“เรามาแบ่งกันคนละครึ่ง” นางกล่าวพลางแบ่งข้าวออกเป็สองถ้วยยื่นส่งให้เมิ่งหรู
เมิ่งหรูก้มหน้าลงทันที น้ำตารื้นขึ้นโดยไม่รู้ตัวกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของผู้เป็นาย แต่ก่อนแม้จะมีสุราอาหารเต็มโต๊ะ แต่องค์หญิงก็ไม่เคยโยนเศษกระดูกให้นางแทะเลยสักชิ้น!
แต่ในยามยาก นายหญิงของนางกลับแบ่งข้าวให้ข้ารับใช้ต่ำต้อยได้อิ่มท้องอย่างเท่าเทียม
"ฮูหยิน…บ่าวโชคดีนักที่ได้ติดตามท่าน”
กวานซูเหยียนชะงักไปเล็กน้อย ก่อนตีหน้าขรึมกลบเกลื่อนความเขินที่ผุดขึ้นมา “ก็เ้าเป็คนของข้า จะให้ข้ากินคนเดียวแล้วปล่อยเ้าอดอยากได้อย่างไร? เราต้องเปลี่ยนนิสัย หัดทำใจให้กว้าง รู้จักแบ่งปัน ชีวิตเราจะได้ดียิ่งขึ้น”
เมิ่งหรูเงยหน้าขึ้น ดวงตาแดงก่ำแต่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
“บ่าวสัญญา บ่าวจะเชื่อฟังฮูหยินทุกอย่าง จะไม่ดื้อรั้น จะตั้งหน้าตั้งตาเป็คนดี…บ่าวจะอยู่เคียงข้างฮูหยิน ไม่ว่าทางข้างหน้าจะยากลำบากเพียงใด!”
เมิ่งหรูเช็ดน้ำตาแล้วรีบลุกพรวด “รอเดี๋ยวเ้าค่ะ!”
นางวิ่งตึงตังออกไปหลังเรือน แล้วกลับมาพร้อมกับจานเห็ดย่างหอมกรุ่น
“เห็ดรึ?"
เมิ่งหรูยิ้มกว้าง “บ่าวเก็บมาจากหลังเรือนเ้าค่ะ ย่างสดๆ แบบนี้ไม่ต้องปรุงสิ่งใดเพิ่มก็อร่อยแน่นอน”
สองนายบ่าวนั่งล้อมโต๊ะเล็กที่โยกเยกนิด ๆ จานเห็ดย่างวางเด่นอยู่กลางโต๊ะ เคียงคู่กับข้าวคนละครึ่งถ้วย แม้จะดูยากจน แต่กลับอบอุ่นอย่างประหลาด
……….
ที่เรือนใหญ่ แม่นมหวังโน้มตัวลงต่ำ สีหน้าลำบากใจอย่างเห็นได้ชัด ก่อนจะเอ่ยรายงานถังลี่จูด้วยน้ำเสียงแ่เบา
“ฮูหยิน…บ่าวไร้ความสามารถเองเ้าค่ะ บ่าวพยายามหาทางเอาเสบียงไปส่งให้ฮูหยินน้อยั้แ่เช้า แต่ทหารยามที่คุณชายสั่งไว้ไม่ยอมให้เข้าไปเ้าค่ะ แม้แต่บ่าวรับใช้ในจวนจะเดินผ่าน ยังโดนสั่งห้ามเข้าใกล้เรือนกูหยวนเกินสามสิบก้าวเลย”
ถังลี่จูขมวดคิ้วแน่น “แม้แต่เ้าก็ยังเข้าไปไม่ได้งั้นรึ?”
“เ้าค่ะฮูหยิน ท้ายจวนตอนนี้ราวกับถูกตัดขาดจากจวนใหญ่ พวกทหารทำเหมือนกำลังเฝ้านักโทษสำคัญ…บ่าวเองก็กลัวว่าจะเผลอทำให้เป็เื่ใหญ่จึงไม่กล้าดึงดันมากนัก”
ถังฮูหยินเม้มปาก สีหน้าจากที่กังวลอยู่แล้วกลับยิ่งซีดเผือดลง
“สะใภ้ข้าถูกส่งไปอยู่ท้ายจวนเป็วันที่สองแล้ว…อาหารสักคำก็ยังไม่ได้กิน” นางพึมพำเบา ๆ “เด็กคนนั้นจะทนหนาวทนหิวไปได้ถึงเมื่อไร…หรือว่าเป็ลมไปแล้ว…”
แม่นมหวังรีบปลอบ “ฮูหยินอย่าเพิ่งร้อนใจไปก่อนเลยเ้าค่ะ นางมีสาวใช้อยู่ด้วยอีกคน บางทีอาจจะช่วยอะไรได้บ้าง”
สายตาของถังลี่จูวาววับอย่างคนตัดสินใจได้แล้ว นางล้วงถุงเงินใบใหญ่จากแขนเสื้อด้านใน
“เอานี่ไป” นางยื่นให้แม่นมหวัง “แบ่งให้ทหารและบ่าวที่อยู่บริเวณนั้นทุกคน ปิดปากพวกเขาอย่าให้ใครพูดมาก”
แม่นมหวังลนลานรับถุงเงิน “ฮูหยิน…ถ้าเื่นี้ถึงหูคุณชาย..”
