“ถูกต้อง จางเหม่ยจวี๋ต้องทำงานไม่ได้แน่ดูจากอาการบาดเจ็บของพวกคุณสองคนแล้ว จางเหม่ยจวี๋น่าจะหนักกว่าหน่อยต่อไปคุณอาจจะต้องรับผิดชอบดูแลเธอด้วย…”
หลี่จินฮวาได้ยินซูเจียวเจียวพูดยืดยาวจนเกือบจะสติแตก
“อะไร! นี่ฉันเป็นผู้เสียหายนะ!ทำไมฉันต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้จางเหม่ยจวี๋ แถมยังต้องดูแลเธอด้วย?”
ซูเจียวเจียวเอ่ยเสียงใส“ที่เธอล้มลงก็เพราะคุณทิ้งเปลือกกล้วยเกะกะขวางทางไม่ใช่หรือคุณเลยต้องรับผิดชอบ เรื่องนี้ต่อให้เรียกตำรวจมา เขาก็จัดการแบบนี้แหละหรือจะให้ฉันช่วยเรียกตำรวจมาจัดการให้จริงๆ เลยดีไหม?”
จางเหม่ยจวี๋ก็อาศัยจังหวะนี้โวยวายขึ้นมาเช่นกันโดยบอกว่าปวดตรงนั้นปวดตรงนี้
อย่าคิดว่าเธอไม่รู้ว่าหลี่จินฮวาไม่ได้เป็นอะไรเลยหนักสุดก็แค่ผิวแดงนิดหน่อยเท่านั้นเองน้ำที่เธอตักมาเองจะร้อนแค่ไหนเธอก็รู้ดีอยู่แล้ว
น้ำนั้นแค่อุ่นๆเท่านั้นเอง เธอตักมาเพื่อเช็ดตัวให้เหว่ยหมิน ก็ใส่น้ำเย็นผสมลงไปด้วยแล้ว
หลี่จินฮวาแค่ต้องการฉวยโอกาสนี้เอาเปรียบเธอต่างหาก!
เมื่อหลี่จินฮวาเห็นว่าไม่สามารถเอาเปรียบได้แถมอาจต้องรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลของจางเหม่ยจวี๋อีกเธอก็หงอยลงไปทันทีเหมือนนกกระทาที่ถูกขู่หลี่จินฮวาบ่นพึมพำแล้วเดินกลับไปที่เตียงของตน ไม่กล้าพูดอะไรอีก
หลี่จินฮวาไม่มีเงินให้จางเหม่ยจวี๋ไปหาหมอหรอก!
เธอรู้ว่าตัวเองไม่ได้เป็นอะไรเลยต่อให้จางเหม่ยจวี๋จ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ เธอก็คงไม่ได้เงินเยอะแยะอะไร!
แต่ถ้าต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้จางเหม่ยจวี๋ละก็ไม่รู้จะต้องเสียอีกเท่าไร! แบบนี้เธอก็จะขาดทุนย่อยยับสิ!
แถมอีกอย่างถ้าจางเหม่ยจวี๋ขยับไม่ได้ละก็ เธอต้องช่วยอีกฝ่ายทำงานอีกหรือเปล่า?
ไม่เอาด้วยหรอก!
จางเหม่ยจวี๋เห็นหลี่จินฮวาไม่พูดอะไรก็ไม่ได้รั้งเอาเรื่องต่อซูเจียวเจียวช่วยพยุงเธอไปนั่งบนเตียงคนไข้ของลู่เหว่ยหมิน
จางเหม่ยจวี๋โบกมือบอกว่าตัวเองไม่เป็นไรแล้วให้ซูเจียวเจียวกลับไปพักผ่อน
เมื่อครู่ถ้าไม่ได้ซูเจียวเจียวกับเซียวหยวนหมิงช่วยละก็พวกเธอคงจะยังคงทะเลาะกับหลี่จินฮวาไม่จบไม่สิ้นแน่!
