“ฉันจะแสดงให้เห็นเองนี่แหละ ว่าฉันสมควรจะได้รับมัน!! ไม่ใช่แกคนเดียวสักหน่อยที่มีความสามารถนั้น!” ชายคนนั้นเริ่มมีเปลวไฟปะทุออกมารอบตัว และออร่ารอบ ๆ ตัวของเขาก็เริ่มเห็นได้ชัดเจนขึ้นเช่นกัน
‘สีม่วง?!’ อาคุมุถึงกับใในทันทีเมื่อได้เห็นออร่านั้น ซึ่งมันปรากฏให้เห็นถึงความน่าเกรงขามและแรงกดดันโดยรอบ
“อิชิโร่! ใจเย็น ๆ ก่อนไม่เป็หรือไง?!” อากิระเอ่ยปากบอกกับชายคนนั้น ซึ่งเขามีนามว่า "ฟุโด อิชิโร่" เป็พี่ชายแท้ ๆ ของอากิระ แต่ด้วยความที่ไม่ค่อยเอาใจใส่ในหน้าที่การงาน ไม่มีความรับผิดชอบ และด้วยความสามารถรอบด้านที่ด้อยกว่าน้องชาย ทำให้ไม่ได้รับสืบทอดเป็หัวหน้าตระกูลต่อไป
“ห๊าา? นี่แกเรียกชื่อฉันตรง ๆ เลยเหรอ แกไม่นับพี่นับน้องกันแล้วใช่ไหม? อยากจะเป็ศัตรูกันใช่ไหม?!” ด้วยความเอาแต่ใจของอิชิโร่ ทำให้เขาดูเหมือนยังไม่น่านับถือเท่าที่ควร คนส่วนใหญ่ในตระกูลจึงไม่เคารพและเชื่อฟังเขา ทำให้เขาน่าเกรงขามเพียงเพราะว่าเป็พี่ชายของอากิระก็เท่านั้น
“เฮ้อ!.. นี่พี่ยังคิดจะทำตัวเหมือนเด็กไม่เปลี่ยนเลยหรือไง อยู่ต่อหน้าเด็กก็ยังจะทำตัวเป็เด็กเหมือนเดิม แบบนี้มันจะไปมีคุณสมบัติอะไรที่สามารถเข้ามารับหน้าที่และตำแหน่งนี้ได้ล่ะ!!” อากิระตอบกลับไปจึงทำให้อิชิโร่สงบสติอารมณ์ได้เล็กน้อย แต่มันก็ยังไม่จบเพียงแค่นั้น
“ที่แกพูดมันก็ใช่อยู่... แต่แกบอกว่าฉันเป็เด็กเหรอวะ?!!” อิชิโร่สงบสติได้เพียงชั่วคราว เขาก็เกิดะเิอารมณ์ออกมาอีกครั้ง ซึ่งในครั้งนี้เขาพร้อมที่จะโจมตีโดยไม่ลังเลเลยสักนิด
“ดาวตกเพลิงนรก!!” อิชิโร่ะโออกมาพร้อมกับชี้นิ้วไปทางอากิระ ได้มีวงแหวนเวทสีแดงปรากฏให้เห็นรอบข้อมือ และมีวงแหวนเวทขนาดใหญ่ปรากฏอยู่สูงเหนือศีรษะของเขา
ลูกบอลเพลิงจำนวนมากพุ่งออกมาจากวงแหวนเวทขนาดใหญ่นั้น ซึ่งพลังโจมตีก็ดูน่าสะพรึงกลัวมาก
“แกเป็บ้าไปแล้วใช่ไหมเนี่ย? โล่เพลิงคุ้มกายา!” อากิระนั้นใช้ทักษะการป้องกัน ปรากฏให้เห็นเกราะกำบังเปลวเพลิงขนาดใหญ่ห่อหุ้มร่างกายของอากิระเอาไว้ แต่ที่มากไปกว่านั้นคือเขาทำให้มันป้องกันชูยะและอาคุมุไว้ด้วย
‘ทำแบบนี้ได้ด้วยเหรอเนี่ย? ลุงคนนี้ไม่ธรรมดาจริง ๆ เป็เหมือนอย่างที่คิดไว้เลย’
การโจมตีของอิชิโร่นั้นไร้ผล ไม่สามารถเจาะทะลุการป้องกันของอากิระไปได้
