ตอน 26 แง้มจวนใจให้คนชั่วร้อนรน
"ฝ่าาเพคะอย่าหาว่าหม่อมฉันกล่าวตำหนิไฉเอ่อร์เลย เื่สำคัญเช่นนี้เหตุใดไฉเอ่อร์ยังหลงลืมหากแม้นแต่ไฉเอ่อร์จะจงใจละเลยการต้อนรับแขกต่างเมืองอย่างว่าที่ชายาของตนแต่ทว่าหม่อมฉันสั่งให้นางเล็กๆไปกำชับ กลับโดนตบตีทำร้ายร่างกายกลับมา"
"เสด็จพี่ดูสิเพคะแม้ว่าจะไม่ใช่ธุระกงการอะไรของตน เพื่อพี่ใหญ่ของเขาแล้ว ปินเอ่อร์(อวิ่นปินเฉิงองค์ชายรอง)ก็ยังมาร่วมด้วย ช่างรู้ความจริงๆ"ฮองเฮากล่าวคำที่ดูเหมือนว่าจะเป็ห่วงเป็ใยเชิงตัดพ้อติเตียนเล็กน้อยกรอกหูฝ่าา
แต่ความจริงในใจลึกๆแล้ว เปล่งถ้อยคำพวกนั้นออกไปเพื่อหวังยุยงใส่ไฟให้ฝ่าาโอนเอน นึกพินิจว่าเจ้อิไม่เหมาะสมต่อการเป็ผู้นำคนแม้กระทั่งงานเล็กๆแค่นี้ยังเอาแต่ทำตามอำเภอใจตัวเอง ไม่เหมือนองค์ชายรองบุตรโอรสของตน ที่ให้ความสำคัญกับทุกเื่ในวัง ั้แ่เื่เล็กยันเื่ใหญ่
"ฝ่าาเพคะหรือว่าครั้งนี้ที่ไฉเอ่อร์มิกล้ามาที่นี่อาจจะเป็เพราะไฉเอ่อร์ก่อเื่ที่น่าละอายใจจนมิกล้าสู้หน้า "ฮองเฮาจอมร้ายกาจอันไหนยุยงได้ ก็ใส่ทุกเม็ด
"ใครบอกว่าข้าจงใจละเลย!!! "เสียงองค์ชายใหญ่อย่างไฉเจ้อิ เปล่งวาจาอันจองหองมาจากหน้าโถงใหญ่ พลางก้าวขาเดิน...โดยมีหลานเสี่ยวชิงติดตามประคองตัวมาด้วยในตำแหน่งพระสนมเพียงคนเดียว
"ในที่สุดเ้าก็มาแล้วลูกข้าเนิ่นนานเพียงใดกันแล้ว ที่ข้ามิได้พบหน้าเ้าโดยตรง"ฝ่าาดีใจที่ได้เห็นบุตรชายของตนกับหวงกุ้ยเฟยยอมปรากฏตัวที่นี่
"ทว่า.... แม่นางที่อยู่ข้างกายเ้าเป็ผู้ใดกัน" ทันทีที่ฝ่าาเห็นหลานเสี่ยวชิง ตกตะลึงในความงดงามในใจอยากจ้องจะง้าบกินเด็กสาววัยแรกแย้ม เร่งเอ่ยถามด้วยความลำพองใจ
"เสด็จพ่อ ด้วยฐานะที่มี นางต่ำต้อยมิได้มากบทบาทคู่ควรให้ท่านได้เอ่ยถึง "เอาล่ะๆ ไฉเจ้อิหวงเมียล่ะจ้าเริ่มจะรู้ทันว่าอีพ่อจ้องอยากจะกินเมียตัวเอง ถามว่ารู้ได้ยังไงน่ะหรอก็เขามองผ่านผ้าขาวบางที่คาดปิดตาไว้น่ะสิ สายตาฝ่าาเป็มันวาวเพ่งมองเมียลูกชายอย่างตั้งใจ แม้แต่จะละสายตายังไม่ยอม อย่าว่าแต่จะกะพริบตาเลย
"ฮะฮ่า เ้าช่างเข้าใจพูดดีจริงๆฐานะต่ำต้อยงั้นหรือ เช่นนั้นข้าสามารถมอบความสูงส่งให้นางได้ในชั่วพริบตา...ว่าอย่างไรแม่นางน้อย เ้ายินดีแต่งเป็สนมเอกของข้าหรือไม่"ฝ่าาไม่อ้อมค้อมแม้แต่ประโยคเดียว กล่าวตรงๆโท่งๆทั้งที่ฮองเฮาก็นั่งอยู่ข้างๆ
ไฉเจ้อิการละคร เล่นเป็คนตาบอดไร้ประโยชน์ ควานหามือเสี่ยวชิงเพื่อจับกุมมือนางไว้
