บทที่ 1 : ยังไม่ตาย
คุณตากับคุณยายของซูฉีกลับมาถึงบ้านพอดี พวกท่านถือปลาตัวใหญ่ติดมือมาด้วย เมืองติดทะเลดีอยู่อย่างที่ใช้ปลามาแลกแต้มค่าแรง ทะเลกว้างใหญ่ เพียงแค่เดินเรือเป็ก็สามารถออกทะเลไปหาเนื้อมากินได้ ชาวบ้านแถบนี้ไม่ค่อยขาดเนื้อ แต่กลับเป็ผักและผลไม้ที่หาค่อนข้างยากและมีราคาแพง
“อาโจววันนี้ตาได้ปลาที่หลานชอบกินมาด้วย” คุณตาเซี่ยหรือมีชื่อว่าเซี่ยต่งชูปลาในมือให้หลานเขยดู หลานเขยคนนี้ดีทุกอย่าง นอกจากจะทำงานเก็บแต้มค่าแรงแล้วยังช่วยเขากับภรรยาออกเรือด้วย ทั้งยังช่วยตรวจดูสภาพเรือทุกครั้งก่อนออกทะเล แม้หลานสาวจะพลาดงานแต่งกับลูกชายนายอำเภอ ทว่าหลานเขยคนนี้ถูกใจผู้เฒ่าเซี่ยมาก
โจวเว่ยรีบลุกขึ้นมารินชาอุ่นๆ ให้สองผู้เฒ่า สิ่งเดียวที่ทำให้เขามีความสุขตอนอยู่ที่นี่คือสองผู้เฒ่า ทั้งสองรักและดีกับเขามาก
คุณยายเซี่ยไม่เห็นหลานสาว “ฉีฉีไปไหนล่ะ? ปกติต้องวิ่งมาฟ้องตากับยายว่าอาโจวขัดใจแล้ว”
“โกรธผมอยู่ในห้องครับ” โจวเว่ยตอบตามตรง
คุณตากับคุณยายรักและตามใจหลานสาวคนเดียวผู้นี้มาก รักยิ่งกว่าลูกตาของตัวเอง คุณตาเซี่ยจึงเอ่ยกับภรรยาว่า “คุณไปดูหลานหน่อย ปลอบใจหล่อนดีๆ เดี๋ยวผมย่างปลารอ”
คุณยายพยักหน้า เธอเดินไปเคาะประตูเบาๆ “ฉีฉีออกมาช่วยตากับยายทำอาหารหน่อยเร็ว วันนี้ได้ปลาที่อาโจวชอบกินมาด้วยนะ หลานรีบมาทำให้เขาเร็ว” เื่ที่หลานสาวเป็พวกขี้น้อยใจและเอาแต่ใจนั้นสองตายายชินชา เห็นเป็เื่ปกติเหมือนการกินข้าวสามเวลา
แต่การเรียกแล้วเงียบนี้พึ่งจะเคยเห็นเป็ครั้งแรก โจวเว่ยหน่ายจะสนใจ เขานำปลาที่คุณตาได้มาไปชำแหละ หลังจากมาอยู่ที่นี่ได้ไม่นานยุวปัญญาชนทุกคนก็ชำแหละปลาเป็ ตอนที่เขากำลังเอาเกล็ดปลาออก จู่ๆ คุณยายเซี่ยก็กรี๊ดเสียงดังจนเขาเผลอเฉือนนิ้วตัวเอง เืคนผสมเืปลาจนแยกไม่ออก
เขารีบล้างคาวปลาที่มือ ก่อนจะวิ่งไปที่ห้องนอนของตนเองกับภรรยา เพราะคิดว่าซูฉีคงก่อเื่อีกแน่ๆ เขาเห็นคุณยายเซี่ยโงนเงนก่อนจะหงายหลัง มีคุณตาวิ่งไปรับตัว
ส่วนโจวเว่ยมองหาคนในห้อง จนสายตาไปสะดุดกับร่างคนที่แขวนคอห้อยโตงเตง ดวงตาของซูฉีไม่ได้เหลือกถลนอะไร เธอเหมือนคนหลับไปเฉยๆ โจวเว่ยรีบพุ่งตัวไปนำร่างของเธอลงมา เขาลองจับชีพจรเธอแล้ว จับอย่างไรก็หาไม่พบ ก่อนจะรีบวิ่งไปตามหมออนามัยหมู่บ้านมา ตอนนี้คุณตาเซี่ยเองก็ร้องไห้เสียงแหบเสียงแห้ง เห็นอาการหลานเขยคุณตาก็พอจะเดาได้ว่าหลานสาวคนเดียวกับเหลนในท้องได้เสียชีวิตไปแล้ว
หมออนามัยเป็ชายอายุเกิน 60 เขาถูกโจวเว่ยดึงแขนแล้ววิ่งมาด้วยกัน เข่าที่เคยเสื่อมวันนี้ถูกเคาะสนิมวิ่งเร็วไม่แพ้คนหนุ่ม หลังจากมาถึงเขาได้จับชีพจรแล้วเอาแต่ส่ายหน้า
โจวเว่ยหายใจไม่ทั่วท้อง สายตาของเขามองท้องที่นูนขึ้นมาอย่างชัดเจนของภรรยา แม้จะไร้รักต่อเธอ แต่ลูกในท้องไม่เหมือนกัน นั่นคือเืเนื้อของเขา หล่อนกล้าดียังไงฆ่าลูกเขา! อยากตายก็ตายไปคนเดียวซิ คลอดลูกแล้วค่อยแขวนคอก็ได้ ทำไมต้องเป็ตอนนี้ แค่คิดว่าลูกในท้องต้องขาดอากาศทุกข์ทรมานก่อนตาย เขาก็อยากจะบีบคอผู้หญิงคนนี้ให้ตายอีกรอบ
คนตายไปแล้วต่อให้มียาวิเศษก็ช่วยอะไรไม่ได้ หมอชรากำลังจะพูด ร่างที่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง จู่ๆ ก็เด้งพรวดขึ้นมา หมอชราใจนหงายหลังตกเก้าอี้!
