“อั่ก...!!!”
ชายหนุ่มคนหนึ่งนอนอย่างอ่อนแรงอยู่บนทางเท้าริมทางความเ็ปที่ศีรษะนั้นทำให้เขายกมือขึ้นกุมมันเอาไว้ตามสัญชาตญาณ ก่อนจะััได้ถึงของเหลวบางอย่างที่ให้ความรู้สึกอุ่นและเหนอะหนะที่มือ เขาจึงเลื่อนมันไปลงมาในระดับสายตาสิ่งที่เขาเห็นคือของเหลวสีสดที่ชโลมมือของเขาจนเป็สีแดง
(น่ะ...นี่มันเกิดอะไรขึ้น นั้นสิรถยนต์คันเมื่อกี้ผ่าไปแดงมาชนเรานี่นา)
หลังจากที่เขาคิดถึงสาเหตุที่ทำให้เป็แบบนี้ออกเขาก็พยายามมองหาต้นตอนั้น และพบว่ารถยนต์ที่ชนเขาได้แล่นหายไปกับถนนอันวกวนของเมืองใหญ่เรียบร้อยแล้วก่อนจะนึกได้ว่าเขามีธุระสำคัญต้องทำ
(ใช่ ! ใกล้เวลาเริ่มงานของคุณหนูแล้วนี่นา ไม่ใช่เวลามานอนอยู่แล้ว)
ชายหนุ่มพยายามใช้มือของเขาช่วยพยุงตัวเองขึ้นมาแต่ร่างกายของเขากลับไม่ยอมทำตามความคิดเลยแม้แต่น้อย กระทั้งมือที่ยกอยู่ในระดับสายตาก็ตกลงบนพื้นอย่างไร้ความควบคุม สติที่เคยมีก็เลือนลางลงอย่างรวดเร็ว
(...แต่ทำไมถึงได้ง่วงเหลือเกินถ้างั้นขอพักสายตาสักเดี๋ยวนะ)
แล้วดวงตาคู่นั้นค่อยๆปิดลงเช่นเดียวกับภาพของถนนและคนที่เข้ามาช่วยเขาค่อยๆมืดดับไปเสียงสุดท้ายที่เขาได้ยินคือเสียงของรถพยาบาลอันแ่เบาที่ฝ่าการจราจรอันติดขัดมาอย่างรวดเร็ว
เมื่อชายหนุ่มรู้สึกตัวอีกที เขาก็นอนอยู่บนเตียงที่กำลังถูกเข็นผ่านทางเดินแคบๆที่มีไฟสว่างจ้าส่องให้แสบตาอยู่เป็ระยะๆ คนรอบๆ ข้างของเขาดูอยู่ในความรีบร้อนกันหมดทุกคนหนึ่งในนั้นมีผู้หญิงที่มีสำคัญกับเขาอย่างยิ่งกำลังร้องไห้ในขณะที่เรียกชื่อของเขาไม่หยุด
(นี่ผมอยู่ที่ไหนนั่นแม่นี่นา แล้วทำไมแม่ต้องร้องไห้ด้วยล่ะ ทำไม...ฮะ)
เขาพยายามยื่นมือของไปััมารดาของเขาเป็อีกครั้งที่ความง่วงแบบเดิมเข้ามาจู่โจม แต่ครั้งนี้มันมาพร้อมกับความเ็ปมหาศาลที่ถาโถมเข้ามา จนกลืนให้เขาหายไปกับคลื่นความเ็ปนั้น
“คนไข้มีอาการเืออกในสมอง ต้องรีบผ่าตัดเอาเืที่คั่งอยู่ออกมาด่วนก่อนที่สมองของเขาจะเสียหายไปมากกว่านี้”
เสียงแปลกหูปลุกชายหนุ่มขึ้นมาอีกครั้งเขาส่ายหัวไปมาช้าๆด้วยความมึนงง รอบตัวเขามีผู้คนมากมายยืนรายล้อมตัวเขาอยู่ ทั้งหมดใส่เสื้อคลุมสีเขียวมีผ้าสีขาวปิดปากปิดจมูกอยู่จนไม่เห็นใบหน้าดวงไฟหลายดวงที่อยู่ตรงหน้าสว่างเสียจนดวงตาของเขาพล่ามัว ก่อนที่หนึ่งในคนเ่าั้จะเอาหน้ากากอะไรบางอย่างมาครอบจมูกของเขากลิ่นของมันชั่งหอมหวานชวนให้เคลิบเคลิ้ม ที่ชวนให้เปลือกตาของเขาหนักอึ้งจนไม่อาจลืมตาต่อไปได้ได้แต่ปล่อยให้ร่างกายไปตามกลิ่นหอมนั้น
