มี่จื่อสาวใช้จำเป็น

    ตอนที่ 33 มนต์กักขัง

    เช้าวันนี้เหยียนเหล่ยตื่นสายพร้อมกับฉัน เขาดูผ่อนคลายไม่เร่งรีบตื่นแต่เช้าเหมือนวันก่อนๆ ซึ่งเขาบอกว่าวันนี้ให้เป็นวันพักผ่อนหย่อนใจ ฉันจึงชวนเหยียนเหล่ยให้ออกไปไหว้พระด้วยกันที่วัดหลังกินอาหารมื้อเช้าเสร็จ เขาพยักหน้าตอบตกลง ซึ่งในขณะเดียวกันเหมยหลินกำลังเดินเข้ามาในจวน พร้อมกับอิงเถาในมือหิ้วปิ่นโตอาหารโถใหญ่ เหมยหลินดูมีสีหน้ายิ้มระรื่นทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งๆที่เมื่อวานเหยียนเหล่ยทำไม่ไว้หน้า เพราะไม่ยอมไปร่วมฉลองงานเลี้ยงหมั้นหมาย


    เหมยหลินวางโถปิ่นโตสองชั้นลงตรงหน้าเหยียนเหล่ย ฉันจึงขยับถอยออกมานั่งทางด้านหลัง มองดูเหมยหลินด้วยความรู้สึกหมั่นใส้ จนได้กลิ่นหอมดอกท้ออ่อนๆโชยออกมาจากกายตัวเอง ที่เห็นเหมยหลินพยายามใกล้ชิดเหยียนเหล่ยด้วยการทำอาหารมาให้ แม้ฉันจะไม่เคยลองชิมอาหารที่เหมยหลินทำมาเลยสักครั้ง แต่อาหารก็ดูน่ากินมากและครั้งนี้เป็นผัดผักกับปลาสามรสกำลังส่งกลิ่นหอมฉุย


    เหยียนเหล่ยเอ่ยขอบคุณเหมยหลิน และกำลังจะเอื้อมมือหยิบโถอาหารไปวางไว้ข้างๆกาน้ำชาที่เดิม แต่ถูกเหมยหลินขัดจังหวะด้วยการมอบผ้าเช็ดหน้าผืนหนึ่งยื่นให้เขา เหมยหลินบอกว่าผ้าเช็ดหน้าผืนนี้ตนตั้งใจปัก และเก็บไว้กับตัวนานแล้วเพื่อรอมอบให้กับชายที่จะมาเป็นคู่ครองของตน เขาจึงยื่นมือรับผ้าเช็ดหน้าวางไว้คู่กันกับโถอาหารที่กำลังถูกยกวางข้างๆกาน้ำชา เหมยหลินแม้ริมฝีปากยังคงมีรอยยิ้มแต่แววตากลับเจือปนความไม่พอใจ ที่เหยียนเหล่ยรับผ้าเช็ดหน้าแต่ไม่สนใจจะคลี่ออกดูลายปักบนผ้า


    ซึ่งในขณะนั้นเองเหมยหลินก็เห็นแหวนที่เหยียนเหล่ยสวมใส่อยู่ที่นิ้วโป้ง จึงกล่าวชมว่าแหวนหยกมีสีสันสวยงาม แต่เหมยหลินยังไม่เคยเห็นเหยียนเหล่ยใส่แหวนวงนี้มาก่อน เหยียนเหล่ยจึงตอบว่าเป็นแหวนที่เขาสั่งช่างแกะสลักขึ้นมา ถ้าเหมยหลินชอบเขาจะให้ช่างแกะสลักแหวนให้วงหนึ่ง เพื่อตอบแทนน้ำใจที่เหมยหลินทำอาหารมาให้รวมถึงผ้าเช็ดหน้า เหมยหลิงจึงตอบด้วยท่าทางเอียงอายว่า