ซูเจียวเจียวเห็นว่าอีกฝ่ายไม่เป็นอะไรจริงๆก็กลับไปที่เตียงของตนกับเซียวหยวนหมิง
หลังจากเหตุวุ่นวายนี้เวลาล่วงเลยไปมากแล้ว ซูเจียวเจียวถอดรองเท้าและถุงเท้าก่อนจะมุดเข้าไปในผ้าห่ม
เซียวหยวนหมิงเห็นว่าเท้าของเธอเย็นเฉียบเขาจึงลุกขึ้นเดินออกไปข้างนอกซูเจียวเจียวคิดว่าเขาไปเข้าห้องน้ำจึงไม่ได้ถามอะไรไม่นานนักเซียวหยวนหมิงก็ถืออ่างน้ำอุ่นเข้ามา
“แช่เท้าก่อนนอนสิ จะได้นอนหลับสบาย”
เซียวหยวนหมิงจับเท้าทั้งสองข้างของเธอวางลงในอ่าง
เท้าของเจียวเจียวเล็กมากขนาดพอดีกับฝ่ามือของเขาเลย
ซูเจียวเจียวหน้าแดงเล็กน้อย“ฉันทำเองได้ ที่นี่มีคนอื่นมองอยู่นะคะ”
เซียวหยวนหมิงไม่สนใจเลย“คุณเป็นภรรยาของผม ผมรักและดูแลคุณเป็นเรื่องปกติใครอยากจะมองก็ปล่อยให้เขามองไปเถอะ อีกอย่าง...เหว่ยหมินกับพวกเขาไม่ใช่คนนอกซะหน่อย”
สองสามวันมานี้ภรรยาทุ่มเทดูแลเขาอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา ลำบากแค่ไหนเขาย่อมมองเห็นตอนนี้เขาหายดีแล้ว ก็ต้องให้เธอได้พักผ่อนบ้าง แล้วให้เขาเป็นฝ่ายดูแลเธอแทน
ซูเจียวเจียวขัดเขาไม่ได้จึงปล่อยให้เขาทำตามสบาย
เซียวหยวนหมิงวางเท้าของเจียวเจียวลงในอ่างแล้วค่อยๆ ล้างเท้าที่เรียบเนียนขาวผ่องของเธอด้วยน้ำอุ่น
เท้าของภรรยาเขาไม่หยาบกร้านเหมือนผู้หญิงในหมู่บ้านคนอื่นๆเมื่อสัมผัสแล้วนุ่มนวลและอ่อนโยนมาก แม้แต่เล็บเท้าก็เป็นสีชมพู ดูสุขภาพดี
โชคดีที่เตียงของเซียวหยวนหมิงอยู่ด้านนอกสุดด้านหนึ่งติดผนัง ตรงกลางเป็นเตียงคนไข้ของลู่เหว่ยหมินซึ่งเซียวหยวนหมิงใช้ม่านกั้นกลางระหว่างเตียงทั้งสองทำให้ซูเจียวเจียวรู้สึกอายน้อยลง
อย่างไรก็ตามลู่เหว่ยหมินและจางเหม่ยจวี๋ยังคงมองเห็นได้บ้าง
จางเหม่ยจวี๋มองไปยังหลังม่านด้วยความอิจฉาเล็กน้อยไม่คิดเลยว่าเซียวหยวนหมิงที่ดูเงียบขรึมในยามปกติจะเป็นคนที่รักและดูแลภรรยาได้ดีถึงขนาดนี้
เมื่อมองดูสามีของตัวเองแล้ว
ถึงแม้สามีของเธอก็ถือว่าดีพอใช้ได้แต่เขาก็ไม่เคยตักน้ำมาล้างหน้าให้เธอเลยสักครั้งยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องล้างเท้าให้
มีแต่เธอที่ตักน้ำล้างเท้าให้เขา
เฮ้อ...คนเรานี่ยิ่งเปรียบเทียบก็ยิ่งโมโห
ไม่สามารถเปรียบเทียบกันได้เลยจริงๆ
ลู่เหว่ยหมินเห็นจางเหม่ยจวี๋มองไปยังทิศทางนั้นตลอดจึงบ่นพึมพำเสียงเบา “รอผมหายดีกลับบ้านแล้วจะตักน้ำมาล้างเท้าให้คุณนะ”
จางเหม่ยจวี๋หันมามองเขาด้วยความตกใจและไม่อยากจะเชื่อ “จริงหรือคะ?”
