วันเวลายังคงผ่านพ้นไปอย่างสงบสุข เวลาได้ล่วงเลยผ่านมาเกือบเดือนแล้วที่แขกสองคนนี้เข้ามาพักอยู่ในบ้านของหลิงซี แต่ดูเหมือนวันนี้หลิงซีจะมีท่าทีที่แปลกออกไปจากเดิมเล็กน้อย
ด้วยวันนี้เป็วันที่สิบห้าของเดือน ซึ่งเป็วันที่หลิงซีจะต้องไปพบกับมารดาผู้การุญของตนใน่ยามห้าย ซึ่งปัญหาก็คือเขาจะทำอย่างไรกับสองคนนี้ดี และวิธีที่เข้าควรทำที่สุดคือการวางยานอนหลับ ถึงแม้ว่าหลิงซีจะไม่อยากลงมือกับสองคนนี้เลยแม้แต่น้อย แต่เื่ที่ต้องทำไม่ว่าอย่างไรก็ไม่อาจหลีกเลี่ยง หลิงซีจึงเลือกยานอนหลับที่มีผลข้างเคียงน้อยที่สุดผสมลงในน้ำชาให้แขกสองคนในบ้านดื่มก่อนเข้านอน
(ยามห้าย (亥:hài) คือ 21.00 – 22.59 น)
หานคุนชำเลืองมองหลิงซีเล็กน้อยเหมือนไม่ใส่ใจ เขาสังเกตได้ว่าวันนี้เด็กหนุ่มดูแปลกไปจากทุกๆ วันแม้จะเพียงเล็กน้อยก็ตาม ทีแรกเขาไม่ใส่ใจเพราะคิดว่าบางทีเด็กหนุ่มอาจมีเื่ที่ยังคิดไม่ตก จนกระทั่งล่วงเลยมาจนถึงเวลาเข้านอน หลิงซียกกาน้ำชาเข้ามาวางบนโต๊ะไม้ไผ่ในห้องนอนของพวกเขาเช่นเดิม บรรจงรินชาใส่ถ้วยสองใบแล้วยื่นให้พวกเขาเช่นเดิม
แต่สิ่งที่ไม่เหมือนเดิมในวันนี้คงเป็สิ่งที่ผสมอยู่ในน้ำชานี่กระมัง แม้มันจะมีกลิ่นที่เจือจางมากจนััแทบไม่ได้แต่มันก็มีอยู่จริงๆ พวกเขาไม่สามารถรู้ได้ว่าเด็กหนุ่ม้าที่จะทำอะไรกันแน่ แต่ถ้าอยากรู้ก็มีแต่ต้องเดินไปตามแผนการที่ถูกวางเอาไว้เท่านั้น
ทั้งสองยังคงทำทีนั่งจิบชาในถ้วยเล็กน้อยแล้ววางไว้บนโต๊ะน้ำชาเช่นเดิม ก่อนที่พวกเขาจะฟุบตัวลงบนโต๊ะน้ำชาด้วยสภาพสิ้นสติ เด็กหนุ่มรีบเข้ามารับตัวคนทั้งสองเอาไว้อย่างเบามือ ก่อนจะอุ้มพวกเขาทีละคนไปนอนบนเตียงพร้อมกับจัดท่านอนให้คนทั้งสองได้นอนในท่าที่สบายที่สุด เมื่อห่มผ้าให้เรียบร้อยเด็กหนุ่มจึงได้พูดขึ้นอย่างแ่เบา
“ขออภัย ข้าไม่เคยคิดอยากทำร้ายพวกท่าน แล้วข้าจะรีบกลับมา”
เมื่อเสียงฝีเท้าแ่เบานั้นเดินออกไปไกลแล้ว คนทั้งสองที่ควรจะนอนหลับอยู่บนเตียงพลันลืมตาตื่นขึ้น แล้วทำการสะกดรอยตามเด็กหนุ่มไปห่างๆ เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายรู้ตัว
จนมาถึงบริเวณธารน้ำตกกลางป่า เขาเห็นสตรีนางหนึ่งถือโคมกระดาษยืนรอเด็กหนุ่มอยู่ข้างธารน้ำตก ส่วนมืออีกข้างถือตะกร้าใส่อาหารเล็กๆ ใบหนึ่งพวกเขาจะไม่ใเลยหากสตรีนางนั้นไม่ใช่มี่ฮวา และที่น่าใยิ่งไปกว่านั้นคืออาหลิงเรียกนางว่ามารดาผู้การุญ พวกเขาที่ยังไม่เข้าใจเหตุการณ์ในตอนนี้ จึงทำได้เพียงแอบฟังบทสนทนาของพวกเขาเงียบๆ เช่นนี้ไปก่อน เื่นี้ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องสืบให้ละเอียดอีกที…
“มารดาบุตรกตัญญูคิดถึงท่านนัก”
มี่ฮวายื่นตะกร้าสานให้กับหลิงซีก่อนพูดขึ้น “ข้าปรุงมันขึ้นมาเพื่อเ้าโดยเฉพาะ”
