Danger area : เขตก่อการรัก [จบ]

    เล่มที่ 2 บทที่ 37 ฉันรู้ว่าเขาชอบนาย 2

             

            ชย่าลิ่วอีไม่มีคำพูดใดจะโต้แย้งได้จึงได้แต่เกาที่เท้าแขนของเก้าอี้และกัดฟันแน่น “เธอ!รู้ตั้งนานแล้วว่ามันมีพิรุธ! ทำไมถึงไม่บอกฉัน?!”

            “ตอนหลังนายก็น่าจะรู้แล้วนี่ว่าเขาสนใจนาย!” ชุยตงตงยักไหล่ “เขาแสดงออกชัดเจนขนาดนั้น นายไม่รู้เลยหรือ? เป็นไปไม่ได้หรอกมั้ง?”

            “...” ชย่าลิ่วอียอมรับว่าตัวเองก็สังเกตเห็นเช่นกัน

            ชย่าลิ่วอีไม่มีอะไรจะพูดได้แต่พิงพนักเก้าอี้ด้วยความหงุดหงิดแล้วสูบบุหรี่เข้าปอดเฮือกใหญ่ ชุยตงตงนั่งลงบนขอบโต๊ะทำงานด้วยท่าทางสบายๆแล้วพูดต่อ “ว่าไง? นายไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขาบ้างเลยหรือ?”

            “ไม่ใช่ว่าเธอมีญาณทิพย์หรอกหรือ! ทำไมเรื่องแค่นี้ถึงดูไม่ออก?!”

            ชุยตงตงพูด “เรื่องนี้ฉันดูไม่ออกจริงๆ นะ จากประสบการณ์ที่ผ่านมาของฉันยิ่งนายสนใจใคร นายก็จะยิ่งหนีไปให้ไกลจากคนนั้น ฉันเห็นนายไม่เพียงแต่ไม่หนีเขา นายยังออกไปเที่ยวกับเขาอย่างมีความสุขอยู่บ่อยๆ…”

            “เที่ยวบ้าบออะไรกัน!” ลูกพี่ชย่าตบลงบนเก้าอี้!

            “โอเคๆ ไม่ใช่เที่ยว เป็นการรวมตัวของเพื่อน” ชุยตงตงพูด “แล้วนายจะปิดบังทำไม?”

            “...” ลูกพี่ชย่าหน้าซีดเผือด เขาเกาที่เท้าแขนของเก้าอี้ขณะครุ่นคิดอย่างจริงจังว่าควรจะเปลี่ยนรองหัวหน้าแก๊งเป็นคนใหม่ดีหรือไม่

            “สรุปแล้วนายรู้สึกยังไง?” ชุยตงตงพูด

            “ฉันไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขา! ไม่ได้รู้สึก ‘แบบนั้น’!” ชย่าลิ่วอีพูด “เขาเป็นแค่ลูกน้องที่ฉันรับมา!”

            ชุยตงตงขมวดคิ้วเธอพยักหน้าแล้วถอนหายใจ “นายนี่โหดร้ายจริงๆ!”

            ชย่าลิ่วอีไม่สนใจการยั่วยุของเธอแล้วพูดด้วยความหงุดหงิดว่า “หมอนั่นมันอ่านหนังสือมากไปจนสมองเพี้ยน แค่เปิดโลกให้เขาสักหน่อยก็พอแล้ว!”

            ชุยตงตงถอนหายใจยาวอีกครั้ง “ลูกพี่ชย่า ถ้าแค่เปิดโลกแล้วมันได้ผลโลกนี้คงไม่มีพวกผู้ชายผู้หญิงที่หลงใหลลุ่มหลงกันหรอก ตอนนั้นพี่ไม่เคยลองหรือ? แล้วมันได้ผลไหม?”

            สีหน้าของชย่าลิ่วอีเปลี่ยนไปอย่างกะทันหันมันมืดมนลงทันที ก่อนที่เขาจะพูดต่อ “พอแล้ว”

            ชุยตงตงยักไหล่เธอเปลี่ยนเรื่องอย่างรู้สถานการณ์ “มือนายเป็นอะไรหรือ?”

            “มีคนแอบอ้างเป็นคนของเสี่ยวหม่ามาก่อเหตุปล้นและสร้างความวุ่นวายในเขตของแก๊งเซียวฉี”

            “เฝยชีหรือ?”