“ชิ! นี่แกไปซุ่มฝึกมาหรือไงกัน?” อิชิโร่ถามกลับไปด้วยความฉุนเฉียว เพราะที่ผ่านมาการโจมตีของอิชิโร่นั้นจะทำอะไรได้บ้างเล็กน้อย ถึงแม้ความสามารถจะต่างกันอยู่พอสมควร แต่มันก็ไม่น่าจะห่างชั้นกันขนาดนี้
“ก็นี่มันฉัน ไม่ใช่นายที่เอาแต่อวดเบ่งไปวัน ๆ ไม่มีอะไรพัฒนาสักอย่าง แล้วจะมาบอกว่าคู่ควรกับตำแหน่งที่สูงศักดิ์เนี่ยนะ”
ในตอนนี้อิชิโร่ทำได้แค่กำมือไว้แน่น และระงับความโกรธเอาไว้ เพราะตอนนี้เขาก็ได้สร้างความขายหน้าให้หลาย ๆ คนได้เห็นมามากพอแล้ว
“แกก็ดูแลองค์ชายน้อยให้ดี ๆ ก็แล้วกัน อย่าให้มีไอ้เด็กเมื่อวานซืนแบบนี้มาทำให้เสียระบบที่วางไว้อีก” ว่าแล้วอิชิโร่ก็หันหลังให้และหายตัวไปโดยการใช้วงแหวนเวทในการเคลื่อนที่ กลุ่มคนนับสิบก็หายไปด้วยเช่นกัน
“ท่านลุงเป็ถึงหัวหน้าตระกูลเลยนะครับ ทำไมคนพวกนั้นถึงตามคนอย่างลุงอิชิโร่ ผมล่ะสงสัยมานานแล้ว” ชูยะที่เห็นอย่างนั้นบ่อยครั้งแล้วจึงตัดสินใจถามออกไปในครั้งนี้
“ที่ตามเขาไปก็มีแต่คนที่เข้าข้างเขาทั้งนั้นแหละองค์ชาย คนที่ติดตามเราก็คงจะยังหาตำแหน่งไม่เจอ เราต้องรีบกลับไปแล้วล่ะ” อากิระตอบกลับไป
“เ้าหนู ยังไงนายก็ระวังตัวไว้หน่อยล่ะเพราะ่นี้คนจากตระกูลใหญ่ต่างออกเดินทางตามหาของล้ำค่า ตอนนี้ฉันกับองค์ชายต้องไปก่อนแล้วล่ะ”
“เอ่อ.. ครับ” อาคุมุพูดตอบกลับอากิระ
“ไว้เจอกันใหม่ล่ะน้องชาย” ชูยะพูดบอกกับอาคุมุ หลังจากนั้นทั้งสองก็หายไปด้วยทักษะการเคลื่อนที่ด้วยวงแหวนเวท
“ตระกูลใหญ่กับของล้ำค่า.. แล้วองค์ชายนี่โผล่มาได้ยังไงกัน ถ้าเกิดว่าเพิ่งจะใช้ทักษะวงแหวนเวทได้ก็น่าจะอยู่ใกล้ ๆ นี้หรือเปล่า.. แต่เดี๋ยวนะ ถ้าเกิดว่าเขาพัฒนาวงแหวนเวทไปแล้วล่ะ เพราะว่าขนาดของวงแหวนเริ่มต้นนั้นแค่ 1 เมตรเองนี่ มันยังไงกันแน่เนี่ย?”
ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่เข้าใจ เพราะถ้าเขาอยู่ใกล้ ๆ เหมือนอย่างที่อาคุมุคิดไว้ล่ะก็ วงแหวนเวทขององค์ชายนั้นคงจะต้องมีความยาวเส้นผ่านศูนย์กลางอย่างน้อย 100 เมตรหรือมากกว่านั้น ไม่อย่างนั้นคงจะไม่สามารถมาปรากฏตัวอยู่ตรงนี้ได้เป็แน่แท้
“เฮ้อ!.. แสงอัสนีบาต”
อาคุมุหันฝ่ามือไปทางพื้นดิน เสียงะเิดังขึ้นมา ความรุนแรงของแสงอัสนีบาตปะทะกับพื้นบริเวณนั้นจนมันเกิดเป็รูอีกครั้ง
ตู้มม!
“อยู่ดี ๆ ก็นึกขึ้นได้ มันใช้ได้แบบคล่องแคล่วแล้วจริง ๆ ด้วย นี่แหละถึงจะเป็ก้าวแรกที่สมบูรณ์แบบ..”
“นี่มัน.. อะไรอีกแล้วเนี่ย?”
