ใบหน้าสวยหันไปมองหน้าของชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้า
“ขอบคุณมากนะคะที่เดินมาส่งฉัน”
“ด้วยความเต็มใจครับ ถึงบ้านของคุณแล้วผมต้องขอตัวกลับก่อน” เขาบอกกับเธอก่อนจะเดินจากไป
หยินจินซีเผยยิ้มหวานก่อนจะมองผู้พันเยว๋ที่เดินจากไปจนลับตา
“อ้าวจินซีเธอมายืนทำอะไรอยู่ตรงนี้” เสียงของลั่วเหวินเหย่ที่เพิ่งเดินกลับมาเอ่ยถามขึ้น
เธอหันไปมองหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าพลันในหัวก็นึกถึงภาพที่หล่อนกำลังกอดจูบอยู่กับหวงเต๋อจง
“เธอไปไหนมางั้นเหรอเหวินเหย่” เธอแสร้งถามขึ้น
ลั่วเหวินเหย่แสยะยิ้มเบาๆ
“อ่อ ฉันไปทำธุระมาน่ะ”
“พักนี้ดูเธอจะออกไปข้างนอกแทบทุกวันเลยนะ”
เธอมองหน้าของหยินจินซีก่อนจะเดินเข้าบ้านไปอย่างไม่สนใจ
หยินจินซีมองตามลั่วเหวินเหย่ก่อนจะกำหมัดแน่นด้วยความแค้น
“งูพิษต่อให้ชุบเลี้ยงดียังไงก็ยังคงเป็งูพิษอยู่วันยังค่ำ” เธอพูดขึ้นเบาๆ อย่างหมดความอดทนก่อนจะเดินตามหล่อนเข้าไปในบ้าน
“คุณหนูจินซีคะ” เสียงสาวใช้เอ่ยเรียก
หยินจินซีหันไปมองสาวใช้
“มีอะไรงั้นเหรอ”
“คุณหนูกับคุณหวงตงเฉินมีปัญหาอะไรกันรึเปล่าคะ”
“ทำไมเหรอคะมีอะไรงั้นเหรอ”
“ก็พักนี้ดิฉันเห็นคุณหวงเต๋อจงไม่ค่อยมาพบคุณหนูเหมือนเช่นที่เคยอีกทั้งยังมีคนในตลาดต่างพูดกันว่าเห็นคุณหวงเต๋อจงไปไหนมาไหนกับคุณหนูเหวินเหย่อย่างสนิทสนม ดิฉันเลยคิดว่าทั้งคุณหนูกับคุณหวงเต๋อจงมีปัญหากันรึเปล่าน่ะค่ะ”
เธอยิ้มให้กับสาวใช้อย่างอ่อนโยน
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ”
“แค่ได้ฟังที่คุณหนูพูดอย่างนั้นดิฉันก็ดีใจค่ะเพราะเห็นคุณทั้งสองสนิทสนมและหมั้นหมายกันมาั้แ่ยังเด็กกยังไงดิฉันก็ยังอยากให้คุณทั้งสองได้เป็ทองแผ่นเดียวกัน”
เธอยิ้มออกมาเบาๆ
“ทุกอย่างไม่มีอะไรที่เป็ไปไม่ได้ค่ะ ฉันไม่สามารถที่จะพูดอะไรได้ในตอนนี้” เธอพูดราวกับเป็ปริศนาก่อนจะเดินกลับห้องไป
เช้าของวันถัดมา...................................