"เสด็จพ่อท่านจะกล่าวเช่นนั้นถือเป็การดูถูกข้าเกินไปแล้ว ั้แ่เล็กจนโต ตำหนักหย่งเล่อและข้างกายข้านั้น ไม่เคยมีสตรีนางใดกล้าเข้าใกล้เพราะกลัวข้านี้รังแกอย่างเืเย็น"
"แต่ทว่ากับนาง กลับอยู่ข้างกายข้าได้ทุกวันคืนนอกจากนี้ข้ายังเฝ้าทะนุทะนอมนางในบางโอกาสเสด็จพ่อมองไม่ออกจริงๆหรือว่านางคือสนมของข้าที่เสด็จแม่(ฮองเฮา)เป็ผู้เลือกสรรให้ข้าเป็อย่างดี" เจ้อินอกจากจะเป็คนคลั่งรัก ยังเป็คนขี้หวงอึก หวงเมียหนักมากยอมกล่าวกระแหนะกระแหนพ่อจนหน้าหงาย ก็เพราะนางคนเดียว
เพื่อให้หลานเสี่ยวชิง เมียสุดที่รักสบายใจแม้กระทั่งยอมมาต้อนรับเมียหลวง(ว่าที่ชายาอย่างองค์หญิงปี่ชาลั่ว)ถึงตำหนักใหญ่
**เดิมทีไม่ว่าจะจัดงานใหญ่โตโอ่อ่าอะไรเจ้อิคนนี้ไม่ยอมเข้าร่วมแม้แต่ครั้งเดียว**
เพื่อเมียจ๋า เจ้อิทำได้ทุกอย่าง
"ที่ไฉเอ่อร์กล่าวมานั้นเป็ผลงานของเ้าจริงหรือฮองเฮา" ฝ่าากล่าวถามด้วยน้ำเสียงเย็นๆเพราะในใจรู้สึกเสียดายนัก ที่ฮองเฮาไม่คัดเลือกสนมที่งดงามเช่นนางมาให้ตน
"เหอะ ฝ่าาท่านควรไว้หน้าข้าเสียบ้างถึงอย่างไรข้าก็เป็ถึงมารดาแห่งแผ่นดิน เป็ถึงฮองเฮาของท่าน "
"แต่ท่านกลับทวงไถ่นางสนมจากไฉเอ่อร์ต่อหน้าข้า!!! เช่นนั้นตำแหน่งฮองเฮาของข้ามันยังจำเป็อยู่อีกหรือไม่"ฮองเฮากล่าวตัดพ้อน้อยอกน้อยใจ แสดงสีหน้าท่าทางออกมาชัดเจนว่าไม่พอใจ
นี่เป็ชนวนเหตุที่ทำให้ฮองเฮาผู้สูงส่งเกลียดชังหลานเสี่ยวชิงเข้าไส้
ไฉเจ้อิเอง ไม่พอใจเช่นกันที่พ่ออยากได้เมียตัวเองไปเป็นางสนมบำเรอกาม...เขารับไม่ได้กับสายตาที่จ้องมองเสี่ยวชิงปานงูใหญ่จ้องฉกลูกไก่...เขาจึงก้มโค้งคำนับ พร้อมกล่าวขออภัยที่ไม่อาจอยู่รอรับว่าที่ชายาได้
"เสด็จพ่อ หากการมาของข้า ทำให้เกิดเื่หมางใจไฉเอ่อร์ คงต้องขอทูลลา เื่รอรับว่าที่ชายาของข้าคงต้องให้เป็หน้าที่พวกท่านแล้ว" เจ้อิคำนับเสร็จหันหลังขวับด้วยสีหน้าไม่พอใจ ย่างเท้าหวังเดินออกไปจากตำหนักใหญ่ให้เร็วที่สุด
กระทั่งเวลาจวนจะถึงแล้ว เจ้อิก้าวได้เพียงสองย่างเสียงกงกงกล่าวร้องจากหน้าตำหนักใหญ่
"ทูลฝ่าา.... องค์หญิงปี่ชาลั่วแห่งเมืองซานเป่ยเสด็จ..." เสียงกงกงกล่าวรายงาน
ทว่าไฉเจ้อิไม่สนใจใดๆ เขายังคงยืนยันจะย่างเท้าเดินหน้าต่อไปเพื่อพาเมียสุดที่รักออกจากตรงนี้ ตรงหน้าประตูทางเข้า เป็ปี่ชาลั่วที่ก้าวเข้ามาส่วนไฉเจ้อิก้าวเท้าออกไป ปี่ชาลั่วได้เหลือบหันมองในจังหวะที่พวกเขานั้นสวนทางกันเพียงเสี้ยววินาที...
