เยี่ยนเต๋อหลินชะงัก กล่าวพึมพำ “เหตุใดจึงไม่ได้? เอ่อ...เขา...ข้า...หากเขาฆ่าข้า สัญญาระหว่างเราก็ถือเป็อันสิ้นสุดลง!”
ไป๋จื่อชีหยิบกระดาษออกมาหนึ่งแผ่น ก่อนจะค่อย ๆ เปิดออก “นี่เป็สัญญาซื้อตัวยาวจิ่ว ไม่ว่าเ้าจะอยู่หรือตาย ยาวจิ่วก็เป็ของข้าแล้ว ไม่เกี่ยวกับเ้าแม้แต่น้อย” หากไม่ใช่เพราะเกิดเื่กับคณะละครตระกูลเยี่ยน และกลัวว่าเยี่ยนเต๋อหลินจะชักดาบ เขาคงไม่เดินทางมารับตัวยาวจิ่วถึงที่นี่ด้วยตนเอง เยี่ยนเต๋อหลินเป็คนไร้สมอง ตายไปก็ไม่เสียดาย หากยาวจิ่วฆ่าเยี่ยนเต๋อหลิน เขาคงมองยาวจิ่วสูงขึ้นอีกหน่อย ส่วนสิ่งที่ยาวจิ่วต้องแลกจากเื่นี้ ไม่ว่าเป็หรือตายก็มิได้อยู่ในการพิจารณาของเขา สิ่งที่เขา้ามีเพียงสิ่งเดียว คือห้ามไม่ให้ใครแพร่งพรายเื่นี้
เยี่ยนเต๋อหลินโกรธถึงขั้นสาปส่งด้วยความเกลียดชัง “เ้ามันสมควรตาย!”
ยาวจิ่วแหวกสาบเสื้อออก เผยให้เห็นผิวพรรณฟกช้ำดำเขียวไปทั้งตัว
รูม่านตาของไป๋จื่อชีพลันหดเล็กลง เขากำกระดาษสัญญาซื้อขายในมือแน่น กวาดตามองเยี่ยนเต๋อหลินด้วยสายตามืดมน มุมปากกระตุกยิ้มช้า ๆ
เยี่ยนเต๋อหลินรู้สึกมีลมเย็นลอยขึ้นมาจากใต้ฝ่าเท้าของเขา ก่อนจะคืบคลานตามแขนขา หนาว หนาวมาก เขาไม่เข้าใจว่าเหตุไฉนไป๋จื่อชีผู้นี้ถึงยิ้มให้เขา อีกทั้งยังเป็รอยยิ้มที่น่ากลัว
ไป๋จื่อชีหันกลับไป เขาลุกขึ้นยืนอย่างช้า ๆ และก้าวเท้าไปตรงหน้ายาวจิ่ว ยื่นมือที่ไม่เปิดเผยให้ใครเห็นง่าย ๆ ออกไปปิดสาบเสื้อของยาวจิ่ว จากนั้นเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนและสำเนียงมาตรฐาน “ยาวจิ่ว เ้ายอมรับชะตากรรมเสียเถิด”
ยาวจิ่วถ่มน้ำลายลงพื้นพร้อมก่นด่า “ของชั้นต่ำ! ยอมรับชะตากรรมกับมารดาท่านเถอะ! ยาวจิ่วผู้นี้โชคชะตาอาภัพ แต่ไม่คาดคิดว่าจะเน่าเฟะอยู่ในเงื้อมมือของคนเยี่ยงพวกท่าน! ใช้ชีวิตดี ๆ ไม่ใช่เื่ง่าย ข้ายอมตายยังดีเสียกว่า! ท่านไป๋ ข้าเคยได้ยินชื่อเสียงของท่าน และพอจะรู้มาระดับหนึ่งว่าท่านทำอาชีพอะไร ท่านคิดว่าข้าจะไปกับท่านรึ? วันนี้ยาวจิ่วผู้นี้จะขออยู่ที่นี่ หากท่านกล้าทำอะไรข้า ข้าจะกัดลิ้นตัวเองให้ตาย!”
