ตอนที่ 26 สองนักเวทย์ปะทะ
“เป็นไปไม่ได้ผู้ใช้เวทย์ขั้นกลางเนี่ยนะจะจัดการผู้ใช้เวทย์ขั้นสูงสุดได้” โกลด์เค้นเสียงไม่เข้าใจ “ฮ่า ๆ ก็เพราะการสอนของฉันมันล้ำเลิศกว่าแกยังไงละเจ้าโง่โกลด์” ซิลเวอร์หัวเราะเอ่ยอย่างแดกดันเขายังจำวันที่โดนมันดูถูกได้อยู่ “ไม่จริง!” โกลด์พูดอย่างหัวเสียก่อนจะนึกขึ้นเรื่องชั่ว ๆ ได้ “ถ้างั้นแล้วนักเรียนอัจฉริยะที่แกสอนฉันจะฆ่ามัน จะดูสิว่าแกจะทำอะไรฉันได้ฮะฮ่า ๆ” “ถ้าเป็นแบบนั้นแกได้โดนลงโทษจากสมาคมนักผจญภัยแน่การทำความผิดในเมืองเป็นข้อห้ามอันสูงสุด จะถูกไล่ออกและถูกแบล็คลิสให้ไม่สามารถเป็นนักผจญภัยได้ชั่วชีวิต” “แล้วจะเป็นอะไรไปก็อีแค่ผู้ใช้เวทย์ 4 รายกับนักผจญภัยเกษียณขาเป๋เท่านั้น ถ้าไม่มีใครรอดไปจากที่นี่ได้ ก็ไม่มีใครรู้เรื่องนี้” โกลด์พูดไปหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง นักเรียนที่บาดเจ็บและมีสตินั่งพักอยู่ใกล้ทั้งหมด 4 คน 3 คนแรกหมดแรงนั่งพักกันอยู่ และคนสุดท้ายเป็นคนที่ 10 ยังไม่ได้ต่อสู้อะไรเลยทั้งนั้น พวกเขากำลังฟังโกลด์พูดอย่างหวั่นเกรง“เอ้ยอาจารย์โกลด์แกเป็นอะไรของแกวะนั่น”“เออนั่นสิฉันไม่น่าเข้ามาฝึกกับอาจารย์แกเลยไม่นึกเลยว่าจะอารมณ์ร้ายขนาดนี้”“ฉันก็ว่างั้นแหละแต่ว่านะฉันมาฝึกก่อนพวกนายอยู่ก่อนอาทิตย์นึงแกก็ยังปกติดีอยู่ มีแค่ชอบดูถูกดูแคลนเท่านั้นที่เป็นนิสัยส่วนตัวของแก”“แต่ว่าเมื่อ 5 วันก่อนแกก็เหมือนจะไปเจออะไรเข้าหน้าตาของแกดูเหมือนจะยิ้มอะไรแปลก ๆ ด้วยเหมือนไปพบเจออะไรก็ไม่รู้เหมือนกัน”“ถ้าเป็นจริงหลังจากวันนั้นสีหน้าแกก็มืดลงยังกับพวกบูชาลัทธิอะไรเช่นนี้เลยนะ”“หลังจากนั้น 5 วันแกก็อารมณ์ร้ายมากขึ้น ฉันนี่โดนด่าทุกวันที่ฝึกไม่ได้ดั่งใจปกติ”“เอ่ออันนั้นก็ปกติอยู่ไม่ใช่เหรอว่ะ แต่ว่านะแกก็อารมณ์ร้ายขึ้นจริง ๆ เล่นเอานักเรียน 10 คนถึงกับลาออกโดยเสียเงินฟรีทั้งหมดเลย ถ้าไม่เสียเงินฟรีละก็ฉันก็จะขอออกด้วยเหมือนกัน”“เออนั่นสิ แต่ว่าถ้าอาจารย์กล้าฆ่าคนจริง ๆ ละก็ฉันขอไม่รับรู้เรื่องนี้ด้วยแล้ว”“ใช่มันผิดปกติตั้งแต่มาป่วนการสอนของคนอื่นแล้ว และถ้าฉันจำไม่ผิดคนนั้นคือคนเมื่อวานก่อนนู้นนี่ที่ถูกอาจารย์ข่มดูถูกไปนี่”“ไปแค้นเคืองโกรธอะไรขนาดนั้น” เสียงซุบซิบเบา ๆ ของนักเรียนที่เหลือทั้ง 4 ในใจจริงจริงแล้วของพวกเขาไม่ใช่คนเลวอะไรขนาดนั้นเพราะงั้นจึงไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่อาจารย์โกลด์จะทำ แต่พวกเขาก็ทำอะไรไม่ได้พวกเขาเป็นแค่ผู้วิเศษระดับผู้ใช้เวทย์เองจะไปสู้กับนักเวทย์ขั้นสูงยังไงไหว “แกเป็นแค่นักเวทย์ขั้นสูงฝีมือการต่อสู้แบบที่ 2 ของแกก็ไม่ได้เก่งกาจอะไรอยู่แล้วเพราะงั้นฉันจะแสดงให้ดูว่าความแข็งแกร่งของนักผจญภัยแรงค์ A ที่แท้จริงเป็นยังไงแกจะได้เลิกโม้เอาคำพูดที่ตัวเองเทียบกับฉันในสมัยเป็นนักผจญภัยได้แล้ว” อึก! โกลด์โดนจี้ใจที่เขาพูดไปก็แค่จะแสดงให้ดูว่าเขาแข็งแกร่งกว่านักผจญภัยแรงค์ A ทั่ว ๆ ไปให้นักเรียนฟังเท่านั้น “เหอะยังไงซะแกก็ต้องตาย แกมันเสี้ยมหนามหัวใจฉันเหลือเกิน” โกลด์พูดพลางชักดาบและใช้เวทย์เสริมพลังกายระดับนักเวทย์ขั้นกลาง พุ่งเข้าใส่เคลอย่างรวดเร็ว เขาหมั่นไส้เจ้าหนุ่มนักเรียนอัจฉริยะนี่ ตอนเขาอายุเท่ามันตัวเขายังไม่เก่งเท่ามันเลยเพราะงั้นจึงอดไม่ได้ที่อยากจะฆ่ามันทิ้ง ก่อนจะไปฆ่าซิลเวอร์ที่หลัง ฆ่า! ฆ่า! ฆ่า! เจตนาฆ่าฟุ้งกระจายในแววตา ตั้งแต่วันนั้นวันที่ได้เจอท่านผู้นั้นตัวเขาก็เปลี่ยนไป ในสายตาของเคลและนักเรียนคนอื่น ๆ พวกเขาเห็นเพียงเงาที่ตามตัวเท่านั้น “ระดับนักเวทย์แข็งแกร่งจริง ๆ” เคร้ง! ซิลเวอร์ก้าวพริบตาเข้ามาป้องกันได้อย่างทันท่วงที “เคลหลบไปก่อน” เคลได้ฟังก็พยักหน้าเข้าใจเขาถอยหลังหลบทันที เขาต้องรู้ระดับพลังตัวเองว่าสู้ไม่ได้ก็คือสู้ไม่ได้ “เป็นไปได้ยังไงทำไมถึงเคลื่อนไหวได้ขนาดนี้!” โกลด์เอ่ยอย่างตกตะลึง ซิลเวอร์ยกยิ้มข้างและนึกย้อนไปตอนที่เคลได้นำโพชั่นสีแดงมาให้เขาดื่มแถมบังคับเขาเสียเงิน 300 เหรียญทองอีกต่างหาก “หึ..ตกใจใช่ไหมละ ถ้ารู้แล้วก็ไปให้พ้นซะ” “กะแกอาการบาดเจ็บที่ขาแกโกหกอย่างงั้นเรอะ!” โกลด์เค้นเสียงถามอย่างสงสัยแต่ซิลเวอร์ก็ไม่ได้ตอบอะไร ทั้งสองต่างโรมรันฟาดฟันดาบเข้าใส่กัน แน่นอนว่าเป็นทางซิลเวอร์ได้เปรียมมากกว่าทั้งพลังทั้งการเสริมร่างกายก็เหนือกว่า อั่ก! โกลด์โดนฟันจนกระเด็นยังดีที่ว่าแค่บาดเจ็บไม่หนักเพราะว่าติดกับการเสริมพลังกายระดับนักเวทย์ขั้นกลาง นอกจากจะยกระดับสมรรถนะแล้วก็ยังเป็นเกราะป้องกันที่ดีไม่น้อยด้วย “กะแก..” โกลด์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่โกรธแค้น เขาหยิบถุงมิติออกมา ราคาของถุงมิติแพงไม่น้อยมีแต่ระดับจอมเวทย์ที่สามารถทำเงินได้เยอะเท่านั้นที่จะหาเงินได้มากพอจนซื้อได้ ส่วนระดับนักเวทย์อย่างเขาต้องเก็บเงินไม่น้อยเลยนอกจากภาจกินของสมาคมผจญภัยแล้วก็มีการสอนนี่แหละที่ทำเงินได้ไม่น้อย ใช้เวลาเป็นปีปี กว่าจะซื้อมันมาได้ ส่วนแหวนมิติไม่ต้องพูดถึงเลยมีแต่ตระกูลใหญ่ ๆ ที่ทำเงินได้เยอะเท่านั้นแหละจะหาซื้อได้ไหว โกลด์นำดาบที่ดีกว่าออกมาและชุดเกราะระดับสูง “เหอะคราวนี้แกแพ้แน่ความต่างของพลังถูกชดเชยโดยอุปกรณ์ระดับสูงฉันไม่อยากจะใช้สักเท่าไหร่หรอกเพราะค่าซ่อมมันแพงแต่ว่าแกต้องตายในวันนี้!” ดาบระดับนักเวทย์และชุดเกราะระดับนักเวทย์ อุปกรณ์ระดับนักเวทย์ที่สามารถรองรับการเสริมพลังได้ ทำให้มันแข็งแกร่งมากกว่าเดิม ซิลเวอร์ที่ได้เห็นก็สีหน้าเคร่งเครียดตัวเขาใช้อาวุธระดับผู้ใช้เวทย์เพียงเท่านั้นชุดเกราะเองก็เหมือนกัน อุปกรณ์ระดับนักเวทย์เขาได้ขายทิ้งหมดแล้ว หลังจากไม่สามารถออกผจญภัยได้ก็มีภาระค่าใช้จ่ายไม่น้อยเพราะงั้นวิธีทางเดียวคือขายอุปกรณ์ระดับนักเวทย์ทิ้ง ราคาของมันไม่ต่ำกว่าหลักหมื่น อย่างดาบสีเงินของก็เฉียดหลักแสนเหรียญทอง ตอนนี้สิ่งเขามีแต่ชุดเกราะสีเงินกับดาบสีเงินระดับผู้ใช้เวทย์เท่านั้น ที่เขาขัดซะเงาวิบจนเป็นสีเงินอันเป็นตัวตนบ่งบอกเอกลักษณ์ของเขา เพราะงั้นอุปกรณ์พวกนี้ไม่สามารถจะรองรับการเสริมพลังได้ ไม่งั้นแล้วพวกมันจะแตกระเบิด แต่ว่าหลังจากเกษียณออกมาก็ใช่ว่าเขาจะไม่พัฒนาเลย “อุปกรณ์ของแกต้องถูกทำลายอย่างแน่นอนและหลังจากนั้นแกก็จะพ่ายแพ้” โกลด์เค้นเสียงหัวเราะ พลางพุ่งเข้าไปซัดกับซิลเวอร์ต่อ “เหอ ๆ รู้ไหมว่าทำไมอุปกรณ์ระดับผู้ใช้เวทย์ถึงไม่สามารถเสริมพลังได้ก็เพราะว่ามันต้องใช้ความละเอียดละออในการควบคุมพลังยังไงละ” ซิลเวอร์กล่าวพลางยิ้ม เขาได้ฝึกฝนเสริมพลังกับอุปกรณ์ระดับผู้ใช้เวทย์จนชำนาญ “อีกอย่างข้อดีของมันก็ทำให้ฉันสามารถจัดสรรปันส่วนพลังเวทย์ได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย” “เข้ามาฉันสามารถสู้กับแกได้จนกว่าแกจะหมดพลังเวทย์เลยละ” ซิลเวอร์เค้นเสียงตั้งรับการโจมตีของโกลด์อย่างดุเดือด ส่วนทางด้านเคลเขาได้เฝ้าสังเกตการณ์ต่อสู้กันอย่างเต็มที่ พลางจดข้อมูลใส่สมุดด้วย “เพิ่งรู้เลยนะเนี่ยว่าอุปกรณ์เองก็เสริมพลังได้เหมือนกัน” ทั้งสองสู้กันอย่างเมามันส์ พลังของทั้งสองนั้นต่อสู้กันได้โดยไม่เสียเปรียบแต่ว่าฝีมือดาบของซิลเวอร์นั้นยอดเยี่ยมกว่าทำให้โกลด์เป็นฝ่ายปลิวกระเด็นไปอีกครา “อ่อนหัดแม้เวลาจะล่วงเลยไปแล้วแกก็ยังอ่อนหัด” น้ำเสียงดูแคลนของซิลเวอร์ทำให้โกลด์ได้แต่เจ็บช้ำน้ำใจ ตอนนี้ใบหน้าของโกลด์ปรากฏสีหน้าไม่ดีและแววตาจ้องมองไปที่ซิลเวอร์อย่างแค้นเคือง “ตอนฉันเป็นนักผจญภัยแรงค์ A ฉันไม่รู้จักแกด้วยซ้ำฉันไม่เคยเห็นหน้าของแกเลยแม้แต่น้อย” “เหตุใดถึงได้เคืองแค้นฉันขนาดนี้?” “ไม่จริง” โกลด์พูดค้านออกมา “วันนั้นแกได้ดูถูกฉันและทำร้ายฉันต่อหน้านักผจญภัยคนอื่นแถมยังหัวเราะซ้ำเติมฉันด้วย” เป็นเรื่องที่คาดไม่ถึงเลย ที่ว่าโกลด์มีอดีตอันน่าเศร้าแม้แต่เคลยังขมวดคิ้วถ้าเป็นเรื่องที่โกลด์เล่ามาจริงถ้าเป็นแบบนั้นนิสัยของอาจารย์ซิลเวอร์ก็เลวร้ายเหมือนกันนะ ถึงขนาดทำให้คนเป็นแผลใจได้ขนาดนี้ ซิลเวอร์ได้ฟังก็งุนงง เขาเคยทำแบบนั้นด้วยเหรอเขาพยามนึกคิดอยู่นานว่าไปเคยทำอะไรกับใครเข้าก่อนจะนึกขึ้นมาได้ว่า “แกมันนักผจญภัยแรงค์ B คนนั้นนี่” “ใช่จำได้แล้วใช่ไหม” โกลด์พูดคำรามพลางลุกขึ้นยืนสีหน้าของเขายังเคืองแค้น “เมื่อแกจำได้แล้วก็ถึงเวลาแกตายสักทีฉันไม่อยากจะใช้เจ้านี่ต่อหน้าคนอื่นนักหรอก” โกลด์ล้วงเข้าถุงมิตินำยาสีดำปนมืดออกมา เมื่อมันปรากฎพลันก็ให้ความน่าสะพรึงกลัวที่แผ่ออกมาทันที ผู้วิเศษคนอื่นต่างสัมผัสได้หมดจนมีนักเรียนของโกลด์คนหนึ่งได้โพล่งคำพูดออกมา “นั้นเม็ดยาปีศาจนี่” “ใช่...เม็ดยาปีศาจเมื่อกินเข้าไปแล้วก็จะกลายเป็นเผ่าพันธุ์ปีศาจทั้งสมรรถนะและความแข็งแกร่งดั้งเดิมของมันก็ยกระดับมากยิ่งขึ้น และยังสามารถเข้าถึงกฎเกณฑ์ธาตุมืดได้อีกด้วย” โกลด์พูดพลางหยิบเม็ดยาเข้าปากและกลืนเข้าไปทันที ‘ว่าแต่มันรู้ได้ยังไงว่าเป็นเม็ดยาปีศาจหรือว่าไอ้นักเรียนคนนี้ก็ได้พบเจอเหมือนฉัน?’ เมื่อนั้นพลังก็ฟุ้งกระจายแผ่กลิ่นอายอันน่ากลัวออกมา! “เห้ฉันจำได้แล้วแต่ว่าไอ้คนที่ทำร้ายและหัวเราเยาะนายไม่ใช่ฉัน แต่เป็นนักผจญภัยแรงค์ B อีกคนต่างหากแถมชื่อมันก็ซิลเวอร์เหมือนกันกับฉันด้วย มันแค่ใส่ชุดเกราะสีเงินและดาบสีเงินเหมือนฉันเท่านั้นเองนะ แถมตอนนี้มันก็ตายไปแล้วเพราะถูกสัตว์อสูรฆ่าจากการรับภารกิจอันนึงด้วยนี่คือสิ่งที่ฉันได้รู้มา” ซิลเวอร์ที่จับคางพลางนึกอยู่จึงไม่ได้สังเกตโกลด์ว่าพูดอะไรบ้างเลยแม้แต่น้อย จนเมื่อเขานึกขึ้นได้และเงยหน้าพูดออกไป แต่ว่าทุกอย่างก็ทำให้เขาสับสน “เอ๊ะ...อะไรวะนี่?” **************************************************************นักเขียน : นี้ก็คิดนานเกิน