อาคุมุยังไม่ทันได้ทำอะไรไปมากกว่านั้น เขาก็ต้องรู้สึกได้ถึงความแปลกประหลาดในร่างกายอีกครั้ง
วงแหวนเวทสีฟ้าได้ปรากฏขึ้นมาบริเวณข้อมือของเขา มันเปล่งประกายเป็แสงสีฟ้าที่เจิดจ้าออกมา ความสว่างของแสงสีฟ้านั้นแทบจะทำให้อาคุมุต้องหลับตาลง หลังจากนั้นแสงที่เคยสว่างก็เริ่มลดน้อยลง มันเริ่มกระพริบพร้อม ๆ กับแสงที่ค่อย ๆ หายไปทีละนิด จนกระทั่งแสงสว่างนั้นหายไปจนหมด
“มันหมายความว่าอะไรกัน?”
วงแหวนสีฟ้าบริเวณข้อมือของเขานั้นหมุน 1 ครั้ง หลังจากนั้นมันก็หายไป ซึ่งอาคุมุก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่ามันคืออะไรกันแน่
“นั่นน่ะคือการพัฒนาของวงแหวนเวท” ได้มีเสียงของชายคนหนึ่งดังขึ้นมาจากทางด้านหลังของเขา ซึ่งคนคนนั้นที่พูดขึ้นมาก็คืออิซามุนั่นเอง
“พ่อ.. มาั้แ่เมื่อไรครับ?” อาคุมุถามกลับไปในทันที เพราะเขาไม่รู้สึกเลยด้วยซ้ำว่ามีคนอยู่ใกล้ ๆ พ่อของเขาอาจจะเพิ่งมาถึงก็เป็ได้
“พ่อก็กลับมาเมื่อไม่นานนี้แหละ ได้เห็นตอนวงแหวนเวทของลูกพัฒนาขึ้นมาพอดี”
“พัฒนาที่ว่า หมายถึงอะไรเหรอครับ?” อิซามุนั้นมาเห็นตอนที่วงแหวนของอาคุมุนั้นเกิดการพัฒนา นี่จึงเป็โอกาสดีที่เขาจะได้รู้เกี่ยวกับการพัฒนาในครั้งนี้
“ก็.. พัฒนาคุณสมบัติและความสามารถรอบด้านของวงแหวนเวทไงล่ะ เช่นขนาดและความรุนแรงของพลังโจมตี” อิซามุพูดยังไม่ทันจบ อาคุมุก็เกิดสงสัยขึ้นมาในทันที
“พลังโจมตี? ทำไมมันถึงเพิ่มพลังโจมตีได้ล่ะครับ”
“ตอนที่ลูกปล่อยพลัง ก็จะเห็นได้ว่ามันมีวงแหวนเวทปรากฏขึ้นบริเวณข้อมือใช่ไหมล่ะ? เพราะวงแหวนเวทนี่แหละคือตัวกลางในการปล่อยพลังเวท ภายในร่างกายของเรานั้นแค่ผลิตพลังเวทออกมาแล้วส่งมันผ่านอวัยวะต่าง ๆ แต่วงแหวนเวทนั้นทำหน้าที่ในการปล่อยพลังโดยตรง ซึ่งถ้าวงแหวนเวทไม่พัฒนา การโจมตีและหลาย ๆ อย่างของเราก็จะไม่พัฒนาเช่นกัน”
อิซามุพูดจบก็เห็นสีหน้าของอาคุมุที่กำลังบึ้งตึงในทันที
“โธ่พ่อ! ทำไมไม่บอกผมั้แ่แรกกันเล่า ผมคิดว่าผมปล่อยพลังเวทผ่านฝ่ามือมาโดยตลอดเลยนะ” แต่ขณะนั้นอาคุมุก็นึกบางอย่างขึ้นได้ในทันที
‘หรือว่า.. วงแหวนเวทขนาดใหญ่ของตาลุงนั่นในตอนนั้น แบบนี้นี่เอง!’
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ก็พ่ออยากให้ลูกได้เห็นการพัฒนาของวงแหวนเวทก่อนนี่ ให้ลูกได้เอะใจก่อนว่ามันคืออะไร เพราะมันเป็สิ่งที่ไม่เคยเห็นใช่ไหมล่ะ พ่อถึงได้ปล่อยให้ลูกฝึกเองไงล่ะ” อิซามุตอบกลับไปแล้วเขาก็เตรียมที่จะเดินเข้าไปในบ้าน
“แล้วก็หลุม.. เก็บมันด้วยล่ะ ฮ่า ฮ่า” เขาพูดกับอาคุมุก่อนที่จะเดินเข้าไป
“ครับ ๆ ผมเข้าใจแล้ว”
“แต่ก่อนอื่น.. สร้างวงแหวนเวท!” เขาคว่ำฝ่ามือลงพร้อมกับพูดออกไป และนั่นก็ทำให้เขาใเป็อย่างมาก
“โอ้โห!!”