ตอนที่8 ตั๋วอาหารระยะยาวมาแล้ว
ที่ฉินกรุ๊ป
ฉินเลี่ยนั่งตัวตรงวางท่ามาดขรึมอยู่ในห้องประชุมั์ตาลึกดูไม่แยแสรับฟังรายงานของผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเงียบ ๆ
ไม่มีการแสดงออกบนใบหน้าหล่อเหลานิ้วเรียวของเขาเคาะโต๊ะเบา ๆ ราวกับว่าเขาชี้ไปที่ใครหัวใจของคนนั้นอาจจะเต้นรัวจนแพนิคกำเริบ ทุกคนต่างก็หวาดกลัวเขาทั้งนั้น
เมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือนของโทรศัพท์มือถือเขาเปิดอ่านอย่างไม่ตั้งใจ แต่เขาก็ต้องขมวดคิ้วเมื่อเห็นข้อความที่ถูกส่งมา
ลูกสาวของเขาอะไรกัน?
ถูกแฮ็กเบอร์หรือเปล่า?
“ประธานฉิน? ” เมื่อเห็นสีหน้าบึ้งตึงของเขา พนักงานที่กำลังกล่าวรายงานก็ตัวสั่นคิดว่าเขาพูดอะไรผิดไป จึงถามอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ
ฉินเลี่ยได้สติกลับมาเขาวางโทรศัพท์มือถือลงบนโต๊ะราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น แล้วค่อย ๆยกเปลือกตาของตนขึ้นแล้วอ่านวนบนเอกสารอีกรอบก่อนจะโยนมันลงบนโต๊ะอย่างไม่ใส่ใจแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า “ไปทำมาใหม่”
ผู้ใต้บังคับบัญชาได้ยินก็ใจสลายแต่ไม่กล้าพูดอะไร นอกจากหยิบเอกสารออกไปอย่างสิ้นหวัง
ทันใดนั้นภายในห้องประชุมก็เข้าสู่ความเงียบทันที
ฉินเลี่ยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาใหม่อีกครั้งก็เห็นว่าบนหน้าจอเต็มไปด้วยข้อความจากผู้เป็แม่
【นี่คือหลานสาวตัวน้อยที่แม่เพิ่งรับมาเลี้ยงต่อไปนี้เธอจะเป็ลูกสาวของลูก เป็ไง น่ารักใช่ไหม】
【เฮ้อ หากไม่ได้เป็เพราะโจวโจวเข้ามาอยู่ในทะเบียนบ้านของแม่ไม่ได้อีกทั้งพี่ชายทั้งสี่คนของลูกก็แต่งงานมีลูกหมดแล้ว โชคดีนี้คงตกไม่ถึงลูกหรอกวันนี้กลับบ้านเร็ว ๆ เข้าล่ะ รีบมาทำความรู้จักลูกสาวของลูก】
สายตาของฉินเลี่ยไปตกอยู่ที่คำว่า“โชคดี” ทันใดนั้นหนังตาของเขาก็กระตุกทันที
เขาไม่ได้ตอบกลับข้อความ แต่มองไปทางผู้ช่วยแล้วถามว่า “คุณจองเที่ยวบินไปเลคซิตี้ให้ผมแล้วหรือยัง? ”
น้ำเสียงของเขายังคงไม่แยแสเหมือนเช่นเคยผู้ช่วยจึงรีบตอบอย่างรวดเร็วว่า “จองเรียบร้อยแล้วครับเครื่องจะขึ้นในอีก 1 ชั่วโมงหลังจากนี้”
ฉินเลี่ยพยักหน้ารับ“อืม” แล้วหยิบเอกสารฉบับอื่นขึ้นมาอ่านต่ออย่างไม่เร่งรีบ
