ขณะที่ลูกเตะของมู่เชียนจิ่วใกล้จะโดนเป้าหมายแล้ว ภาพที่นางคิดเอาไว้กลับไม่เกิดขึ้น เมื่อมีมือที่ร้อนผ่าวจับข้อเท้าของนางเอาไว้เสียก่อน
จวินอู๋เสียดวงตาวาวโรจน์ “เ้าจะทำให้ข้าไร้ผู้สืบสกุลอย่างนั้นหรือ?”
“ใช่ที่ไหนกัน…” มู่เชียนจิ่วแสร้งหัวเราะกลบเกลื่อน แก้ตัวน้ำขุ่น ๆ “ข้าแค่อยากมีลูกกับท่านต่างหาก!”
จวินอู๋เสียหัวเราะเสียงเย็น “เ้าคิดว่าข้าหลอกง่ายขนาดนั้นเลยหรืออย่างไร?”
ลูกเตะเมื่อครู่แม้จะไม่รุนแรงนัก แต่ถือเป็การหยามศักดิ์ศรีของเขามาก!
าามารจิ่วเย่าอย่างเขาหากถูกสตรีไร้ยางอายเตะจุดยุทธศาสตร์เข้า เขาคงต้องปลิดชีพตัวเองหนีความอัปยศเป็แน่!
“ก็ได้ ข้าคืนให้ท่านก็ได้!” มู่เชียนจิ่วใช้สองมือจับชุดคลุมตัวเองเอาไว้
“ท่านพี่ ถึงอย่างไรข้าก็หนีท่านไม่รอดอยู่แล้ว พวกเรามาเจรจากันดีหรือไม่?”
มุมปากจวินอู๋เสียโค้งขึ้นพร้อมสืบเท้าเข้ามาใกล้ ๆ มู่เชียนจิ่วเองก็ค่อย ๆ เอนตัวไปด้านหลัง จนร่างของนางแนบติดกับกำแพงหิน
‘นี่ข้าถูกหินกระแทกหัวหรืออย่างไรกัน?’
เมื่อเห็นใบหน้าหล่อเหลาตรงหน้าใกล้ ๆ หัวใจของมู่เชียนจิ่วก็เต้นแรงอย่างประหลาด …บุรุษตรงหน้าช่างหล่อเหลาจริง ๆ น่าเสียดายที่ขี้งกไปหน่อย
นางก็แค่เอาของวิเศษมาไม่กี่ชิ้นเอง และถอดกางเกงมาอีกตัวเท่านั้น ต้องถึงขนาดตามล่ามาถึงที่นี่เชียวหรือ?
อีกอย่าง ก็ใช่ว่านางจะไม่ทิ้งอะไรเอาไว้ให้สักหน่อย คนขี้งก!
“เมื่อครู่เ้าบอกว่า เ้าอยากทำอะไรนะ?” จวินอู๋เสียใช้สายตาสำรวจมู่เชียนจิ่วอย่างไม่เกรงใจ โดยเฉพาะศีรษะทุยสวยสะท้อนกับแสงตะวันจนเกิดเป็ประกายวิบวับ
มู่เชียนจิ่วจ้องเข้าไปในดวงตาแข็งกร้าวคู่นั้น ใจก็เต้นตึกตักขึ้นมาอีกครั้ง “ท่านพี่ นั่นเป็เพียงความปรารถนาของข้าก็เท่านั้น อีกอย่างข้าขี้เหร่เพียงนี้ ไม่ใช่สตรีที่ท่านจะชมชอบหรอกกระมัง คนต้อยต่ำอย่างข้า ขอเพียงได้แอบชอบท่านอยู่แบบนี้ ข้าก็พอใจมากแล้ว”
สายตาของจวินอู๋เสียหยุดอยู่ที่ศีรษะสะท้อนแสงครู่หนึ่ง “ขี้เหร่จริง ๆ”
มู่เชียนจิ่วแข็งค้างไปทันที ‘เฮอะ ข้างดงามราวกับบุปผา สูงสง่าราวกับเทพธิดา เ้าบ้านี่กลับกล้าบอกว่าข้าขี้เหร่อย่างนั้นหรือ!’
หากไม่ใช่เพราะนางสู้เขาไม่ได้ละก็ นางจะทิ่มลูกตาคนผู้นี้ให้บอดไปเสีย!
มู่เชียนจิ่วถลึงตาใส่จวินอู๋เสีย คิดภาพทำร้ายเขาอยู่ในหัวเป็ล้าน ๆ ภาพ นางเชื่อว่าโชคชะตามีวันเปลี่ยนแปลง รอนางแข็งแกร่งเมื่อใด จะต้องเตะคนผู้นี้ให้ได้!
“ท่านพี่ เช่นนั้นท่านช่วยปล่อยข้าก่อนได้หรือไม่?”
จวินอู๋เสียเชยคางมู่เชียนจิ่วขึ้น ั์ตาดอกท้อสะท้อนใบหน้าของอีกฝ่าย “แม้เ้าจะขี้เหร่ แต่เห็นแก่ที่เ้าชอบข้าถึงเพียงนี้ ข้าจะฝืนใจสักครั้ง เพื่อให้เ้าสมหวังก็แล้วกัน”
มู่เชียนจิ่ว “...”
