ณ คฤหาสน์ของตระกูลคอนเดนเซอร์
ตอนนี้ครอบครัวจะของตระกูลบัคส์เทิล ได้มาคฤหาสน์ของตระกูลคอนเดนเซอร์เพื่อปรึกษาหารือเกี่ยวกับการแต่งงานระหว่างอลิซและครูซที่จะเกิดขึ้นภายในเร็วๆนี้
ทางด้านครูซ
ตอนนี้เขาได้เดินทางมาถึงสนามบินหลังจากที่ได้รับคำสั่งจากพ่อของเขาที่เป็คำสั่งเด็ดขาด ซึ่งเขาเองก็ยังไม่รู้ถึงต้นสายปลายเหตุว่าเป็อย่างไร หากแต่เค้ายังสะสางที่คั่งค้างอยู่ยังไม่สำเร็จลุล่วงด้วยดีเหตุใดพ่อของเขาซึ่งท่านเป็คนจริงจังกับงานและไม่ชอบปล่อยให้งานที่ท่านทำคั่งค้างถึงได้เรียกเขากลับมาโดยที่ปล่อยงานทิ้งไว้
" สวัสดีดีครับนายใหญ่ เชิญทางนี้ครับ " บอดี้การ์ดที่ส่งมาเพื่อรอต้อนรับครูซ ก้มหัวให้ครูซและผายมือไปยังรถตู้คันหรูที่สุดที่จอดอยู่ด้านหน้าสนามบิน ครูซไม่ได้ตอบอะไรเพียงแต่พยักหน้าแล้วก้าวเท้าขึ้นรถไป แต่แค่เพียงเขาพยักหน้าก็ทำให้เขาหน้าเกรงขามในพริบตา จนบอดี้การ์ดขนลุกซู่อย่างเสียวสันหลัง
รถตู้คันหรูเคลื่อนที่เข้าไปยังคฤหาสน์ของตระกูลคอนเดนเซอร์ นั่นก็ทำให้เขาเข้าใจแจ่มแจ้งโดยที่ไม่ต้องอธิบายเลย คงไม่พ้นเื่งานแต่งของเขากับอลิซแน่นอน และเขายังคงจำอลิซตอนเด็กได้อย่างดีแต่หลังจากที่หมั้นกันแล้ว เขาก็ถูกส่งตัวไปเรียนที่อังกฤษ จึงทำให้เขาไม่ได้เจอเ้าสาวตัวน้อยของเขาอีกเลย เวลานี้เธอคงโตเป็สาวแล้ว และจะงดงามเพียงใด ยิ่งคิดเขายิ่งพลางตื่นเต้นเสียแล้ว คิดได้เช่นนั้นเขาก็ลงจากรถ ทันทีก็มีคนมายืนต้อนรับเข้าอย่างอลังการ เมื่อเดินเข้าไปในคฤหาสน์ก็เห็นผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายคุยกันอย่างสนุกสนานตามประสา
" สวัสดีดีครับคุณอา สวัสดีดีครับคุณน้า " เขากล่าวทักทายด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนแสดงถึงความเคารพนับถือ และยิ้มกว้าง
"สวัสดีจ้ะครูซ ตายแล้วไม่เจอกันตั้งหลายปีโตเป็ผู้ใหญ่แถมยังหล่อเหลาขึ้นมากทีเดียว อลิซเห็นคงจะตลึงน่าดูเลย " รีน่ากล่าวชมว่าที่ลูกเขยยกใหญ่ ว่าแล้วเธอก็นึกขึ้นได้ "เรเน่ช่วยตามอลิซให้ลงมาทีจ้ะ " เธอหันหลังไปคุยกับแม่บ้าน
" ครูซมาเหนื่อยๆนั่งพักก่อนนะ อย่าไปสนใจคนแก่เลย " ลีโออดไม่ได้ที่จะพูดแซะภรรยาของเขาด้วยน้ำเสียงที่ไม่ได้จริงจัง ก็ดูเธอชมลูกเขยออกหน้าออกตาเกินไปแล้ว สามีนั่งอยู่นี่ทั้งคน
ผ่านไปสักพักอลิซก็กำลังเดินลงบรรไดมาด้วยรอยยิ้มแจ่มใสร่าเริง แล้วสายตาเธอก็สดุดกับชายที่เธอไม่ได้เจอหน้าเข้ามาหลายปี ใบหน้าหล่อเหลา จมูกโด่งเข้ารูป ทุกอย่างดูลงตัวเพอเฟ็คไร้ที่ติจริงๆ สมคำล่ำลือแท้ๆ เธอเคยได้ยินคำล่ำลือของเขามาบ้างแต่ก็ไม่ได้สนใจมาก เพราะเธอเกลียดเขา เขาไปโดยที่ไม่ลาเธอสักคำ ทำให้เธอนั่งร้องไห้เพราะเขาหลายวัน เธอจึงปลอบใจตัวเองให้เกลียดเขา เพราะเขาเป็คนโกหก เขาบอกว่าจะไม่ทิ้งเธอ แต่ทว่าพอเขาโตขึ้น เขาก็คบหญิงเป็สิบๆคน ไม่ซ้ำหน้าเลยสักคน เธอเกลียดเขาที่สุด เธอไม่มีวันให้อภัยเขาแน่ คิดได้ดังนั้นเธอจึงเมินหน้าเขาแม้จะอยากมองสักเพียงใด
