“หัวหน้า จดชื่อคนอื่นแล้วก็อย่าลืมจดชื่อตัวเองลงไปด้วย!”
ซันเอ่ยแซวขณะที่โตโต้กำลังเดินเช็คชื่อเพื่อนในแถวหน้าเสาธงตอนเช้า เหตุเพราะเมื่อคืนเขาวางแผนเลยเถิดไปหน่อย เงยหน้าขึ้นไปมองนาฬิกาอีกที ตี 3! และพอวางกระดาษกับดินสอในมือลงแล้วมานอนดันตาแข็งนอนไม่หลับอีก สภาพตอนเช้าจึงเป็อย่างที่เห็น นอกจากเกือบมาเข้าแถวหน้าเสาธงตอนเช้าไม่ทันแล้ว ซ้ำยังดูเหมือนมาโรงเรียนแค่กายหยาบ ส่วนิญญายังนอนอยู่บ้าน แต่ดีหน่อยที่วันนี้ใส่ชุดพละ ทำให้ลดเวลาในการแต่งตัวลงมาหน่อย
เดินเช็คชื่อเสร็จโตโต้ก็กลับเข้าแถวเหมือนเดิม เขาเปิดกระเป๋าตรวจสอบความถูกต้องของสมุดหนังสืออีกครั้ง นั่นเพราะตอนเช้าจัดกระเป๋าแบบรีบๆ เห็นอะไรยัดใส่ลงไปก่อน ยังดีที่ตรงตามวิชาที่จะเรียนทุกเล่ม ไม่ขาดไม่เกิน เอ๊ะ!..ไม่มีปากกา ไม่เป็ไร ยืมไอ้อ๋องได้!
วันอังคาร
8.40 ภาษาจีน
9.30 ฟิสิกส์
10.20 ฟิสิกส์
11.10-12.10 พักเที่ยง
12.10 คณิตศาสตร์ (เพิ่มเติม)
13.00 พละ
13.50 เคมี
14.40 ภาษาไทย
อย่างที่เห็น วิชาเรียนวันนี้ถึงกับทำให้หลายคนร้องโอดโอยกันอย่างช่วยไม่ได้ ฟิสิกส์ เคมี คณิตศาสตร์ สามวิชานี้เรียงเป็ตับในวันเดียวกัน นอกจากยากแล้วการบ้านยังเยอะอีกต่างหาก ถ้าเพิ่มชีวะเข้ามาด้วยคงมีบางคนแอบไปร้องไห้ในห้องน้ำบ้างล่ะ
ในที่สุดพิธีกรรมหน้าเสาธงและการพล่ามอันน่าเบื่อหน่ายของ ผอ.ก็เป็อันเสร็จสิ้น แถวชั้นต่างๆ ถูกทยอยปล่อยให้เดินเข้าห้องเรียน วันนี้คาบแรกของห้อง ม.4/8 คือ ภาษาจีน ห้องเรียนจะอยู่อาคารเดียวกับวิชาภาษาอังกฤษ เพียงแต่จะอยู่กันคนละชั้น โตโต้นึกย้อนกลับไปในความทรงจำของเขา วิชาภาษาจีน วิชานี้ได้เรียนแค่ ม.4 เทอม 1 คลับคล้ายคลับคลาว่าเป็ปีแรกที่โรงเรียนจ้างครูต่างประเทศมาสอน และครูคนนี้เองที่ทำให้โตโต้จำวิชานี้ได้
“เฮ้ยๆ”
“โอ้ว!”
“ป้าดดดดดด! ครูตินั่น?”
เมื่อโตโต้เห็นรีแอคชั่นเพื่อนของเขาก็อดที่จะหัวเราะไม่ได้ เหตุการณ์นี้เวียนกลับมาอีกครั้งประหนึ่งหนังที่นำฉากเดิมมารีรันฉายซ้ำ เขามองไปยังหน้าห้องที่มีคนๆ หนึ่งยืนเขียนกระดานอยู่
“สวัสดีค่ะนักเรียงทุกโคน คูซื่อ หลินลู่เสียน ดีใจมากที่ได้มาสอนที่นี่...”
