26.หน้าหนาวมาเยือนแล้ว
สามวันต่อมาท่านลุงกวงก็นั่งรถม้ามาที่บ้านหยางตามที่นัดหมายั้แ่ยามเฉิน(07.00-08.59) เพื่อมารับเฉ่าเหมยั์และผักสดตามที่ได้คุยกันไว้ก่อนนี้
ลูกเฉ่าเหมยที่สุกเป็สีแดงฉ่ำเก็บได้ทั้งหมดห้าร้อยลูกและผักกาดขาวได้ยี่สิบหัวส่วนผักบุ้งซึ่งเป็ผักที่ลงปลูกได้สิบห้าวันพอดีก็พร้อมเก็บแล้วได้อีกสามสิบจิน
ซึ่งการเก็บรอบนี้บ้านหยางก็คิดว่าคงจะไม่ได้เอาผักและเฉ่าเหมยไปขายอีกใน่นี้เฉ่าเหมยยังมีเหลืออยู่แต่ลูกยังเป็สีขาวๆ อยู่ต้องรอให้สุกก่อน ส่วนผักิเยว่คิดว่าคงต้องลงปลูกเฉพาะที่ใช้เวลาสั้นแล้วรับเก็บเข้าช่องว่างเมื่อหน้าหนาวมาเยือนบ้านนางจะได้ยังมีผักสดๆกินอยู่ได้
วันเวลาผ่านพ้นไปอีกครึ่งเดือน….
เสียงลมพัดหวีดหวิวที่พัดผ่าน ใบไม้ร่วงหล่นอากาศเริ่มเย็นลงบ่งบอกว่าหน้าหนาวได้เริ่มมาเยือนชาวเมืองโจวเจียงแล้วชีวิตก่อนนี้ิเยว่ก็เคยอยู่อากาศหนาวมาบ้างแต่ก็ไม่รู้ว่าที่นี้จะหนาวถึงเพียงไหนกัน
ิเยว่เอาเตาอุ่นมืออันน้อยออกมาไว้ให้ทุกคนได้ถืออุ่นมือและเวลานอนก็เอาไว้ได้ตรงมุมเตียงเพื่อเพิ่มความอบอุ่นและนำเตาไฟอันน้อยออกมาวางไว้ในครัวเพื่อจุดเตาถ่านนั่งผิงไฟกันเวลาหนาวได้
เพียงแค่ไม่กี่วันต่อมานอกจากลมหนาวแล้วตอนนี้หิมะแรกเริ่มร่วงหล่นมาจากฟากฟ้าเป็ภาพที่สวยงามแต่เหน็บหนาวิเยว่ตื่นเต้นมากนางชอบหิมะเมื่อมองจากหน้าต่างเห็นหิมะเริ่มตกลงมาก็รีบวิ่งออกจากบ้านร่างเล็กจ้อยะโพร้อมแหงนเงยมองท้องฟ้าที่มีหิมะเริ่มโปรยปรายพร้อมรอยยิ้ม
“เยว่เยว่รีบเข้าบ้านเร็วเข้าเดี๋ยวจะป่วยไข้เอาได้”พี่ใหญ่รีบวิ่งมาอุ้มกระเตงร่างน้อยๆของน้องสาวทันทีที่เห็นว่าออกยืนไปอยู่กลางหิมะ
“เยว่เยว่ชอบหิมะขอเล่นนิดนึงนะเ้าคะพี่ใหญ่”ิเยว่เริ่มอ้อนพี่ใหญ่พร้อมทำหน้าตาน่ารักใส่เต็มที่
“ไม่ได้เดี๋ยวเ้าไม่สบายและท่านแม่ออกมาก็เห็นจะเ้าดุเอานะ”
“ก็ได้เ้าค่ะิเยว่รับคำเสียงอ่อยยอมให้พี่ใหญ่อุ้มเข้าบ้านอย่างว่าง่ายเมื่อเข้าไปก็เห็นท่านแม่กำลังเอาผ้าห่มผืนใหญ่ออกมาคลุมตัวชุนชุนไว้กันหนาว
ิเยว่เห็นดังนั้นก็คิดได้ รีบดึงเอาพรมขนสัตว์นุ่มๆผืนใหญ่ออกมาแล้วเอามาปูไว้ที่มุมข้างประตูเข้าห้องนอนซึ่งเป็มุมที่มีพื้นที่พอจะนั่งเล่นกันได้ทั้งครอบครัวจากนั้นก็เอาหมอนและโต๊ะญี่ปุ่นทรงกลมมาวางไว้ตามด้วยผ้าห่มหนานุ่มมา
ิเยว่ส่งถุงเท้า ถุงมือและผ้าพันคอให้ทุกคนทันทีที่นั่งกันบนพรมแล้ว