“จินซี แม่ทำไก่ตุ๋นที่หนูชอบทานเยอะๆ นะลูก” เธอพูดพร้อมกับตักไก่ตุ๋นชิ้นใหญ่ให้กับบุตรสาว
“ขอบคุณค่ะคุณแม่”
“อ้าวเหวินเหย่มาทานข้าวเช้าก่อนสิจ๊ะ” จินหยงเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
จินซีหันไปมองลั่วเหวินเหย่ที่แต่งตัวสะสวยเดินออกมาจากในห้อง
“วันนี้หนูคงไม่ได้ทานด้วยหรอกค่ะ” เธอพูดพร้อมกับจะเดินออกจากบ้าน
“เดี๋ยว” หยินจินซีเอ่ยเรียกไว้
เธอหยุดชะงักก่อนจะหันไปหาหยินจินซี
“มีอะงั้นเหรอจินซี”
“เธอกำลังจะไปไหน”
“ฉันมีธุระด่วนนะฉันขอตัวนะ” เธอเลี่ยงที่จะตอบก่อนจะเดินออกจากบ้านไป
หยินจินซีวางช้อน-ส้อมลงบนจาน
“อ้าว ลูกไม่ทานล่ะจ๊ะ” จินหยงถามบุตรสาวด้วยความสงสัยเมือเห็นเธอวางช้อนส้อม
“เดี๋ยวลูกค่อยกลับมาทานทีหลังนะคะพอดีลูกเพิ่งนึกขึ้นได้มีมีธุระด่วนเช่นกัน” เธอรีบลุกจากโต๊ะอาหารก่อนจะเดินกลับไปที่ห้องนอนของตัวเอง
เธอมองดูกล้องถ่ายรูปที่เพิ่งซื้อมาเมื่อวานก่อนจะแสยะยิ้มราวกับมีแผนในใจ มือเรียวเล็กรีบหยิบกล้องถ่ายรูปนั่นมาไว้กับตัวก่อนจะรีบเดินออกจากห้องไป
“เดี๋ยวหนูรีบกลับนะคะคุณแม่” เธอหันไปบอกจินหยงที่นั่งทานข้าวอยู่ที่โต๊ะอาหารก่อนจะรีบร้อนเดินออกจากบ้านไป
ไม่นานนักเธอก็มาถึงบ้านของหวงเต๋อจง เธอเลี่ยงที่จะเดินผ่านหน้าบ้านและลัดเลาะไปทางด้านหลังของบ้านเพราะไม่อยากให้ใครเห็นก่อนจะอ้อมมาจนถึงหน้าห้องทำเพลงของหวงเต๋อจงที่ถูกสร้างขึ้นอย่างเป็ส่วนตัว เนื่องจากเพราะห้องทำเพลงของเขาอยู่ห่างจากตัวบ้านพอสมควรอีกทั้งยังไม่มีใครมาเพ่นพล่านแถวนี้เพราะหวงเต๋อจงค่อนข้างเป็คนหวงความเป็ส่วนตัวคนใช้ในบ้านของเขาจึงไม่กล้าเข้ามา และแน่นอนเมื่อไม่มีใครกล้าเข้ามาเขาจึงไม่คิดระแวดระวังตัวเอง แม้กระทั่งหน้าต่างบานใหญ่เขาก็ยังคงเปิดกว้างทิ้งไว้อย่างไม่ใส่ใจ
หยินจินซีเดินอ้อมมายังฝั่งหน้าต่างก่อนจะแอบดูคนทั้งสองที่อยู่ด้านใน ไม่นึกเลยวันนี้เธอจะได้เห็นฉากรักที่ร้อนแรงของทั้งคู่ เธออ้างปากค้างด้วยความใ นี่เป็ครั้งแรกที่เธอได้เห็นฉากรักกับตาของตัวเอง เธอพยายามเรียกสติของตัวเองให้กลับมาก่อนจะยกกล้องถ่ายรูปในมือขึ้นมารัวชัตเตอร์แบบไม่ยั้ง
เธอมองดูคนทั้งคู่ด้วยใบหน้าที่เรียบนิ่งแม้จะรู้สึกโกรธแค้น
“สกปรกที่สุด ไม่คิดเลยว่านอกจากร้องเพลงเธอทั้งสองยังทำเื่ที่ไร้ยางอายได้ขนาดนี้” เธอพูดเบาๆ ก่อนจะเดินลัดเลาะออกไปจากบ้านของหวงเต๋อจงในทันที