ลู่เหว่ยหมินหน้าแดงเล็กน้อย“จริงสิ”
“ได้เลย อย่าโกหกกันเชียว ฉันจะรอนะคะ” จางเหม่ยจวี๋อดยิ้มออกมาไม่ได้รู้สึกมีความสุขในใจ เธอลุกขึ้นยืน “ฉันจะไปตักน้ำมาเช็ดตัวให้คุณใหม่”
หลังจากจางเหม่ยจวี๋เช็ดตัวให้ลู่เหว่ยหมินเรียบร้อยแล้วเธอก็เช็ดตัวตัวเองแบบลวกๆ เปลี่ยนเสื้อผ้าสะอาดๆ แล้วก็ขึ้นไปนอนบนเตียงเบียดกับลู่เหว่ยหมินบนเตียงคนไข้เดียวกัน จากนั้นทั้งสองก็คุยกันอย่างเปิดใจ
แต่งงานกันมาหลายปีนี่เป็นครั้งแรกที่ทั้งสองคนได้คุยกันอย่างสบายใจขนาดนี้ หลังจากมีลูกแล้วชีวิตประจำวันก็ไม่ต่างกับการทำสงคราม วุ่นวายไม่หยุดหย่อนในบ้านก็ทะเลาะกันบ่อยครั้งเรื่องค่าใช้จ่ายในครัวเรือน
การได้พูดคุยปรับความเข้าใจกันอย่างสงบเช่นนี้ราวกับกลับไปช่วงที่เพิ่งแต่งงานกันใหม่ๆ ความสัมพันธ์ของพวกเขาก็ดูดีขึ้นด้วย
ส่วนทางนี้ซูเจียวเจียวชวนเซียวหยวนหมิงมาแช่เท้าด้วยกัน
เท้าของทั้งสองคนเบียดกันอยู่ในอ่างแม้จะไม่กว้างนัก แต่ก็อบอุ่น
เซียวหยวนหมิงมองเท้าใหญ่ของตัวเองแล้วมองเท้าเล็กๆ ของซูเจียวเจียวก็อดไม่ได้ที่จะยิ้ม ภรรยาของเขามีเท้าเล็กมากยิ่งมองก็ยิ่งเล็ก
หลังจากแช่เท้าเสร็จเซียวหยวนหมิงก็ขึ้นเตียง แล้วกอดซูเจียวเจียวไว้ในอ้อมแขนเจียวเจียวของเขาหอมและนุ่มนิ่ม กอดแล้วก็ไม่อยากปล่อยมือเลย
ไม่นานนักซูเจียวเจียวก็รู้สึกว่าเซียวหยวนหมิงกำลังดันตัวเธออยู่เธอหน้าแดงเล็กน้อยแล้วพูดเสียงเบา “คุณนี่มัน…”
เซียวหยวนหมิงมองเธอด้วยความรู้สึกผิด“ผมก็ไม่อยากให้มันเป็นแบบนี้สักหน่อย มันไม่รู้จักเชื่อฟังเลย”
ซูเจียวเจียว"…"
“ผมรู้ว่าที่นี่คือโรงพยาบาล ผมจะไม่ทำอะไรที่ไม่เหมาะสมหรอก”
เซียวหยวนหมิงก็ไม่กล้าเติมเชื้อไฟให้ตัวเองมิฉะนั้นคนที่ทรมานก็คือตัวเขาเอง
เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจเซียวหยวนหมิงจึงพูดถึงความฝันที่เขาฝันไปตอนที่ถูกดินถล่มทับ
“เจียวเจียว ตอนนั้นผมคิดว่าตัวเองตายแน่ๆพอผมฝันว่าคุณกอดศพของผมแล้วเห็นคุณเสียใจและสิ้นหวังผมรู้สึกเจ็บปวดในใจยิ่งกว่าเดิม! โชคดีที่มันเป็นแค่ความฝันโชคดีที่คุณไม่เป็นอะไร…”
พูดแล้วเขาก็กอดซูเจียวเจียวแน่นขึ้นไปอีก
เมื่อฟังเขาเล่าความฝันทั้งหมดจบซูเจียวเจียวก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยอาหมิงฝันถึงเหตุการณ์สุดท้ายในชาติที่แล้วของเขาเลยหรือนี่...
ช่างน่าอัศจรรย์จริงๆ!
ซูเจียวเจียวตั้งใจจะเล่าเรื่องการกลับชาติมาเกิดของเธอและเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับเธอกับเขา แต่พอคิดดูแล้วเรื่องนี้มันลึกซึ้งเกินไปไม่รู้จะเริ่มต้นเล่าอย่างไรดี
เธอโอบรอบเอวเขาซบหน้าลงบนหน้าอกกว้าง แล้วถามเสียงเบา “คุณเชื่อเรื่องชาติภพหน้าไหมคะ?”
“ไม่เชื่อครับ” เซียวหยวนหมิงส่ายหัว “ผมไม่เชื่อเรื่องที่คนตายแล้วจะกลับชาติมาเกิดหรอกครับ ถึงแม้จะมีจริงมันก็เป็นเรื่องของชาติหน้า ซึ่งไม่มีใครจำใครได้ผมแค่อยากจะปกป้องคุณและรักคุณให้ดีที่สุดในชาตินี้เท่านั้นครับ”
“อืม! เราใช้ชีวิตในชาตินี้ให้ดีที่สุดก่อนนะคะ ถ้ามีชาติหน้าฉันจะมาตามหาคุณค่ะ”