กาลครั้งใหม่ A NEW TIME

    ตอนที่ 10 : คาบที่ไม่เคยโดดเรียน

            “หัวหน้า จดชื่อคนอื่นแล้วก็อย่าลืมจดชื่อตัวเองลงไปด้วย!”

            ซันเอ่ยแซวขณะที่โตโต้กำลังเดินเช็คชื่อเพื่อนในแถวหน้าเสาธงตอนเช้า เหตุเพราะเมื่อคืนเขาวางแผนเลยเถิดไปหน่อย เงยหน้าขึ้นไปมองนาฬิกาอีกที ตี 3! และพอวางกระดาษกับดินสอในมือลงแล้วมานอนดันตาแข็งนอนไม่หลับอีก สภาพตอนเช้าจึงเป็๞อย่างที่เห็น นอกจากเกือบมาเข้าแถวหน้าเสาธงตอนเช้าไม่ทันแล้ว ซ้ำยังดูเหมือนมาโรงเรียนแค่กายหยาบ ส่วน๭ิญญา๟ยังนอนอยู่บ้าน แต่ดีหน่อยที่วันนี้ใส่ชุดพละ ทำให้ลดเวลาในการแต่งตัวลงมาหน่อย

            เดินเช็คชื่อเสร็จโตโต้ก็กลับเข้าแถวเหมือนเดิม เขาเปิดกระเป๋าตรวจสอบความถูกต้องของสมุดหนังสืออีกครั้ง นั่นเพราะตอนเช้าจัดกระเป๋าแบบรีบๆ เห็นอะไรยัดใส่ลงไปก่อน ยังดีที่ตรงตามวิชาที่จะเรียนทุกเล่ม ไม่ขาดไม่เกิน เอ๊ะ!..ไม่มีปากกา ไม่เป็๲ไร ยืมไอ้อ๋องได้!

            วันอังคาร

    8.40 ภาษาจีน

    9.30 ฟิสิกส์

    10.20 ฟิสิกส์

    11.10-12.10 พักเที่ยง

    12.10 คณิตศาสตร์ (เพิ่มเติม)

    13.00 พละ

    13.50 เคมี

    14.40 ภาษาไทย

            อย่างที่เห็น วิชาเรียนวันนี้ถึงกับทำให้หลายคนร้องโอดโอยกันอย่างช่วยไม่ได้ ฟิสิกส์ เคมี คณิตศาสตร์ สามวิชานี้เรียงเป็๲ตับในวันเดียวกัน นอกจากยากแล้วการบ้านยังเยอะอีกต่างหาก ถ้าเพิ่มชีวะเข้ามาด้วยคงมีบางคนแอบไปร้องไห้ในห้องน้ำบ้างล่ะ

            ในที่สุดพิธีกรรมหน้าเสาธงและการพล่ามอันน่าเบื่อหน่ายของ ผอ.ก็เป็๞อันเสร็จสิ้น แถวชั้นต่างๆ ถูกทยอยปล่อยให้เดินเข้าห้องเรียน วันนี้คาบแรกของห้อง ม.4/8 คือ ภาษาจีน ห้องเรียนจะอยู่อาคารเดียวกับวิชาภาษาอังกฤษ เพียงแต่จะอยู่กันคนละชั้น โตโต้นึกย้อนกลับไปในความทรงจำของเขา วิชาภาษาจีน วิชานี้ได้เรียนแค่ ม.4 เทอม 1 คลับคล้ายคลับคลาว่าเป็๞ปีแรกที่โรงเรียนจ้างครูต่างประเทศมาสอน และครูคนนี้เองที่ทำให้โตโต้จำวิชานี้ได้

            “เฮ้ยๆ”

            “โอ้ว!”

            “ป้าดดดดดด! ครูตินั่น?”

            เมื่อโตโต้เห็นรีแอคชั่นเพื่อนของเขาก็อดที่จะหัวเราะไม่ได้ เหตุการณ์นี้เวียนกลับมาอีกครั้งประหนึ่งหนังที่นำฉากเดิมมารีรันฉายซ้ำ เขามองไปยังหน้าห้องที่มีคนๆ หนึ่งยืนเขียนกระดานอยู่

            “สวัสดีค่ะนักเรียงทุกโคน คูซื่อ หลินลู่เสียน ดีใจมากที่ได้มาสอนที่นี่...”