หลิงซีนั่งลงกับพื้นหญ้าก่อนจะเปิดตะกร้าสานแล้วหยิบถ้วยขนมยุเหวียนเซียวออกมาอย่างบรรจง ก่อนจะตักขนมกินทีละคำอย่างไม่รีบร้อน
(ยุเหวียนเชียว:ขนมบัวลอยจีน มักถูกเรียกว่าขนมบัวลอยน้ำขิง)
หลิงซีย่อมรู้ดีว่าสิ่งที่นางพูดไม่ได้หมายถึงขนมแต่หมายถึงสิ่งที่ผสมอยู่ในขนมนี่ต่างหาก พิษความฝันสีน้ำเงิน เป็พิษที่ออกฤทธิ์ค่อนข้างช้า แรกเริ่มจะทำให้คนที่โดนพิษนี้ฝันร้ายเมื่อพิษนี้กระจายตัวไปถึงสมอง มันจะทำให้ผู้ที่โดนพิษไม่อาจแยกแยะเื่ราวระหว่างความฝันกับความเป็จริงได้ และที่แย่ไปกว่านั้นคือพิษนี้จะช่วยเสริมให้พิษรักชังที่เขาได้รับก่อนหน้าทวีความรุนแรงมากขึ้นอีกหลายเท่า
“มารดาผู้การุญของข้าช่างมีความสามารถยิ่งนัก ขนาดพิษที่ปรุงได้ยากยิ่งเช่นนี้ท่านยังสามารถปรุงมันขึ้นมาเพื่อข้าได้ บุตรกตัญญูผู้นี้รู้สึกซาบซึ้งใจนัก”
..นี่สินะคือสิ่งที่เรียกว่าความรักของมารดาบังเกิดเกล้าที่มอบให้กับบุตรในไส้ของตนเอง ในขณะที่นางกำลังปรุงยาพิษนี้ขึ้นมา ในใจของนางจะคิดถึงเขาบ้างหรือไม่ ในขณะที่นางต้องใช้เวลาเคี่ยวยาพิษนี้นานถึงสามวัน ในเวลาเช่นนั้นนางจะคิดถึงเขาอยู่ตลอดเลยรึเปล่านะ
…มันช่างเป็ความรู้สึกที่ยากจะอธิบายยิ่งนัก สายใยเล็กๆ ที่มันแทบจะไม่มีอยู่ นำพาเศษเสี้ยวความอบอุ่นอันน้อยนิดแทรกเข้ามาในจิตใจของปีศาจร้าย เพียงเพราะนางตั้งใจทำบางสิ่งขึ้นเพื่อเขาโดยเฉพาะ ถึงแม้ว่าสิ่งนั้นจะเป็ยาพิษที่สามารถทำให้ชีวิตของเขาย่อยยับลงได้อย่างง่ายดายก็ตาม
“..เ้ารู้”
“ข้าย่อมรู้” หลิงซีตอบอย่างไม่ใส่ใจ และยังคงตักขนมในชามกินเรื่อยๆ อย่างไม่อนาทรร้อนใจ เมื่อมี่ฮวาเห็นดังนั้นจึงไม่คิดที่จะสนทนาใดๆ ต่ออีกนางเดินออกไปจากที่ตรงนั้นอย่างช้าๆ แต่ก็ต้องหยุดฝีเท้าลงเมื่อหลิงซีพูดรั้งนางเอาไว้
“มารดาขนมที่ท่านทำอร่อยมาก หวังว่าครั้งหน้าที่พบกันมารดาจะทำขนมอร่อยๆ มาฝากข้าอีก”
“..ข้าจะไม่มาพบกับเ้าอีก” คำพูดนี้ของนางเป็สิ่งที่หลิงซีไม่อยากได้ยินที่สุด เขาไม่สนใจสิ่งที่นาง้า เขาสนใจเพียงแค่ผลลัพธ์ที่จะตามมาเท่านั้น
“มารดาข้าไม่สนใจว่าท่านคิดที่จะทำอะไร ข้าหวังเพียงว่ามารดาจะมีชีวิตที่ยืนยาวอยู่กับข้าไปอีกนานแสนนาน มารดาข้ารักท่านมาก ท่านเปรียบเสมือนโลกทั้งใบของข้า หากท่านเป็อันใดไป แล้วยังจะมีสิ่งใดคู่ควรที่จะคงอยู่อีกเล่า”
“เ้า นี่เ้ารู้อะไร ทำไมถึง…”
“ไม่มีเื่ใดที่เกี่ยวกับท่านแล้วข้าจะไม่รู้ มารดาข้าจะไม่ห้ามท่านแต่หากครั้งหน้าท่านไม่มา ข้าจะส่งของขวัญไปให้คนของท่านแทน การที่ข้านิ่งเฉยไม่ใช่เพราะข้าไม่รู้ แต่ที่ข้ายอมนิ่งเฉยเพราะไม่อยากขัดใจท่านต่างหาก อย่างน้อยก็เพื่อตอบแทนที่ท่านสร้างตัวตนใหม่ให้ข้าในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง หลายเดือนมานี้ข้ามีความสุขมาก แม้จะไม่ค่อยเข้าใจสักเท่าไหร่ว่าคนคนหนึ่งต้องทำอะไรบ้าง แต่มันก็ถือว่าไม่เลว..”