ครูสาวเอ่ยแนะนำตัวเป็ภาษาไทย แม้จะตะกุกตะกักอยู่บ้างแต่ก็ดูน่ารักดี เธอเป็ครูชาวต่างชาติเพียงไม่กี่คนในโรงเรียน ไม่แน่ใจว่าเพราะเหตุใด ครูหลินสอนที่นี่แค่เทอมเดียวเท่านั้น อาจจะเป็เพราะมาฝึกประสบการณ์หรือเปล่าก็ไม่อาจทราบได้ ซึ่งสิ่งที่โตโต้จำได้จากการเรียนวิชานี้มีแค่ความสวยขาดบาดตาของครูประจำวิชาเพียงเท่านั้น อย่างอื่นนอกจากนี้จำไม่ได้เลย ถึงขนาดว่าไอ้ซันกับไอ้โอเล่ที่ชอบโดดเรียนวิชาภาษาอังกฤษของแม่ใหญ่พรรณีไปนั่งดีดกีตาร์ข้างล่าง มันสองคนยังไม่เคยโดดไม่เคยสายคาบภาษาจีนเลยสักครั้ง! แม้มันจะแค่มานั่งทำหน้าสลอนและไม่รู้เื่อะไรเลยก็ตาม โตโต้มองครูสาวที่กำลังยืนอยู่หน้าชั้นด้วยความสะท้อนใจ อายุของเธอน่าจะสัก 22-23 ผมยาวสลวยถึงเอว หน้าตาคมสวยประหนึ่งนางเอกซีรีส์กำลังภายใน และที่สำคัญ เธอเป็สาวแว่น! นี่สิประเด็น!
เมื่อแนะนำตัวกันเสร็จแล้วครูก็แจกใบงานให้นักเรียนทุกคน ภายในนั้นจะเป็คำภาษาจีนพื้นฐานง่ายๆ อย่างเช่น สวัสดี ขอบคุณ ขอโทษ ซึ่งบนกระดานครูก็เขียนตัวอักษรแบบเดียวกับใบงานไว้เช่นกัน ในคาบเรียนครูจะพานักเรียนออกเสียงคำศัพท์เหล่านี้ ซึ่งก็แน่นอนว่าพวกชีกอทั้งหลายมันจะขานคำตามครูและออกเสียงดังฟังชัดด้วยน้ำเสียงเริงร่า ซึ่งมันทำให้ฟังดูน่าขบขันเป็พิเศษ ช่างแตกต่างกับวิชาภาษาอังกฤษที่แม่ใหญ่พรรณีพาออกเสียงแล้วพวกมันทำแค่ขยับปากหมุบหมิบด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย
เรียนออกเสียงกันสักพักครูก็ปล่อยให้นักเรียนฝึกออกเสียงด้วยตัวเอง ใครพร้อมให้มาสอบนับเลข 1-10 ภาษาจีนกับครูก่อนหมดคาบ
“เฮ้ย นับเลขภาษาจีนคือนับ อี้..เอ้อ..ซาน..ซื่อ? บ่แม่นเขานับ เจ๊ก..หนอ..ซา..สี่ ติวะ?”
จู่ๆ ซันก็โพล่งถามขึ้นด้วยน้ำเสียงสงสัยปนขำสำเนียงของตน
“เอ้า..บักนี่แหม สิมาเจ๊กหนอหยัง? ครูเพิ่นสอนจีนกลาง บ่แม่นจีนแต้จิ๋ว”
โอเล่สวนขึ้นทันควันด้วยความขบขัน
“บ่รู้เนาะ เกิดมาอาม่ากะพากูนับแบบนี้”
“อาม่ามึงเป็คนมลฑลได๋? อาศัยอยู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศจีนติ?”
โอเล่ตอกกลับอีกดอก ไอ้นี่มันมีอากงอาม่าหรือเชื้อจีนอะไรกับเขาที่ไหน มันแค่จำการนับเลขมาจากอาแป๊ะในตลาดเท่านั้น
“แค่นับ 1-10 นี่เหงื่อแตกเลยหรอ?”