       เหมยหลิน : ข้าชอบ ถ้าของสิ่งนั้นเป็นของที่ท่านมอบให้ ส่วนอาหารและผ้าเช็ดหน้าอย่าคิดว่าเป็นน้ำใจจากข้าเลย ตอนนี้ท่านกับข้าเป็นคู่หมั้นหมายกัน สิ่งที่ข้าทำให้ท่านนั้นล้วนเป็นเรื่องที่ข้าเต็มใจ เอ่อ...ข้ามีเรื่องบางอย่างที่จะถาม คือเมื่อวานข้าได้ยินท่านเสนาบดีพูดถึงเรื่องที่ต้องไปร่วมงานเลี้ยงฉลองสำนักไป๋หู่ ท่านเดินทางไปกับท่านเสนาบดีด้วยหรือไม่ คือว่าข้าอยากจะขอติดตามท่านไปร่วมงานเลี้ยงฉลองด้วย

    เหยียนเหล่ย : ข้าไม่ได้ไปกับท่านเสนาบดีพี่ชาย แต่ข้าเป็นตัวแทนอาจารย์เฟยเทียนเจ้าสำนักเฟยอวี่ไปร่วมงานฉลอง มีเพียงศิษย์ของสำนักเฟยอวี่ที่สามารถติดตามข้าไปได้


    เหมยหลินเมื่อรู้ว่าตัวเองไม่สามารถติดตามเหยียนเหล่ยไปด้วยได้ จึงกล่าวว่าจะไปขอเสนาบดีต่งให้พาตนไปด้วย เพื่อจะได้ตามไปดูแลเหยียนเหล่ยที่นั่น แต่เหยียนเหล่ยตอบปฏิเสธเพราะเขาจะพาฉันไปและจะให้ฉันเป็นคนดูแลเขาเอง ทำให้เหมยหลินควบคุมอารมณ์ไม่อยู่หัวร้อนโวยวายขึ้นมาทันทีว่า


    เหมยหลิน : ข้าเป็นคู่หมั้นหมายแต่ทำไมจึงติดตามไปด้วยไม่ได้ ส่วนมี่จื่อเป็นแค่หญิงรับใช้ในจวนทำไมจึงติดตามไปได้?!! ไหนท่านบอกว่ามีเพียงศิษย์ของสำนักเท่านั้นที่ติดตามท่านไปได้ไง?!

    เหยียนเหล่ย : มี่จื่อเป็นว่าที่ลูกศิษย์ของอาจารย์เฟยเทียน ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ติดตามข้า เพื่อเตรียมตัวเข้าเป็นศิษย์ในสำนักเฟยอวี่

       เหมยหลิน : จะเป็นไปได้อย่างไร?! ในเมื่อนางเป็นแค่หญิงรับใช้ เหตุใดจึงจะได้เป็นศิษย์สำนักเฟยอวี่ ข้าสิ! มีทุกอย่างเพรียบพร้อมทั้งชาติตระกูล ฐานะและความรู้ ข้าต่างหากที่สมควรได้เป็นศิษย์สำนักเฟยอวี่


    เหยียนเหล่ยเห็นว่าเหมยหลินไม่ยินยอมและยังคงโวยวายที่ฉันจะได้เป็นศิษย์ของสำนักเฟยอวี่ เขาจึงบอกให้เหมยหลินเดินไปเปิดบานประตูห้องต้องห้ามทางขวามือ และบอกเหมยหลินว่าถ้าสามารถเปิดประตูบานนั้นได้ เหมยหลินจะได้เป็นศิษย์สำนักเฟยอวี่ เหมยหลินจึงหันไปมองบานประตูก็ยิ้มแล้วพูดว่า


       เหมยหลิน : แค่เปิดประตู ไม่เห็นจะยาก!