‘บัดซบ เ้าคนผีทะเล เหตุใดไม่เล่นตามบทล่ะ!’
เมื่อเห็นใบหน้าหล่อเหลาเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ มู่เชียนจิ่วก็คิดอะไรไม่ออกขึ้นมาดื้อ ๆ …ช่างเถอะ คิดเสียว่านางถูกเนื้อหมูกระแทกปากแล้วกัน ยังดีกว่าถูกหักคอไม่ใช่หรือ?
มู่เชียนจิ่วหลับตาลง ริมฝีปากเผยอออก จินตนาการว่าตัวเองกำลังกินเนื้อย่างที่แสนอร่อย
คิดไปคิดมา น้ำลายก็พลอยไหลย้อยจากมุมปากของหญิงสาว
จวินอู๋เสียเห็นใบหน้าเล็ก ๆ ยื่นเข้ามาใกล้ ซ้ำร้ายมุมปากของนางยังมีน้ำลายไหลออกมาด้วย คิ้วกระบี่ขมวดมุ่นทันที แววตาเผยความรังเกียจออกมาอย่างชัดเจน!
เขาแค่้าหยั่งเชิงสตรีไร้ยางอายผู้นี้ดูก็เท่านั้น
ทว่านางกลับไม่ขัดขืน ถึงขนาดเป็ฝ่ายยื่นหน้ามาหาเขาก่อนเช่นนี้ หรือว่านางจะแอบชอบเขาจริง ๆ?
เมื่อเห็นใบหน้าเล็ก ๆ ใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ จวินอู๋เสียก็ยกมือขึ้นดันเอาไว้
“เอาของของข้าคืนมา แล้วข้าจะไว้ชีวิตเ้า”
“ไม่จูบแล้วหรือ?” มู่เชียนจิ่วลืมตาขึ้น สุดท้ายก็ถอดแหวนเก็บสมบัติออกจากนิ้วด้วยความอาลัยอาวรณ์
“ท่านพี่ ข้าคืนของให้ท่านแล้ว ท่านก็ควรคืนของให้ข้าด้วยไม่ใช่หรือ?”
จวินอู๋เสียหนังตากระตุกเบา ๆ “ข้าทิ้งไปแล้ว!”
เพียงพริบตา มู่เชียนจิ่วก็ทำการแสดงโรงใหญ่ นางเบิกตาด้วยความะเืใจ แววตาสั่นระริก ก่อนจะหลุบตาลงเล็กน้อย สูดน้ำมูกหนึ่งที พลันนั้นน้ำตาก็ร่วงเผาะลงมา “ผ้ารัดหน้าอกผืนนั้นเป็ของชิ้นสุดท้ายที่ท่านแม่ทิ้งไว้ให้ข้า ท่านไม่ชอบมันก็แค่นำมาคืนข้าก็ได้นี่ เหตุใดต้องโยนทิ้งด้วย?”
“นั่นเป็ของที่แม่เ้าทิ้งไว้ให้เ้าอย่างนั้นหรือ?” จวินอู๋เสียเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง เมื่อคิดว่าผ้ารัดหน้าอกผืนนั้นยังอยู่กับตนในตอนนี้ ในใจก็เกิดความละอายขึ้นมา
…เอ๊ะ ช้าก่อน
สตรีไร้ยางอายผู้นี้เอาของของเขาไป ผ้ารัดหน้าอกนั่นนางก็เป็คนยัดใส่มือให้เขาเอง เหตุใดเขาต้องรู้สึกละอายใจด้วย?
“เ้าค่ะ ท่านพี่ ข้าขอร้องละ ท่านช่วยหามาคืนข้าได้หรือไม่? ฮือฮือ” มู่เชียนจิ่วจับแขนเสื้อของจวินอู๋เสียด้วยความอาดูร ราวกับลูกสุนัขไร้บ้านอย่างไรอย่างนั้น
จวินอู๋เสียสะบัดแขนเสื้อ เมื่อเขาเห็นว่าบนชุดของตนมีรอยมือดำ ๆ สองรอยติดอยู่ สีหน้าก็เข้มขึ้นทันควัน!
‘สตรีไร้ยางอายผู้นี้ ให้ตายเถอะ!’
หลังจากนั้น จวินอู๋เสียทำการลบรอยประทับบนแหวนเก็บสมบัติ ตรวจสอบสิ่งของที่อยู่ภายใน
คิ้วกระบี่พลันขมวดแน่น “ผลโกลาหลของข้าล่ะ?”
จุดประสงค์ที่เขาตามล่านาง ก็เพราะผลโกลาหลสองลูกนั่น!
ส่วนของอย่างอื่นเขาไม่ขาดแคลน ต่อให้ทิ้งไปเขาก็ไม่แม้แต่จะคิดเสียดาย!
