู้ว่ามีช่องสำหรับปล่อยกับดักออกมาได้ตลอดทั้งกำแพงนี้ นั่นหมายความว่าซูหยวนต้องใช้เวลาเพื่อตรวจสอบช่องปล่อยกับดักทั้งหมด เธอจึงสามารถเคลื่อนไหวได้
“ฟู่ว!”
เด็กสาวเป่าปากของตนเอง ดีที่กำแพงนี้ไม่มีข้อห้ามใดๆที่พวกเขาวางเอาไว้อีก ไม่อย่างนั้นเธออาจจะจนปัญญาแล้วจริงๆ
ถึงอย่างนั้น การรับน้ำหนักที่เหมือนกับการปีนเขานี้ไม่ใช่เื่ง่าย แม้ว่าเธอจะมีร่างกายแข็งแรงขึ้นแล้ว ทว่าการที่ต้องห้อยโหนนานๆก็ทำให้ลำบากเช่นกัน ดีที่ซูหยวนคิดเื่นี้เอาไว้ และเธอก็จะหยุดพักทุกๆจุดที่มีคบไฟอยู่
เธอมั่นใจว่าคบไฟพวกนี้จะต้องแข็งแรงมากแน่ๆ พวกมันรวมเป็หนึ่งเดียวกับด่านการทดสอบที่ 3 ดังนั้นจึงวางเท้าของตนเองและนวดแขนทั้งสองข้างได้
“เธอ...เธอกำลังจะผ่านมันไปได้!!”
“ไม่น่าเชื่อเลย ทำแบบนี้ก็ได้หรอ? วิธีแบบนี้ก็มีด้วยหรอ!” ในขณะที่ซูหยวนห้อยโหนตัวเหมือนกับวานร คนที่อยู่ข้างนอกกลับอุทานออกมาด้วยความไม่เชื่อ พวกเขาไม่ได้คิดเลยว่าเด็กสาวจะคิดวิธีประหลาดๆเช่นนี้ออก
อย่าลืมว่าเธอเข้าไปในด่านการทดสอบเป็เวลานานแล้ว ยิ่งถ้ามองเห็นรูปแบบการทดสอบก็น่าจะต้องรู้ว่าข้างหน้าไม่มีอีกต่อไป หลายคนนั้นจบลงที่ตรงนี้และไม่อาจไปต่อได้ ซูหยวนก็ควรจะเป็หนึ่งในนั้นไม่ใช่หรอ? เธอไม่ได้รับการสั่งสอนที่ดีใดๆจากตระกูลระดับสูง เป็เพียงอดีตผู้เก็บขยะซึ่งนายท่านบังเอิญไปพบเจอก็เท่านั้น
แม้ว่าเธอจะเป็คนที่ถูกเลือกโดยท่านจางอู่หยางของพวกเขา แต่...ความสามารถระดับนี้ ไม่น่าเชื่อว่าจะยังมีเป็คนที่สอง!
ด้วยวิธีที่แปลกประหลาดและแสนโกงนี้ ซูหยวนพาตัวเองมาจนจบการทดสอบที่ 9 แล้ว และเหลืออีกเพียงด่านเดียวเท่านั้น เด็กสาวมองดูการทดสอบที่ 10 มันน่าประหลาดที่การทดสอบเหล่านี้ต่างออกไป เด็กสาวะโลงมาจากกำแพงและยืนด้วยความมั่นคง ด้านหน้าของเธอเป็ห้องโถงสีขาวซึ่งมีตราชั่งขนาดใหญ่วางอยู่ตรงนั้น
ประตูห้องถูกปิดตายทันที ซึ่งเป็การป้องกันไม่ให้ซูหยวนสามารถออกไปข้างนอกได้อีก รวมถึง...ไม่ยอมให้คนที่อยู่ข้างนอกได้เห็นด้วยว่าในห้องสีขาวนั้นมีการทดสอบอะไรอยู่
ตัวหนังสือปรากฏขึ้น มีสองทางเลือกให้ซูหยวนต้องเลือก อย่างแรกก็คือ...เลือกที่จะรับรางวัลพิเศษ ซึ่งเงื่อนไขมีแค่ต้องทำให้ตราชั่งนั้นมีน้ำหนักเทียบเท่ากันทั้งสองฝั่ง ฝั่งหนึ่งมีกล่องใส่ลูกแก้วจำนวนมากอยู่ข้างใน ตอนนี้มันกำลังถ่วงน้ำหนักมาทางลูกแก้วเท่านั้น หรือก็คือ...ซูหยวนจะต้องทำให้น้ำหนักอีกข้างเท่ากับน้ำหนักของกล่องลูกแก้วข้างใน
และทางเลือกที่สอง...คือการยอมแพ้ ให้เธอออกจากการทดสอบนี้ จะถือว่าเธอทดสอบไม่ผ่าน ทว่าก็ยังได้รับลูกแก้วเป็กรณีพิเศษเพิ่มให้อีก 1 ลูก เท่ากับซูหยวนจะได้แต้มพิเศษทั้งหมด 10 แต้มนั่นเอง
วิธีที่สองนั้นค่อนข้างง่าย และมันไม่เป็ไรถ้าซูหยวนจะเลือกวิธีนี้ ถึงอย่างนั้น...จุดประสงค์ของหญิงสาวไม่ใช่การยอมแพ้ ถ้าเป็แบบนั้นจริง...เธอคงไม่ใช้ร่างกายของตนเองอย่างหนักเพื่อผ่านการทดสอบด่านที่ 8-9 มาหรอก ซูหยวนมีคะแนนมากมายจากการทดสอบก่อนหน้านี้แล้ว ดังนั้นต่อให้เธอยอมแพ้...ซูหยวนก็รู้สึกว่าตนเองมาไกลพอสมควร
แต่...อย่าลืมว่าจุดประสงค์ของเธอก็คือการเป็พนักงานที่โดดเด่นที่สุด ถ้าหากเตะตา CEO ได้ก็คงจะเป็เื่ดี เธอไม่ใช่พวกถ่อมตัวอยู่แล้ว ถ้ามีโอกาสแสดงผลงานเธอก็จะทำมัน เพื่อให้ได้รับผลตอบแทนอย่างคุ้มค่ากับความสามารถของเธอ ถ้าจะให้ซูหยวนคอยทำงานหนักอย่างเงียบๆแล้วล่ะก็...นั่นไม่ใช่วิธีการทำงานที่เธอเลือกเลย
“ฉันเลือกตัวเลือกที่ 1” เมื่อซูหยวนบอกแบบนี้ ลูกแก้ว 1 ลูกที่วางให้หยิบง่ายๆก็กลิ้งหายไป เหลือเพียงตราชั่งที่วางอยู่เท่านั้น
ซูหยวนเดินไปดูรอบๆ เธอต้องหาอะไรบางอย่างมาใส่เพื่อให้น้ำหนักของมันเทียบเท่ากัน แต่ในห้องที่ว่างเปล่านี้จะมีอะไรเอามาใส่ได้กันล่ะ
ปริศนานี้คือประเด็นสำคัญ ซูหยวนจะต้องมองมันให้ออกให้ได้!
…………………………………………….