           เหมยหลินลุกเดินไปยืนที่หน้าบานประตูห้องทางด้านขวา มองดูบานประตูที่ถูกปิดไว้สนิท แต่ไม่ได้ถูกคล้องโซ่คล้องกุญแจแต่อย่างใด จึงเอื้อมมือไปเปิดประตู แต่ประตูกลับไม่ขยับเปิดเลยแม้แต่น้อย จึงออกแรงขยับประตูมากขึ้นแต่บานประตูยังคงปิดสนิทไม่ขยับ จนเหมยหลินเริ่มหงุดหงิดหันมาตัดพ้อต่อว่าเหยียนเหล่ย ว่ากลั่นแกล้งลงสลักประตูไว้ด้านใน เหยียนเหล่ยจึงตอบว่าประตูไม่ได้ลงสลัก แต่บานประตูถูกปิดผนึกด้วยมนต์โบราณ ซึ่งเหมยหลินยังคงมองไม่เห็นอักขระมนต์นั้น


    เหยียนเหล่ยจึงให้คำปลดมนต์โดยให้เหมยหลินพูดคำว่า “ดอกท้อเบ่งบานยามดอมดม” เหมยหลินจึงพูดตามแต่ประตูยังคงปิดแน่นสนิท ก็ยิ่งทำให้เหมยหลินโมโหขึ้นไปอีก เพราะคิดว่าเหยียนเหล่ยกลั่นแกล้งตนให้กลายเป็นตัวตลก เหยียนเหล่ยจึงสั่งให้ฉันเดินไปปลดมนต์ที่ประตูด้วยคำเดียวกัน แล้วผลักประตูเปิดออกโดยง่าย เหมยหลินจึงตวาดถามฉันว่า


       เหมยหลิน : เจ้ามองเห็นอักขระมนต์งั้นรึ?!

            มี่จื่อ : ใช่! ข้ามองเห็นทุกอักขระที่ปรากฎอยู่บนบานประตู

          อิงเถา : จะเป็นไปได้ยังไงที่หญิงรับใช้ชั้นต่ำอย่างเจ้า จะมองเห็นอักขระมนต์ แต่คุณหนูของข้ากลับมองไม่เห็น นี่มันกลั่นแกล้งกันชัดๆ!!!

    เหยียนเหล่ย : อิงเถา!!!


    ทันใดนั้นก็ปรากฏอักขระกรงขังครอบทับตัวของอิงเถาทันที เป็นมนต์กักขังที่เหยียนเหล่ยสร้างขึ้นเพื่อกักขังอิงเถาด้วยความโกรธ ที่อิงเถาเรียกฉันว่าหญิงรับใช้ชั้นต่ำ จนฉันกับเหมยหลินตกใจเป็นอย่างมาก เพราะไม่เคยเห็นเหยียนเหล่ยโกรธผู้หญิงคนไหน จนต้องสร้างกรงขังมาครอบทับ ซ้ำยังตวาดอิงเถาด้วยเสียงอันดังและโกรธมากว่า


    เหยียนเหล่ย : อิงเถา!!! เจ้ากล้าเรียกมี่จื่อว่าหญิงรับใช้ชั้นต่ำรึ?!! จงอยู่ในนั้นทั้งวันทั้งคืน ใครก็อย่าได้คิดช่วยนางออกมา!!!

         อิงเถา : คุณชายต่งข้าขอโทษเจ้าค่ะ!!! ข้าปากพล่อยปากไม่ดี ข้าผิดไปแล้ว คุณชายต่งปล่อยข้าออกไปเถอะ!!!

       เหมยหลิน : คุณชายต่ง!! เพราะอิงเถารักและเป็นห่วงข้า อิงเถาเจ็บใจที่เห็นความไม่ยุติธรรมเกิดขึ้นกับข้า จึงพลั้งปากพูดไม่ดีออกไป ท่านปล่อยอิงเถาออกมาเถอะ!!