            “ไม่ใช่ คนคนนี้อยากทำให้เรื่องใหญ่โตเพื่อให้ตำรวจมาหาเรื่องฉันด้วยมันสมองของเฝยชี มันคิดเรื่องแบบนี้ไม่ออกหรอก”

            “หรืออาจจะเป็นซาเจียจวิ้นที่ยุให้เขาทำ”

            ชย่าลิวอีส่ายหัว “เรื่องในวงการก็ควรจะเคลียร์กันเองในวงการ ไม่เคยให้ตำรวจเข้ามายุ่งซาเจียจวิ้นถึงจะไม่ใช่คนดีอะไร แต่ไม่ใช่คนที่มีนิสัยเจ้าเล่ห์ ยืมมือคนอื่นน่าจะรู้จักรักษากฎข้อนี้ไว้อยู่ ถ้าตำรวจมาสนใจเราก็ต้องไปสนใจเฝยชีกับซาเจียจวิ้นด้วย พวกเขาสองคนคงไม่ทำเรื่องโง่ๆแบบนี้ให้ตัวเองเดือดร้อนหรอก คนคนนี้อุตส่าห์วางแผนซับซ้อน วกไปวนมาขนาดนี้ เป้าหมายคงไม่ใช่แค่เรื่องแย่งชิงพื้นที่”

            ชุยตงตงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ฉันจะให้คนไปสืบดู”

            “อีกเรื่องหนึ่ง ฝั่งของเฉ่าเสียไม่ควรจะมีแต่คนของลุงหยวนเธอคอยหาโอกาสส่งคนของเราเข้าไปแทรกด้วย”

            “โอเค” ชุยตงตงตอบรับพลางขยับไหล่และหลังเล็กน้อยก่อนจะลุกขึ้นยืน “ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันไปก่อนนะคืนฤดูใบไม้ผลินาทีเดียวมีค่าเป็นพันตำลึงทอง [1]!”

            “ไปได้แล้ว” ชย่าลิ่วอีพูด

            ชุยตงตงหมุนตัวอย่างคล่องแคล่วเธอหันหน้าไปทางประตูแล้วก้าวออกไป “เออจริงสิเสี่ยวเหอโดนนายยกให้คนอื่นไปแล้ว คนที่เหลือก็ไม่มีใครถูกใจนายฉันแนะนำให้นายนอนโซฟาคนเดียวนะ คืนนี้คงได้แต่ช่วยตัวเองเท่านั้นแหละ!”

            ชย่าลิ่วอีเขวี้ยงก้นบุหรี่ใส่หลังของเธอแต่เธอปิดประตูทันพอดี ก้นบุหรี่เลยโดนประตูแทน

            ลูกพี่ใหญ่ชย่าผู้มีพลังสังหารล้นเหลือกำลังยุ่งหัวหมุนกับงานต่างๆในช่วงปลายปีจนแทบไม่มีเวลาหายใจ เขาตั้งใจว่าวันนี้จะพักผ่อนด้วยการไปเล่นสนุกเกอร์กินข้าว และดูหนังกับเจ้าเด็กซื่อบื้อ—— เขาต้องยอมรับว่าเวลาส่วนใหญ่ที่อยู่กับเด็กคนนี้เขาจะรู้สึกผ่อนคลายและมีความสุข—— แต่ใครจะไปรู้ว่าในช่วงเย็นจะมีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นจนทำให้อารมณ์ดีๆที่มีมาทั้งวันหายไปจนหมด!

            เขาตบโต๊ะอย่างแรงแล้วเอนหลังพิงเก้าอี้ด้วยความหงุดหงิดชย่าลิ่วอีอารมณ์เสียอยู่พักใหญ่ ก่อนจะหันไปมองมือซ้ายที่บาดเจ็บและมีเลือดไหลซึมออกมา

            “บ้าเอ๊ย!” เขาสบถใส่ผ้าพันแผลที่ถูกพันไว้เป็นอย่างดี

            ไอ้สารเลวเหออาซาน!ฉันจะตายอยู่แล้วยังจะมาสร้างปัญหาให้ฉันอีก! ทำไมไม่ก้มหัวคารวะแล้วเป็นน้องชายที่ดีของฉันไปซะ!กล้าดียังไงถึงคิดจะเป็นอาซ้อใหญ่! มันคิดว่าตัวเองคู่ควรกับฉันอย่างนั้นหรือ?!

            ชย่าลิ่วอีเต็มไปด้วยความคับแค้นใจและเมื่อคิดถึงเหอชูซานที่ตอนนี้คงจะกำลังพลิกแพลงอยู่บนเตียงกับเสี่ยวเหอเป็นครั้งแรกเขาก็ยิ่งโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ— เขาอายุเพียงยี่สิบกว่าปี ทว่ากลับต้องมารับหน้าที่สั่งสอนหมาน้อยตัวใหญ่ตัวนี้ด้วยความยากลำบากเพียงแค่ต้องการให้ความรู้เรื่องเพศศึกษาที่ถูกต้องกับมัน เขาถึงขั้นต้องบังคับมันให้ขึ้นเตียง!