ไป๋จื่อชีเลิกคิ้วเล็กน้อย “กัดลิ้นฆ่าตัวตาย? เหอะ...เ้าก็ลองดูสิ การกัดลิ้นมันทำให้คนตายได้หรือไม่ นอกเสียจากว่า...” เมื่อเขาเข้าใกล้ยาวจิ่ว ดวงตาคู่นั้นปิดลงขณะสูดดมกลิ่นหอมบนแก้มของยาวจิ่ว คิ้วเลิกขึ้นขณะเอ่ย “เ้าจะกัดลิ้นโดยไม่หยุดเพื่อไม่ให้าแสมาน ปล่อยให้เืไหลจนหมดตัว” เขายืดตัวและพูดตำหนิ “อย่าได้ทายาหม่องราคาถูกเช่นนั้น เพราะมันคงทำลายผิวของเ้า”
ยาวจิ่วมุมปากกระตุก แอบด่าในใจว่าบุคคลผู้นี้เห็นทีจะป่วยจิต! ยาวจิ่วอ่านสายตาคนมานับไม่ถ้วน แต่ไป๋จื่อชีกลับทำให้เขารู้สึกมึนงง หากเอ่ยว่าอีกฝ่ายเป็คนดีเพียงแค่้าตัวเขา เหตุผลนี้ช่างให้ความรู้สึกย้อนแย้งยิ่งนัก คงต้องกล่าวว่าอีกฝ่ายเป็คนเลวที่อยากเขาจนตัวสั่นต่างหากจึงจะเหมาะสม แค่เห็นสายตาของไป๋จื่อชีที่แสดงความเป็เ้าข้าวเ้าของก็ดูน่าสะพรึงกลัวเสียจนไม่มีใครกล้าสบตา ยาวจิ่วรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก
ยาวจิ่วเป็คนเฉลียวฉลาด แม้ว่าเมื่อครู่เขาจะควงมีดหั่นผักเพื่อสับเยี่ยนเต๋อหลิน ทว่าภายในใจก็แอบสังเกตมองไป๋จื่อชีเช่นกัน หากเขามองไม่ผิด ไป๋จื่อชีคงจะหลงรักผิวพรรณของเขาเป็อย่างยิ่ง จึงไม่อยากเห็นร่างกายภายนอกของเขาได้รับาเ็ ด้วยเหตุนี้ยาวจิ่วจึงตัดสินใจที่จะลองดูสักคราหนึ่ง
ยาวจิ่วเชิดคางขึ้น พูดด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม “หากท่านบังคับขู่เข็ญให้ข้าไปกับท่าน ข้าจะ...กรีดหน้าตัวเอง!”
ไป๋จื่อชีใบหน้าเคร่งขรึมยิ่งกว่าน้ำแข็ง เขาหรี่ตามองยาวจิ่วด้วยความเ็า ยกนิ้วชี้หน้าเยี่ยนเต๋อหลิน “เ้าคณะเยี่ยน ข้า้าคนงามที่ไม่มีจุดด่างพร้อย หากข้าไม่ได้ตามที่้า เ้าเตรียมตัวกลายเป็ผู้พิการได้เลย อีกเจ็ดวันข้างหน้า เ้าต้องนำตัวยาวจิ่วไปส่งให้ข้า ข้าไม่เคยให้โอกาสใครเป็ครั้งที่สอง” พูดจบก็จากไปพร้อมกับคนของเขา
เยี่ยนเต๋อหลินถอนหายใจแรง แอบรู้สึกเสียใจที่ตนเองติดการพนันจึงเผลอไปกระตุ้นบุคคลชั่วร้ายนี้ แต่ในเมื่อเื่มาถึงขั้นนี้ คิดมากไปก็เปล่าประโยชน์ สิ่งที่ต้องทำคือง้อยาวจิ่วต่างหากเล่า
ยาวจิ่วถอนหายใจด้วยความโล่งอก แอบรู้สึกว่าตนเองโชคดีที่เดิมพันถูกทาง จึงผ่านหายนะครั้งนี้ไปได้ อย่างไรก็ตามเื่นี้ต้องได้รับการอธิบายที่ชัดเจน มิเช่นนั้นคราวต่อไปหากไป๋จื่อชีผู้นั้นมีแผนป้องกันล่วงหน้า การพูดข่มขู่ของเขาคงไร้ประโยชน์