    เหยียนเหล่ย : คุณหนูเว่ยคิดว่าข้าไม่ยุติธรรม คิดว่าข้าขัดขวางไม่ให้เป็นศิษย์ของอาจารย์เฟยเทียนงั้นรึ คุณหนูเว่ยจงรับรู้ไว้ด้วยว่าสำนักเฟยอวี่รับแต่คนที่มีพรสวรรค์และมีความสามารถที่คนอื่นทั่วไปไม่มี เช่นนั้นลองแก้มนต์กักขังนี่ดูถ้าแก้มนต์นี้ได้ ข้าจะปล่อยอิงเถาไป และจะพาคุณหนูเว่ยติดตามข้าไปที่สำนักไป๋หู่ รวมทั้งจะพาไปพบกับอาจารย์เฟยเทียนด้วยตัวข้าเองเลย


          เหยียนเหล่ยจึงเปิดอักขระปลดมนต์ส่วนที่ซ่อนอยู่ ให้เหมยหลินได้เห็นอักขระปลดมนต์รูปร่างประหลาดครบหมดทุกตัว เขาบอกกับเหมยหลินอีกว่ามนต์กักขังนี้เป็นเพียงมนต์ง่ายๆสำหรับศิษย์ใหม่ในสำนักใช้ฝึกกัน และบอกอีกว่ามีอักขระเพียงตัวเดียวเท่านั้นที่แตกต่างจากตัวอื่น และนั่นคืออักขระที่ใช้ปลดมนต์นี้ ทำให้เหมยหลินยืนมองอักขระมนต์ด้วยความมึนงง เพราะอักขระทุกตัวดูเหมือนกันไปหมดจนแทบจะแยกไม่ออก โดยเหยียนเหล่ยให้โอกาสเหมยหลินตอบผิดได้เพียงสองครั้งเท่านั้น


          เหมยหลินจึงพยายามมองหาอักขระปลดมนต์ตามที่เหยียนเหล่ยบอกคำใบ้ มองหาอยู่เพียงครู่หนึ่งก็หันหน้ามาบอกเหยียนเหล่ยถึงตัวอักขระที่เจอแต่นั่นคือคำตอบที่ผิด จึงพยายามมองหาอีกครั้งแต่ยังคงเป็นคำตอบที่ผิดอีกอยู่ดี ยิ่งทำให้อิงเถาที่ถูกขังอยู่ในกรงร้องไห้หนักขึ้นกว่าเดิม พยายามอ้อนวอนให้เหยียนเหล่ยปล่อยตัว แต่เหยียนเหล่ยไม่รับฟัง หันมาบอกให้ฉันเตรียมตัวออกไปไหว้พระที่วัด ทำให้เหมยหลินโกรธจัดต่อว่าเหยียนเหล่ยทันทีว่า


    เหมยหลิน : ข้าเป็นคู่หมั้นหมายของท่านแต่ท่านกลับไม่สนใจ วันนี้ท่านก็กักขังคนของข้าไม่เห็นแก่หน้าข้าเลยสักนิด เมื่อวานท่านก็ทำให้ข้าได้รับความอับอายต่อหน้าแขกเหรื่อที่มาร่วมงานหมั้น ทำอะไรไม่เคยไว้หน้าข้า ท่านรู้มั้ยตั้งแต่ข้ามาที่นี่ก็ได้ยินแต่คำซุบซิบนินทาเรื่องความสัมพันธ์ชู้สาวของท่านกับหญิงรับใช้มี่จื่อ!!

    เหยียนเหล่ย : ที่คุณหนูเว่ยได้ยินมานั้นถูกต้องแล้ว มี่จื่อเป็นภรรยาของข้าก่อนที่คุณหนูเว่ยจะมาที่นี่ และข้าก็รักมี่จื่อเพียงคนเดียว ที่ข้ายอมหมั้นหมายเป็นเพราะพี่ชายของข้าบังคับ

    เหมยหลิน : แต่! มี่จื่อนางเคยเป็นหญิงคณิกาอยู่หอนางโลมกุ้ยฮวา ผ่านมือชายมาแล้วไม่รู้กี่คน นางกำลังทำให้ชื่อเสียงของสกุลต่งเสื่อมเสีย ใยท่านจึงไปลุ่มหลงงมงายกับนางอยู่ได้!!!