            ความยากลำบากและความขมขื่นในช่วงเวลานั้นมันเจ็บปวดเกินกว่าจะหวนนึกถึง!

            เขาเตะโต๊ะทำงานอย่างแรงด้วยความหงุดหงิด! ชย่าลิ่วอีใช้มือข้างที่บาดเจ็บยกขึ้นกุมหน้าผากแล้วนั่งเหม่ออยู่นาน ก่อนจะเอื้อมมือล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงเพื่อหยิบกระเป๋าเงินหนังสีดำเก่าๆออกมา

            เขาดึงรูปถ่ายคู่ของเขากับเสี่ยวหม่านออกมาวางบนโต๊ะจากนั้นก็ยกกระเป๋าเงินขึ้นสูง แล้วมองผ่านแผ่นพลาสติกเปื้อนฝุ่นไปยังรูปเดี่ยวที่อยู่ข้างใน

            เงาด้านข้างของชายคนนั้นในควันบางเบาแสนเยือกเย็นยังคงฝังลึกและทำให้ใจของเขาเจ็บปวดอยู่เสมอ ชายคนนั้นฝังอยู่ในทุกความฝันที่ทำให้สะดุ้งเขาตื่นขึ้นมาในคืนอันหนาวเหน็บเขาไม่รู้ว่าจะลืมได้อย่างไร และไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นใหม่อย่างไรเขาไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะปล่อยมันไปและไม่คิดถึงมันอีก

            แต่เจ้าเด็กเหลือขอผู้บ้าบิ่นคนนี้กลับบังคับให้เขาต้องเผชิญหน้ากับมัน

            มือขวาที่ไม่สามารถรับน้ำหนักได้มากเริ่มปวดเล็กน้อยหลังจากยกขึ้นไม่นานเขาถอนหายใจเบาๆ หลับตาลง แล้วปล่อยมือ กระเป๋าเงินที่เปิดอยู่จึงร่วงลงมากระแทกใบหน้าของเขา

            ……

            ลูกพี่ใหญ่ชย่าผู้ถูกความรักเล่นงานพลิกตัวไปมาบนโซฟาตัวใหญ่เขาสูบบุหรี่ทั้งคืน เมื่อรุ่งเช้ามาถึง เสื้อเชิ้ตของเขาก็เต็มไปด้วยรอยไหม้จากบุหรี่

            เขาลงไปชั้นล่างเพื่ออาบน้ำจากนั้นก็ให้พนักงานออกไปซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่มาให้เขาเปลี่ยนเขาพยายามรวบรวมกำลังใจทำท่าทางสดใสและทรงพลังแล้วเดินเข้าไปในห้องของเสี่ยวเหอเพื่อตรวจดู

            เสี่ยวเหอแต่งตัวเรียบร้อยเธอนั่งจัดเรียงแผ่นเสียงเงียบๆ อยู่ข้างเตียง ดูเหมือนว่าเธอจะตื่นได้สักพักแล้ว

            “เขาอยู่ไหน?” ชย่าลิ่วอีมองไปรอบๆแล้วขมวดคิ้วถาม

            “ไปแล้วค่ะ เขาบอกว่าต้องรีบกลับบ้านไปเขียนวิทยานิพนธ์” เสี่ยวเหอพูด

            ชย่าลิ่วอีร้อง “หึ” ออกมาด้วยความไม่พอใจ “เมื่อคืนเขาเป็นยังไงบ้าง?”

            เสี่ยวเหอพูด “เขาก็ชอบฟังเพลงของออเดรย์ เฮปเบิร์นเหมือนกันค่ะ”

            สีหน้าของชย่าลิ่วอีแข็งค้าง “ฉันไม่ได้ให้เธอไปนอนกับเขาหรอกหรือ?”

            เสี่ยวเหอส่ายหัว “เขาฟังเพลงหนึ่งชั่วโมงแล้วก็หลับไปค่ะ”

            สีหน้าของชย่าลิ่วอีเปลี่ยนจากแข็งทื่อเป็นเย็นชาเขาพูดด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบแผ่วเบาว่า “เขารู้แล้วหรือ?”– เกี่ยวกับเรื่องของเขากับเสี่ยวเหอ

            เสี่ยวเหอรีบส่ายหัว “ไม่ค่ะ! ฉันไม่ได้บอกใครเลย! เป็นเขา เอ่อ เขา เขาพูดว่า…”

            “เขาพูดว่าอะไร?!”