“นี้ดีมาเลยมันอุ่นมาเลยขอรับ”ชุนชุนน้อยเอ่ยขึ้นตอนนี้ตัวเขาถูกห่อด้วยอุปกรณ์กันหนาวต่าง ๆนั่งเป็ก้อนกลมอยู่ที่พื้น
“อืม อุ่นจริงๆ ด้วย”ท่านแม่ก้มมองผ้าพันคอไหมพรมสีฟ้าที่พันอยู่ที่คอแล้วก็เอ่ยขึ้น
“โชคดีที่ตอนนี้หมู่บ้านเราได้รับการปรับปรุงบ้าน ไม่เช่นนั้นคงจะมีหลังคาถล่มกันลงมาบ้างเป็แน่แท้”ท่านพ่อเอ่ยพร้อมทั้งจิบชาดอกไม้อุ่นๆ ไปด้วย
“ท่านพ่อ ท่านแม่ หน้าหนาวเช่นนี้ผู้คนลำบากกันมากหรือไม่เ้าคะ”ิเยว่เอ่ยถามขึ้นมาทั้งยกโกโก้ร้อนขึ้นซดไปด้วยอึกใหญ่ส่วนิเฟิงและชุนชุนก็ไม่ต่างกันยกโกโก้ซดทั้งฟังไปด้วย
“ส่วนมากชาวบ้านทั่วๆ ไปก็พอถูไถเอาตัวรอดกันได้อยู่ส่วนคนไร้บ้านหรือขอทานนั้นท่านเ้าเมืองได้จัดการที่อยู่และของยังชีพให้ทุกปีและปีนี้ดีหน่อยเพราะเมื่อวันก่อนที่ไปขายของพ่อได้ยินชาวเมืองคุยกันมาว่าปีนี้จำนวนคนไร้บ้านและขอทานลดน้อยลงคิดว่าเป็เพราะตลาดท่าเรือของเมืองโจวเจียงเจริญรุ่งเรืองขึ้นจึงมีการว่าจ้างงานกันมากขึ้นปัญหาคนไร้บ้านและขอทานจึงลดน้อยลงไปมาก”
“นับว่าท่านเ้าเมืองคนนี้มีความสามารถและเก่งกาจมากเลยนะเ้าคะท่านพี่”
“ใช่แล้วล่ะ ท่านเ้าเมืองคนนี้มีใจช่วยเหลือชาวเมืองดีจริงๆ”
ท่านพ่อท่านแม่พูดคุยเื่นั้นเื่นี้กันไปเรื่อยๆจนเยว่เยว่ที่ได้ฟังก็ได้รู้เื่ราวต่างๆ ของเมืองโจวเจียงมากขึ้นตามไปด้วย
ในวันต่อมายามเฉิน (07.00-08.59) เสียงเคาะไม้เรียกเป็สัญญาณว่าผู้ใหญ่บ้านเรียกลูกบ้านมาประชุมที่ลานหมู่บ้านก็ดังขึ้น
“เสียงเรียกนี้ผู้ใหญ่บ้านคงจะพูดคุยเื่หน้าหนาวนะเ้าคะ”
“อืม เดี๋ยวพี่ไปเองจิงจิงเ้าอยู่กับลูกๆ เถิด”จากนั้นิฮุ่ยก็สวมเสื้อกันหนาวตัวใหญ่ที่ทั้งอุ่นและหนาทันทีพร้อมกับเดินออกจากบ้านไปที่ศาลาลานหมู่บ้าน
เมื่ออยู่บ้านช่วยว่างงานเยว่เยว่จึงเอาจิ๊กซอว์ภาพวิวสวยๆออกมาจากช่องว่างมานั่งต่อเล่นกับพี่ใหญ่ส่วนน้อยเล็กเป็สมุดภาพระบายสีทั้งสามนั่งเล่นกันอยู่บนพรมนุ่ม ส่วนท่านแม่ก็เดินไปเดินมาทำนั่นนี้ในบ้านไปเรื่อยๆ
ผ่านไปเกือบ 1ชั่วยามแล้วท่านพ่อก็ยังไม่กลับมา
“ท่านแม่เหตุใดท่านพ่อจึงไปประชุมนานนักเล่าเ้าคะ”เยว่เยว่เอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นว่าด้านนอกลมหนาวเริ่มพัดแรงมากแล้วเสียงลมหวีดหวิวดังเสียดสีกับต้นไม้ด้านนอกเสียงดังพร้อมกับหิมะเริ่มตกลงมาอีกแล้ว
“นั้นสิปกติก็ไม่นานขนาดนี้ หิมะก็เริ่มตกอีกแล้ว” แต่ยังไม่ทันที่จะได้คุยกันต่อก็มีเสียงะโเรียกจากหน้าบ้าน
“อาจิง!! อาจิงเ้าอยู่หรือไม่!! อาจิง!!”