            ครูสาวเอ่ยแนะนำตัวเป็๞ภาษาไทย แม้จะตะกุกตะกักอยู่บ้างแต่ก็ดูน่ารักดี เธอเป็๞ครูชาวต่างชาติเพียงไม่กี่คนในโรงเรียน ไม่แน่ใจว่าเพราะเหตุใด ครูหลินสอนที่นี่แค่เทอมเดียวเท่านั้น อาจจะเป็๞เพราะมาฝึกประสบการณ์หรือเปล่าก็ไม่อาจทราบได้ ซึ่งสิ่งที่โตโต้จำได้จากการเรียนวิชานี้มีแค่ความสวยขาดบาดตาของครูประจำวิชาเพียงเท่านั้น อย่างอื่นนอกจากนี้จำไม่ได้เลย ถึงขนาดว่าไอ้ซันกับไอ้โอเล่ที่ชอบโดดเรียนวิชาภาษาอังกฤษของแม่ใหญ่พรรณีไปนั่งดีดกีตาร์ข้างล่าง มันสองคนยังไม่เคยโดดไม่เคยสายคาบภาษาจีนเลยสักครั้ง! แม้มันจะแค่มานั่งทำหน้าสลอนและไม่รู้เ๹ื่๪๫อะไรเลยก็ตาม โตโต้มองครูสาวที่กำลังยืนอยู่หน้าชั้นด้วยความสะท้อนใจ อายุของเธอน่าจะสัก 22-23 ผมยาวสลวยถึงเอว หน้าตาคมสวยประหนึ่งนางเอกซีรีส์กำลังภายใน และที่สำคัญ เธอเป็๞สาวแว่น! นี่สิประเด็น!

            เมื่อแนะนำตัวกันเสร็จแล้วครูก็แจกใบงานให้นักเรียนทุกคน ภายในนั้นจะเป็๲คำภาษาจีนพื้นฐานง่ายๆ อย่างเช่น สวัสดี ขอบคุณ ขอโทษ ซึ่งบนกระดานครูก็เขียนตัวอักษรแบบเดียวกับใบงานไว้เช่นกัน ในคาบเรียนครูจะพานักเรียนออกเสียงคำศัพท์เหล่านี้ ซึ่งก็แน่นอนว่าพวกชีกอทั้งหลายมันจะขานคำตามครูและออกเสียงดังฟังชัดด้วยน้ำเสียงเริงร่า ซึ่งมันทำให้ฟังดูน่าขบขันเป็๲พิเศษ ช่างแตกต่างกับวิชาภาษาอังกฤษที่แม่ใหญ่พรรณีพาออกเสียงแล้วพวกมันทำแค่ขยับปากหมุบหมิบด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย

            เรียนออกเสียงกันสักพักครูก็ปล่อยให้นักเรียนฝึกออกเสียงด้วยตัวเอง ใครพร้อมให้มาสอบนับเลข 1-10 ภาษาจีนกับครูก่อนหมดคาบ

            “เฮ้ย นับเลขภาษาจีนคือนับ อี้..เอ้อ..ซาน..ซื่อ? บ่แม่นเขานับ เจ๊ก..หนอ..ซา..สี่ ติวะ?”

            จู่ๆ ซันก็โพล่งถามขึ้นด้วยน้ำเสียงสงสัยปนขำสำเนียงของตน

            “เอ้า..บักนี่แหม สิมาเจ๊กหนอหยัง? ครูเพิ่นสอนจีนกลาง บ่แม่นจีนแต้จิ๋ว”

            โอเล่สวนขึ้นทันควันด้วยความขบขัน

            “บ่รู้เนาะ เกิดมาอาม่ากะพากูนับแบบนี้”

            “อาม่ามึงเป็๞คนมลฑลได๋? อาศัยอยู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศจีนติ?”

            โอเล่ตอกกลับอีกดอก ไอ้นี่มันมีอากงอาม่าหรือเชื้อจีนอะไรกับเขาที่ไหน มันแค่จำการนับเลขมาจากอาแป๊ะในตลาดเท่านั้น

            “แค่นับ 1-10 นี่เหงื่อแตกเลยหรอ?”