“ผลโกลาหลคืออะไรเ้าคะ?” มู่เชียนจิ่วแสร้งทำเป็ใ
จวินอู๋เสียจับข้อมือของนางเอาไว้แน่น “ผลไม้วิเศษสองลูกนั่น ที่เ้าเอาไปอย่างไรเล่า!”
“อันนั้นเองหรอกหรือ...ข้า...ข้ากินไปแล้ว…” มู่เชียนจิ่วก้มหน้างุด ภายในใจกลับแอบหัวเราะเยาะ ผลโกลาหลสองลูกนั่น นางกินไปแค่ลูกเดียวเท่านั้น
ส่วนอีกลูก นางเอาไปซ่อนไว้ในสวนสมุนไพรบนยอดเขาอวิ๋นเฟิงแล้ว!
ผลโกลาหลมีค่ากว่าของในแหวนเก็บสมบัติอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ นางย่อมไม่มีทางพกติดตัวไปไหนมาไหนแน่นอน แล้วนางก็คิดถูกจริง ๆ
นางนี่ฉลาดสุด ๆ ไปเลย!
“กินไปแล้ว?” จวินอู๋เสียหรี่ตาลง ก่อนจะยกมือขึ้นจับข้อมือของมู่เชียนจิ่วแน่น ไอพลังอันน่าพรั่นพรึงปกคลุมร่างของนางทันที
อาวุธเซียนทั้งสามชิ้นภายในกายของหญิงสาวััได้ถึงภัยคุกคาม จึงเกือบจะพุ่งออกมาแล้ว โชคดีที่มู่เชียนจิ่วสะกดพวกมันเอาไว้ได้ทันเวลา
ตบะบารมีของคนผู้นี้แข็งแกร่งจนน่ากลัว ด้วยตบะบารมีของนางในตอนนี้ ต่อให้มีอาวุธเซียนคอยช่วยก็คงไม่อาจเอาชนะได้ ดังนั้นหากไม่จำเป็จริง ๆ นางยังไม่อยากประมือกับเขา
หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง สีหน้าของจวินอู๋เสียก็ย่ำแย่ลงเรื่อย ๆ เขาััได้ถึงไอพลังของผลโกลาหลบนร่างของสตรีไร้ยางอายผู้นี้ อีกทั้งภายในกายนางยังมีพลังิญญาของผลโกลาหลหลงเหลืออยู่!
“ท่านพี่ ข้ากินผลไม้ของท่านไปสองลูกเอง ข้าหาผลไม้มาคืนให้ท่านก็ได้!” มู่เชียนจิ่วแสร้งทำท่าทางน้อยใจ แต่ภายในใจกลับลิงโลดอย่างมาก และต่อให้จะเป็ตายร้ายดีอย่างไร นางก็ไม่มีทางคืนผลโกลาหลให้อย่างแน่นอน!
จวินอู๋เสียมองมู่เชียนจิ่วด้วยความเดือดดาล ไอมารบนกายพลุ่งพล่าน ใบหน้าหล่อเหลาปรากฏลายมารขึ้นรอยแล้วรอยเล่า ไอพลังอันน่าสะพรึงกลัวทำให้มู่เชียนจิ่วแม้แต่จะหายใจก็ยังลำบาก
‘แข็งแกร่งยิ่งนัก!’
มารตรงหน้าตนนี้อย่างน้อยต้องเป็ผู้แข็งแกร่งระดับะอย่างแน่นอน หากเป็ผู้แข็งแกร่งระดับสำแดงละก็ เช่นนั้นทั้งสำนักชิงอวิ๋นนอกจากอาจารย์แล้ว คนอื่น ๆ ก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา
มู่เชียนจิ่วกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก คนผู้นี้คงไม่ได้โกรธแค้นจนจะสังหารนางจริง ๆ หรอกกระมัง?
“ไม่เป็ไร แค่นำเ้ามาหลอมเป็โอสถ ก็สามารถฟื้นฟูการาเ็ของข้าได้เช่นกัน” จวินอู๋เสียมองไปทางหม้อสารพัดนึกที่กำลังพ่นควันออกมา มุมปากพลันโค้งขึ้น
“ไม่เลว แม้แต่เตาหลอมเ้าก็เตรียมไว้ให้ข้าเรียบร้อยแล้ว”
มู่เชียนจิ่วดวงตาเบิกโพลง คนผู้นี้จะใช้หม้อสารพัดนึกมาหลอมนางเป็โอสถอย่างนั้นหรือ?
เ้ายังมีความเป็คนอยู่หรือไม่!
เอ่อ…เกือบลืมไปเสียสนิท คนผู้นี้เป็มาร ไม่ใช่คนนี่นา!
จวินอู๋เสียยื่นมือออกไปกลางอากาศ ทันใดนั้นหม้อใบใหญ่ลอยมาตรงหน้าของเขา
っ°Д°っ !!!
มู่เชียนจิ่วใกลัวจนเกือบฉี่ราด มารตนนี้จะหลอมนางเป็โอสถที่นี่จริง ๆ หรือ?!
.
.
.