ผู้ช่วยเองก็ไม่รีบร้อนเช่นกันเพราะถึงอย่างไรทุกครั้งที่ประธานฉินมีไฟต์บินก็มักเจอเหตุการณ์เครื่องดีเลย์ทุกทีหากไม่ดีเลย์หนึ่งชั่วโมงก็มากถึงสิบกว่าชั่วโมงก็เคยมี
ต่อให้ไปหลังจากอ่านเอกสารทั้งหมดก็ยังทัน
เมื่อเห็นว่าลูกชายตัวดีไม่ยอมตอบข้อความคุณนายฉินจึงเบ้ปากแล้วโยนโทรศัพท์มือถือไปด้านข้างลูกชายคนเล็กของเธอดีหมดทุกอย่าง ติดอย่างเดียวคือเขาเป็คนเฉยเมยและบ้างานจนแทบจะหอบผ้าหอบผ่อนไปอยู่บริษัท 365 วันแล้ว
หากคาดหวังให้เขาให้กำเนิดหลานสาวสักคนเฮอะ ไม่สู้หาเองดีกว่า
เมื่อคิดได้สายตาของเธอก็จับจ้องไปที่โจวโจวอีกครั้ง แล้วเรียกหนูน้อย “โจวโจว”
เมื่อได้ยินเสียงเรียกของหญิงชราโจวโจวก็หันไปมองแล้วเรียกเธอกลับว่า “คุณย่า” ด้วยน้ำเสียงที่อ่อนหวาน
ทำให้คุณนายฉินตอบรับด้วยความดีใจแล้วอุ้มหนูน้อยเข้ามาไว้ในอ้อมกอดพลางพูดว่า “ย่าหาพ่อให้หนูได้แล้วนะ หนูอยากได้พ่อไหม ?”
โจวโจวมองคุณย่าคนใหม่ของตนเองด้วยแววตาที่ใสซื่อ“พ่อคือเทพเ้าองค์หนึ่งใช่ไหม ?”
คุณนายฉินชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะนึกได้ว่าโจวโจวเป็เด็กกำพร้าพ่อแม่มาั้แ่แบเบาะเธอจึงอธิบายให้หลานสาวคนใหม่ฟังอย่างใจเย็น “พ่อคือคนที่จะเลี้ยงดูหนูดูแลหนูและรักหนูไปตลอดชีวิต หากมีเขาอยู่ โจวโจวจะไม่ต้องทนหิวอีกต่อไปอยากกินอะไรก็ได้ทั้งนั้น โจวโจวจะได้กินอิ่มท้องทุกมื้ออย่างแน่นอนโจวโจวอยากได้พ่อไหม ? ”
จะได้กินอิ่มท้องทุกมื้อ?
โจวโจวตาเป็ประกายแล้วตอบกลับ “อยากได้ ! ”
ศิษย์พี่ใหญ่เคยบอกว่าหากเธอเจอคนที่ทำให้เธอได้กินอิ่มท้องทุกมื้อเธออย่าปล่อยเขาคนนั้นให้หลุดมือไปได้เป็อันขาด จะต้องกอดขาเขาเอาไว้ให้แน่น !
เมื่อเห็นหนูน้อยตอบรับอย่างไม่ลังเลคุณนายฉินจึงพยักหน้าอย่างพอใจ เธออ่านข้อความบนโทรศัพท์ของเธอรอยยิ้มชั่วร้ายก็ปรากฏขึ้นที่มุมปาก
คิดจะหนีหรือไง? อย่าหวังเลย !
-
ตกดึกฉินเลี่ยลงจากเครื่องมาที่โรงแรมที่เขาพักประจำเขาเปิดประตูห้องพลางบีบนวดขมับจากการเหนื่อยล้าเพราะทำงานมาทั้งวันเขานั่งเครื่องบินมาหลายชั่วโมงใบหน้าของเขาจึงไม่อาจซ่อนเร้นความเหนื่อยเอาไว้ได้
เขารีบเข้าไปอาบน้ำแล้วเดินไปที่เตียง ตอนนี้ในห้องมีแสงสลัว ทำให้เขาง่วงนอนมากยิ่งขึ้นขณะที่เขากำลังจะสะลึมสะลือล้มตัวลงนอนบนเตียง จู่ ๆ เขาก็เหมือนจะััได้ถึงบางสิ่งที่ลื่นๆ พร้อมกับกลิ่นนมเด็กที่ลอยมาปะทะจมูกของเขาเบา ๆ
กลิ่นนม?