เวลาผ่านไปนานเท่าไรเขาก็ไม่อาจทราบได้ ก่อนที่เขาจะรู้สึกตัวอีกครั้งตอนนี้เขาอยู่บนเตียงในห้องสีขาวขนาดใหญ่ ตามตัวของเขามีสายหลายเส้นฝังเชื่อมตัวเขาเข้ากับเครื่องมือบางอย่างที่เขาไม่เคยเห็น
“น่าเสียดายครับเขาได้รับการรักษาช้าเกินไปเืที่คั่งอยู่สร้างความเสียหายกับสมองของเขามากกว่าที่เราคิดไว้ถึงแม้มันจะยังไม่หยุดทำงานก็ตามที แต่ก็ไม่สามารถเชื่อมต่อกับร่างกายของคนไข้ได้อีกการที่ร่างกายของเขายังไม่ตายนั้น คงต้องขอบคุณอุปกรณ์เหล่านี้ ที่ช่วยยื้อชีวิตของเขาเอาไว้”
เสียงของชายในชุดสีขาวยาวที่เขาไม่เคยได้ยินดังขึ้นก่อนที่กลิ่นบางอย่างที่คุ้นเคยลอยมาแตะกับจมูกของเขากลิ่นนั้นคือกลิ่นของแชมพูที่แม่เขาชอบใช้ให้เขาไปซื้อทั้งๆที่เขาไม่เต็มใจทำให้เขารู้ว่าแม่เขาอยู่ข้างกายเขานี่เองััของมือแม่ที่กอบกุมมือของเขาไว้มันเปียกชุ่มไปด้วยน้ำตา ที่ทำให้เขาพยายามปลอบใจแม่ของเธอ
(แม่แม่ร้องไห้ทำไมครับ)
ทว่าไม่มีใครเลยที่มีปฏิกิริยากับเสียงของเขาทำให้เขาเข้าใจว่าเสียงเ่าั้ดังก้องอยู่แต่ภายในหัวของเขาเท่านั้น
“มีทางช่วยลูกของผมไหมครับ”
เสียงของชายคนหนึ่งดังขึ้นมันเป็เสียงที่ปกติแล้วจะคอยดุด่าว่ากล่าวเขาเมื่อเขาทำในสิ่งที่ไม่สมควรเสมอๆมันเป็เสียงของพ่อ พ่อของเขาที่เข้มแข็งอยู่ตลอดพ่อที่ไม่เคยยอมแพ้หรือย่อท้อต่อสิ่งไหนๆ แต่ทำไมเสียงที่เคยเข้มแข็งตลอดเวลานั้นมันถึงโรยแรงเหลือเกิน
(พ่อพ่อครับเป็อะไร)
อีกครั้งที่เขาไม่สามารถเปล่งเสียงออกมาได้ไม่สามารถแม้แต่หันหน้าไปมองว่าตอนนี้พ่อของเขาเป็อย่างไรบ้าง ทำให้เขาตระหนักได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้นกับเขา
“มีครับแต่มันยังไม่เคยทดลองกับสิ่งมีชีวิตเป็เพียงแค่ทฤษฎีเท่านั้นและมันคงเป็ทางเลือกเดียวที่ลูกชายคุณเหลืออยู่แล้ว”
(ทำไมล่ะครับผมไม่ได้เป็อะไรสักหน่อย ทำไมพูดเหมือนผมจะตายอย่างนั้น)
เสียงของตัวชายหนุ่มเองดังขึ้นแต่ในห้วงความคิดของตัวเองอีกครั้ง