    เหยียนเหล่ย : ข้าคือชายคนแรกของมี่จื่อ!!! และมี่จื่อยังไม่เคยผ่านชายใดนอกจากข้าคนเดียว คุณหนูเว่ยเชิญกลับออกไปเถอะ ข้าจะพามี่จื่อไปไหว้พระที่วัด

    อิงเถา : คุณชายต่งได้โปรดปล่อยข้าไปเถอะ!!! มี่จื่อข้าขอโทษ ต่อไปข้าจะไม่พูดเช่นนั้นอีกแล้ว คุณหนูช่วยเว่ยช่วยข้าด้วยเจ้าค่ะ ฮือๆๆๆๆ

    มี่จื่อ : เหยียนเหล่ย! ปล่อยอิงเถาไปเถอะ นางขอโทษข้าแล้ว ข้าไม่ติดใจเอาความ


    แม้ฉันจะรู้สึกไม่ชอบอิงเถากับเหมยหลิน ที่พูดถึงฉันด้วยถ้อยคำรุนแรงแบบนั้น แต่จะให้ฉันทนดูอิงเถาถูกขังทั้งวันทั้งคืนโดยไม่ได้กินข้าวกินน้ำ ฉันคงทนดูไม่ได้จึงช่วยพูดขอร้องเหยียนเหล่ยให้ปล่อยอิงเถาไป เหยียนเหล่ยจึงยอมรับฟัง และบอกให้ฉันเป็นคนปลดมนต์กักขังให้อิงเถาเอง ฉันจึงเดินไปปลดอักขระมนต์ กรงขังนั้นก็หายไปในอากาศภายในพริบตา ทำให้อิงเถาที่อยู่ในอาการหวาดกลัวตกใจเพราะถูกขัง รีบวิ่งไปยืนหลบข้างหลังเหมยหลินทันที เหยียนเหล่ยจึงหันไปพูดกับเหมยหลินว่า


    เหยียนเหล่ย : คุณหนูเว่ยตอนนี้เข้าใจหรือยัง ว่าใครสมควรติดตามข้าไปสำนักไป๋หู่ และใครเหมาะสมเป็นศิษย์ของอาจารย์เฟยเทียน ส่วนเจ้า!! อิงเถา!! อย่าให้ข้าได้ยินคำพูดเช่นนั้นหลุดจากปากของเจ้าอีก และนับแต่นี้จงอย่าได้ย่างเท้าเหยียบเข้ามาในจวนของข้าอีก ออกไป!!!


          เหยียนเหล่ยตวาดและสั่งห้ามอิงเถาไม่ให้เข้ามาในจวนฮุ่ยเฉิงอีก ทำให้เหมยหลินโกรธจัดกัดฟันกรอดเพราะเสียหน้า ที่เหยียนเหล่ยเรียกฉันต่อหน้าว่าเป็นภรรยา ซ้ำยังขับไล่และสั่งห้ามอิงเถาคนสนิทของตนไม่ให้เข้ามาในจวนฮุ่ยเฉิงอีก เหมยหลินจึงเดินกระฟัดกระเฟียดพาอิงเถาออกไปจากจวนฮุ่ยเฉิงทันที


    เมื่อเหมยหลินกับอิงเถาเดินออกจากจวนฮุ่ยเฉิงไปแล้ว เหยียนเหล่ยจึงหันมาชวนฉันให้ออกไปไหว้พระตามที่ได้ชักชวนกันไว้ และบอกอีกว่าจะพาฉันออกไปตลาดหาซื้อของใช้จำเป็นสำหรับการเดินทางไปร่วมงานฉลองของสำนักไป๋หู่