ฉินเลี่ยลืมตาโพลงขึ้นมาเขารีบพลิกตัวลงจากเตียงอย่างรีบร้อน พอเปิดไฟหัวเตียงให้สว่างพรึ่บเท่านั้นเองเขาก็เห็นหัวเหม่งน้อย ๆ ใบหน้าจิ้มลิ้มแก้มนุ่มฟู มือเล็ก ๆยังจับชายเสื้อของเขาเอาไว้ ปากเล็ก ๆ นั้นมุ่ยขึ้นขณะหลับคล้ายกับว่ากำลังนอนหลับอย่างมีความสุข
และดูเหมือนหนูน้อยจะรับรู้ถึงอะไรบางอย่างได้โจวโจวค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาอย่างงัวเงียมองใบหน้าเฉยเมยที่อยู่ตรงหน้าเธอนึกเทียบคนตรงหน้ากับรูปถ่ายที่ย่าฉินเอาให้เธอดู ซึ่งเหมือนกันเปี๊ยบเลย
ทันใดนั้นในหัวของเธอก็มีคำพูดของย่าลอยเข้ามา
【เมื่อเห็นเขา โจวโจวก็วิ่งเข้าไปกอดขาของเขาแล้วเรียกว่าพ่อก็พอแล้วหากมีเขาอยู่ ต่อไปนี้โจวโจวไม่ต้องกังวลเื่อาหารอีกเลยรับรองเลยว่าโจวโจวจะได้กินอิ่มทุกมื้อแน่นอน !】
ได้กินอิ่มทุกมื้อ!
เมื่อนึกได้แบบนี้โจวโจวก็ตาเป็ประกาย เธอตื่นเต็มตาแล้วโผเข้ากอดขาของเขาไว้แน่นทันที หนูน้อยเอามือกอดขาเขาไว้แน่นเป็ปลาหมึกพลางเงยหน้ามองเขาด้วยรอยยิ้มที่สดใสพร้อมกับเรียกเขาว่า “พ่อ! ”
เมื่อได้ยินคำนี้ฉินเลี่ยหน้าดำหน้าแดง เขาขบฟันแน่นแล้วดึงคอเสื้อด้านหลังของหนูน้อยให้ออกจากขาของเขา ก่อนจะโยนเธอไปที่เตียงอีกฟากเมื่อเห็นว่าหนูน้อยกำลังจะโผเข้ามาอีก เขาก็รีบะโห้ามเธอทันที “หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ! ”
เมื่อได้ฟังเสียงที่ทั้งเฉยเมยและเ็าของเขาโจวโจวยืนนิ่งอยู่ที่เดิม เธอเบะปากแล้วะโเรียนเขาอีกครั้ง “พ่อ? ”
ฉินเลี่ยผงะไปเขาจ้องมองหนูน้อยตรงหน้าอยู่นาน จะเดาไม่ออกได้อย่างไรว่ามันเกิดอะไรขึ้น
เขาจึงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดโทรหาสายหนึ่งเสียงรอสายดังอยู่นานเกือบนาที ปลายสายถึงได้กดรับ
“ฮัลโหลลูกห้าหรือ ลูกถึงโรงแรมแล้วสินะ งั้นก็คงพบโจวโจวแล้วใช่ไหม ? เซอร์ไพรส์ไหมล่ะ”
ฉินเลี่ยหัวเราะเฮอะเขาเซอร์ไพรส์จริง แต่ไม่ได้ดีใจเลยสักนิด
เขาพูดด้วยสีหน้าเ็าว่า“พาตัวเธอออกไปเลย”