ทุกคนในห้องต่างใ เสียงร้องไห้ของสองผู้เฒ่าหยุดลง ก่อนคุณยายเซี่ยจะถลาเข้าไปกอดหลานสาวแล้วพูดไปร้องไป “ฉีฉีทำแบบนี้กับยายได้ยังไง!? ตากับยายไม่ดีต่อหลานตรงไหน? ทำไมถึงคิดฆ่าตัวตาย!”
หลานสาวเอาแต่ใจก็จริง แต่เป็คนใจเสาะโดยกำเนิด แค่เห็นเืก็กลัว อย่าว่าแต่ผูกคอตัวเองฆ่าตัวตายเลย
ซูฉีดวงตาเหม่อลอยไปชั่วครู่ ก่อนจะจับที่คอตัวเอง เธอพ่นลมหายใจออกมา “คอข้า คอข้ายังไม่ขาด!”
คุณตาเซี่ยและคนอื่นๆ ไม่รู้ว่าเธอพูดเื่อะไร แล้วยังมีคำแทนตัวเองว่าข้าอีก “ฉีฉี ยังเจ็บคออยู่หรือ?”
ซูฉีค่อยๆ หันไปมองคนในห้อง เธอพึ่งรู้ว่าตนไม่ได้อยู่คนเดียว เธอชื่อซูฉีจริงๆ แต่ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับบุคคลในห้องนี้เลย เธอเป็นางกำนัลในห้องเครื่องของวังหลวง หลังจากถูกคัดเลือกเข้ามาอยู่ในวังก็มีโอกาสรับใช้องค์ฮ่องเต้ เนื่องจากสูตรอาหารคาวหวานที่เธอได้ติดตัวมาจากครอบครัว ทำให้เป็ที่โปรดปรานและเลื่อนขั้นเป็ต้นเครื่องเอก ทว่าวันหนึ่งอาหารที่พระองค์เสวยกลับมีพิษ เื่ราวในวังหลวงนางเองก็ไม่รู้ แต่ความผิดทุกอย่างมาตกที่นางเพียงคนเดียว เพื่อหาแพะรับบาปแล้วจบเื่นี้ไป ซูฉีถูกขันทีลากไปตัดคอที่ลานปะา เธอคิดในใจว่าขออย่าให้เกิดใหม่มาเป็นางกำนัลหรือนางในในวังหลวงอีกเลย ไร้อิสระและไร้ความสุข
ไม่คิดว่าพอดาบสับลงคอเธอจะไม่รู้สึกเจ็บ มันเหมือนคนจมน้ำ ครู่หนึ่งก็ลืมตาตื่นที่แห่งนี้ เธอมองมือตัวเอง ขาว เรียบ เนียน ไร้รอยมีดบาด นี่ไม่ใช่มือของข้า!
ซูฉีมองทุกอย่างในห้อง จนไปเห็นกระจกบานใหญ่ เธอรีบลุกแล้ววิ่งไปที่หน้ากระจก ใบหน้าสวยหมดจดนี้เป็นางจริงๆ แต่ผิวพรรณของนางไม่ได้ดีถึงเพียงนี้ “นี่มันเื่บ้าอะไร!? ตอนนี้ข้าอยู่ที่ไหน!?”
โจวเว่ยมองภรรยาด้วยสายตาไม่วางใจ เขาหันไปถามคุณหมอ “ภรรยาผมรัดคอตัวเอง มันกระทบที่สมองด้วยเหรอครับ?”
คุณหมอส่ายหน้า ค่อยๆ พยุงร่างตัวเองขึ้นจากพื้น “ไม่นะ คอก็อยู่ส่วนคอ ตอนอุ้มเธอลงมานายไม่ได้ทำให้หัวหล่อนกระแทกกับอะไรใช่ไหม?”
