ไลฟ์สด ปลดพลังเวทย์

    กลับสู่ความหลอน

    ฉันถอนหายใจ เขาอยากตายหรือไงถึงจะกลับไปที่นั่นอีก แต่ฉันก็ดันรับเงินเขามาตั้ง 5 หมื่นแล้วนี่สิ นี่เป็นสิ่งที่ฉันทำให้ฉันได้แต่นั่งเงียบๆเสียงโทรศัพท์ของเขาดังขึ้น ตะวันรับโทรศัพท์และพูดคุยกับปลายสายอยู่นานสองนาน ฉันยอมรับว่าเสียมารยาทที่แอบฟังหู่ผึ่ง ประโยคสุดท้ายที่ฉันยินก็คือเขาบอกว่า “ส่งที่อยู่มาให้ผมที”เขาบอกฉันว่ารู้เบาะแสพวกแก็งค์อันธพาลที่ทำร้ายฉันเมื่อวันก่อนแล้ว “คุณไม่ต้องกังวลว่าพวกมันจะมาทำร้ายคุณอีกต่อไปนะ”“คุณจะทำอะไร” ใช่แล้วหลังจากเหตุการณ์วันนั้น และหลังจากที่ฉันไลฟ์สดในครั้งแรก ฉันก็รู้สึกว่าพวกอันธพาลแอบติดตามฉันอยู่ ด้วยเหตุผลอะไรฉันก็ไม่รู้ได้ แม้แต่วันที่ฉันไปไลฟ์สดที่หอพักร้าง ฉันก็เห็นหนึ่งในแก็งค์อันธพาลที่ใกล้ๆหอพักร้างนั้น ถ้าวันนั้นไม่มีตะวันไปด้วยก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับฉัน แต่ฉันไม่ได้บอกเขานะ เขาจัดการสืบหาด้วยตัวเขาเองณ ห้องเช่าเล็กๆแห่งหนึ่ง สองคนที่เป็นกลุ่มที่เคยทำร้ายฉันพักอยู่ที่นี่ พวกเขากำลังหลบซ่อนจากการติดตามของตำรวจสองคนร้ายปรึกษากันว่าจะทำอย่างไรดี ลูกพี่ของเขาก็ถูกตำรวจวิสามัญไปแล้ว ระหว่างที่พวกมันกำลังคิดแผนการณ์อยู่นั้น ประตูห้องก็ถูกถีบจนพังออก คนร้ายคนหนึ่งถูกชกลงไปกองลงกับพื้นทันที ส่วนอีกคนทำท่าจะวิ่งหนีออกไป แต่ก็ถูกจับตัวเอาไว้ได้“ปล่อย ปล่อยกู” เขาดิ้นรนที่จะหนี แต่ก็ถูกตีด้วยไม้จนลงไปนอนกองกับพื้น เขาเงยหน้าขึ้นมาก็พบกับชายที่ชกพวกอันธพาลจนหมอบในคืนนั้น ตะวันนั่นเองตะวันกล่าวออกมาอย่างเย็นยะเยือกว่า “บอกมาว่าพวกแกไปที่หอพักร้างนั่นทำไม พวกแกต้องการอะไร” พวกคนร้ายต่างพากันตัวสั่นด้วยความกลัวความผิด“พวกเรา..พวกเรา..” หนึ่งในคนร้ายตะกุกตะกัก“ไม่บอกก็ไม่เป็นไร ตำรวจรอพวกแกอยู่ เตรียมไปให้ปากคำกับตำรวจเองเถอะ” ตะวันและลูกน้องลากคอสองคนร้ายออกไป ตำรวจมาถึงพอดี พวกคนร้ายต่างเข่าอ่อนนั่งทรุดลงกับพื้นเรื่องราวเริ่มประติดประต่อ จากการบอกเล่าของตำรวจ แท้จริงแล้วคนร้ายเหล่านั้นเคยพักอาศัยอยู่ที่หอพักร้างนั้นมาก่อน พวกมันเป็นกลุ่มคนที่ข่มขืนหญิงสาวคนนั้น จนเธอต้องฆ่าตัวตาย ความเฮี้ยนของวิญญาณของเธอทำให้พวกของชายเหล่าถูกวิญญาณอาฆาตจนพากันฆ่าตัวตายไปทีละคน ส่วนพวกคนร้ายที่เหลือด้วยความกลัวทั้งจากการสืบสวนของตำรวจและกลัวผีผู้หญิงคนนั้นจะตามมาอาฆาตเอาชีวิต