“ลูกว่าไงนะ? ” เสียงของคุณนายฉินตอบกลับมาจากปลายสาย เธอพูดอย่างรวดเร็วว่า “ฮัลโหลสัญญาณโทรศัพท์ของแม่ไม่ดีเลย ลูกพูดอะไรนะ ? แม่ไม่ได้ยินตอนนี้แม่กับพ่อของลูกเดินทางมาต่างประเทศ โจวโจวยังเด็กนั่งเครื่องมาหาพ่อกับแม่คนเดียวไม่ได้ ลูกก็ช่วยดูแลเธอสักระยะแล้วกัน เพราะถึงอย่างไรเธอก็เป็ลูกสาวของลูกเฮ้อหยา สัญญาณขาดไปอีกแล้ว แม่ต้องวางสายแล้วนะ บ๊ายบาย”
พูดจบก็ตัดสายไป
ฉินเลี่ยกำโทรศัพท์มือถือเอาไว้แน่นตอนนี้เขาโมโหเข้าแล้วจริง ๆ
โจวโจวเห็นว่าเขากำลังโกรธหนูน้อยจึงวิ่งเหยาะ ๆ ไปหาเขา เธอเขย่งเท้าขึ้นไปจับมือเขาเบา ๆ แล้วพูดว่า “พ่ออย่าโกรธเลยนะหนูจะเป็เด็กดี ไม่สร้างปัญหาให้พ่อแน่นอน”
เมื่อได้ยินแบบนั้นฉินเลี่ยก็ก้มลงมามอง
โจวโจวยกยิ้มประจบประแจงให้เขาด้วยท่าทีแสนเชื่อฟัง
ฉินเลี่ยขมวดคิ้วเขามองดูเวลา แล้วโทรออกอีกครั้ง
ผ่านไปไม่นานผู้ช่วยก็เดินมาเคาะห้องเขา “ประธานฉิน”
“ไปเปิดห้องให้เด็กคนนี้อีกห้องหนึ่ง”
ผู้ช่วยมองหนูน้อยโจวโจวแล้วกระซิบเสียงเบา“ประธานฉิน นี่คือห้องสุดท้ายแล้วครับ”
เมื่อได้ยินแบบนี้ฉินเลี่ยก็ส่งสายตาเ็ากลับไป เขายิ้มเยาะอย่างเ็า “นายนี่เชื่อฟังแม่ฉันจังนะ”
ผู้ช่วยใรีบก้มหน้าไม่กล้าพูดอะไรต่อ ด้านหนึ่งเป็คุณผู้หญิงกับคุณผู้ชายอีกด้านก็ประธานฉิน ต่างคนต่างมีอำนาจทั้งนั้น เขาไม่มีทางเลือกจริง ๆ
“ออกไปเถอะ” ฉินเลี่ยกล่าวอย่างไม่แยแส
เขาไม่จำเป็ต้องโทรหาแผนกต้อนรับเลยเพราะด้วยความเป็แม่ของเขานั้น รับรองเลยว่าทุกโรงแรมในรัศมี 10 ไมล์นี้คงห้องเต็มทุกห้องไปแล้ว
เขาเกียจคร้านเกินกว่าจะทำสิ่งไร้ประโยชน์จึงหันหน้าไปมองโจวโจวแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเ็าว่า “อยู่ให้ห่างฉันหน่อย”
“อ้อ” โจวโจวเขยิบตัวไปอีกฝั่งของเตียงแล้วนอนลงเธอหันมามองเขาพลางพูดว่า “แบบนี้ได้ไหมคะพ่อ? ”
ทุกครั้งที่ได้ยินหนูน้อยเรียกตัวเองว่า‘พ่อ’ ฉินเลี่ยรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะหัวใจวาย สีหน้าของเขามืดครึ้มเขาพูดด้วยน้ำเสียงเ็าว่า “ไม่อนุญาตให้เรียกฉันว่าพ่อ”
โจวโจวยู่ปากแล้วรับคำอย่างเชื่อฟัง “ค่ะพ่อ”
ฉินเลี่ย: “……”
เมื่อเห็นว่าเขากำลังจะอ้าปากพูดบางอย่างหนูน้อยโจวโจวก็มุดตัวเข้าไปใต้ผ้าห่ม แล้วมีเสียงเล็กๆ แสนออดอ้อนดังออกมา “หนูนอนแล้วนะราตรีสวัสดิ์นะพ่อ ฝันดีนะพ่อ ! ”
ฉินเลี่ย: “……”