(แม่แม่บอกเขาสิว่าผมไม่เป็อะไรเดี๋ยวกินยา นอนพักแป๊บเดียวก็ลุกขึ้นไปกอดแม่ได้แล้ว)
“ทางไหนคะหมอทางไหนที่จะช่วยลูกชายของชั้นได้”
เขารู้สึกว่าเสียงของแม่ของเขาดังขึ้นใกล้ๆตัวเขาแต่ทำไมกลิ่นหอมของผมของแม่เขาถึงได้เหมือนค่อยๆห่างไกลไปเรื่อยๆแบบนี้จนเหมือนแม่ของเขาไม่ได้อยู่กับเขาอีก แต่ััของมือที่กอบกุมมือของเขาอยู่นั้นทำให้เขาเชื่อว่าแม่อยู่ใกล้ๆเขานี่เอง
“ตอนนี้เราต้องให้เขาเข้าไปในโลกจำลองที่ชื่อว่าReal Dream ก่อนครับ”
โลกจำลองนี้มีอีกชื่อว่าเกม realdream online ชายหนุ่มรู้จักเกมนี้ดีมันเป็เกมที่เปิดมานานกว่า 15 ปีแล้วคนสำคัญของเขาก็อยากให้เขาไปร่วมเล่นเกมนี้กับเธอมากแต่เนื่องจากค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงทำให้เขาไม่มีโอกาสได้ลองััมัน แล้วทำไมล่ะ ทำไมเขาต้องเล่นเกมนั้นด้วย
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับลูกของผมครับ”
เสียงของพ่อถามขึ้นมาได้ตรงใจของเขาพอดีนอกจากแม่แล้วคนที่รู้ใจเขามากที่สุดคงเป็พ่อนี่แหละ
(พ่อครับขอผมเห็นหน้าพ่อหน่อยได้ไหมครับ พ่อช่วยยื่นหน้ามาทางนี้หน่อย)
ชายหนุ่มพยายามพูดแต่ก็ไม่มีเสียงดังออกจากปากของแม้แต่น้อย
“ตอนนี้คลื่นสมองของลูกชายคุณกำลังอ่อนลงไปเรื่อยๆครับซึ่งถ้าคลื่นสมองนี้หยุดไปล่ะก็ มันก็หมายถึงชีวิตของเ้าของด้วยเช่นกัน และการเชื่อมคนไข้เข้ากับโลกจำลองนั้นจะเป็การรักษาคลื่นสมองของเขาให้คงอยู่ด้วยครับ ด้วยเหตุนี้จะทำให้เรามีเวลาพอที่จะรอให้สมองของเขากลับมาเป็เหมือนเดิม”
“แบบนี้ก็มีหวังแล้วสิคะ ถ้าสมองเขาหายดีเขาก็จะตื่นขึ้นมาเลยใช่ไหมคะ คุณหมอ”
เสียงของแม่ฟังดูมีความหวังขึ้นทันทีก่อนจะเศร้าหมองลงอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นสีหน้าของชายในชุดขาว ที่อธิบายต่ออย่างช้าๆ
“เรายังมีปัญหาและเงื่อนไขอีกหลายข้อครับอย่างแรกที่สำคัญที่สุด...คือเวลา แม้ว่าเราจะเคยมีกรณีที่คนเล่นเป็เ้าหญิงนิทราก็ตามแต่ลูกชายของคุณนั้นอาการหนักกว่ามาก เนื่องจากสมองกับร่างกายขาดการติดต่อกันอย่างสิ้นเชิงแม้จะใช้เครื่องมือที่ทันสมัยที่สุดก็ตาม เวลาที่เรายื้อเขาเอาไว้ได้มีเพียงหนึ่งเดือนเท่านั้นครับ”
“ม่ะ...หมายความพอครบหนึ่งเดือนลูกของผมจะตายอย่างนั้นเหรอครับ แบบนั้นจะมีประโยชน์อะไร !!!”