เยี่ยนเต๋อหลินพยายามคลี่ยิ้ม เขาพูดกับยาวจิ่วด้วยใบหน้าหวานหยดย้อย “จิ่วเอ๋ย เ้าระงับความโกรธลงก่อนเถิด ดูไป๋จื่อชีผู้นั้นสิ เขาเป็ห่วงเ้าจริง ๆ ไม่เช่นนั้นคงไม่ใจกว้างยืดเวลาออกไปหลายวันเช่นนี้ เป็เพราะเห็นว่าร่างกายของเ้ายังไม่แข็งแรง จึงเกรงว่าเ้าจะโกรธจนอาการทรุด” พูดจบ เขารีบแสดงท่าทางเ็ป ชี้หูที่หายไปของตัวเอง “เ้าดูสิ เป็เพราะเื่ของเ้า ข้าจึงต้องคัดค้าน แต่กลับถูกตัดหู เฮ้อ...คณะละครตระกูลเยี่ยนของเรามีค่าอันใดเล่า? มีคนเห็นความสำคัญก็นับว่าดีมากแล้ว ไม่มีใครจับจองก็เหมือนก้อนหินที่วางอยู่ในกองมูล ใครก็สามารถเหยียบหัวเราและอุจจาระใส่”
“เฮ้อ...นึกถึงปีนั้นเสียจริง บิดาของข้าชอบดูละครจนลืมข้าเสียสนิท ในภายหลังได้ไปเจอเ้าที่ถูกบิดามารดาใจร้ายส่งมอบให้คนอื่น...คนอื่น...ใช่แล้ว ปล่อยให้คนอื่นย่ำยีเ้า! บิดาของข้าทนไม่ไหวจึงต้องใช้เสบียงอาหารถึงครึ่งถุงใหญ่เพื่อแลกเ้ามา บิดาของข้าเป็คนมีน้ำใจ ซ้ำยังเห็นเ้าเป็ลูกแท้ ๆ คนหนึ่ง นี่เป็เพราะ์ทรงเบิกเนตร ทำให้บิดาของข้าเรียกตัวข้ากลับมาอีกคราเพื่อให้ข้าได้รู้จักกับบรรพบุรุษของตระกูล ซ้ำยังฝากตระกูลเยี่ยนไว้กับพวกเรา เมื่อบิดาของข้าจากไปก็ได้ฝากฝังให้พวกเราดูแลกันให้ดี ถึงข้าจะดุด่าเ้าอยู่บ่อยครั้ง แต่ภายในใจลึก ๆ ก็เป็ห่วงเ้าจริง ๆ ข้าหาได้เป็พวกตระหนี่ไม่ ข้าเองรู้ดีว่าเพื่อข้าเ้ายอมทำในสิ่งที่ไม่อยากทำมากมาย แต่นั่นเป็เพราะไม่มีทางเลือกอื่นไม่ใช่หรือ? ใครใช้ให้พวกเราเดินสายอาชีพเก้าสาขาล่าง[1] อาชีพที่ไม่ต่างจากโสเภณีกันเล่า ตอนนี้ภรรยาของข้าจากไปแล้ว ข้าเองคงไม่มีกะจิตกะใจดูแลคณะละครแห่งนี้แล้วเช่นกัน ข้ากำลังคิดว่าจะขายที่นี่ และกลับบ้านเกิดเพื่อกราบไหว้บรรพบุรุษตระกูลเยี่ยน ถึงเวลานั้น ข้าก็คงต้องแต่งภรรยาอีกคน”
“เ้าเองก็รู้ดีว่าไป๋จื่อชีผู้นั้นจิตใจโเี้ ข้า...เหอะ ๆ...เอ่อ...ตอนนั้นข้าดันคันไม้คันมือ ทำให้ติดหนี้อยู่ไม่น้อย เดิมทีข้าไม่ได้คิดจะใช้เ้าชำระหนี้ แต่เป็เพราะไป๋จื่อชีผู้นั้นปริปากพูดว่า้าตัวเ้า ข้าไม่ตอบตกลง เขาจึงตัดหูของข้า เฮ้อ...หากไม่ใช่เพราะต้องรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับบิดา ข้าคงเอาหัวโขกฝาให้ตาย ๆ ไปเสีย!”