จึงหนีออกมา พวกมันกลับไปในคืนนั้นเพราะว่าต้องการไปค้นหาสิ่งของบางอย่างที่ทิ้งเอาไว้มันเป็นหลักฐานที่สามารถสาวมาถึงพวกมันได้  แต่พวกมันหาไม่เจอ และหนีออกมาเพราะฉันและตะวันไปไลฟ์สดลองของที่หอพักร้างนั่นพอดีอาการบาดเจ็บของฉันเริ่มหายดี รวมทั้งอาการคลื่นไส้และอาเจียนเป็นเลือดสีดำนั้นก็หายไปแล้วเช่นกัน ฉันเปิดเฟซบุ้กของฉันขึ้นมาดู ผู้ติดตามของฉันพิ่มขึ้นอย่างมาก มีคนมากมายชื่นชอบรายการของฉัน หลายคนทักมาว่าอยากขอไปร่วมรายการด้วย ยอดเงินโดเนทของฉันก็เพิ่มขึ้นแม้ว่าฉันจะไม่ได้ไลฟ์สดก็ตามที เพราะฉันใส่เลขบัญชีธนาคารเอาไว้ให้ผู้ที่ต้องการสนับสนุนฉัน ฉันพบว่ามีผู้ใช้เฟซบุ้กที่ชื่อว่า “รัตติกาล” ส่งดาวมาสนับสนุนฉันคิดเป็นเงินถึงสามพันบาท เขาส่งคำขอเป็นเพื่อนมาให้ฉันด้วย ฉันจึงกดรับเอาไว้และส่งข้อความไปขอบคุณ แต่เขาไม่ได้ตอบฉันกลับมาผู้คนในหมู่บ้านที่ฉันอยู่ต่างพูดคุยถึงเรื่องที่แก็งค์อันธพาลที่มักก่อเรื่องปล้นจี้คนแถวนี้ถูกจับไปแล้ว ทุกคนต่างปลอดโปร่งโล่งใจและรู้สึกปลอดภัย ฉันก็เช่นกัน ตะวันเขาเป็นใครกันนะสามารถที่จะจัดการคนเหล่านี้โดยไม่เกรงกลัวฉันพักฟื้นอยู่ที่บ้านอีกสองสามวัน บรรดาผู้ติดตามถามฉันว่าจะไลฟ์สดอีกครั้งเมื่อไหร่ นั่นสิฉันไม่ได้ไลฟ์สดมาราวๆหนึ่งสัปดาห์แล้ว จะคิดว่าจะเอาอย่างไรดี ผีก็กลัว เงินก็เสียดาย ทำไมชีวิตของฉันมันไม่เรียบง่ายเหมือนคนอื่นเขาบ้างนะตะวันส่งข้อความมาหาฉันบอกว่าคืนนี้จะมารับ ฉันเดินออกมานั่งที่ระเบียงแล้วเอากริชที่ซื้อมาเช็ดทำความสะอาด มันสะท้อนแสงอาทิตย์แวววาว หรือกริชเล่มนี้จะมีพลังวิเศษที่คอยปกป้องฉันจากสิ่งชั่วร้ายเช่นเดียวกับตะกรุดของฉัน ฉันกำไปที่ตะกรุดที่ห้อยคออยู่ มันเคยช่วยชีวิตฉันมาครั้งหนึ่ง“ว้ายพี่หน้าผี” เด็กผู้หญิงคนหนึ่งเดินผ่านหน้าบ้านฉันและพูดคำนี้ออกมา แม่ของเธอรีบจูงเธอเดินหนีไป ฉันได้ยินแว่วๆมาว่าเธอบอกลูกเธออย่าเข้ามาใกล้ฉัน ใช่ ไม่มีใครแถวนี้อยากจะเข้าใกล้ฉัน ฉันไม่มีเพื่อนบ้าน ฉันหยิบหน้ากากขึ้นมาสวมและพยายามข่มใจไม่ให้คิดอะไรมาก มันเป็นเรื่องปกติที่ฉันจะต้องเจอเรื่องแบบนี้อยู่แทบทุกวันอยู่แล้วเมื่อถึงเวลานัดหมาย ตะวันก็ขับรถมาจอดที่หน้าบ้าน ฉันขึ้นรถไปกับเขา“เราจะไปที่เดิมใช่ไหมตะวัน” ฉันถามเขา“ใช่แล้วไพลิน” เขาตอบมาหน้าตาย ราวกับว่ามันเป็นเรื่องธรรมดาๆ ฉันถอนหายใจเล็กน้อยตะวันให้ฉันดูข้อมูลของคนๆหนึ่ง “คืนนั้นคุณได้เห็นคนนี้ไหม” ฉันพยักหน้า แต่ฉันก็ไม่แน่ใจนักหรอกนะ เพราะคืนนั้นมันสับสนวุ่นวายมากเลยทีเดียวกับการหนีผี“เขาคือเจ้าของหอพักนั้น หลังจากที่เกิดเหตุการณ์หญิงสาวฆ่าตัวตาย และมีคนทยอยฆ่าตัวตายไปตามๆกัน ไม่นานนักเขาก็ฆ่าตัวตาย”ฉันกลืนน้ำลายเอื้อก สถานที่นั้นมันมีความลี้ลับและประวัติซับซ้อนเกินกว่าที่ฉันจะคาดเดา ตะวันหยิบพระเครื่องที่ห้อยมาเต็มคอให้ฉันดู “นี่ครับ พระเกจิของขลังของผมในวันนี้ ส่วนคุณก็มีกริชอาคมของคุณ เราคงไม่ต้องกลัวอะไรกันใช่ไหมสำหรับงานนนี้ ถ้ายังไม่พอผมพกยันต์หลวงพ่อมาด้วย” เขาควักยันต์สีแดงฉานออกมาให้ฉันดูฉันขำให้กับเขาเล็กน้อย เขาเป็นคนที่แปลกและน่าสนใจไม่น้อย เมื่อถึงสถานที่อันเป็นจุดหมาย บรรยากาศรอบข้างมันยังดูน่ากลัวเช่นเดิม  เพียงแค่เห็นตัวตึกที่เด่นสง่าอยู่ท่ามกลางความมืด ฉันก็ขนลุกแล้ว ฉันเริ่มไลฟ์เฟซบุ้ก เพียงไม่กี่นาทีผู้ชมก็เข้ามาอย่างต่อเนื่องเป็นจำนวนหลักพันอย่างรวดเร็ว“สวัสดีทุกๆคน วันนี้เรากลับมาที่หอพักร้างกันอีกครั้ง วันนี้เราจะได้พบวิญญาณหรือไม่ ต้องเข้าไปพิสูจน์พร้อมๆกัน”(โอ๊ย..คุณไม่กลัวบ้างเลยหรือยังไง)(มาแล้วๆ ล่าท้าผี วันนี้ผีจะโดนแทงอีกมั้ย)(เมื่อฉันได้ติดตามช่องของคุณ ฉันก็ไม่อยากดูหนังผีอีกเลย มันสนุกยิ่งกว่าหนังผีเสียอีก)(วันนี้อปป้ามาด้วยรึเปล่า) หมายถึงตะวันสินะยอดโดเนทเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยที่ฉันยังไม่ทันได้พูดอะไรมากเลย ฉันเริ่มออกเดินโดยมีตะวันที่เดินกุมพระเครื่องของเขาเอาไว้แน่น เราเดินผ่านประตูรั้วเข้าไป ตะวันเดินนำฉันราวกับว่าต้องการที่จะปกป้องฉัน หากว่าผีออกมาจริงหวังว่าเขาคงไม่วิ่งหนีนำหน้าฉันไปเสียก่อนนะเราเดินผ่านประตูกระจกที่ตะวันทุ่มเก้าอี้ใส่จนแตกเมื่อครั้งก่อนมา ที่ชั้นหนึ่งเราไม่พบความผิดปกติใดๆ จนกระทั่งเราเดินขึ้นมาจนถึงชั้นสี่ กลิ่นเหม็นสาบโชยมาทันที ชั้นสี่อีกแล้วหรือ ฉันรำพึงในใจเราเดินเข้าไปในห้องที่แลดูมีขนาดใหญ่กว่าห้องอื่นๆ “เหม็นฉิบ” ตะวันสบถออกมา ภายในห้องที่เราเข้ามามันช่างมีสภาพที่เละเทะ ข้าวของยังอยู่เต็มห้อง ราวกับว่าเจ้าของทิ้งเอาไว้ เราเดินตามกลิ่นนั้นไป ตะวันเอื้อมมือไปเปิดประตูตู้เสื้อผ้า มันผุและหลุดออกมา กลิ่นเหม็นสาบโพยพุ่งมากระแทกใบหน้าฉันจนแทบจะอาเจียนแม้ว่าฉันจะใส่หน้ากากอยู่ก็ตามและฉันก็ต้องชะงักกับสิ่งที่เห็น