พ่อพูดขึ้นมาอย่างตะกุกตะกักก่อนจะพูดเสียงดังใส่หมอที่ยืนอยู่ตรงหน้าของเขา ส่วนชายหนุ่มเองก็ใไม่แพ้กันที่ได้ยินว่าเขาต้องตายภายในเวลา 1 เดือน
ทันใดนั้นเองััของแม่ที่กุมมือเขาเอาไว้ก็เหมือนว่ามันจะเบาบางลงเรื่อยๆมันไม่ใช่ความรู้สึกว่าแม่ของเขาปล่อยมือของเขาไป แต่เป็เป็ความรู้สึกของเขากำลังค่อยๆหายไปมากกว่า ที่ยิ่งเป็การตอกย้ำคำพูดอันแสนน่ากลัวเมื่อครู่นี้จนต้องกรีดร้องอย่างน่าเวทนา แต่น่าเศร้าเหลือเกิน ไม่มีใครเลยได้ยินคำพูดของเขา
(ไม่นะไม่เอานะแม่อย่าไปไหนนะครับ ผมกลัว ผมกลัวเหลือเกิน)
“ใจเย็นๆก่อนครับเรายังมีความหวังอยู่ นั้นก็คือ จัสติสไบโอคอมพิวเตอร์ที่รับหน้าที่จัดการคลื่นสมองของทุกคนที่เข้าไปในโลกจำลองถ้าคนไข้ขอร้องให้จัสติสส่งคลื่นสมองเฉพาะ...เอ่อ...ถ้าพูดง่ายๆก็คือการทำกายภาพบำบัดสมองให้เชื่อมต่อกับร่างกายอีกครั้งครับ ถ้าเป็แบบนั้นนอกจากลูกของคุณจะพ้นขีดอันตรายแล้วยังมีแนวโน้มสูงว่าเขาจะฟื้นขึ้นมาด้วย”
ชายในชุดสีขาวอธิบายตอนนี้อาการของชายหนุ่มนั้นเสมือนว่าทางจากสมองไปยังร่างกายถูกทำลายลงอย่างรวดเร็ว ทว่าร่างกายของมนุษย์นั้นถ้ายังมีชีวิตอยู่ก็จะซ่อมแซมตัวเองได้ ทำให้เวลา 1 เดือนที่ได้รับมานั้น ทางที่ถูกทำลายน่าจะถูกซ่อมแซมเสร็จแล้ว
แต่ไม่ว่าร่างกายหรือสมองต่างก็เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาถึงจะเป็เวลาสั้นๆก็ตาม ก็เป็เหตุให้สมองกับร่างกายจำเป็ต้องใช้เวลาในการปรับตัวให้เข้ากันแต่กับเด็กหนุ่มคนนี้การรอให้ทั้งสองปรับตัวเข้ากันนั้น ดูจะเป็เื่ที่นานเกินรอไปแต่ถ้าได้การช่วยเหลือจากจัสติสในการปรับตัวแล้วละก็ สมองกับร่างกายน่าจะปรับตัวเข้ากันได้ในทันที
“ถ้างั้นตกลงค่ะคุณหมออะไรก็ได้ อะไรก็ได้ขอให้ลูกของฉันได้รอดชีวิตก็พอแล้ว”
“ตกลงครับคุณหมอจะเอาอะไรก็เอาไปเลย ขอให้ลูกของผมฟื้นขึ้นมา”
ทั้งสองคนตอบแทบจะในทันทีที่ได้ยินว่ายังมีความหวังอยู่นั่นทำให้ชายหนุ่มตื้นตันจนร้องไห้ ราวกับปาฏิหาริย์ที่น้ำตาของเขาไหลออกมาจากดวงตาทำให้คนเป็พ่อแม่เข้ามาดูลูกของพวกเขาด้วยความรวดเร็วแม้ร่างของลูกชายอันเป็ที่รักจะนอนนิ่งอยู่เหมือนเดิม แต่ทั้งสองก็คิดว่าเขาต้องรับรู้แน่นอนทำให้ผู้เป็แม่ผู้ออกมาอย่างช้าๆ
“ลูกแม่.....รัก.....ที่สุด......นะ”
น่าเศร้า แม้กะทั่งเสียงที่เขาได้ยินก็เหมือนมันจะค่อยๆเบาลงจนหายไปตอนนี้สิ่งเดียวที่เขาได้ยินมีเพียงแต่ความเงียบงันเท่านั้นถึงแม้ชายหนุ่มจะรวบรวมพลังสักเท่าไหร่เพื่อพูดว่า “ผมรักแม่เหมือนกัน” สักเท่าไหร่แต่เขาก็ไม่อาจทำได้แม้แต่ขยับลิ้น
ตอนนี้ภาพที่เขาเห็นมันก็ค่อยๆมืดลงแล้วเขาคิดว่าอีกไม่นานเขาก็คงจะมองไม่เห็นอะไรทั้งนั้น สิ่งสุดท้ายที่เขาเห็นคือภาพของพ่อที่กอดแม่เอาไว้ ในขณะที่แม่ของเขาค่อยๆโน้มตัวลงมาจูบที่หน้าผากของเขาแล้วทุกอย่างก็มืดลง...