" สวัสดีค่ะคุณลุง สวัสดีค่ะคุณป้า " เธอทักทายอย่างมีมารยาทและยิ้มแย้มแจ่มใสดั่งปกติ
" หนูอลิซป้าเป้ออะไรกัน เรียกแม่สิจ๊ะ " คุณนายคาลเลียเอ่ยด้วยความเอ็นดูอลิซเหมือนลูกสาวแท้ๆ เพราะเธอเป็คนน่ารัก
อลิซได้แต่ยิ้มบางให้คุณนายคาลเลีย จากนั้นก็เดินอ้อมไปนั่งข้างแม่ของเธอ และเธอก็เดาไม่ผิดว่าเป็เื่แต่งงานแน่ๆ
" อลิซทักทายพี่ครูซด้วยสิลูก " เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นมา พร้อมแอบแฝงการตำหนิลูกสาวของตนเองนิดหน่อย
อลิซได้ยินดังนั้นเธอก็นิ่งอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะยิ้มแล้วทักทายครูซ " สวัสดีค่ะพี่ครูซ " เธอกล่าวทักทายชายตรงหน้าด้วยน้ำเสียงที่เป็การประชดเขาทั้งนั้น ทุกคนต่างเกรงกลัวเขาแต่เธอกลับท้าทายเขาไม่มีความกลัวเลยสักนิด แต่เขาข่มอารมณ์และตอบกลับไป " ครับ " ด้วยน้ำเสียงเ็า ชวนให้ขนลุก
ทางผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายตกลงกันว่าให้เธอและครูซลองศึกษากันและกันเป็เวลา 2 ปีก่อน หลังจากนั้นทั้งสองคงรักกันมากขึ้นค่อยแต่งงานอย่างยิ่งใหญ่ อลิซเริ่มอึดอัดจึงขอตัวออกไปข้างนอกเพื่อสูดอากาศนี่เธอต้องแต่งงานกับคนอย่างเขาจริงหรือเวลานี้เธอเกลียดเขาเข้ากระดูกดำ คงไม่มีทางที่จะพัฒนาความสัมพันธ์ดังที่ผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายคุยกันไว้หรอก ดูท่าทางแล้วเขาอยากแต่งกับเธอซะที่ไหน เขาออกจะรักสนุกขนาดนั้น ไม่สิต้องเรียกว่าเสือผู้หญิงมากกว่าเพราะเขาเป็คนที่ตั้งใจทำงานมากเลยทีเดียว
" ฉันมีข้อตกลงให้เธอ " ขณะที่เธอกำลังใช้ความคิด เสียงของเขาก็แทรกเข้ามา ตาบ้านี่ ว่าเเต่ข้อตกลงอะไรกัน เธอนึกสงสัย พร้อมทำหน้างง
เห็นเช่นนั้นเขาจึงพูดเสริมขึ้นมาว่า " ฉันรู้ว่าเธอไม่อยากแต่ง ฉันก็ไม่อยาก งั้นเรามาหาวิธียกเลิกการหมั้นดีไหม " ครูซยืนล้วงกระเป๋าด้วยสีหน้าที่ยังคงนิ่งเฉย
" ทำไมฉันต้องเชื่อนาย " เธอจ้องหน้าเขา มีสิทธิ์อะไรมาหาข้อตกลงกับเธอ
" หรือว่าเธออยากแต่งงานกับฉัน? " ครูซเลิกคิ้วเชิงคำถาม
" ฉันคงไม่มีวันอยากแต่งงานกับคนอย่างนายแน่ " เธอตอบเสียงแข็ง ปกติไม่มีใครกล้าต่อล้อต่อเถียงกับเขา แต่เธอไม่เกรงกลัวเขาเอาซะเลยแม่เ้าสาวตัวน้อย เห็นดังนั้นเขาก็คิดสนุกอยากแต่งงานกับเธอขึ้นมาแล้วสิ...