“พี่ถงเหยียน มีอันใดเ้าคะดูท่าทางรีบร้อน”ฟางจิงรีบเดินออกจากบ้านมาทันทีเมื่อได้ยินเสียงเรียกที่ร้อนรนที่หน้าบ้าน
“ก็เมื่อครู่มีคนมาแจ้งข้าว่าศาลาหมู่บ้านถล่มเพราะรับน้ำหนักหิมะไม่ไหวก็เมื่อคืนนี้หิมะตกหนักเหลือเกิน”ถงเหยียนบอกกล่าวเสียงสั่นเพราะเป็ห่วงโจวต้าเป่าผู้เป็สามีที่ไปประชุมเมื่อเช้า
“ตายจริง!! มีใครเป็อันใดหรือไม่เ้าค่ะ แล้วสามีข้าเล่าเ้าค่ะ”ฟางจิงใจร่วงไปที่ตาตุ่มเป็ห่วงสามียิ่งนัก
“ก็นี้แหละข้าจะมาตามเ้าไปดูสามีข้ากับสามีเ้าด้วยกันข้าร้อนใจนักและก็จะฝากเสี่ยวเหมยให้อยู่บ้านกับลูกๆ เ้าก่อนด้วย”
“ได้เ้าค่ะ ขอข้าสั่งความเด็กๆ สักครู่นะเ้าค่ะเสี่ยวเหมยเข้าไปเล่นกับพี่ิเฟิง เยว่เยว่และก็ชุนชุนก่อนนะ”ฟางจิงเดินเข้ามาในบ้านพร้อมจูงมือเสี่ยวเหมยแล้วบอกให้เด็กๆ อยู่บ้านกันดีๆ เด็กๆบ้านหยางทั้งสามที่ได้ยินเื่ที่ป้าถงเหยียนพูดทั้งหมดก็ใเป็ห่วงท่านพ่อมากร้องตามจะไปดูท่านพ่อด้วยแต่ฟางจิงไม่ยอมเพราะไม่อยากห่วงหน้าพะวงหลังจึงกล่อมให้เด็กๆ รอที่บ้านก่อนและรีบวิ่งออกไปกับถงเหยียนไปที่ลานประชุมหมู่บ้านทันที
ชุนชุนนั่งกอดพี่ใหญ่แน่นเพราะใมากและเป็ห่วงท่านพ่อส่วนเยว่เยว่ก็มีเสี่ยวเหมยมาเกาะแขนคอยยืนมองอยู่ที่ประตูบ้านน้ำตาคลอด้วยใจเป็ห่วงท่านพ่อพึ่งจะผ่านเื่เหมืองถล่มและหายเจ็บจากครั้งที่แล้วไม่รู้ว่าครั้งนี้ท่านพ่อจะเจ็บอีกหรือไม่
'ฮื้อออ ท่านพ่อ ท่านพ่อของเยว่เยว่' เ้าตัวเล็กแบะปากน้ำตาคลออย่างน่าสงสารเกาะขอบประตูคอยมองไปที่หน้าบ้านอยู่ตลอดเผื่อว่าจะเห็นท่านแม่พาท่านพ่อกลับมาเร็วๆ……