เยี่ยนเต๋อหลินแอบมองยาวจิ่ว เขาพบว่าอีกฝ่ายยืนนิ่งสีหน้าไร้อารมณ์ราวกับท่อนไม้ ภายในใจจึงเริ่มหงุดหงิด ทว่ายังจำต้องข่มความโกรธไว้ รีบเร่งพูดโน้มน้าว “จิ่วเอ๋อร์ เ้าเคยขายไปครั้งหนึ่งก็เท่ากับว่าเ้าได้ขายไปแล้ว อยู่ในอาชีพนี้ก็อย่าได้คิดว่าเนื้อตัวจะสะอาดบริสุทธิ์...เอ่อ...เ้าดูปากข้าสิ ช่างโง่เขลาเสียจริง เ้าอย่าได้เก็บไปใส่ใจเลยนะ ไหน ๆ ครั้งนี้เ้าก็รอดพ้นมาแล้ว รักษาตัวเองให้ดี รอเวลาที่จะได้ไปอยู่ดีกินดีกับท่านไป๋เถอะ คิดเสียว่า...ตอบแทนบุญคุณบิดาของข้าที่เลี้ยงดูเ้ามาก็แล้วกัน หากเ้าไม่ยอม คนจิตใจโเี้เช่นไป๋จื่อชีผู้นั้นอาจจะฆ่าข้าก็ได้ เ้าช่วยไว้ชีวิตที่แสนต่ำตมของข้าหน่อยเถอะ ช่วยให้ตระกูลเยี่ยนได้หลงเหลือผู้สืบทอดอีกสักคนเถอะนะ” พูดจบ เขาแอบชำเลืองมองยาวจิ่วอย่างระมัดระวัง เพราะเกรงว่าตนเองจะซ้ำเติมให้อีกฝ่ายเ็ป
ตลอดเวลานั้นยาวจิ่วเฝ้ามองริมฝีปากหนาของเยี่ยนเต๋อหลินที่กล่าวเปิดใจอยู่เงียบ ๆ เมื่ออีกฝ่ายพูดจบ ยาวจิ่วจึงทอดมองจุดที่ไกลออกไป ไม่ทราบว่าเขาเห็นอะไร จากนั้นจึงค่อย ๆ คลี่ยิ้ม “เยี่ยนเต๋อหลิน เ้ารู้ไหมว่าพวกเราแตกต่างกันตรงไหน?”
เยี่ยนเต๋อหลินงุนงง ไม่เข้าใจว่าเหตุไฉนยาวจิ่วจึงพูดถึงเื่นี้ อีกฝ่ายตอบตกลงหรือไม่ตกลงกันแน่? หลายปีมานี้ สิ่งที่เขาพึ่งพาไม่มีอะไรเลยนอกจากบุญคุณของบิดาที่มีต่อยาวจิ่ว เขาจึงสามารถบีบบังคับยาวจิ่วได้ตลอด หากยาวจิ่วไม่คิดจะตอบแทนบุญคุณบิดาของเขา เขาเองก็ไม่รู้จริง ๆ ว่าควรทำเช่นไร แต่เมื่อนึกถึงเื่ราวที่ผ่านมา เขาก็รู้สึกมั่นใจมากขึ้น เป็เพราะ้าตอบแทนบุญคุณบิดาของเขา ยาวจิ่วจึงช่วยเขาไว้มากกว่าหนึ่งครั้งเพื่อให้ตระกูลเยี่ยนได้สืบทอดต่อไป
เป็เพราะ้าฟังคำตอบจากยาวจิ่ว เขาจึงตอบกลับไปว่า “ต่างกันตรงไหนหรือ?”
ยาวจิ่วมองเยี่ยนเต๋อหลิน ดวงตาพลันประกายความเ็าและแดงก่ำ เสียงแหบพร่าแอบสั่นระริกเล็กน้อย ทว่าน้ำเสียงที่เปล่งออกมากลับฟังชัดเจนทุกถ้อยคำ “ตรงที่ข้ายังเป็มนุษย์อย่างไรเล่า” พูดจบเขาก็เดินกลับห้องของตัวเองไป
เยี่ยนเต๋อหลินครุ่นคิด เขาจึงเข้าใจได้ว่าถูกยาวจิ่วหลอกด่า ตอนที่กำลังจะอ้าปากะโด่ากลับไป เขาก็ดึงคำด่าเ่าั้กลับลงท้อง ซ้ำยังพูดกระแทกกระทั้นภายในใจ : รอให้เ้าไปอยู่ในมือของท่านไป๋ก่อนเถอะ ข้าเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าเ้ายังจะเป็มนุษย์อยู่หรือไม่!
.
.
.
[1] เก้าสาขาล่าง หมายถึง กลุ่มอาชีพที่ถูกมองว่าเป็ชั้นล่างของสังคม ได้แก่ หมอผี นางคณิกา ม้าทรง ยามรักษาการณ์ ช่างตัดผม นักดนตรี นักแสดงปาหี่ ขอทาน และคนขายน้ำตาลเป่า