“ถ้าเจาเอ้อร์รู้ ข้าจะรับผิดชอบเอง! เ้าอ้างชื่อข้ากับพวกทหารยามได้เลย” ถังฮูหยินเอ่ยเสียงชัด ขณะกำมือแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด
“ข้ามีสะใภ้แค่คนเดียว จะปล่อยให้นางอดอยากจนล้มป่วยได้อย่างไรกัน!”
“บ่าวจะทำให้สำเร็จเ้าค่ะ”
ไม่นานนัก แม่นมหวังก็นำสาวใช้สองคน หอบปิ่นโตเถาใหญ่ มุ่งหน้าไปยังทางสู่เรือนกูหยวน ยังไม่ทันไรก็มีทหารสองนายก้าวออกมาขวางพวกนางไว้
“หยุดก่อน จะไปไหนกัน” นายหนึ่งถามเสียงแข็ง
แม่นมหวังยกปิ่นโตขึ้นให้ดู “ข้าแค่จะเอาอาหารไปให้ฮูหยินน้อยตามคำสั่งของฮูหยินใหญ่ สองวันแล้วที่นางไม่ได้แตะข้าวแตะน้ำ ไม่รู้เป็อย่างไรบ้างแล้ว”
ทหารส่ายหัว “ท่านแม่ทัพกำชับไว้มิให้ผู้ใดเข้าใกล้เรือนกูหยวน แม่นมหวังอย่าพยายามอีกเลย”
หญิงชราค่อย ๆ ล้วงถุงเงินใบเล็กออกมาจากแขนเสื้อ “ฮูหยินใหญ่มีเมตตา สั่งให้ข้ามอบเงินนี้ไว้ให้พวกเ้าซื้อสุรามาดื่มแก้หนาว เอาไปแบ่งกันให้ทั่วนะ”
ทหารสองนายหันไปสบตากัน ทางหนึ่งก็ท่านแม่ทัพ อีกทางก็มารดาของเขา ล่วงเกินไม่ได้! พวกตนควรเลือกฟังคำสั่งผู้ใดดีเล่า!
“ไม่ต้องกังวลไป ฮูหยินรู้ว่าพวกเ้าต้องลำบากใจ..หากพวกเ้าไม่มีผู้ใดเปิดปาก คุณชายก็จะไม่มีทางรู้ หรือหากคุณชายรู้เขา ฮูหยินใหญ่ก็รับปากไว้แล้วว่าจะออกหน้ารับผิดชอบเอง ไม่ให้เดือดร้อนไปถึงพวกเ้าแน่”
ทหารทั้งสองขมวดคิ้ว สีหน้าลังเล ก่อนจะพยักพเยิดให้กันและกันแล้วเดินถอยไปปรึกษากับเพื่อนทหารอีกสองนายที่ยืนอยู่ไม่ไกลนัก เสียงสนทนาเบา ๆ ลอยมาพอจะจับใจความได้
“ข้าได้ยินมาว่าสองวันก่อนท่านแม่ทัพไม่ออกจากห้องหอเลยมิใช่หรือ?”
“แล้วถ้าวันใดท่านแม่ทัพหายโกรธ เรียกฮูหยินน้อยกลับไป ถ้าเกิดพบว่านางอดอยากจนล้มป่วย…จะเป็อย่างไร?”
“นั่นสิ เราจะซวยกันหมดทั้งกอง!”
น้ำเสียงกังวลประสานกันจนแทบแยกไม่ออก ทุกคนต่างรู้ดีว่าอารมณ์ของท่านแม่ทัพนั้นยากคาดเดา แต่ความอ่อนไหวเื่ฮูหยินน้อยนั้นก็เป็ที่เลื่องลือไม่แพ้กัน
ยามนี้พวกเขาต้องเลือกระหว่างคำสั่งเข้มงวดของท่านแม่ทัพ กับความเสี่ยงที่จะถูกลงโทษหนักหากฮูหยินน้อยเป็อะไรขึ้นมา โดยเฉพาะเมื่อนายหญิงใหญ่แห่งจวนเป็ผู้สั่งให้นำอาหารมาให้ด้วยตนเอง
หลังจากปรึกษากันอยู่พักใหญ่ ทหารนายหนึ่งก็ถอนหายใจยาวราวกับเพิ่งถูกปะาชีวิตแต่รอดมาได้
“ก็ได้…แต่แม่นมต้องรีบหน่อย อย่าชักช้า เข้าใจหรือไม่?”
