ตอนที่ 2 แจกันสองหูจากเตาเผาเหยี่ยน (2)
เมื่อแม่นางน้อยเข้าไปใกล้สาวน้อยผู้นั้นจึงยืนขึ้น ก่อนยกแขนงดงามดุจหยกขึ้นมาลูบไล้บนศีรษะของแม่นางน้อย พร้อมทั้งฉุดรั้งตัวนางไปซ่อนไว้ด้านหลัง
จากนั้นนางจึงเงยหน้าขึ้นและจ้องไปยังเจียงฮุ่ย “น้องหญิงเจ็ดของข้าอายุยังน้อย ปีนี้เพิ่งสิบเอ็ดขวบเท่านั้น แต่ว่าพี่หญิงฮุ่ยกลับบอกว่านางไร้ความรู้ทั้งแบบตรงและแบบอ้อมต่อหน้าผู้คนเหล่านี้ มีเจตนาทำให้นางอับอาย คิดจะทำให้ตระกูลสวี่ของพวกเราอับอายขายหน้าอย่างนั้นหรือ”
สวี่เฉิงอวี๋ไม่ตอบ
เจียงฮุ่ยพยายามรักษาสีหน้าสงบนิ่ง หากแต่ในใจกลับร้อนรนไปเสียแล้ว
ปกตินางไปเยี่ยมเยือนตระกูลสวี่อยู่บ่อยครั้ง แต่น้อยครั้งนักที่จะพบปะพูดคุยกับสวี่เฉิงอวี๋ ซึ่งในความเป็จริงผู้คนต่างร่ำลือกันว่าคุณหนูห้าตระกูลสวี่คัดบทกลอนได้ั้แ่อายุสามขวบ แต่งบทกวีได้ั้แ่อายุห้าขวบ แยกแยะเครื่องหอมและคัดหยกั้แ่อายุเก้าขวบ เรียกได้ว่าเป็บุตรที่น่าภาคภูมิใจที่สุดแห่งตระกูลสวี่ ผู้เป็พ่อและพี่ชายก็ทะนุถนอมนางอย่างดีมาตลอด น้อยครั้งที่จะปล่อยให้นางออกมาข้างนอก แม้กระทั่งงานเลี้ยงของเหล่าสตรีก็น้อยนักที่จะเชิญคุณหนูห้าไปเข้าร่วมได้
เจียงฮุ่ยรู้สึกหวั่นเกรงสวี่เฉิงอวี๋อยู่สามส่วนอย่างไม่รู้สาเหตุ นางเองก็อธิบายไม่ถูกว่าเป็เพราะเหตุใด บางทีอาจเพราะ…อาจเพราะคนผู้นี้ ทั้งๆ ที่อายุเพียงสิบสี่สิบห้าปีเท่านั้น แต่กลับมีท่าทางเป็ผู้ใหญ่ ทุกอากัปกิริยาและท่าทางล้วนข่มนางไปอักโข
ตระกูลสวี่ช่างสั่งสอนบุตรสาวสายตรงผู้นี้มาอย่างดีเสียจริง
ขณะนี้สวี่เฉิงอิงหลบอยู่ด้านหลังสวี่เฉิงอวี๋ แลบลิ้นปลิ้นตาทำหน้าล้อเลียน ทั้งยังกลัวพี่สาวมองเห็นจึงทำท่าทางว่านอนสอนง่าย
ด้านเจียงฮุ่ยถูกสวี่เฉิงอวี๋ทำให้ใอับจนคำพูดไปชั่วขณะ หลังจากนั้นไม่นานสวี่เฉิงอวี๋จึงส่ายหน้า “พี่หญิงฮุ่ยมีไมตรีอันดีต่อพี่หญิงสามของข้ามาตลอด เดิมทีข้าคิดว่าท่านผู้เป็พี่สาว ไม่ว่าจะอยู่ต่อหน้าหรือลับหลังก็ควรจะไม่ถือสาน้องหญิงเจ็ดของข้า นางอายุยังน้อย ยังไม่รู้ความ สายตายังไม่เฉียบคมพอ ท่านก็ควรชี้แนะนางสักหน่อย หรือเมื่ออยู่ข้างนอกมีคนจะรังแกนางท่านก็ควรช่วยเหลือนาง นึกไม่ถึงเลยว่า…”
นางจุปาก หยุดชะงักวาจาชั่วขณะ ไม่ได้เอ่ยคำพูดต่อท้าย จากนั้นจึงเปลี่ยนหัวข้อสนทนา เรียกชายวัยกลางคนตัวอ้วนใบหูใหญ่ผู้นั้นหนึ่งหน “นายท่านซุน”
ชายแซ่ซุนไม่เคยพบนางมาก่อน แต่เมื่อครู่สวี่เฉิงอิงเรียกนางว่าพี่หญิงห้า เขาก็รู้แล้วว่านี่คือบุตรสาวสายตรงของตระกูลสวี่ผู้น้อยครั้งนักที่จะออกมาข้างนอก
จู่ๆ นางก็เอ่ยปากเรียกตน ชายผู้นั้นเป็ต้องประหลาดใจ “คุณหนูห้า”
สวี่เฉิงอวี๋เผยรอยยิ้มอยู่ตลอด สีหน้าเรียบเฉย เมื่อเอ่ยขึ้นอีกครั้งก็ไม่ได้ให้ความรู้สึกกดดันคนเยี่ยงก่อนหน้านี้แล้ว หากแต่เปลี่ยนเป็ท่าทีสุดแสนอ่อนโยนแทน “แจกันใบนี้เป็เครื่องกระเบื้องจากเตาเผาเหยี่ยนยุคห้าราชวงศ์จริงๆ พี่หญิงฮุ่ยพูดถูก ในยุคนี้เตาเผาเหยี่ยนไม่นับว่าเป็เตาเผาที่ยอดเยี่ยม เพียงแต่เวลาผันผ่านไป เครื่องกระเบื้องชั้นที่ผลิตจากเตาเผาเหยี่ยนในยุคห้าราชวงศ์นั้นจึงเหลือส่งต่อกันไม่มากแล้ว แจกันสองหูใบนี้ประณีตงดงาม สีสันสม่ำเสมอ ผิวหนา ทั้งยังถูกเก็บรักษาไว้ในสภาพสมบูรณ์เช่นนี้ ได้ยินว่านายท่านซุนเป็คนชื่นชอบเครื่องกระเบื้อง ถ้าจะซื้อแจกันสองหูของเตาเผาเหยี่ยนจากหลงจู๊เสี่ยวฉินในราคาสามพันตำลึง เกรงว่าคงจะราคาถูกไปหน่อย…”
นางคงไม่อยากแสดงความก้าวร้าวจึงพูดจาอย่างเนิบช้า “พี่หญิงสามของข้าชื่นชอบเครื่องลายครามเป็ที่สุด ถ้านายท่านซุนยอมตัดใจ แจกันสองหูใบนี้ข้าจะซื้อในราคาหนึ่งหมื่นตำลึง จะได้นำไปมอบให้พี่หญิงสามของข้า ถือเป็ไมตรีพี่น้องระหว่างเรา ท่านคิดว่าอย่างไร”