ตอนนี้เขาไม่เหลืออะไรอีกแล้ว ไม่ได้กลิ่น ไม่ได้ลิ้มรส ไม่ได้ยินไม่ได้ัั ไม่ได้เห็น
ท่ามกลางความมืดความเงียบงัน และความว่างเปล่า ที่ดำเนินราวกับชั่วนิรันดร์ได้กัดกินทุกอย่างที่เขาเหลืออยู่จนหมดสิ้น จนแม้แต่เศษเสี้ยวของตัวตนของเขาก็ไม่เหลือสุดท้ายมีเพียงคำถามเดียวที่วนเวียนอยู่ในหัวของเขา
‘เขาเป็ใคร’
ภายในห้องพิเศษของโรงพยาบาลแห่งเดิมคู่ชายหญิงค่อยๆปล่อยให้ร่างของลูกชายคนเดียวของพวกเขาให้ค่อยๆนอนลงอีกครั้ง เป็โอกาสให้นายแพทย์ที่รออยู่ได้อธิบายต่อ
“แต่ผมขอให้พวกคุณทำใจเอาไว้บ้างนะครับเพราะว่านอกจากเงื่อนไขเื่เวลาแล้ว ยังมีอีกหลายอย่างที่รอเขาอยู่อย่างแรกเลยคือ การที่เขาจะพบกับจัสติสได้นั้นจำเป็มากที่เขาต้องเอาชนะาประจำเดือนให้ได้ก่อนแล้วตอนนี้...สถานการณ์ในเกมนั้นค่อนข้างซับซ้อนครับ”
คุณหมออธิบายอย่างช้าๆก่อนจะอธิบายให้ทั้งสองคนฟังต่อ ว่าจัสติสนั้นถึงจะเป็เครื่องคอมพิวเตอร์ก็จริงแต่มันมีความนึกคิดเป็ของตัวเอง ซึ่งทำให้มันจะคิดก่อนเสมอว่าคำสั่งที่ป้อนเข้าไปนั้นสมควรและเป็เหตุเป็ผลหรือเปล่าแน่นอนว่าการรักษาชีวิตของชายคนหนึ่งที่ควรจะตายไปแล้วในอุบัติเหตุนั้น มันต้องวิเคราะห์ว่าไม่สมควรช่วยแน่
แต่ข้อยกเว้นที่จะทำให้มันรับคำสั่งได้ก็คือการเอาชนะาประจำเดือนในเกมที่มันดูแลอยู่ที่จะได้รับสิทธิ์การเข้าพบกับความนึกคิดของจัสติสโดยตรงที่จะทำให้มันยอมรับคำสั่งที่ค่อนข้างเห็นแก่ตัวนี้ได้
“เวลาแค่เดือนเดียวจะไม่น้อยไปเหรอคะ...แล้วลูกฉันจะชนะคนอื่นได้ยังไง...”
แม่ของชายหนุ่มเริ่มร้องไห้อีกครั้งแม้ว่าเธอจะไม่เคยเล่นเกมแบบนี้มาก่อนเลยก็ตามแต่คิดว่าคนที่เพิ่งเข้าไปเล่นเกมอย่างลูกชายของเธอนั้นจะไปเอาชนะคนอื่นที่เล่นมานานกว่าด้วยเวลาแค่นี้ได้ยังไง
“เวลาในโลกจำลองจะเร็วกว่าปกติครับถึงจะได้ชื่อว่าาประจำเดือนก็จริง แต่ในโลกจำลองจะเรียกว่าาประจำปีครับเนื่องจากเวลาในนั้นจะเร็วกว่าทางนี้ 12 เท่า”
“...ลูกของผมเป็คนฉลาดครับ เวลา 1 ปีนั้นเขาต้องพอทำอะไรได้แน่ ผมมั่นใจอย่างนั้น”
เมื่อได้ยินว่าลูกชายของเขามีเวลา1 ปี คนเป็พ่อก็เบาใจลง เขาได้เฝ้ามองการเติบโตของลูกชายมากตลอดแม้ว่าเื่ข้างหน้าจะยากเพียงใดก็ตาม เขาก็ยังเชื่อว่าชายหนุ่มที่นอนอยู่ต้องทำได้แน่นอน แต่ทางด้านของหมอที่ยืนอยู่ก็กลืนน้ำลายลงคอคำใหญ่ก่อนจะพูดต่ออย่างช้าๆ
“ปัญหา...ยังไม่หมดครับ...หลังจากที่เขาออนไลน์เข้ากับโลกจำลองแล้วยังมีอีกหลายเื่ที่น่าเป็ห่วง ผมจะค่อยๆอธิบายเป็ข้อๆนะครับ”