"ชายผู้นั้นเป็ใครกันนะเหตุใดทรวดทรงคุ้นหูคุ้นตานัก" ชาลั่วรู้สึกข้องใจกระทั่งหันหลังกลับไปมอง หรือว่าจะเป็สวามีจอมโฉดของข้าที่ใครๆก็ลือว่าเป็บุรุษตาบอดแสนโส-มม
"ปี่ชาลั่ว คารวะฝ่าา คารวะฮองเฮา"ชาลั่วงดงามทั้งรูปโฉมและมารยาท ถูกใจฝ่าายิ่งนัก
"เลือกไม่ผิด เลือกไม่ผิดจริงๆในที่สุดสัญญาของสองแคว้นแดนเมืองก็ใกล้สิ้นสุดลง ข้าเห็นเ้ายังแต่ยังเยาว์นักไม่คิดว่าเพียงพริบตาเดียวจะผ่านไปนานหลายปี กระทั่งเ้าเติบใหญ่เป็สาวงาม "
"เหมาะจริงๆเหมาะสมเป็ชายาของไฉเอ่อร์จริงๆ"
"เอาล่ะ เปียนจิงของข้า ยินดีต้อนรับเ้าหากขาดเหลือสิ่งใดโปรดแจ้งแก่สาวใช้ พวกนางจะจัดหาปรนนิบัติเ้าเป็อย่างดี"
"ชาลั่วขอบพระทัยฝ่าาที่เมตตา "
"ทว่าชาลั่วมีเื่ที่่อยากจะทูลต่อฝ่าาโปรดไตร่ตรองสืบสวนให้กระจ่างด้วยเถิด"ชาลั่วมาถึงก็รีบเปิดประเด็นเสียเลย
"เข้ามาเถอะ"ปี่ชาลั่วเอ่ยเสียงเรียกหลงตูที่ควบคุมหัวหน้าโจรอยู่หน้าตำหนัก
"ทูลฝ่าาคนผู้นี้อ้างตัวว่าเป็มือสังหารรับจ้างที่องค์ชายไฉเจ้อิบงการให้สังหารปลิดชีพองค์หญิงปี่ชาลั่วกลางทาง" เสี่ยวหลงตูกัดไม่ปล่อยเขารู้ดีแก่ใจอยู่แล้วว่าเื่นี้เป็ฝีมือฮองเฮาเพื่อกระตุ้นให้นางร้อนรนอยู่ไม่เป็สุข กระวีดกระวนใจ
"หากไฉเอ่อร์เป็ผู้บงการ เหตุใดเสี่ยวหลงตูจึงได้ควบคุมชายผู้นั้นล่ะ" ฝ่าาตรัสถามด้วยน้ำเสียงดุดัน
"จงกล่าวต่อหน้าข้า ว่าผู้ใดบงการให้เ้าก่อเื่ต่ำช้าเช่นนี้"ฝ่าาตบโต๊ะเสียงดังปึ้ง!!!
"หากเ้ายอมพูดความจริง ข้าจะไว้ชีวิตเ้ากษัตริย์ตรัสไม่คืนคำ " ฝ่าาดูจริงจังในการสอบหาความเพราะเื่นี้ถือเป็เื่ใหญ่ที่ไม่อาจมองข้าม
"ผู้ที่อยู่เื้ัเื่ราวทั้งหมด.... คือ...คะ คะ คะ คือ..."หัวหน้ากลุ่มโจนแหงนหน้าขึ้นมองไปยังเบื้องหน้าเหลือบตาเพ่งไปยังฮองเฮาที่นั่งเคียงบัลลังก์
สีตาสีหน้านั้น ทำให้ฮองเฮาเริ่มเหงื่อตกยางออก อยู่ไม่นิ่งไม่เป็อันนั่งติดที่ ฮองเฮาครุ่นคิดอย่างหนัก ว่าหากเขาซัดทอดออกมานางจะทำอย่างไรต่อไป