แม่นมหวังยิ้มออกมาได้ “ขอบใจพวกเ้ามาก ข้าจะรีบกลับออกมาให้เร็วที่สุด”
ทหารทั้งสี่ช่วยกันส่งสัญญาณบอกกล่าวให้พรรคพวกได้รู้ ปล่อยให้แม่นมหวังเดินไปอย่างราบรื่น
ไม่นานนักแม่นมหวังกับสาวใช้อีกสองคน ก็ไปถึงเรือนกูหยวน กลิ่นน้ำซุปจากปิ่นโตส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลายมาแต่ไกล กวานซูเหยียนที่กำลังช่วยกันทำความสะอาดเรือนก็พลันหันมองมาตามกลิ่น
“แม่นมหวัง!” นางร้องอย่างดีใจ
ไม่ผิดจากที่นางคิด! ถังฮูหยินยังคงเป็แม่สามีที่มีเมตตาเหมือนในนิยายต้นฉบับไม่มีผิด
"ฮูหยินเป็ห่วงท่านมากนักเ้าค่ะ ต่อไปทหารจะเปิดทางให้บ่าวนำอาหารมาส่งให้ทุกวัน ฮูหยินน้อยไม่ต้องกังวลว่าจะอดนะเ้าคะ กินให้เต็มที่เลย” นางกล่าวพลางสำรวจไปทั่วร่างของหญิงสาว เมื่อเห็นว่าไม่ได้ป่วยไข้หรืออ่อนเพลียก็คลายใจ
"น้ำใจของท่านแม่ข้ารับเอาไว้แล้ว เพียงแต่..ท่านไม่ควรมาที่นี่บ่อยๆ หากรู้ถึงหูท่านแม่ทัพเข้าคงจะไม่ดีแน่ เพียงแค่ส่งข้าวสาร หรือผักมาก็พอ ข้ากับเมิ่งหรูทำกินกันเองได้ และข้าก็ไม่อยากให้พวกทหารยามต้องลำบากใจด้วย”
แม่นมหวังได้ฟังก็ยิ้มกว้าง “ฮูหยินน้อยช่างรู้ความยิ่งนัก…มิได้เอาแต่ใจอย่างที่ใครต่อใครร่ำลือเลย หากลำบากนัก บ่าวจะขอให้ฮูหยินใหญ่หาทางส่งสาวใช้มาช่วยท่านอีกสักคนนะเ้าคะ จะได้ไม่ต้องทำเองทุกอย่าง”
สิ้นคำ เสียงถอนหายใจเบา ๆ ก็ดังออกมาจากกวานซูเหยียน
“ไม่เป็ไร แม่นม..ในจวนนี้ไม่มีใครชอบชาวเหลียงซานอย่างข้าอยู่แล้ว หากส่งใครมา ข้าก็ไม่อาจรู้ได้ว่าจะไว้ใจคนผู้นั้นได้หรือไม่”
แม่นมหวังชะงักไป ดวงตาฉายความเข้าใจขึ้นมาทันที
“ขอเพียงให้ท่านแม่กำชับบ่าวไพร่ อย่าให้ใครเข้ามายุ่งหรือกลั่นแกล้งเราจะดีที่สุด เช่นนี้ข้ากับเมิ่งหรูก็อยู่กันได้โดยไม่ต้องกังวลว่าใครจะมาคอยหาเื่”
ในนิยายต้นฉบับเดิม ถังฮูหยินจะส่งหญิงรับใช้หลายคนมาลอบให้ความช่วยเหลือนาง แต่กลับกลายเป็ว่าความหวังดีนั้นเปิดโอกาสให้พวกอวี้เซียงและบรรดาสาวใช้อุ่นเตียงที่ไม่มีอะไรจะทำอาสาเข้ามาช่วยอย่างมีจุดประสงค์
สตรีเ่าั้สับเปลี่ยนเอาอาหารดีๆ ไปกินกันเองแล้วเอาของบูดเน่ามาให้นางกินแทน ของดีที่สุดที่นางได้รับก็เป็เพียงข้าวกึ่งสุกกึ่งดิบที่ยังไม่บูด หรือไม่ก็เศษใบชาแห้งที่นางเก็บเอามาพอกาแจากการถูกทุบตีแทนสมุนไพรที่ไม่เคยส่งมาถึงมือ
นางต้องรีบกำจัดความหวังดีอันเป็ภัยแก่ตัวนี้ออกไปเสียก่อน
แม่นมหวังเม้มปากแน่น ก่อนค้อมศีรษะให้ “เื่นี้บ่าวกล้ารับปากแทนฮูหยินใหญ่ได้เลยเ้าค่ะ ว่าจะไม่ให้ใครมารังแกท่านได้"
กวานซูเหยียนหัวเราะร่า
“แม่นมอย่าเพิ่งมั่นใจเช่นนั้น ยังมีอีกคนหนึ่งมิใช่หรือที่กล้าทำร้ายข้า”