            “เขาบอกว่าการมีอะไรกันก่อนแต่งงานเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง…”

            “ให้ตายเถอะ!” ชย่าลิ่วอีคำรามออกมาจนเกือบทำเสียงหลุด “จะแสร้งทำตัวเป็นชายผู้บริสุทธิ์ไปทำไม! เธอไม่ได้บังคับเขาหรือไง?!”

            เสี่ยวเหอรู้สึกน้อยใจมาก “เขาตัวสูง แถมยังมีแรงเยอะกว่า ฉันสู้เขาไม่ได้เลยฉันถอดเสื้อผ้าต่อหน้าเขา แต่เขากลับไม่แม้แต่จะมองฉัน แถมยังพูดอีกว่า ‘ความรักควรเริ่มต้นจากการออกเดต’...”

            —— ให้ตายเถอะ!

            ‘ปัง!’ กำปั้นที่ยังคงพันด้วยผ้าพันแผลของชย่าลิ่วอีทุบลงบนผนัง!และผนังที่น่าสงสารนั่นก็ร่วงหล่นลงมาเป็นผงทันที!

            แผลนั้นเจ็บแปลบขึ้นมาแต่เขาก็กัดฟันอดทนไว้!

            เมื่อเห็นว่าพี่ใหญ่กำลังโมโหเสี่ยวเหอจึงรีบปลอบเสียงอ่อน “เขาบอกว่าเขามีความรู้สึกดีๆกับฉัน อยากชวนฉันไปเดินเล่นวันหยุดสุดสัปดาห์นี้”

            “…”

            รู้สึกดีบ้าบออะไร!เดินเล่นบ้าบออะไร!! ออกเดตบ้าบออะไร!!!—— ลูกพี่ใหญ่ชย่าคำรามในใจอย่างไม่อาจระบายออกมาได้—— เหออาซาน ไอ้สารเลว! แกล้งทำเข้าไป! นักแสดงระดับออสการ์ชัดๆ !

            “ยังไงก็ช่าง ฉันไม่สนว่าเธอจะทำยังไง! แต่เธอต้องมัดใจเขาไว้ให้ได้!ถ้าเขาอยากมีความรัก เธอก็ไปมีความรักกับเขา! ถ้าเขาอยากไปเดินเล่นเธอก็ไปเดินเล่นกับเขา! ฉันจะรอดูว่าเขาจะทำอะไรบ้าง!” ชย่าลิ่วอีพูดด้วยความโกรธ

            เสี่ยวเหอพยักหน้าอย่างว่าง่ายและเชื่อฟัง “ค่ะ ฉันเข้าใจแล้ว”

            ลูกพี่ใหญ่ชย่าผู้มีสีหน้าดำคล้ำเดินออกไปแล้ว!เสี่ยวเหอลูบหูอย่างใจเย็น เธอนั่งลงข้างเตียงเงียบๆและก้มหน้าลงจัดเรียงแผ่นเสียงต่อ

            หญิงสาวผู้มีนิสัยสุขุมและปากหนักคนนี้ไม่ได้โกหกชย่าลิ่วอีสิ่งเหล่านี้เป็นคำพูดของเหอชูซาน เพียงแต่เธอไม่ได้ถ่ายทอดคำพูดอื่นๆ ของเขา

            คุณคือหูชิงเหอใช่ไหม? ผมเหอชูซาน เพื่อนสมัยประถมของคุณ คุณยังจำผมได้ไหมครับ? พวกเราเคยอยู่ที่เมืองกำแพงเจียวหลงด้วยกัน แต่ตอนอยู่ชั้นป.5 คุณลาออกจากโรงเรียน คุณยังจำอาเหว่ยที่อยู่ห้องข้างๆ ได้ไหมครับ? ตอนนี้เขาทำงานร้านอาหารเดียวกันกับผม เขาพูดถึงคุณบ่อยๆ...

             

            เชิงอรรถ

            [1] “คืนฤดูใบไม้ผลินาทีเดียวมีค่าเป็นพันตำลึงทอง” เป็นสำนวนจีนโบราณที่สื่อถึงความงดงามและมีค่าของช่วงเวลาในฤดูใบไม้ผลิโดยเฉพาะในยามค่ำคืนซึ่งมักจะใช้ในเชิงหยอกล้อหรือเป็นคำพูดติดตลกเกี่ยวกับการใช้เวลาในช่วงเวลากลางคืนให้คุ้มค่า

    คล้ายกับเรื่องDanger area : เขตก่อการรัก [จบ] ที่คุณอ่าน

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730