คราวนี้สายตาของคุณตาคุณยายเซี่ยจ้องเขม็งไปที่โจวเว่ย คุณตาเองตอนนั้นก็มัวแต่เสียใจจนจำอะไรไม่ได้
โจวเว่ยส่ายหน้า “ไม่ครับ”
คุณหมอพยายามหาเหตุผลมาอ้างอิง “อาจจะเป็เพราะเสียใจจนกระทบกระเทือนต่อสมอง บางคนเสียใจจนเป็บ้าจำใครไม่ได้เลยก็มี เื่นี้ต้องเก็บงำไว้ให้ดีล่ะ หากทหารแดงรู้เข้าละก็ ซูฉีไม่รอดแน่”
คุณตากับคุณยายหันไปมองหลานสาวที่ตอนนี้เอาแต่พูดเื่อะไรก็ไม่รู้ พวกเขาเองก็ฟังไม่เข้าใจ
โจวเว่ยมองภรรยาด้วยสายตาเกลียดชัง สี่เดือนที่ผ่านมาไม่มีเลยสักวันที่หล่อนจะไม่หาเื่เขา ไม่ก็หาเื่ใส่ตัวเอง เขามองท้องบวมๆ ของหล่อน ก่อนจะถามคุณหมอต่อ “ลูกในท้องผมเป็อะไรหรือเปล่าครับ?”
“ฉันต้องตรวจอีกที” ว่าแล้วก็เดินเข้าไปหาซูฉีที่นั่งมองหน้าตัวเองในกระจก “ซูฉี ลุงขอมือหน่อย ลุงจะตรวจลูกในท้องให้”
ซูฉีมองคนที่แทนตัวเองว่าลุง “ท่านเป็ลุงของข้าหรือ?”
คุณหมอปาดเหงื่อ คนไข้ท่าจะอาการหนักเสียแล้ว “ลุงเป็หมอ คนนั้นคือคุณตาของเธอ ส่วนคนนั้นคือคุณยายของเธอ แล้วพ่อหนุ่มตรงนี้คือสามีของเธอ เขาคือพ่อของลูกในท้องเธออย่างไรเล่า จำเขาไม่ได้แล้วเหรอ? ค่อยๆ นึกนะ คนเรามีหลงลืมกันได้”
“ลูกในท้อง!” ซูฉีถลึงตามองโจวเว่ย ก่อนจะก้มลงมองหน้าท้องที่ปูดขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด “ลูก ข้ามีลูกแล้ว”
“ใช่ ขอมือหน่อย ลุงจะตรวจให้ว่าเด็กยังอยู่ดีหรือเปล่า”
คราวนี้ซูฉีรีบยื่นมือไป เธอยังงุนงงกับทุกสิ่งอย่าง ดูเหมือนคนที่นี่จะไม่พูดแทนตัวเองว่า ข้ากับเ้า เธอมองคนที่ลุงหมอบอกว่าเป็คุณตากับคุณยาย ทั้งสองมองเธอด้วยความเป็ห่วง จากนั้นเลื่อนสายตามายังคนที่บอกว่าเป็สามี สายตาของเขาเหมือนอยากจะฉีกกระชากเธอออกเป็ชิ้นๆ
ดูอย่างไรก็ไร้รัก เป็สามีภรรยากันได้อย่างไร? หรือจะถูกบังคับแต่ง? ซูฉีไม่กล้าพูดมาก เธอกลัวคนที่นี่จะหาว่าเธอบ้า แล้วจับไปถ่วงน้ำ
คุณหมอจับชีพจรให้เธอพักใหญ่ “เด็กปลอดภัยดี กินยาบำรุงสักเดือนก็น่าจะไม่มีปัญหา”
“จะไม่มีปัญหาจริงๆ ใช่ไหมครับ?” โจวเว่ยยังไม่วางใจ
“ชีพจรของเด็กกลับมาเต้นอีกครั้งแล้ว จากที่จับดูก็ปกติ แต่เพื่อให้มั่นใจ ควรกินยาบำรุงอย่างน้อยหนึ่งเดือน หลังจากเดือนที่เจ็ดไปแล้วอย่ากินของบำรุงมาก ไม่งั้นจะคลอดยากเอาได้”
ได้ยินดังนั้นทุกคนจึงวางใจ ซูฉีลูบหน้าท้องของตนเอง มันอุ่นมาก เธอััได้ถึงการเต้นของลูกในท้อง หัวใจของเธอชุ่มฉ่ำไปด้วยความปิติ ชาติก่อนไม่เคยมีบุตร ไม่เคยแม้แต่เลี้ยงหมาเลี้ยงแมว ทุกวันต้องทำงานั้แ่เช้าจรดเย็น ในที่สุดก็ได้อยู่กับครอบครัว แม้ว่าตอนนี้พวกเขาจะยังเป็คนแปลกหน้าสำหรับเธอก็ตาม
………………………………………
มีอีบุ๊คค่ะ
https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiOTkyNzgwIjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NjoiMzIyMjc3Ijt9