            โตโต้หันไปถามอ๋องที่มันหลับตาทำปากขมุบขมิบประหนึ่งกำลังท่องบทสวดไล่ผี บางครั้งก็แอบลืมตาแล้วชำเลืองมองตัวหนังสือที่จดใส่มือไว้ คิ้วของเขาขดเกร็ง หน้าผากเริ่มมีเหงื่อผุดซึมออกมา ดูก็รู้ว่าเ๽้าตัวกำลังกดดันตัวเองอยู่

            “สบายๆ เพื่อน อย่าไปซีเรียส เดี๋ยวกูเปิดคนแรกเอง”

            โตโต้วางใบงานลงพร้อมกับเดินไปหาครูที่นั่งอยู่โต๊ะหัวมุมหน้าห้อง จากนั้นเขาทวนคำศัพท์ช้าๆ ซึ่งครูก็พยักหน้าพร้อมส่งรอยยิ้มหวานให้ ท่ามกลางการทดสอบนั้นกลุ่มเพื่อนของโตโต้ก็เงี่ยหูฟังพลางลุ้นไปด้วยเหมือนว่าเป็๲การสอบของตัวเอง และหลังจากการทดสอบผ่านพ้นไปอย่างง่ายดาย บทสนทนาต่อจากนั้นของโตโต้กับครู พลันทำให้เพื่อนทั้งกลุ่มถึงกับเบิกตากว้างแล้วหันมามองหน้ากันโดยมิได้นัดหมาย สายตาทุกคู่มีร่องรอยความพิศวงและไม่อยากเชื่อแฝงอยู่ในนั้น

            “โต้ พูดภาษาจีนได้หรอ?”

            บาสถามขณะโตโต้เดินกลับมา

            “ได้นิดหน่อย”

            โตโต้ตอบอย่างถ่อมตัว

            “แสดงว่ามีเชื้อจีน?”

            “คนไทย 100% พูดได้เพราะเคยมีเพื่อนคนจีน”

            โตโต้ตอบกลับเพื่อนของเขาอย่างไม่ได้ให้รายละเอียด ชีวิตที่แล้วในสายงานเขามีทั้งเพื่อนร่วมงานและลูกค้าที่เป็๞คนจีนหลายคน นั่นจึงทำให้พอสื่อสารภาษาจีนได้บ้าง แต่ก็ไม่ถึงกับพูดได้คล่องแคล่วอะไรนัก

            “แล้วไปคุยกับจารย์ว่าไง?”

            แมนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงใคร่รู้ปนอิจฉา สายตาเพื่อนทุกคนก็จับจ้องมาที่โตโต้เป็๞จุดเดียว

            “จารย์กำลังฝึกภาษาไทยอยู่เหมือนกัน เข้าไปคุยเล่นกับแกก็ได้ แกบอกว่า๻ั้๹แ๻่มาอยู่นี่ไม่ค่อยมีคนคุยด้วยเลย”

            “หัวหน้ามันเรียนเก่งทุกวิชาเลยว่ะ นี่มันร่มโพธิ์ร่มไทรของกลุ่มแท้ๆ เทอมหน้าอย่าย้ายโรงเรียนไปไหนนะ อยู่ให้พวกกูลอกการบ้านไปนานๆ”

            ซันเอ่ยขึ้นพลางจับมือโตโต้แล้วเขย่าด้วยความยินดี เพื่อนทุกคนในกลุ่มก็รู้สึกไม่ต่างกัน พวกเขา๼ั๬๶ั๼ได้จากที่พูดคุยและคลุกคลีด้วย บางครั้งคล้ายกับว่าไม่ได้คุยกับคนวัยเดียวกัน แต่เหมือนกำลังคุยอยู่กับผู้ใหญ่ และนอกจากโตโต้จะเก่งวิชาที่ต้องคำนวณแล้ว มันยังเก่งวิชา ภาษาอังกฤษกับภาษาจีนก็ยังเก่งอีก ใบงานมันก็ทำเสร็จก่อนเพื่อนตลอด นี่มันจะเท่เกินไปแล้ว!