ด้วยเงินทุนก้อนแรก ลู่เสวียนผิงไม่รอช้า เขาเปิดเกมรุกทางธุรกิจทันที เขาไม่เล่นเกมขายของธรรมดา แต่เขาเลือกเปิดฉาก "าราคา (Price War)" ถล่ม ตระกูลเฉิน คู่แข่งเ้าตลาดผู้ผูกขาดการค้าในเมืองนี้มานาน
"ลด 50%!" เขาะโลั่นจัตุรัสกลางเมือง
ฝูงชนฮือฮา แย่งกันซื้อสินค้าของลู่เสวียนผิงจนร้านแทบแตก การลดราคาไม่ใช่แค่การขายของถูก แต่มันคือการ "ทำลายโครงสร้างราคา" ของคู่แข่ง เพื่อบีบให้พวกเขาขาดสภาพคล่อง
ฝั่งตระกูลเฉินได้แต่มองตาปริบๆ "ไอ้เด็กบ้า! แกจะเจ๊งนะเว้ย ขายแบบนี้เอากำไรที่ไหน!" พวกเขาพยายามลดสู้ แต่สายป่านที่ไม่ยาวพอทำให้เริ่มกระอักเื
เมื่อสู้ด้วยกลยุทธ์ไม่ได้ ตระกูลเฉินก็หันมาใช้วิธีสกปรก กลางดึกคืนหนึ่ง นักเลงหัวไม้กลุ่มหนึ่งถูกส่งมาลอบเผาโกดังสินค้าของลู่เสวียนผิง
เปลวไฟลุกโชนแดงฉาน สะท้อนั์ตาของลู่เสวียนผิง... แทนที่จะหวาดกลัว เขากลับแสยะยิ้มมุมปาก
"คิดว่าจะหยุดฉันได้ด้วยไฟแค่นี้เหรอ? ธุรกิจที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่ตัวสินค้า แต่อยู่ที่ 'ระบบ' ต่างหาก"
วันรุ่งขึ้น เขาไม่เสียเวลาซ่อมโกดัง แต่เดินสายกว้านซื้อวัตถุดิบตัดหน้าตระกูลเฉินทุกทาง เขาใช้เงินสดที่หมุนเวียนได้เร็วกว่า จ่ายให้ชาวบ้านล่วงหน้า ตัด Supply Chain จนโรงงานอีกฝ่ายต้องหยุดชะงัก ไม่มีของป้อนเข้าสายพานการผลิต นี่คือการฆ่าทางอ้อมที่เืเย็นที่สุด