โตโต้หันไปถามอ๋องที่มันหลับตาทำปากขมุบขมิบประหนึ่งกำลังท่องบทสวดไล่ผี บางครั้งก็แอบลืมตาแล้วชำเลืองมองตัวหนังสือที่จดใส่มือไว้ คิ้วของเขาขดเกร็ง หน้าผากเริ่มมีเหงื่อผุดซึมออกมา ดูก็รู้ว่าเ้าตัวกำลังกดดันตัวเองอยู่
“สบายๆ เพื่อน อย่าไปซีเรียส เดี๋ยวกูเปิดคนแรกเอง”
โตโต้วางใบงานลงพร้อมกับเดินไปหาครูที่นั่งอยู่โต๊ะหัวมุมหน้าห้อง จากนั้นเขาทวนคำศัพท์ช้าๆ ซึ่งครูก็พยักหน้าพร้อมส่งรอยยิ้มหวานให้ ท่ามกลางการทดสอบนั้นกลุ่มเพื่อนของโตโต้ก็เงี่ยหูฟังพลางลุ้นไปด้วยเหมือนว่าเป็การสอบของตัวเอง และหลังจากการทดสอบผ่านพ้นไปอย่างง่ายดาย บทสนทนาต่อจากนั้นของโตโต้กับครู พลันทำให้เพื่อนทั้งกลุ่มถึงกับเบิกตากว้างแล้วหันมามองหน้ากันโดยมิได้นัดหมาย สายตาทุกคู่มีร่องรอยความพิศวงและไม่อยากเชื่อแฝงอยู่ในนั้น
“โต้ พูดภาษาจีนได้หรอ?”
บาสถามขณะโตโต้เดินกลับมา
“ได้นิดหน่อย”
โตโต้ตอบอย่างถ่อมตัว
“แสดงว่ามีเชื้อจีน?”
“คนไทย 100% พูดได้เพราะเคยมีเพื่อนคนจีน”
โตโต้ตอบกลับเพื่อนของเขาอย่างไม่ได้ให้รายละเอียด ชีวิตที่แล้วในสายงานเขามีทั้งเพื่อนร่วมงานและลูกค้าที่เป็คนจีนหลายคน นั่นจึงทำให้พอสื่อสารภาษาจีนได้บ้าง แต่ก็ไม่ถึงกับพูดได้คล่องแคล่วอะไรนัก
“แล้วไปคุยกับจารย์ว่าไง?”
แมนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงใคร่รู้ปนอิจฉา สายตาเพื่อนทุกคนก็จับจ้องมาที่โตโต้เป็จุดเดียว
“จารย์กำลังฝึกภาษาไทยอยู่เหมือนกัน เข้าไปคุยเล่นกับแกก็ได้ แกบอกว่าั้แ่มาอยู่นี่ไม่ค่อยมีคนคุยด้วยเลย”
“หัวหน้ามันเรียนเก่งทุกวิชาเลยว่ะ นี่มันร่มโพธิ์ร่มไทรของกลุ่มแท้ๆ เทอมหน้าอย่าย้ายโรงเรียนไปไหนนะ อยู่ให้พวกกูลอกการบ้านไปนานๆ”
ซันเอ่ยขึ้นพลางจับมือโตโต้แล้วเขย่าด้วยความยินดี เพื่อนทุกคนในกลุ่มก็รู้สึกไม่ต่างกัน พวกเขาััได้จากที่พูดคุยและคลุกคลีด้วย บางครั้งคล้ายกับว่าไม่ได้คุยกับคนวัยเดียวกัน แต่เหมือนกำลังคุยอยู่กับผู้ใหญ่ และนอกจากโตโต้จะเก่งวิชาที่ต้องคำนวณแล้ว มันยังเก่งวิชา ภาษาอังกฤษกับภาษาจีนก็ยังเก่งอีก ใบงานมันก็ทำเสร็จก่อนเพื่อนตลอด นี่มันจะเท่เกินไปแล้ว!