“เ้าคิดจะทำอะไรกันแน่..”
“ท่านรู้อยู่แล้วยังจะถามข้าอีกทำไม มารดาท่านสอนให้ข้าเป็เช่นนี้เองไม่ใช่หรือ แล้วตอนนี้จะหวาดกลัวข้าไปทำไม ข้าไม่เคยคิดทำร้ายท่าน ท่านเป็สิ่งเดียวที่ปีศาจจิตใจอัปลักษณ์เช่นข้าหวงแหนเป็ที่สุด..มารดาพูดในสิ่งที่ข้าอยากได้ยินสิ”
หลิงซีในตอนนี้ดูราวกับเป็คนเสียสติ รอยยิ้มที่แสนสดใสหายไปจากใบหน้ากลายเป็การแสยะยิ้มที่น่าหวาดหวั่นแทน ดวงตาสีน้ำตาลเข้มแปรเปลี่ยนเป็สีแดงชาด บรรยากาศน่าอึดอัดแผ่ออกมาปกคลุมทั่วบริเวณ
เมื่อเวลาที่พิษกำเริบหลิงซีมักควบคุมตัวเองได้ไม่ดีนัก ความกระหายเืที่ถูกเก็บซ่อนเอาไว้อย่างมิดชิดถูกปลดปล่อยออกมาอย่างไม่อาจกักเก็บ รอยยิ้มบิดเบี้ยวปรากฏขึ้นบนใบหน้างดงาม จิตสังหารแผ่ขยายอาณาเขตออกไปเรื่อยๆ จนสัตว์น้อยใหญ่ในป่าต่างพากันวิ่งหนีแตกกระเจิงไปคนละทิศคนละทาง เมื่อพวกมันััได้ถึงอันตรายที่คืบคลานเข้ามาใกล้เรื่อยๆ
“...ครั้งหน้าข้าจะทำขนมมาให้เ้าอีก” มี่ฮวาเลือกที่จะพูดในสิ่งที่หลิงซีอยากได้ยิน แม้บรรยากาศรอบตัวจะไม่ดีขึ้นแต่อย่างน้อยมันก็ไม่ได้แย่ลงไปกว่านี้ นางรู้ดีว่าหากปล่อยไว้เช่นนี้บุตรของนางจะลงมือทำอันใดบ้าง แม้เขาจะไม่ทำร้ายนางแต่ทุกสิ่งที่อยู่รอบตัวนางก็จะไม่เหลืออะไรเลย นางยังมีสิ่งที่ต้องทำอยู่อีกจะปล่อยให้หลิงซีทำลายแผนการของนางไม่ได้
“ข้าจะนับวันรอ ขอให้มารดาเดินทางกลับอย่างปลอดภัย..” เมื่อมี่ฮวาได้ยินดังนั้นจึงสาวเท้าเดินออกไปจากบริเวณนั้นอย่างรวดเร็ว แม้นางจะยังกังวลใจอยู่ไม่น้อย แต่การปล่อยให้เด็กคนนี้มีชีวิตรอดมาโดยตลอดก็ไม่ใช่เื่ที่ผิดพลาด
ด้วยเพราะนางนั้นรู้ดีว่าเด็กคนนี้จะสามารถเป็อะไรได้บ้างในอนาคต เืของเทพอัคคีที่อยู่ในตัวนางมันสามารถทำให้นางได้เห็น่เวลาเศษเสี้ยวหนึ่งในอนาคต ซึ่งนั่นคือส่วนลึกในใจที่นางเคยปรารถนา
‘ความสงบสุข’ ซึ่งหลิงซีคืออนาคตที่อาจเป็ไปได้…
แต่ถึงแบบนั้นนางก็ยังไม่อาจปล่อยวางสิ่งใดได้เลย ไม่ว่าจะเป็ความแค้น ความรักหรือแม้กระทั่งความรู้สึกผิด…